LOGINเธอพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น พลางขยิบตาให้คนเป็นพี่สาวด้วยท่าทางทะเล้น ก่อนจะหันหลังเดินออกจากตรงนั้น เพื่อไปหาเพื่อนสนิทที่กำลังรออยู่ที่หน้าตึกของคณะ
"อีข้าว!! มึงรู้ไหมว่าเพื่อนแฟนของพี่ฝนหล่อมาก"ปลายฟ้าลากเสียงยาวพลางทำใบหน้าเคลิ้มฝัน"กร้าวใจอีฟ้าสุด ๆ" "เหอะ...ยังไม่ทันได้เรียนสักวิชาเลย มึงก็บ้าผู้ชายซะแล้ว กูล่ะอยากเห็นจริง ๆ ว่าหล่อขนาดไหน ถึงทำให้มึงเห็นแค่ครั้งเดียวก็เป็นบ้าได้ขนาดนี้" "หล่อมาก หล่อแบบสเปคกูอ่ะ หล่อแบบเย็นชา หล่อแบบมีอะไรน่าค้นหา กูอยากจะทำให้เขายิ้มให้กูอ่ะ มึงนึกออกป่ะข้าว" ใบข้าวถอนหายใจออกมา ถ้าไม่ติดว่าคบกันมาตั้งแต่มัธยม เธอคงจะตกใจกับท่าทางของเพื่อนมาก แต่นี่ถึงขนาดรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว รู้ดีว่าถ้าเพื่อนล็อคเป้าขนาดนี้ ผู้ชายคนนั้นคงไม่มีวันพลาดเป้าไปได้ "จะทำอะไรมึงก็คิดดี ๆ นะ ทั้งพี่ชาย ทั้งพี่สาวมึงเรียนอยู่ที่นี่ทั้งนั้น" "คนแบบกู มึงก็รู้ว่ากูแพรวพราวขนาดไหน เทอมหน้าพี่กายก็ต้องไปฝึกงานแล้ว ส่วนพี่ฝนก็ติดแฟน มึงเชื่อกูเถอะว่ากูจัดการได้สบายอยู่แล้ว" "นี่มึงจริงจังเหรอว่ะ มึงเพิ่งเจอหน้าเขาวันนี้วันแรกนะอีฟ้า" "มึงไม่เข้าใจ มึงต้องได้เห็นพี่เขาก่อน กูบอกมึงแล้วว่าเขาคือผู้ชายในฝันของกูเลย ที่กูตามหามานานแสนนาน ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมาเจอเอาในวัยสิบเก้าปี" "เห้ออออ" ใบข้าวถอนหายใจยาว ตอนนี้คงต้องทำใจว่าชีวิตการเรียนปีหนึ่งของเธอคงจะไม่ปกติเหมือนคนอื่น เพราะมีเพื่อนอย่างปลายฟ้า ที่ดันไปถูกตาต้องใจผู้ชายคนหนึ่ง "ไปเรียนคาบแรกก่อนดีกว่า ก่อนที่จะถูกเช็คสาย กูได้ข่าวมาว่าอาจารย์ประจำวิชานี้โคตรโหด ถ้ามึงมัวแต่ยืนนึกถึงหน้าผู้ชายอยู่ กูว่ามึงน่าจะเรียนไม่จบปีหนึ่ง" ตอนเย็น นักศึกษาปีหนึ่งคณะบริหาร ถูกเรียกให้ไปรวมตัวกันที่ใต้อาคารเรียนของคณะ เนื่องจากจะมีการตกลงเรื่องการรับน้อง ซึ่งทั้งใบข้าวและปลายฟ้าที่เพิ่งเรียนเสร็จแบบเวลาเฉียดฉิวที่รุ่นพี่นัด ก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบกันไปที่ใต้อาคาร “กรี๊ดดด ข้าวมึงเห็นไหม พี่ปอร์เช่คนหล่อกูยืนอยู่ด้วย” ปลายฟ้ากรีดร้องมาเบา ๆ ดวงตากลมโตไม่สามารถละสายตาไปจากปอร์เช่ ที่ยืนรวมกลุ่มอยู่กับกลุ่มของรุ่นพี่นักศึกษาได้เลย ถึงแม้ว่าจะไม่มีว่าที่พี่เขยของเธอยืนอยู่ด้วย แต่ทว่าออร่าความหล่อของปอร์เช่นั้นก็ทะลุสายตาของเธอตรงเข้าสู่หัวใจทันที “คนนั้นเหรอ ที่หน้าเหมือนคนไร้อารมณ์อ่ะ ทำอย่างกับใครบังคับให้มายืนอยู่อย่างนั้นแหละ แต่ก็ว่านะ...หล่อจริงอย่างที่มึงว่าจริงด้วย น่าจะหล่อสุดของผู้ชายที่ยืนอยู่แถวนั้นเลย” ใบข้าวอดที่จะชื่นชมปนจิกกัดออกมาไม่ได้ หน้าหล่อก็จริง แต่สีหน้าไม่ให้ ดูเหมือนคนไร้อารมณ์อยู่ตลอดเวลา “คนนั้นแหละ ว่าที่พ่อของลูกกู มึงคอยดูนะถ้าไม่ใช่ผู้ชายคนนี้ กูจะไม่มีวันแต่งงาน” ใบข้าวหันมาส่ายหน้ากับเพื่อนด้วยความระอา เมื่อก่อนตอนเรียนมัธยม เธอก็เห็นปลายฟ้าแอบปลื้มรุ่นพี่คนโน้นคนนี้ไปทั่ว แต่ทว่าก็ไม่เคยได้ยินถึงขั้นอยากจะแต่งงานกับใคร เหมือนรุ่นพี่คนนี้ที่เจอหน้าได้เพียงแค่วันเดียว “หน้าแบบนั้นเหรอ ลองคิดดูสิว่าตอนที่พี่เค้าอยู่กับมึงสองคนน่ะ แล้วเขาทำหน้าแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา มึงจะมีความสุขเหรอว่ะ” “เวลาอยู่กับกู เค้าอาจจะไม่ได้ทำหน้าแบบนั้นก็ได้ ใครจะไปรู้ว่ะ เวลาเค้าคลั่งรักกูมาก ๆ มึงคิดดูดิคนหน้าตาแบบนี้ ถ้าคลั่งรัก กูว่าคลั่งรักสุด น่าจะหนักกว่ากูอีก” ทั้งสองคน ทิ้งตัวลงนั่งในแถวของนักศึกษาคณะเดียวกัน แต่ยังคงพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะปลายฟ้าที่ดวงตากลมโตยังคงทอดมองไปยังร่างสูงเบื้องหน้า ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้หันมาสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย "เอาล่ะคะน้อง ๆ ที่พวกพี่เรียกรวมกันในวันนี้ก็คือจะให้น้อง ๆ จับสายรหัสของตัวเองนะคะ คณะของเราไม่ได้รับน้องเหมือนคณะอื่นนะคะ เราเน้นทำความรู้จักกันระหว่างเพื่อน แล้วก็รุ่นพี่รุ่นน้องมากกว่า อาจจะมีเรียกรวมกันบ้างบางวันเท่านั้นค่ะ เพราะรู้อยู่ว่าขณะนี้เน้นการเรียน ก็มีคัดเลือกดาวเดือนนะคะ เพื่อไปแข่งดาวเดือนมหาลัยเหมือนทุกปี" เสียงหวานของรุ่นพี่ปีสาม พูดผ่านโทรโข่งออกมาเด็กปีหนึ่งทุกคนเงียบเสียงฟังอย่างตั้งใจส่วนปลายฟ้านั้นถึงแม้หูจะฟัง ทว่าดวงตาก็ยังคงมองผู้ชายสีหน้าคนนั้นตลอดเวลา เธอรู้สึกว่าสายตาของเขา มีอะไรดึงดูดเธอบางอย่าง มันไม่ใช่แค่ว่าเขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีหรือเป็นสเปคของเธอ เหมือนอย่างที่เธอบอกใบข้าวเพื่อนสนิท แต่ทว่าครั้งแรกที่เธอเห็นเขา เธอรู้สึกเลยว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรให้เธอน่าค้นหาและท้าทายอยากให้เธอเข้าหา หลังจากจับฉลากพี่รหัสและสายรหัสเรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่ก็ให้โจทย์มาว่าทุกคนจะต้องหาพี่รหัสของตัวเองให้เจอภายในระยะเวลาสองอาทิตย์นี้ ซึ่งคำใบ้ของใบข้าวดูจะไม่ยากเท่าของปลายฟ้า แต่ทว่าเธอก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะคิดว่าพี่สาวของเธอเรียนอยู่คณะนี้และเป็นรุ่นพี่ปี 3 คงจะพอรู้ว่าคำใบ้ในกระดาษของเธอหมายถึงรุ่นพี่คนไหน แค่เธออ้อนนิดอ้อนหน่อยก็น่าจะยอมบอก "มึงโชคดีไปฟ้า ที่มีพี่เรียนอยู่ขณะนี้ ส่วนกูนี่ปวดหัวรอเลย ไม่รู้จะไปหาที่ไหน มึงคิดว่าคำใบ้ว่าชอบเล่นกีต้าร์ นี่มันเป็นความสามารถพิเศษเหรอว่ะ กูเห็นผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้ก็เล่นกีต้าร์ได้ทั้งนั้น" ใบข้าวยังคงบ่นกระปอดกระแปดไปตลอดทางเดิน ที่พวกเธอสองคนเดินออกจากใต้อาคารเรียนตรงไปยังลานจอดรถของคณะ "ไม่ต้องคิดมากนะ ไม่ยากหรอกเชื่อกู มึงคิดว่าคำใบ้ที่เขาเขียนในกระดาษเนี่ย มันต้องเป็นอะไรที่สำคัญจริง ๆ เขาคงไม่เขียนเพราะว่าเล่นกีต้าร์ได้หรอก มึงเชื่อกูว่ามันต้องสำคัญกว่านั้น เขาอาจจะเป็นนักดนตรีของมหาลัยก็ได้ แบบเป็นความสามารถพิเศษอะไรทำนองนั้น" "แต่คณะเรามันเด็กเรียนนะเว้ย ไม่ใช่คณะนิเทศสักหน่อย มีด้วยเหรอว่ะ ใครที่เล่นกีต้าร์เป็นชีวิตจิตใจ แต่มาเรียนบริหาร กูว่าไม่น่าใช่ เขาน่าจะไม่มีความสามารถอะไรเลยมากกว่ามีแค่เล่นกีต้าร์ได้อย่างเดียว" "มีเวลาตั้งสองอาทิตย์ เดี๋ยวกูจะถามพี่ฝนให้ก็ได้ ว่ามีรุ่นพี่คนไหนเล่นกีต้าร์เก่ง ๆ บ้าง เผื่อจะให้เป็นตัวเลือกของมึง กูมั่นใจว่าของมึงไม่ยากหรอก ของกูนี่สิที่ยากกว่ามึง แล้วพี่ฝนก็ไม่รู้จะบอกกูด้วยไหมนะว่ารุ่นพี่คนนั้นเป็นใคร"หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาการแพ้ท้องของปลายฟ้าค่อย ๆ ทุเลาลงในช่วงไตรมาสที่สอง เธอเริ่มทานได้มากขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น แก้มเริ่มป่อง ท้องเริ่มกลมโตอย่างเห็นได้ชัด คนเป็นสามียังคงดูแลเธออย่างใกล้ชิด ทุกครั้งที่เธอเหนื่อย เขาจะนวดหลัง นวดขาให้ หรือแค่นั่งกอดเธอจากด้านหลัง มือลูบไล้ท้องกลมที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงเช้าตรู่ ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดท้องบิดเกร็ง เธอจับมือปอร์เช่แน่น “พี่คะ ฉันปวดท้องค่ะ”เสียงหวานสั่นเครือ เอ่ยปลุกคนเป็นสามี ที่แค่ได้ยินเสียงก็ลุกพรวดทันที ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด แต่พยายามทำใจให้นิ่งเข้าไว้ “เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล อดทนไว้ก่อนนะ” เขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธออย่างรวดเร็ว หยิบข้าวของที่เตรียมเอาไว้สำหรับวันคลอด ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นรถ แล้วขับตรงไปโรงพยาบาลเอกชนที่เธอฝากครรภ์เอาไว้ ระหว่างทาง ปลายฟ้าส่งเสียงครางออกมาตลอดเวลา เธอปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ปวด ๆ หาย ๆ แต่ปวดมากจนต้องกัดฟันแน่น จับมือปอร์เช่จนเล็บจิกเนื้อ “ใจเย็นนะเมีย ใกล้ถึงแล้วนะ” เมื่อถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ตรวจแล้วบอกว่าเธอสามารถคลอดธรรมชาติแบบที่ตั้งใจได้
ร่างเล็กพยักหน้า มือบางลูบไล้ตัวเองอย่างเชื่องช้า“ใช่ค่ะ...ฉันอยากให้พี่มีความสุข” ปอร์เช่ขึ้นคร่อมเธอทันที มือใหญ่จับข้อมือเธอขึ้นเหนือศีรษะ ก้มลงจูบเธอแรง ๆ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวพันกับลิ้นเล็กของเธออย่างหิวกระหาย “เมียสวยเกินไปแล้วว่ะ”เขาครางในลำคอ ขณะที่มืออีกข้างเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขา ขึ้นไปตามต้นขา แล้วสอดเข้าใต้ชุดนอนบางเบา สัมผัสเนินอวบอิ่มที่ชุ่มฉ่ำ “อ๊ะ อื้อ~"เสียงหวานครางแผ่ว ก่อนเขาจะถอดผ้าเช็ดตัวออก เอ็นร้อนแข็งคัดดีดเด้งออกมา เขาจับขาเธอกางออก แล้วสอดใส่เข้าไปลึกสุดด้ามในครั้งเดียว “อ๊าสสส” เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ขยับสะโพกทันที ตามอารมณ์กระสันที่ถูกเธอยั่วยวนจนแตกกระเจิง กระแทกในจังหวะที่ทั้งดิบเถื่อนและรุนแรง ราวกับจะระบายทุกความต้องการที่สะสมมา “เธอเป็นเมียพี่แล้ว เป็นของพี่คนเดียวตลอดไป”เสียงทุ้มพึมพำคำหวานออกมาไม่หยุด ขณะที่สะโพกก็ยังรัวกระหน่ำอย่างเร่าร้อน “ค่ะ ฉันเป็นของพี่ อ๊ะ อ่ะ เสียวมาก”ปลายฟ้าจิกเล็บลงบนแผ่นหลังเขาแน่น ร่างกายเกร็งตามจังหวะกระแทกของเขา ที่เคลื่อนไหวช่วงล่างเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ร่างสูงกระแทกแรงสุดครั
สี่ปีผ่านไป หลังจากพิธีรับปริญญาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ ปลายฟ้าในชุดครุยสีดำยังคงรู้สึกเหมือนฝัน เธอเดินออกมาจากหอประชุม มองเห็นปอร์เช่ยืนรออยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำคันโปรดของเขา ร่างสูงยิ้มกว้างให้เธอ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับและกางเกงยีนส์สบาย ๆ ดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์จนปลายฟ้าต้องหันไปมองบริเวณรอบ ๆ เพราะเริ่มมีผู้หญิงหลายคนหันมองเขา “พร้อมไปฉลองหรือยัง?”เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม ก่อนจะเปิดประตูรถให้เธอ “ไปไหนเหรอคะ?” “ไปพักผ่อนไง ไหนบอกอยากให้พี่พาไปทะเล” ปอร์เช่ตอบ ก่อนจะขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่เกาะของทางใต้ เป็นการขับรถที่ยาวนานกว่าสิบสองชั่วโมง แต่ทว่าเต็มไปด้วยความสุข ปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่ชอบการท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะทะเล ตลอดเวลาที่คบกันมา เราสองคนเที่ยวทะเลกันบ่อยที่สุด ยิ่งหลังจากเขาเรียนจบและเริ่มทำงาน เธอก็มักจะอ้อนให้เขาพาไปบ่อยครั้ง ทั้งสองคนมาถึงภูเก็ตเกือบรุ่งเช้า ก่อนจะนอนพักเอาแรงที่โรงแรมจนถึงตอนเย็น ปลายฟ้าจึงอ้อนให้ปอร์เช่พาเธอไปดูพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากสีครามเป็นโทนอมส้ม ปอร์เช่จอดรถบริเวณลานจอดที่แหลมพรหมเทพ เสียงคลื่นจ
ร่างสูงของปอร์เช่เดินจับมือไปกับร่างเล็กของปลายฟ้าตลอดทางเดินมาจากลานจอดรถที่ประจำ เขาเดินมาส่งเธอถึงโต๊ะที่มีใบข้าวเพื่อนสนิทนั่งรออยู่ ซึ่งทันทีที่ใบข้าวเห็นก็ถึงกับอ้าปากเหวอ ยกมือขึ้นปิดปากอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะเอ่ยแซวออกมาเสียงดัง "อะไรยังไงค่ะเพื่อน เปิดตัวกันแล้วเหรอว่ะ" "เออ..กูมีแฟนแล้วนะ" ใบข้าวเบะปากใส่เพื่อนทันทีด้วยความอิจฉา"นี่มึงขิงกูเหรอว่ะ กูก็คิดไว้แล้วล่ะว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ตั้งแต่คืนนั้นที่ผับ" "พี่ไปเรียนเถอะค่ะ ฉันจะนั่งกับใบข้าวตรงนี้แหละ" เธอหันไปเอ่ยบอกเขาเพราะว่าเขามีเรียนตอนเก้าโมงเช้า ร่างสูงจึงพยักหน้าให้กับเธอและเดินจากไปทันที ปอร์เช่เดินมาที่โต๊ะประจำที่มีธามนั่งรออยู่กับปลายฝน มองจากสายตาก็รู้ว่าสองคนนี้คงมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา "เมื่อวานนายรู้หรือเปล่าว่าน้องฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง" "ฉันจะเข้าไปเองอยู่นะ แต่น้องเธอไม่ให้เข้าไป บอกว่าจะขอโทษทุกคนด้วยตัวเอง" "หลังจากนี้ถ้านายทำน้องสาวฉันเสียใจอีกนะ ฉันจะเอาน้องฉันคืน นายจะไม่มีวันได้แก้ตัวอะไรอีก" ปลายฝนพูดคล้ายข่มขู่ปอร์เช่ ก่อนเธอจะหันไปเอ่ยลาแฟนหนุ่มและเดินไปหาเพื่อนสนิทของเธอ "มึง
ปลายฟ้าก้มหน้า น้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้ง แต่เธอพยักหน้าอย่างยอมรับว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง “จริงค่ะ แต่ไม่ใช่แอบอีกแล้ว” เธอเงยหน้าขึ้น มองสบตาคนเป็นพี่ชายด้วยความสำนึกผิด เธอรู้ว่าที่พี่ชายไม่พอใจ อาจจะคิดว่าเธอยังเด็ก แต่ทว่าที่จริงแล้วเธอมั่นใจว่าตัวเองโตพอที่จะมีความรักได้ “พรุ่งนี้ฟ้าจะเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟังค่ะ รวมถึงพ่อกับแม่ ปู่ย่ายายด้วย” สกายชะงัก มองน้องสาวนานหลายวินาที ก่อนจะถอนหายใจยาว หันไปมองปอร์เช่ด้วยสายตาที่ยังไม่เป็นมิตรนัก “ถ้ามึงทำให้น้องกูเสียใจอีกครั้ง แม้แต่ครั้งเดียว กูไม่ปล่อยมึงแน่ จำไว้” “ผมเข้าใจครับและผมสัญญา ว่าจะไม่ทำร้ายเธออีก” สกายมองน้องสาวอีกครั้ง ที่เขาโมโหขนาดนี้เพราะมองจากสภาพก็รู้ว่าน้องสาวของเขากับผู้ชายคนนี้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว คงไม่ใช่แค่คบกันใส ๆ ทั่วไป "ขึ้นห้องไปได้แล้วแล้วก็เตรียมคำพูดไว้ให้ดี ๆ ล่ะ ฟ้าก็รู้ว่าพ่อเป็นยังไง" สกายหันไปมองปอร์เช่อีกครั้ง“ส่วนมึง กลับไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันให้รู้เรื่อง” “เจอกันพรุ่งนี้นะ”เขาหันมามองปลายฟ้า สายตาอ่อนโยนลงกว่าที่เคยเป็นมา “ค่ะ พี่ขับรถดี ๆ นะคะ” วันต่อมา บ้านหลังใหญ่ของครอ
