LOGINเมื่อรอพนักงานคิดเงินค่าของทั้งหมดเสร็จก็พากันกลับ ในขณะที่กำลังเดินไปที่รถ จู่ๆคนอายุมากก็ช้อนอุ้มเด็กสาวขึ้นในท่าอุ้มเด็กอย่างอุกอาจ
พรึ่บ!
"อ๊ะ! พะ พ่อเดย์ทำอะไรคะ" พระพายอุทานตกใจออกมาทันทีกับการกระทำที่อุกอาจของคนอายุมาก มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นมาดันไหลแกร่งออกห่างจากตัวอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ได้ดันแรงเท่าที่ควร แค่รู้สึกประหม่ากับการกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวของเขา
"หนูพายเดินช้า พ่ออุ้มไปดีกว่าจะได้ถึงรถไวๆ ป่านนี้ยัยหนูมิคงรอหนูพายแย่แล้ว" พูดอ้างไปอย่างนั้นและยกลูกสาวมาอ้างด้วย ทั้งที่ความจริงตั้งใจอุ้มเด็กสาวอยู่แล้ว พลางลอบยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะตอนนี้หน้าอกใหญ่โตเกินตัวของเธออยู่เสมอกับใบหน้าของเขาพอดี มันช่างเป็นภาพที่ล่อแหลมเสียจริง ทำเอาเขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"แต่หนูไม่ใช่เด็กนะคะ หนูเดินเองได้ พ่อเดย์ปล่อยหนูลงเถอะค่ะคนมองใหญ่แล้ว" เอ่ยบอกคนอายุมากพลางดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในวงแขนแกร่งของเขา ขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ซึ่งตอนนี้คนที่อยู่บริเวณใกล้ๆก็หันมองมาทางเธอกับเขาเป็นตาเดียวกัน ไหนจะสายตาลูกน้องของเขาอีก ทำเธอรู้สึกประหม่าไปหมด
"หนูพายอย่าดิ้นสิครับ เดี๋ยวตกนะ" บอกกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางกระชับอุ้มเธอให้แน่นขึ้นโดยไม่ได้สนใจเสียงเอ่ยห้ามของเด็กสาวแต่อย่างใด ก่อนจะอุ้มเด็กสาวเดินต่อโดยไม่นึกแคร์สายตาของผู้คนที่มองมาเลย
และในเมื่อห้ามแล้วคนอายุมากก็ไม่ฟัง พระพายจึงหยุดดิ้นและยอมให้เขาอุ้มพาเดินไปที่รถแต่โดยดี มือบางสองข้างจากที่ดันไหลแกร่งอยู่ในคราแรกก็เปลี่ยนมาคล้องลำคอของเขาเอาไว้ พลางลอบมองคนอายุมากไปด้วย แต่พอเจอสายตาของเขาเหลือบมองมา เธอก็หลบสายตาหันมองไปทางอื่นทันที รู้สึกไม่สู้กับสายตาของเขาที่มองมาเลย
ส่วนเดชาก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูให้กับท่าทางของเด็กสาว เมื่ออุ้มเธอเดินมาถึงรถเขาก็อุ้มเธอขึ้นรถไปทั้งอย่างนั้นโดยให้เธอนั่งบนตักแกร่งของเขา ไม่ยอมปล่อยเธอออกห่างจากตัวเลย
ทันทีที่เข้ามานั่งในรถ ด้านพระพายก็พยายามดิ้นรนออกจากตักแกร่ง แต่ยิ่งเธอดิ้นก็เหมือนคนอายุมากยิ่งกอดเธอแน่นขึ้น เธอจึงเงยหน้ามองเขาด้วยความไม่เข้าใจกับการกระทำของเขา ขณะเดียวกันรถก็ได้ออกตัวขับเคลื่อนด้วยสารถี่หรือลูกน้องของคนอายุมาก
"พ่อเดย์ปล่อยหนูได้แล้วค่ะ หนูจะไปนั่งตรงนั้น" ใบหน้าสวยพะเยิดหน้าไปทางเบาะข้างๆที่ตัวเองนั่งก่อนหน้านี้
"นั่งตรงนี้แหละครับ นั่งบนตักพ่อสบายกว่าเยอะ เด็กดีต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่รู้ไหมครับ" บอกกับเด็กสาวน้ำเสียงอ่อนโยน พลางยกมือหนาข้างหนึ่งขึ้นมาลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างทะนุถนอม
คำพูดและสัมผัสอ่อนโยนของคนอายุมาก ทำให้พระพายรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เขาทำให้เธอรู้สึกคิดถึงคนเป็นพ่อที่ได้ล่วงลับไปแล้ว เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเธอโตมากับพ่อ พอพ่อของเธอเสียก็เหลือแค่คนเป็นลุงที่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรคอยให้ความอบอุ่นแก่เธอ จนมาตอนนี้คนอายุมากกลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้งเสมือนเขาเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของเธออีกคน แต่มันก็มีความรู้สึกแปลกๆแทรกแซงเข้ามาด้วย ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกนั้นมันคืออะไร
"หนูพายเป็นอะไรรึเปล่าครับ ทำไมมองพ่อแบบนี้" เมื่อเห็นว่าเด็กสาวเอาแต่มองโดยที่เธอไม่พูดอะไรเลย เดชาจึงเอ่ยถามขณะที่ลูบศีรษะเล็กตลอดเวลา ทะนุถนอมคนตัวนุ่มบนตักเป็นที่สุด
ด้านพระพายจึงส่ายหน้าเบาๆแทนคำตอบ ก่อนจะค่อยๆซบตัวลงบนกายแกร่งของคนอายุมากอย่างต้องการความอบอุ่น แนบแก้มนุ่มลงบนอกแกร่งเสมือนกำลังออดอ้อนเขา แต่ความจริงไม่ใช่เลย เธอแค่อยากกอบโกยความอบอุ่นจากเขาเอาไว้ก็เท่านั้น
เดชาโอบกอดคนตัวนุ่มบนตักเอาไว้ด้วยมือไม้ที่เริ่มสั่น เขาเริ่มเสียอาการกับการกระทำของเด็กสาว เธอทำใจคนแก่อย่างเขากระตุกเต้นรุนแรงขึ้นมาจนร่างกายร้อนรุ่มไปหมดเสมือนคนเป็นไข้ ซึ่งเขาไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อน แม้กระทั่งกับภรรยาคนที่เขาเคยรักมากที่ได้ล่วงลับไปแล้ว เขาก็ไม่เคยเสียอาการหนักขนาดนี้เลย แต่กับเด็กสาวคนนี้เธอช่างอันตรายต่อหัวใจของเขาเหลือเกิน เธอทำแค่นี้เขาก็แทบจะหยุดหายใจแล้ว และถ้ามากกว่านี้เขาคงหยุดหายใจและอาจตายได้เลยจริงๆ
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
พระพายที่กำลังซบอยู่บนอกแกร่งเริ่มได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของคนอายุมาก ไหนจะลมหายใจอุ่นๆที่เขาพ้นออกมาแรงมากจนเธอสัมผัสได้และรู้สึกเป็นห่วงเขาขึ้นมา เธอจึงผละกอดออกแล้วเอ่ยถามเขาไป
"พ่อเดย์เป็นอะไรรึเปล่าคะ ทำไมหายใจแรงจัง หัวใจก็เต้นแรงด้วย"
"เปล่าครับ พ่อว่าหนูพายกลับไปนั่งที่เดิมดีกว่านะครับ" เดชาปฏิเสธแล้วบอกกับเด็กสาวน้ำเสียงแหบพร่าฟังดูกระเส่าไปหมด เพราะขืนเด็กสาวยังนั่งอยู่บนตักของเขาต่อไป มีหวังเขาคงตบะแตกจับเธอกดอยู่ใต้ร่างของเขาตรงนี้เป็นแน่
"ทำไมล่ะคะ เมื่อกี้พ่อเดย์บอกว่านั่งบนตักของพ่อเดย์สบายกว่าเยอะไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมจู่ๆถึงให้หนูไปนั่งที่เดิมล่ะคะ" เธอถามอย่างไม่เข้าใจด้วยน้ำเสียงหงอยๆ อยู่ๆก็รู้สึกนอยด์ขึ้นมาที่คนอายุมากพูดเหมือนไล่เธอให้กลับไปนั่งที่เดิม ก่อนจะก้มหน้าหลุบตาต่ำสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"พ่อแค่กลัวหนูพายจะอึดอัดที่ต้องมานั่งบนตักของพ่อ แต่ถ้าหนูพายไม่อึดอัดก็นั่งเถอะครับ" ไม่พูดเปล่าแต่มือหนาลูบศีรษะเล็กไปด้วยอย่างปลอบประโลม แค่เห็นสีหน้าเศร้าๆของเด็กสาว ใจคนแก่อย่างเขาก็อ่อนยวบแล้ว
