تسجيل الدخولเครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกัน
ธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิม เมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ “เป็นอะไร” “ญ่า...” “ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี” แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาชีพเก่าที่เคยทำ หากมีใครรู้ จะรับกันได้อย่างไร เครื่องบินเริ่มลดระดับ เมญ่าส่องลงไปด้านล่าง เห็นต้นไม้เขียวขจี ท้องนาเป็นสัดส่วน หลังคาบ้านที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งต่ำลงและเตรียมจะลงจอดในไม่ช้า เสียงกัปตันดังขึ้น เครื่องบินเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นภาคของสนามบิน ไม่นานนักล้อใต้ท้องเครื่องก็กางออกมาแล้วเล่นต่อสักพักจนหยุดลง ผู้โดยสารทุกคนถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ยกเว้นเมญ่าที่หัวใจเต้นแรงมากกว่าตอนนั่งทะยานบนฟ้าเสียอีก เธอกำลังกังวล แทบจะเข้าขั้นแพนิกอยู่รอมร่อ “ถึงแล้วค่ะที่รัก” “คุณวิน ญ่ากลัว” หน้าเบ้ขึ้นจะร้องไห้ได้ ธาวินยิ้มปนหัวเราะเล็กน้อย เอ็นดูคนตรงหน้า เมญ่าหญิงสาวผู้มั่นใจหายวับไปกับตาเมื่อมาถึงกรุงเทพ เขาลูบหัวกลมมนเป็นการปลอบและให้หยุดกังวล รอผู้โดยสารคนอื่นลงจากเครื่อง ก่อนที่ตนและคนรักจะจับมือกันลงเป็นคู่สุดท้าย กระเป๋าเดินทางใบใหญ่มีเพียงใบเดียวที่พกมา ข้าวของข้างในส่วนมากเป็นของเมญ่า ส่วนของธาวินมีบางส่วนอยู่บ้านหลังโตอยู่แล้วและหากต้องใช้อะไร ก็แก้ปัญหาด้วยการซื้ออย่างเดียว ด้านหน้าประตูทางออกของผู้โดยสารขาออก จอแจไปด้วยผู้คนมากมาย แต่สิ่งที่สะดุดตาหญิงสาวคือชายหนุ่มอายุราว 30 ปี สวมสูทยืนรอด้านนอก ทันใดนั้นเขารีบตะโกนเมื่อเห็นเธอเดินมากับธาวิน “คุณวิน!!” “ไอ้สอง” “คุณธวัฒน์ส่งผมมารับครับ” ท่าทางดีอกดีใจ ราวไม่ได้เจอกันมานานแรมปี เขาวิ่งเข้ามา คว้ากระเป๋าที่ธาวินเป็นผู้ลากออกมาด้วยความทุลักทุเล ขณะที่เมญ่ามองคนมารับด้วยอาการเขินๆ เพราะทั้งชีวิตไม่เคยมีใครรอรับขึ้นรถนอกจากแท็กซี่ “สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ” เมญ่ารีบรับไหว้ ครั้นอีกฝ่ายยกมือทำความเคารพเธออย่างมีมารยาท อีกทั้งคนของธวัฒน์น่าจะอายุมากกว่าเธอด้วยซ้ำ “รถอยู่ไหน กูอยากกลับบ้านแล้วเนี่ย” “ทางนี้เลยครับคุณวิน...ตามสองมาเลย” ว่าแล้วก็ลากกระเป๋านำหน้าไปอย่างคล่องแคล่ว ข้ามถนนที่มีรถราวิ่งสวนมาเพราะเป็นจุดรับและส่งผู้โดยสารของสนามบิน ธาวินคว้ามือขาวอีกครั้ง มองขวาเพราะเป็นถนนที่วิ่งได้แค่ทางเดียว ไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ ก่อนจะจูงมือแล้วพาเมญ่าข้ามถนนไปยังลานจอดรถที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก หากนับตั้งแต่ย้ายงาน เป็นเวลา 6 เดือนที่เมญ่าไม่ได้มากรุงเทพ ดวงตาสีอ่อนมองวิวทิวทัศน์ในช่วงพลบค่ำ ท้องฟ้าเริ่มมืด บรรยากาศโพล้เพล้ตะวันจะลับขอบฟ้าและแทนด้วยแสงสีในยามราตรี ถนนที่คุ้นเคยเพราะเป็นทางกลับคอนโดเก่า ยิ่งรถเคลื่อนตัวเข้าใกล้ เมญ่าก็ยิ่งขยับก้นนั่งชิดขอบประตู ส่องสายตามองกระทั่งเห็นคอนโดหรูที่เคยอยู่มานานหลายปี มองขึ้นไปชั้นบน ห้องเดิมที่เธอเคยเช่าเปิดไฟสว่างตั้งแต่หัวค่ำ แปลว่ามีคนเข้ามาอยู่แทนเธอแล้ว ความทรงจำเก่าๆ แล่นเข้ามาในหัว มือหนาคว้าหัวไหล่มน บีบเบาๆ เมื่อเห็นเมญ่ายังมองอยู่แบบนั้น กระทั่งเธอหันมาสบตาชายหนุ่ม “ญ่าไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น แค่ยังผูกพันกับคอนโดที่เคยอยู่” ตอนแรกธาวินแอบใจเสีย เพราะกลัวความรู้สึกเก่าๆ ของคนรักจะหวนกลับมา ทว่าไม่เป็นแบบนั้น คอนโดนั้นเปรียบเป็นบ้านหลังที่สองของเธอ เป็นห้องที่หลากหลายความรู้สึก ทุกข์หรือสุขมันก็อยู่ในนั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่มีแวบขึ้นมาเลยสักนิด ธาวินได้ยินเผยยิ้ม โล่งใจกะทันหันครั้นคนรักไม่มีอาการชั่ววูบคิดถึงความหลังครั้งเก่า ก่อนจะนั่งจับมือกันไปในรถ โดยมีสายตาของสองมองผ่านกระจกส่องหลังและแอบยิ้มเขินๆ เพียงลำพัง รถหรูแล่นเข้าสู่รั้วบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่า เปรียบเป็นคฤหาสน์ก็ไม่ปาน โดยรอบประดับประดาไปด้วยโคมไฟสวย สวนถูกจัดแต่งงดงามจนอดไม่ได้จะมองให้เห็นเต็มตา เมญ่าไม่นึกเลยว่าบ้านของชายหนุ่มจะใหญ่โตแบบอลังการเธอรู้ว่าเขารวย แต่ก็ไม่นึกว่าจะรวยมากขนาดนี้ รวยจนน่ากลัว กลัวว่าจะโดนมองจับผู้ชายหวังทางลัด20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