เธอเอ่ยท้าทายเขาออกไป ดวงตากลมโตมองเขากลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ยังไม่หมดลง "แน่ใจนะ เธออย่าร้องขอชีวิตก็แล้วกัน" มุมปากหนายกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง พลิกตัวเธอให้หันหลัง แล้วดึงเธอให้ลุกตามขึ้นมาด้วยกัน ทั้งคู่ยืนเปลือยเปล่าตรงกลางห้อง ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ร่างสูงยืนอยู่ด้านหลัง โอบเอวเธอแน่น มืออีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปลูบไล้ร่องรักที่ยังคงชุ่มฉ่ำและบวมเป่งจากเมื่อครู่ อีกข้างยกขึ้นบีบอกอวบอิ่มที่ยังมีคราบน้ำรักของเขาเปรอะเปื้อน เขาก้มลงกัดเบา ๆ ที่ติ่งหูเธอ แล้วกระซิบเสียงพร่า “ยืนดี ๆ นะ พี่จะเอาเธอแบบนี้” ปลายฟ้าพยักหน้าขึ้นลง เข้าใจความต้องการของเขาดี มือทั้งสองข้างยกขึ้นเกาะขอบหน้าต่างที่อยู่ตรงหน้าเพื่อทรงตัว ขณะที่ปอร์เช่จับสะโพกเธอให้ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วกดเอ็นร้อนแข็งขืนของตัวเองเข้าไปช้า ๆ จากด้านหลัง “อ๊าสสส พะ พี่”เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีเมื่อส่วนหัวร้อนผ่าวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักที่ตอดรัดแน่น เขาดันเข้าไปจนสุดลำ แล้วหยุดนิ่งให้เธอปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า ถอนออกจนเกือบสุด แล้วกระแทกกลับ
"พี่รักเธอ" ประโยคนั้นเอ่ยออกมาโดยไม่ต้องคิด เป็นคำพูดที่ถึงแม้เธอไม่ถาม เขาก็เต็มใจที่จะพูดอยู่แล้ว ถึงแม้เสียงที่ออกมาจะฟังดูเบาหวิว เพราะความรู้สึกของเขาที่เอ่อล้นออกมา แต่ทว่ากลับหนักแน่นจนหัวใจของปลายฟ้าสั่นสะท้าน เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเล็กน้อย ที่ได้ยินเขาแทนตัวเองว่าพี่เป
ร่างสูงตัวแข็งทื่อ หายใจถี่ขึ้น“เธอเมามากแล้วนะ อย่ามาพูดอะไรแบบนี้” แต่ทว่าเธอไม่ฟัง ยังคงหัวเราะออกมา เหมือนมีเรื่องอะไรถูกใจนักหนา ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ กดจูบมุมปากของเขาแผ่วเบา แล้วกระซิบต่อ “ฉันรู้ว่าพี่ต้องการฉัน พี่อยากกอดฉัน อยากให้เราแนบชิดกันใช่ไหม”ฝ่ามือนุ่มของเธอเลื่อนลงไปลูบไล้แผ
คำพูดนั้นทำให้ปอร์เช่ชะงัก รถแฉลบเล็กน้อยเพราะอารมณ์ของเขาที่เริ่มไม่ปกติ “มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่ง เธอจะคิดอะไรมากนักหนาว่ะ คนเรามันก็ต้องเคยมีอดีตด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่ฉันไม่เคยเป็นอะไรกับมิลลิ เธอก็รู้” “ไม่เคยเป็นอะไรกัน แต่ยังเก็บรูปเอาไว้ในโทรศัพท์ ที่สำคัญยังมีทุกอิริยาบถเลยนะคะ ดูเหมือนพี่ม
วันต่อมา ปอร์เช่ตื่นขึ้นในห้องนั่งเล่น ศีรษะหนักอึ้งจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขากะพริบตาช้า ๆ มองเพดานที่ไม่คุ้นเคยสักพัก ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟา มีผ้าห่มผืนบางคลุมกาย มีกลิ่นหอมที่คุ้นเคยจากตัวเจ้าของห้องติดอยู่ด้วย เขาหันไปมองรอบ ๆ ห้องที่เงียบสงัด สักพักก็เห็นร่างเล็กเดินออกมาจากห้องนอนในช