พระพายได้ยินเช่นนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มตาหยีจนแก้มแทบปริ ก่อนจะซบตัวเองลงบนกายแกร่งของคนอายุมากอีกครั้ง แล้วแนบแก้มนุ่มลงบนอกแกร่งของเขาเหมือนเดิม ตอนนี้เธอรู้สึกอบอุ่นทั้งกายและหัวใจเป็นอย่างมาก แต่เธอหารู้ไม่ว่ารอยยิ้มตาหยีของเธอเมื่อครู่กับการกระทำเสมือนออดอ้อนของเธอตอนนี้ มันทำให้คนอายุมากแทบคลั่งเสียให้ได้
(เด็กน้อย พ่อจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ) เสียงในหัวดังขึ้น มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองอย่างข่มใจสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ ขณะที่มือหนาอีกข้างก็โอบกอดคนตัวนุ่มบนตัก...
(พ่อเดย์คลั่งรักเด็ก)เมื่อกลับมาถึงบ้าน เดชาก็รีบเข้าห้องนอนเพื่อไปสงบสติระงับอารมณ์ของตัวเองทันที เพราะในระหว่างที่นั่งอยู่ในรถเมื่อครู่โดยมีเด็กสาวตัวนุ่มนั่งอยู่บนตักทำเอาเขาแทบจะคลั่งตาย เกือบจะตบะแตกส่วนพระพายก็แยกตัวไปทำขนมกับมิราในห้องครัว ซึ่งพวกเธอก็เลือกทำเป็นขนมคุกกี้ ขณะที่ทำขนมกันมิราก็ซักถามพระพายไม่หยุดเรื่องพ่อของเธอว่ามาด้วยกันได้ยังไง ซึ่งพระพายก็ได้บอกไปตามตรงเพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปิดบัง มิราก็เข้าใจแต่กระนั้นด้วยความที่คนเป็นลูกสาวอย่างเธออยากให้คนเป็นพ่อมีเมียเป็นตัวเป็นตน มิราจึงอยากให้ระหว่างพระพายกับพ่อของเธอมีอะไรมากกว่านี้ หากคนเป็นพ่อจะลงเอ่ยกับผู้หญิงสักคน เธอก็ไม่ติดหากคนๆนั้นจะเป็นพระพาย แม้อายุทั้งสองคนจะห่างกันมากก็ตาม แต่แล้วยังไงในเมื่อตัวเธอเองกับคนรักก็ห่างกันเป็นสิบๆปี สำหรับเธอเรื่องอายุไม่ใช่อุปสรรคเลย“พาย เอาขนมไปให้พ่อเรากันไหม”เมื่อทำขนมกันเสร็จ มิราที่อยากให้คนเป็นพ่อมีเมียใจจะขาด ก็เริ่มปฏิบัติแผนการหาเมียให้พ่อทันที“ได้สิ เรากะว่าจะชวนมิเอาขนมไปให้พ่อเดย์อยู่เหมือนกัน” พระพายตอบตกลงไปทันที เพราะเธอตั้งใจจะเอาขนมไปให้อีกคนอยู่แล้ว
เมื่อรอพนักงานคิดเงินค่าของทั้งหมดเสร็จก็พากันกลับ ในขณะที่กำลังเดินไปที่รถ จู่ๆคนอายุมากก็ช้อนอุ้มเด็กสาวขึ้นในท่าอุ้มเด็กอย่างอุกอาจพรึ่บ!"อ๊ะ! พะ พ่อเดย์ทำอะไรคะ" พระพายอุทานตกใจออกมาทันทีกับการกระทำที่อุกอาจของคนอายุมาก มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นมาดันไหลแกร่งออกห่างจากตัวอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ได้ดันแรงเท่าที่ควร แค่รู้สึกประหม่ากับการกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวของเขา"หนูพายเดินช้า พ่ออุ้มไปดีกว่าจะได้ถึงรถไวๆ ป่านนี้ยัยหนูมิคงรอหนูพายแย่แล้ว" พูดอ้างไปอย่างนั้นและยกลูกสาวมาอ้างด้วย ทั้งที่ความจริงตั้งใจอุ้มเด็กสาวอยู่แล้ว พลางลอบยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะตอนนี้หน้าอกใหญ่โตเกินตัวของเธออยู่เสมอกับใบหน้าของเขาพอดี มันช่างเป็นภาพที่ล่อแหลมเสียจริง ทำเอาเขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "แต่หนูไม่ใช่เด็กนะคะ หนูเดินเองได้ พ่อเดย์ปล่อยหนูลงเถอะค่ะคนมองใหญ่แล้ว" เอ่ยบอกคนอายุมากพลางดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในวงแขนแกร่งของเขา ขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ซึ่งตอนนี้คนที่อยู่บริเวณใกล้ๆก็หันมองมาทางเธอกับเขาเป็นตาเดียวกัน ไหนจะสายตาลูกน้องของเขาอีก ทำเธอรู้สึกประหม่าไปหมด"หนูพายอย่าดิ้นสิครับ เดี๋ยวตกนะ" บอกกับเด็กสาวด้วย
รถตู้คันหรูสีดำราคาสูงริ้วขับเคลื่อนไปด้วยความเร็วปกติ ภายในรถมีแต่ความเงียบ โดยมีสาวน้อยคนสวยนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนอายุมากที่นั่งข้างๆก็เอาแต่ลอบมองสาวน้อยคนสวยอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน โดยที่สาวน้อยก็ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกสายตาเจ้าเล่ห์ของคนอายุมากมองแทะโลมร่างกายของเธออยู่...ณ ห้างสรรพสินค้าขณะนี้สาวน้อยกำลังเดินเลือกซื้อเลือกหาวัตถุดิบในการทำขนมอยู่ โดยมีคนอายุมากเดินตามไม่ห่างและยังมีลูกน้องของเขาประมาณสามสีคนเดินตามหลัง โดยหนึ่งในลูกน้องเข็นรถเข็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของทางห้างตามหลังไม่ห่างเช่นกันเดชามองทุกอิริยาบถของเด็กสาวอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวเธอนั่ง เดี๋ยวเธอยืน เดี๋ยวก็เงย เดี๋ยวก็ก้มเพราะเธอกำลังเลือกหาสิ่งของที่ต้องการอยู่ เธอดูดุ๊กดิ๊กดูซุกซน มันช่างเป็นภาพที่น่ารักมาก เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจเหลือเกินยามที่ได้มองสาวน้อยคนสวยของเขา...แต่ทว่าในขณะนั้นเอง"คนสวย~ ชื่ออะไรเหรอครับ" มีหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาหล่อพอตัว เดินเข้ามาเต๊าะพระพายด้วยความที่หนุ่มวัยรุ่นคนดังกล่าวสนใจแต่พระพาย จึงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างว่ามีชายชุดดำหลายคนที่ยืนอยู่มองมาทางเขาเป็น
หลายวันต่อมาหลังจากการสอบเข้ามหาลัยได้เสร็จสิ้นไป วันนี้เด็กสาวทั้งสองคนหรือพระพายกับมิราก็ได้นัดกันว่าจะมาทำขนมที่บ้านของมิรา ซึ่งระหว่างทางจากคอนโดของพระพายไปบ้านของมิราก็ต้องผ่านห้างสรรพสินค้า พระพายจึงอาสาที่จะซื้อวัตถุดิบในการทำขนมไปเองวันนี้พระพายแต่งตัวด้วยชุดเดรสกระโปรงสั้นสีขาวแขนตุ๊กตา ความสั้นของกระโปรงถือว่าสั้นมาก แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนตัวเล็กจึงใส่ออกมาได้ดูน่ารักและแอบเซ็กซี่เบาๆ ไม่ได้โป๊จนเกินไป ส่วนช่วงบนก็เรียบร้อยดีเพราะว่าเป็นชุดเดรสแขนตุ๊กตา เธอแต่งหน้าอ่อนๆตามสไตล์เด็กวัยใส รวบผมเป็นห่างมา สะพายกระเป๋าข้างใบเล็กสีครีม ใส่ร้องเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว รวมๆแล้วเธอแต่งตัวออกมาได้น่ารักสมวัยเวลา 13:10 น.ขณะนี้พระพายกำลังยืนรอรถแท็กซี่อยู่หน้าคอนโดเพื่อที่จะไปบ้านของมิราโดยเผื่อเวลาแวะห้างสรรพสินค้าก่อน เพื่อที่จะซื้อวัตถุดิบในการทำขนม ซึ่งระยะหลายวันที่ผ่านมานี้ พระพายก็ยังไม่รู้ตัวว่ามีคนคอยตามดูเธออยู่ตลอด เธอยังคงใช้ชีวิตตามปกติในทุกๆวัน...ทว่าในขณะที่ยืนรอรถแท็กซี่อยู่บนฟุตบาท จู่ๆก็มีรถตู้คันหรูสีดำขับเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้าเธอ"รถใคร ทำไมคุ้นจัง" เธอพึมพ
