FAZER LOGINหลายวันต่อมา
บาดแผลบนขาของธาวินค่อยๆ ดีขึ้น เดินเหินได้ตามปกติ อาจจะมีหน่วงตึงบ้างบางจังหวะก็เท่านั้น เขาอยู่ที่นี่เพื่อตามง้อเมญ่าก็นับได้ 2 สัปดาห์ ทว่าไม่มีโอกาสเพื่อขอโทษหรือได้นั่งจับมือคุยกันจริงจังเสียเลย ครั้นอีกฝ่ายเอาแต่หลบหน้าและทำตัวยุ่งวุ่นวายตลอดเวลา อาการบาดเจ็บทำเขาเสียเวลาไปตั้งหนึ่งอาทิตย์ ทำได้เพียงแสดงสีหน้าเศร้า สำนึกผิดและตามขอโทษด้วยการเอ่ยพูดก็เท่านั้น เสียงมือถือดังครืด ปลายสายคือลูกพี่ลูกน้องของตน เขาฝากแป้งดูแลโรงแรมชั่วคราวและเป็นการฝึกคนอายุน้อยบริหารงานไปในตัว “อืม” (หายไปเลยนะคะคุณพี่ โรงรงโรงแรมไม่กลับมาดูแลหรือไง) “แป๊บ” เขาเอ่ยสั้นๆ จากนั้นเปิดลำโพงมือถือ เร่งเสียงให้ดังและวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะแกะน้ำดื่มที่แพ็กอย่างดีเข้าตู้เย็นแช่ไว้รอมุตาและคนอื่นๆ “มีงานด่วนเหรอ” (นิดหน่อย แป้งส่งให้ทางเมลนะ ไม่เร่งหรอกแต่ขอภายใน 3 วัน) “อืม” (เป็นไงบ้าง ง้อคุณญ่าสำเร็จหรือยัง) คำถามนั้นทำธาวินถอนหายใจ มองหน้าจอมือพลางส่ายหัวให้กับตัวเอง เขาเก่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะบริหารงานหรือบริหารเสน่ห์ แต่ทำไมการง้อผู้หญิงคนเดียวถึงไม่ได้เรื่องเอาซะเลยยากเย็นเหลือเกิน... “ยัง ญ่าไม่ฟังเลย หลบหน้าตลอด” (ก็ทำให้หลบไม่ได้สิ) ประโยคนี้ทำธาวินฉุกคิด หลบหน้าไม่ได้คือต้องมีพื้นที่จำกัด ที่ไหน อย่างไร เขาเท้าสะเอวพลางยกมุมปากครุ่นคิดกับตัวเอง พลันนั้นก็ได้คำตอบขึ้นมา ก่อนจะลอบยิ้มออกมา ราวกับว่าในหัวเขามีบางอย่าง “อืม ขอบใจนะแป้ง เรานี่เป็นน้องสาวที่รู้ใจจริงๆ” (โอเค เอาใจช่วยนะ รีบทำให้สำเร็จแล้วรีบกลับมา แป้งอยากกลับล่ะ ว่าที่สามีรอแล้วเนี่ย) “อืม...ปีหน้าได้แต่งงานแล้ว กลับช้านิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก” (ใจขาดตาย แค่นี้แหละ มีงานต้องทำต่อ -- บาย) การสนทนาสิ้นสุดลง แป้งเป็นฝ่ายวางสายพร้อมกับน้ำขวดสุดท้ายที่ธาวินยัดเข้าตู้เย็น หมุนตัวหมายจะหยิบน้ำอีกหนึ่งแพ็กเพื่อยัดเข้าตู้ให้เต็มก็เห็นว่าเมญ่ายืนอยู่หน้าประตูห้องครัว “ญ่า” จังหวะที่ชายหนุ่มหันมา ทำคนมองประหม่า เมญ่าได้ยินแค่ประโยคหลัง แป้งไม่ได้เป็นแฟนหรือคู่นอนอย่างที่เธอเข้าใจ แต่คนอายุน้อยกว่าเป็นน้องสาวต่างพ่อต่างแม่ของธาวิน ที่สำคัญมีคู่หมั้นคู่หมาย กำลังจะแต่งงานเร็วๆ นี้ “มาเอาน้ำ ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังใครคุยโทรศัพท์” “ไม่มีความลับอะไร ฟังได้” เมญ่าไม่พูดจา เดินมาเปิดตู้เย็น ด้านในอัดแน่นไปด้วยน้ำเปล่าบรรจุภัณฑ์อย่างดี มือขาวคลำหาขวดที่เย็นที่สุด กระทั่งเอาออกมาแล้วจะเดินไปด้านนอก ก็ต้องชะงัก เมื่อธาวินยืนขวาง “ฉันมีงาน” “ขอเวลาแป๊บเดียว” “เร็ว” “ฉันกับแป้งเราไม่ได้เป็นอะไร” “...” เธอรู้ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ แต่ยังเสดวงตาหันมองอย่างอื่น ทำเป็นเพิกเฉยราวกับว่าไม่สนใจ เขากับอีกคนจะเป็นอะไรกัน มันไม่ใช่เรื่องของเธอ “ขอโทษ” อีกแล้ว ธาวินเอ่ยคำนี้จนเธอนับไม่ได้แล้วว่าเขาพูดเป็นครั้งที่เท่าไหร่ แต่คราวนี้น้ำเสียงของชายหนุ่มติดสั่นเครือ ดวงตาคมเข้มมีเสน่ห์แดงก่ำขึ้นมาน้อยๆ เหมือนคนจะร้องไห้ บ้าไปแล้ว คนอย่างธาวิน ผู้ชายแพรวพราว เจ้าเสน่ห์ จะร้องไห้อะไรกับผู้หญิงอย่างเธอ คงเพราะแสบตาหรือลมแรงเท่านั้น “...” “อีกนานไหมกว่าจะหายโกรธกัน” “...” เมญ่าไม่เอื้อนเอ่ยคำใด ในใจอยากโกรธเขาไปตลอด หรือหลงลืมไปว่าเคยรู้จักผู้ชายคนนี้ไปได้ยิ่งดี กระนั้นเธอสั่งการสมองรีเซตความทรงจำใหม่ไม่ได้ เขาอยู่ตรงนี้ ยังเห็นหน้าและวนเวียนง้องอนกันอยู่แบบนี้ เมื่อไหร่จะลืม เมื่อไหร่จะทำใจได้ “ฉันไม่เคยรู้สึกว่าอะไรขาดหายไปจากชีวิต เท่าตอนไม่มีเธอ” ไม่ว่าเปล่า ธาวินยกมือลูบแก้มเนียน แม้ไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มแต่ก็สวยแทบหยุดมองไม่ได้ พลันคนฟังได้ยิน หัวใจก็เต้นโครมคราม ธาวินมีความสามารถใช้วาจาหว่านล้อมให้ตกหลุมรักได้อย่างเลือดเย็นและไม่อยากเสียท่าให้เขาเป็นครั้งที่สอง ปัดมือที่เกลี่ยแก้มแรงๆ แล้วดึงสติที่เขวไปมาให้มั่นคง “หลีกทาง” “ไม่” “บอกให้หลีก”“ฉันรักเธอ” ประโยคนั้นดังฉะฉานและชัดเจน ธาวินตั้งใจพูดให้เธอได้ยิน ราวกับว่าทุกอย่างหยุดนิ่ง เมญ่าเงียบไปชั่วครู่ไม่เอ่ยปากโต้ตอบ ไม่เข้าใจเลยว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไร ก่อนหน้านี้บอกไม่รัก พอมาวันนี้บอกรักกันดื้อๆ สับสน มึนงงไปหมดแล้ว ในใจมีคำถามเป็นร้อยเป็นพัน แต่สุดท้ายไม่เอ่ยออกไป เมญ่าเลือกเดินหนีและต้องไปให้ไกล ครั้นหัวใจที่ตั้งท่าแข็งแกร่งมันเหมือนจะเสียสมดุล เริ่มอ่อนยวบเพียงเพราะคำว่ารักคำเดียวอย่าใจง่ายอีกนะเมญ่า ไม่อย่างนั้นเธอต้องเจ็บซ้ำซาก... คนตัวเล็กรีบเดินและหายลับไปกับตา พลันดวงตาคมสลดเศร้าสร้อยอีกครั้ง ธาวินเดินคอตกออกมาหน้าบ้าน หย่อนกายนั่งเพียงลำพังด้วยสีหน้าเซ็งๆ แอบกลัวลึกๆ กลัวว่าเมญ่าจะเปลี่ยนใจจากตนไปแล้ว โฮ่ง!! ไอ้ด่างเห่าขึ้น เขาตกใจหนักเผลอยกขาเหยียบเก้าอี้ มองหมาตัวดำแยกเขี้ยวขาวแหลมใส่น่ากลัว “อยู่นานแล้วนะ ไม่คุ้นหน้ากันหรือไง” โฮ่ง!! มันเห่าอยู่แบบนั้น ธาวินยังหลอนหมาตัวนี้ แต่ก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน มองเห็นมันไกลๆ ได้ ทว่ามันเข้ามาใกล้จนเกือบเอื้อมมือถึง ก็หยิบขนมที่ถือติดมือมาด้วย หมายจะแกะกินแก้เซ็งก็แกะป้อนไอ้ด่าง ให้มันใจเย็นๆ เสียก่อน “เอา...กินเลย ให้ – แล้วไม่ต้องแยกเขี้ยวเห่ากันนะ เข้าใจไหม” ไอ้ด่างก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจ ได้ขนมแสนอร่อยก็ดูเป็นมิตรไปโดยปริยาย ธาวินที่นึกว่า ขนาดหมายังสร้างมิตรภาพได้แล้ว กับเมญ่าเขาต้องทำสำเร็จสิ20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







