LOGIN20:30
Just’ 69 Harem ทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา “คุณวิน” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “พาญ่ามาที่นี่” หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ “ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว” ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุด ดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้น มือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้น ด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี “ญ่า...ญ่า!!” เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินหันมองปะทะสายตากับอีกคนที่มองมา “เจ้ซู” ต่างคนก็ต่างดีใจ ซูซี่ผู้จัดการร้านรีบวิ่งเข้าหา คว้ามือได้ก็เขย่าอย่างดีอกดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง ส่วนธาวินเมื่อเห็นว่าคนทั้งสองคงมีเรื่องคุยกัน ก็ขอตัวไปนั่งโต๊ะที่จองไว้ “แกมากับคุณวิน เพื่อนรุ่นพี่เฮียเมฆ” “อืม...คุณธาวิน” “เดินจับมือกันมาด้วย หมายความว่ายังไง” “บังเอิญน่ะเจ้” “บังเอิญยังไง เล่าสิ” ซูซี่อยากรู้หนัก รีบดึงแขนคนอายุน้อยยืนคุยกันในที่เงียบกว่านี้ เมื่อตรงนี้ไม่มีคนพลุกพล่าน เมญ่ากอดอดีตหัวหน้างานของเธอทันที “คิดถึงเจ้” “คิดถึงทำไมเงียบหายไปเลย ฉันนึกว่าแกเสียใจหนักโดดตึกตายไปแล้ว” เมญ่ายิ้มขึ้นและส่ายหัว ต่อให้อกหักและเจ็บหัวใจมากแค่ไหน ทำร้ายตัวเองแบบนี้ไม่มีในหัว เธอไม่ทำเด็ดขาด “ย้ายไปทำงานที่ภูเก็ตเลยได้เจอคุณวิน” “บังเอิญมาก ที่สำคัญคุณวินกับเฮียเมฆสนิทกัน” “ทุกอย่างโอเค” เมญ่ากอดคนแก่กว่าอีกครั้ง ต่างก็ถามสารทุกข์สุกดิบกันนานพอสมควร ก่อนที่เมญ่าจะขอตัวไปหาคนรัก โดยมีเจ้เดินไปส่ง ภายในห้องมีเครื่องดื่มและอาหารเตรียมไว้รอ เฮียเมฆและน่านน้ำก็นั่งอยู่ด้วย “มาแล้ว” “พี่ญานั่งเร็ว หนุ่มๆ นินทาใหญ่เลย” “ขี้ฟ้องจังวะน่าน” เมฆาเอ่ยขึ้น ทว่าไม่ใช่การตำหนิ เป็นเพียงการหยอกภรรยาของตนเท่านั้น เมญ่าหย่อนกายลงข้างธาวินได้ ก็โดนกระชับเอวกอดในทันที “หายนานเลย คิดถึง” น้ำเสียงทุ้มแผ่วเบาติดอ้อน เมญ่าได้ยินตาโตเล็กน้อย มองใบหน้าหล่อเหลาแดงซ่านเพราะแอลกอฮอล์ “ญ่าคุยกับเจ้ซูครึ่งชั่วโมง เมาขนาดนี้เลยเหรอ” “ไม่เมา” ว่าแล้วจูบไหล่เนียน ชุดที่เมญ่าใส่เปิดเห็นความขาวผ่องหนึ่งข้าง มือยังเกเรลูบต้นขาขาวไม่เกรงใจคู่ผัวเมียที่มองตากันเลิ่กลั่ก “คุณวิน...น่านกับเฮียก็อยู่” “จูบโชว์เลยดีไหม” ไม่สนใจใครเลยนอกจากผู้หญิงของตน เมฆาที่ยังไม่เมาถึงกับทำตัวไม่ถูก กระนั้นก็นั่งเออออ กอดเมียแก้เขินสายตาตอนเห็นธาวินคลั่งรัก “แต่งวันไหนดีพี่...ป่านจะกลืนกินขนาดนี้” “วันไหนก็ได้ ถ้าญ่าพร้อม” ธาวินยังเกเรลูบต้นขา จูบแก้มทีจูบไหล่ที ยิ่งทำเมญ่าเขินหนักก็ได้แต่ค้อนตาใส่คนเมาอ้อนกันไม่หยุดหย่อน เครื่องบินจากกรุงเทพลงสู่ภาคพื้นสนามบินภูเก็ตในช่วงสาย หลังจากทำธุระที่กรุงเทพเรียบ ธาวินจึงกลับมาทำงาน นั่งเคลียร์เอกสารและงานต่างๆ ที่คั่งค้าง โดยที่เมญ่าไม่ได้ตามติดมาด้วยเพราะอยู่ทำความสะอาดบ้านที่ปิดไว้นานหลายวันจนฝุ่นจับ โต๊ะทำงานยังมีเอกสารกองพะเนินตั้งแต่เช้า กระทั่งพระอาทิตย์ตกดินเขาถึงผงกหัวขึ้นมองนาฬิกา “หกโมงเย็น” เขาทำงานแบบลืมดูเวลา รีบหยิบมือถือ หมายจะโทรหาคนรัก ทว่ามีข้อความแจ้งเตือนค้างบนหน้าจอเกือบครึ่งชั่วโมง ‘ญ่าเดินเล่นรอหน้าโรงแรมนะ ทำงานเสร็จทักมาบอก’ หญิงสาวขับรถหรูมารอชายหนุ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็น แต่เพราะเขาทำงานยังไม่เสร็จ เลยเลือกที่จะไม่กวน นั่งเล่นด้านล่าง คุยกับรัศมีและจุ๊บแจง พอทุกคนแยกย้ายกลับบ้านหลังเลิกงาน ก็ออกมาเดินเล่นหน้าชายหาด บรรยากาศพลบค่ำ พนักงานโรงแรมออกมาจัดโต๊ะอาหารและควงไฟ เมญ่าที่ไม่ได้อยู่ในฐานะพนักงานของเดอะแกรนด์ออคิต เดินเล่นห่างๆ มองผู้คนสวนกันไปมา ล้วนแล้วแต่เป็นนักท่องเที่ยว ลมแรงพัดเส้นผมปลิวจนต้องเสยไปด้านหลังลวกๆ มองทัศนวิสัยที่เลือนรางเพราะความมืดเข้าปกคลุม กระทั่งสว่างด้วยแสงไฟและคบเพลิงเล็กๆ ที่ตั้งประดับเพื่อสร้างบรรยากาศ ลูกค้าของโรงแรมออกมานั่งโต๊ะเพื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำ การแสดงโชว์ควงไฟเริ่มขึ้น เมญ่ายืนมองโดยไม่เอาตัวเองเข้าไปวุ่นวาย ปรบมือให้เมื่อชายร่างสูงควงไฟร้อนระอุสิ้นสุดลงแล้วเปลี่ยนเป็นบุคคลใหม่เข้ามาแทน ภายใต้รอยยิ้มมีแต่ความสบายใจ มองอย่างเพลิดเพลินโดยไม่ทันระวังตัวว่าจะโดนสวมกอดทางกด้านหลัง เมญ่าตกใจเพียงชั่วครู่ก็เห็นว่าเป็นชายคนรัก อยู่ในสภาพเหนื่อยล้า ธาวินสวมเพียงเสื้อเชิ้ตลายริ้วเล็กๆ ไม่มีสูทสีดำตัวโปรด พับแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้าง ผมเผ้าก็เสียทรงเล็กน้อย “งานเสร็จแล้วเหรอ” “ไม่เสร็จก็ต้องลงมา ไม่อยากให้เธอรอนาน” “ญ่าดูควงไฟรอได้” “สักนาทีก็ไม่ให้รอ” ว่าแล้วก็กระชับเอวบางแน่น เกยคางไว้บนไหล่มองไฟกลมๆ สีส้มกำลังหมุนติ้วตรงหน้า เมญ่าหัวเราะพลางมองด้วยสายตาแห่งความสุข พลันนั้นริมฝีปากหนาก็จูบลงแก้มนิ่มโดยไม่อายสายตาคนที่บังเอิญหันมาเจอ “เราแต่งงานกันที่นี่นะ ตรงนี้” “แต่งงาน” “อืม...ถ้าเรามีงานฉัน ฉันอยากจัดที่นี่” “...” เมญ่าไม่ตอบอะไร หันมองดวงตาล้า ทว่าแฝงความรักมองเธอกลับไม่ต่างกัน “อยากแต่งงานกับเธอ” “จริงๆ เหรอ” “อืม...ถ้าเธอพร้อม ฉันพร้อมเนรมิตทุกอย่างตรงหน้าให้เป็นพิธีแต่งงานของเรา” ร่างบางหมุนตัวเข้าหา กระชับเรียวแขนไว้บนต้นคอ พลันนั้นเสียงดนตรีก็ดังขึ้น ฝ่าเท้า 2 คู่ย้ำบนทรายแผ่วเบา เต้นรำในบรรยากาศที่มีผู้คนมากมาย แต่ตรงนี้เหมือนมีแค่กันและกันสองคน “ทำไมญ่าถึงได้พ่ายแพ้ให้คุณได้ขนาด” “เป็นการพ่ายแพ้ที่คุณได้ทั้งตัวและใจผมเลยนะญ่า ผมรักคุณ”“...พ่ายธาวิน” เมญ่าซบหน้าลงอกแกร่ง เปลี่ยนจากกระชับคอเป็นกอดเอวหนา โยกย้ายเต้นรำไปด้วยกัน แม้จะยังไม่มีการขอแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว ทว่าในอนาคต ผู้หญิงที่ธาวินเลือกใช้ชีวิตคู่ก็คือเมญ่าคนเดียวเท่านั้น ขอบคุณความรักนี้ที่ให้กันสมปรารถนา ขอบคุณความพ่ายแพ้ที่ได้ความรักและจริงใจตอบแทนกลับมา เป็นการพ่ายแพ้ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง - จบบริบูรณ์ -20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