เวลาต่อมาหลังจากทานมื้อเที่ยงกับลูกสาวเสร็จ เดชาก็ได้เข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยสั่งการกับลูกน้องคนสนิทมือขวาของเขาที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน"ให้คนของเราคอยตามดูหนูพายแล้วมารายงานฉันด้วย ทุกวัน!" เน้นย้ำสองคำสุดท้ายของประโยคเพื่อเป็นการบอกลูกน้องว่าต้องรายงานเรื่องของสาวน้อยคนสวยให้เขาฟังทุกวันห้ามขาด"ได้ครับนาย" ภาคพยักหน้าตอบรับคำสั่งเจ้านายทันที ก่อนจะลอบยิ้มมุมปากเพราะรู้แน่แล้วว่าคนเป็นนายคิดจะเคลมสาวน้อยคนสวยจริงๆ แต่ดูท่าสาวน้อยคนนี้คงจะพิเศษกว่าใคร เจ้านายของเขาถึงได้ให้คนคอยตามดู เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้านายของเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนเหมือนกับสาวน้อยคนนี้มาก่อน"ระวังอย่าให้หนูพายรู้ตัวล่ะ เดี๋ยวจะตื่นกลัวเอา" เดชาไม่ลืมที่จะเอ่ยกำชับลูกน้อง เพราะหากเด็กสาวรู้ตัวคงได้ตื่นกลัวคิดว่ามีพวกโรคจิตคอยตามเป็นแน่ ซึ่งเขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เพราะเขาไม่ใช่พวกโรคจิต เขาแค่ต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของเด็กสาวก็เท่านั้น อีกอย่างเธอเพิ่งจะเข้ามาอยู่กรุงเทพ แถมยังอยู่คอนโดคนเดียวอีก เขาเลยนึกเป็นห่วงขึ้นมา"ครับนาย ผมจะกำชับคนของเราอย่างดีครับ" ภาครับคำสั่งด้วยน้ำเสียงจริ
วันต่อมากรุงเทพมหานคร ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วยณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเดชา11:45 น.เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไปพูดกับน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะรถด้านหลังทันที"รอพี่ในรถก่อนนะ พี่ขอเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะไปส่งที่คอนโด""ค่ะ" พระพายจึงพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปนอกรถอย่างซุกซนละคนอยากรู้อยากเห็น เธอตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่ได้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่รู้ว่าบ้านหรือวังถึงได้ใหญ่โตอลังการเช่นนี้ด้านวายุจึงลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถฝั่งของคนรัก จากนั้นเขาก็พาคนรักเข้าบ้านโดยมีกระเป๋าสัมภาระของเธอและเขาถืออยู่ในมือหนาทั้งสองข้างส่วนสาวน้อยที่นั่งอยู่ในรถของพี่ชาย โดยไม่รู้เลยว่ามีรถตู้คันหรูสีดำของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังขับเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลังรถของพี่ชายที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะได้มองสำรวจคฤหาสน์ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะรออ