LOGINปลายฟ้ามองคำใบ้ในกระดาษของตัวเอง เธอค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะเป็นผู้ชายเหมือนกันกับพี่รหัสของใบข้าวเพราะคำใบ้คือสายรหัสสุดหล่อ
"สายรหัสสุดหล่อของมึงเนี่ย เป็นไปได้ไหมว่ะว่าสายรหัสมึงทุกคนหล่อหมดเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง รุ่นพี่หน้าเย็นชาของมึงก็มีสิทธิ์นะเว้ย ที่จะเป็นสายรหัสของมึงอีฟ้า" ปลายฟ้าทำหน้าตาเคลิ้มฝันเมื่อได้ยินประโยคของเพื่อน เธอลืมไปเสียสนิทว่าเป็นไปได้ ว่าเขาอาจจะเป็นสายรหัสของเธอ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ นี่มันคือพรหมลิขิตชัด ๆ นักศึกษาคณะนี้มีเป็นร้อย แต่เธอดันจับได้สายรหัสเดียวกันกับเขา ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนวันเลี้ยงสายรหัสเธอจะตื่นเต้นขนาดไหน "อีฟ้ามึงหันไปดูทางซ้ายมือของมึงตอนนี้เลย" ใบข้าวสะกิดแขนเพื่อนให้หันไปมองทางด้านซ้ายมือของตัวเองเพราะเธอเห็นรุ่นพี่คนนั้นเดินตรงมาทางลานจอดรถที่พวกเธอยืนพูดคุยกันอยู่พอดี "กรี๊ดดดด ทำยังไงดีว่ะ กูตื่นเต้นมาก มึงว่ากูเข้าไปทำความรู้จักกับพี่เขาดีไหมว่ะ" "เอาสิ...เป็นโอกาสดีนะ ไม่มีใครด้วยตอนนี้ เดี๋ยวกูดูต้นทางให้มึงเอง" "กูรักมึงตรงนี้เพื่อนรักของกู เดี๋ยวที่เรานัดกันวันนี้ว่าจะไปนั่งร้านเหล้า กูจะเลี้ยงมึงเอง เพื่อเป็นการตอบแทนที่มึงทำให้กูได้คุยกับพ่อของลูกกู" ใบข้าวส่ายหน้าออกมา พลางหลุดขำเพื่อนกับคำว่าพ่อของลูก ดูเหมือนผู้ชายคนนี้คงจะไม่รอดพ้นเงื้อมมือของเพื่อนเธอไปได้แล้ว ลองให้ปลายฟ้าต้องการสิ่งไหน เธอไม่เคยเห็นเลยว่าปลายฟ้าจะไม่ได้สิ่งนั้น ร่างเล็กของปลายฟ้าหันหลัง เดินตรงไปหาร่างสูงของปอร์เช่ที่เดินก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์อยู่จนไม่ทันได้สังเกตว่ามีผู้หญิงตัวเล็กมายืนดักหน้าของเขา จนกระทั่งร่างทั้งสองคนชนกัน "โอ๊ยยย!!" ตอนแรกที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาแค่ได้ยินเสียง เขาก็คิดจะขอโทษคนที่เขาชนด้วยความไม่ตั้งใจ แต่ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเป็นน้องสาวของเพื่อนร่วมคณะของเขา เขาก็ชักสีหน้าออกมาทันทีด้วยความไม่พอใจ "พี่จะกลับบ้านแล้วเหรอคะ" "....." "ฉันชื่อปลายฟ้าค่ะ เป็นน้องสาวของพี่ฝน เพื่อนห้องเดียวกับพี่ พอดีว่าตอนนั้นลืมแนะนำตัวค่ะ" "ใครอยากรู้จัก" ประโยคที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจของปอร์เช่ ทำให้ปลายฟ้าถึงกับชะงักไปทันที เธอส่งยิ้มเจื่อนไปให้เขา รู้สึกหน้าชาที่เขาพูดออกมาแบบนี้ จากที่เธอคิดว่าเขาน่าจะผูกมิตรกับใครไม่เป็น กลับกลายเป็นว่าเขาไม่อยากผูกมิตรกับใครมากกว่า แต่ทว่ามันก็ไม่ได้ทำให้เธอหมดความตั้งใจที่จะอยากรู้จักเขา ยิ่งเขาทำแบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกท้าทายมากขึ้นไปอีก อยากจะลองดูว่าผู้ชายที่ทำหน้าเย็นชาและดุได้ขนาดนี้ตลอดเวลา หากเธอค่อย ๆ ละลายพฤติกรรมเขามันจะเกิดอะไรขึ้น "แหม...วันนี้พี่อาจจะไม่อยากรู้จักฉัน แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีนะคะ ว่าต่อไปมันจะยังเป็นแบบนั้นอยู่ อะไรมันก็เปลี่ยนแปลงไปได้ค่ะ" สายตาคมจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอมีใบหน้าที่คล้ายกับปลายฝนอยู่มาก แต่ทว่ารูปร่างเธอดูเล็กมากกว่า และดูจะเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่าปลายฝนพี่สาวของเธอหลายเท่านัก ไม่น่าเชื่อว่าพี่น้องกันแท้ ๆ จะนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหวได้ขนาดนี้ เพราะหากว่าเป็นปลายฝนที่เรียนกับเขามาสามปี เราสองคนยังไม่เคยพูดประโยคยาว ๆ กันขนาดนี้มาก่อน "นั่นมันอาจจะเป็นทฤษฎีของคนอื่น แต่ไม่ใช่ฉัน อย่าเสียเวลากับฉันเลย ฉันไม่อยากรู้จักกับเธอ" "ทำไมคะ? หรือพี่กลัวว่าถ้าฉันเข้ามาวุ่นวายกับพี่เยอะ ๆ แล้วพี่จะใจอ่อนให้ฉันใช่ไหมคะ" ปอร์เช่แสยะยิ้มออกมา เขารู้สึกขำขันคำพูดของผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าเสียเต็มประดา ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะมีความมั่นใจในตัวเองได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมา เคยมีใครบอกเธอหรือเปล่า ว่าเธอกำลังมั่นใจในตัวเองในแบบผิด ๆ อยู่ "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงจะมาทำลายความมั่นใจของฉันที่มีตลอดมาตลอดยี่สิบเอ็ดปีได้ เราเพิ่งเจอกันไม่ถึงวันหนึ่งเลยนะ" "....." "เชื่อไหม? ฉันยังไม่มีความรู้สึกอยากรู้จักเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ต่อให้เธอจะเป็นน้องสาวของเพื่อนคณะเดียวกับฉัน มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะอยากรู้จักเธอหรือเกรงใจเธอ ถ้าเธอเข้ามายุ่งวุ่นวายกับฉันมาก ๆ นอกจากเธอจะไม่ประสบผลสำเร็จในเรื่องที่เธอคิดแล้ว มันอาจจะทำให้เธอไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนอีกเลยก็ได้" "นี่พี่คิดมากไปหรือเปล่าคะ แค่อยากทำความรู้จัก ทำไมพี่ต้องพูดไปไกลถึงขนาดนั้นด้วย" ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้คนตัวเล็กมากขึ้น ท่าทางของเขาดูน่ากลัวขึ้นมาเล็กน้อย มันทำให้คนตรงหน้ารู้สึกใจกระตุก แต่ทว่าก็ยังไม่ขยับถอยหลังหนีเขา เธอยังคงจ้องมองเขาอย่างท้าทาย "ผู้หญิงอย่างเธอ ฉันเห็นมานักต่อนักแล้วนะ เธอไม่ต้องพูดอะไรหรอก คิดว่ามีเธอเป็นคนแรกหรือไง ที่อยากทำความรู้จักกับฉัน แต่ผู้หญิงทุกคนที่เคยเข้ามาก็หายไปจากฉัน ชนิดที่ว่าไม่อยากเข้าใกล้ฉันอีกเลย เธออยากเป็นแบบนั้นหรือเปล่าล่ะ" "ลองดูสิคะ ว่าถ้าฉันวุ่นวายกับพี่มาก ๆ ฉันจะสามารถเอาชนะใจพี่ได้หรือเปล่า ถ้าพี่ไม่กลัวใจตัวเองเสียก่อน แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนึง พี่จะกลัวอะไรขนาดนั้นคะ" "ฉันไม่ได้กลัว แต่ฉันรำคาญเธอเข้าใจไหม ขนาดฉันยังไม่รู้จักเธอดีพอ ฉันยังรำคาญเธอขนาดนี้ ถ้าเรารู้จักกันดีคิดว่าฉันจะรำคาญเธอขนาดไหน" คนตัวสูงพูดจบ ก็ขยับตัวเดินหนีเธอทันทีโดยไม่ได้หันหลังกลับไปมองเลยแม้แต่น้อย เขากดปลดล็อครถ ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ เดินขึ้นไปบนรถของตัวเองและขับออกจากลานจอดด้วยความเร็วสูง "กูว่าอย่าไปยุ่งเลยว่ะ ขนาดกูยืนฟังอยู่ไกล ๆ กูยังโกรธแทนมึง อยากจะเดินเข้ามาต่อยปากพี่เขามากเลย" ใบข้าวเดินเข้ามาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด หลังจากร่างสูงของปอร์เช่เดินจากไป เธอเป็นคนรักเพื่อนมาก แค่ได้ยินว่าเพื่อนถูกอีกฝ่ายต่อว่าขนาดนั้นทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง เธอก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา "แต่กูชอบนะ กูชอบให้พี่เขาเป็นแบบนี้แหละ กูอยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอถึงวันนึงเขาจะยังเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่า"หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาการแพ้ท้องของปลายฟ้าค่อย ๆ ทุเลาลงในช่วงไตรมาสที่สอง เธอเริ่มทานได้มากขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น แก้มเริ่มป่อง ท้องเริ่มกลมโตอย่างเห็นได้ชัด คนเป็นสามียังคงดูแลเธออย่างใกล้ชิด ทุกครั้งที่เธอเหนื่อย เขาจะนวดหลัง นวดขาให้ หรือแค่นั่งกอดเธอจากด้านหลัง มือลูบไล้ท้องกลมที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงเช้าตรู่ ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดท้องบิดเกร็ง เธอจับมือปอร์เช่แน่น “พี่คะ ฉันปวดท้องค่ะ”เสียงหวานสั่นเครือ เอ่ยปลุกคนเป็นสามี ที่แค่ได้ยินเสียงก็ลุกพรวดทันที ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด แต่พยายามทำใจให้นิ่งเข้าไว้ “เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล อดทนไว้ก่อนนะ” เขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธออย่างรวดเร็ว หยิบข้าวของที่เตรียมเอาไว้สำหรับวันคลอด ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นรถ แล้วขับตรงไปโรงพยาบาลเอกชนที่เธอฝากครรภ์เอาไว้ ระหว่างทาง ปลายฟ้าส่งเสียงครางออกมาตลอดเวลา เธอปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ปวด ๆ หาย ๆ แต่ปวดมากจนต้องกัดฟันแน่น จับมือปอร์เช่จนเล็บจิกเนื้อ “ใจเย็นนะเมีย ใกล้ถึงแล้วนะ” เมื่อถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ตรวจแล้วบอกว่าเธอสามารถคลอดธรรมชาติแบบที่ตั้งใจได้
ร่างเล็กพยักหน้า มือบางลูบไล้ตัวเองอย่างเชื่องช้า“ใช่ค่ะ...ฉันอยากให้พี่มีความสุข” ปอร์เช่ขึ้นคร่อมเธอทันที มือใหญ่จับข้อมือเธอขึ้นเหนือศีรษะ ก้มลงจูบเธอแรง ๆ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวพันกับลิ้นเล็กของเธออย่างหิวกระหาย “เมียสวยเกินไปแล้วว่ะ”เขาครางในลำคอ ขณะที่มืออีกข้างเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขา ขึ้นไปตามต้นขา แล้วสอดเข้าใต้ชุดนอนบางเบา สัมผัสเนินอวบอิ่มที่ชุ่มฉ่ำ “อ๊ะ อื้อ~"เสียงหวานครางแผ่ว ก่อนเขาจะถอดผ้าเช็ดตัวออก เอ็นร้อนแข็งคัดดีดเด้งออกมา เขาจับขาเธอกางออก แล้วสอดใส่เข้าไปลึกสุดด้ามในครั้งเดียว “อ๊าสสส” เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ขยับสะโพกทันที ตามอารมณ์กระสันที่ถูกเธอยั่วยวนจนแตกกระเจิง กระแทกในจังหวะที่ทั้งดิบเถื่อนและรุนแรง ราวกับจะระบายทุกความต้องการที่สะสมมา “เธอเป็นเมียพี่แล้ว เป็นของพี่คนเดียวตลอดไป”เสียงทุ้มพึมพำคำหวานออกมาไม่หยุด ขณะที่สะโพกก็ยังรัวกระหน่ำอย่างเร่าร้อน “ค่ะ ฉันเป็นของพี่ อ๊ะ อ่ะ เสียวมาก”ปลายฟ้าจิกเล็บลงบนแผ่นหลังเขาแน่น ร่างกายเกร็งตามจังหวะกระแทกของเขา ที่เคลื่อนไหวช่วงล่างเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ร่างสูงกระแทกแรงสุดครั
สี่ปีผ่านไป หลังจากพิธีรับปริญญาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ ปลายฟ้าในชุดครุยสีดำยังคงรู้สึกเหมือนฝัน เธอเดินออกมาจากหอประชุม มองเห็นปอร์เช่ยืนรออยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำคันโปรดของเขา ร่างสูงยิ้มกว้างให้เธอ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับและกางเกงยีนส์สบาย ๆ ดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์จนปลายฟ้าต้องหันไปมองบริเวณรอบ ๆ เพราะเริ่มมีผู้หญิงหลายคนหันมองเขา “พร้อมไปฉลองหรือยัง?”เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม ก่อนจะเปิดประตูรถให้เธอ “ไปไหนเหรอคะ?” “ไปพักผ่อนไง ไหนบอกอยากให้พี่พาไปทะเล” ปอร์เช่ตอบ ก่อนจะขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่เกาะของทางใต้ เป็นการขับรถที่ยาวนานกว่าสิบสองชั่วโมง แต่ทว่าเต็มไปด้วยความสุข ปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่ชอบการท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะทะเล ตลอดเวลาที่คบกันมา เราสองคนเที่ยวทะเลกันบ่อยที่สุด ยิ่งหลังจากเขาเรียนจบและเริ่มทำงาน เธอก็มักจะอ้อนให้เขาพาไปบ่อยครั้ง ทั้งสองคนมาถึงภูเก็ตเกือบรุ่งเช้า ก่อนจะนอนพักเอาแรงที่โรงแรมจนถึงตอนเย็น ปลายฟ้าจึงอ้อนให้ปอร์เช่พาเธอไปดูพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากสีครามเป็นโทนอมส้ม ปอร์เช่จอดรถบริเวณลานจอดที่แหลมพรหมเทพ เสียงคลื่นจ
ร่างสูงของปอร์เช่เดินจับมือไปกับร่างเล็กของปลายฟ้าตลอดทางเดินมาจากลานจอดรถที่ประจำ เขาเดินมาส่งเธอถึงโต๊ะที่มีใบข้าวเพื่อนสนิทนั่งรออยู่ ซึ่งทันทีที่ใบข้าวเห็นก็ถึงกับอ้าปากเหวอ ยกมือขึ้นปิดปากอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะเอ่ยแซวออกมาเสียงดัง "อะไรยังไงค่ะเพื่อน เปิดตัวกันแล้วเหรอว่ะ" "เออ..กูมีแฟนแล้วนะ" ใบข้าวเบะปากใส่เพื่อนทันทีด้วยความอิจฉา"นี่มึงขิงกูเหรอว่ะ กูก็คิดไว้แล้วล่ะว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ตั้งแต่คืนนั้นที่ผับ" "พี่ไปเรียนเถอะค่ะ ฉันจะนั่งกับใบข้าวตรงนี้แหละ" เธอหันไปเอ่ยบอกเขาเพราะว่าเขามีเรียนตอนเก้าโมงเช้า ร่างสูงจึงพยักหน้าให้กับเธอและเดินจากไปทันที ปอร์เช่เดินมาที่โต๊ะประจำที่มีธามนั่งรออยู่กับปลายฝน มองจากสายตาก็รู้ว่าสองคนนี้คงมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา "เมื่อวานนายรู้หรือเปล่าว่าน้องฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง" "ฉันจะเข้าไปเองอยู่นะ แต่น้องเธอไม่ให้เข้าไป บอกว่าจะขอโทษทุกคนด้วยตัวเอง" "หลังจากนี้ถ้านายทำน้องสาวฉันเสียใจอีกนะ ฉันจะเอาน้องฉันคืน นายจะไม่มีวันได้แก้ตัวอะไรอีก" ปลายฝนพูดคล้ายข่มขู่ปอร์เช่ ก่อนเธอจะหันไปเอ่ยลาแฟนหนุ่มและเดินไปหาเพื่อนสนิทของเธอ "มึง
ปลายฟ้าก้มหน้า น้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้ง แต่เธอพยักหน้าอย่างยอมรับว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง “จริงค่ะ แต่ไม่ใช่แอบอีกแล้ว” เธอเงยหน้าขึ้น มองสบตาคนเป็นพี่ชายด้วยความสำนึกผิด เธอรู้ว่าที่พี่ชายไม่พอใจ อาจจะคิดว่าเธอยังเด็ก แต่ทว่าที่จริงแล้วเธอมั่นใจว่าตัวเองโตพอที่จะมีความรักได้ “พรุ่งนี้ฟ้าจะเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟังค่ะ รวมถึงพ่อกับแม่ ปู่ย่ายายด้วย” สกายชะงัก มองน้องสาวนานหลายวินาที ก่อนจะถอนหายใจยาว หันไปมองปอร์เช่ด้วยสายตาที่ยังไม่เป็นมิตรนัก “ถ้ามึงทำให้น้องกูเสียใจอีกครั้ง แม้แต่ครั้งเดียว กูไม่ปล่อยมึงแน่ จำไว้” “ผมเข้าใจครับและผมสัญญา ว่าจะไม่ทำร้ายเธออีก” สกายมองน้องสาวอีกครั้ง ที่เขาโมโหขนาดนี้เพราะมองจากสภาพก็รู้ว่าน้องสาวของเขากับผู้ชายคนนี้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว คงไม่ใช่แค่คบกันใส ๆ ทั่วไป "ขึ้นห้องไปได้แล้วแล้วก็เตรียมคำพูดไว้ให้ดี ๆ ล่ะ ฟ้าก็รู้ว่าพ่อเป็นยังไง" สกายหันไปมองปอร์เช่อีกครั้ง“ส่วนมึง กลับไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันให้รู้เรื่อง” “เจอกันพรุ่งนี้นะ”เขาหันมามองปลายฟ้า สายตาอ่อนโยนลงกว่าที่เคยเป็นมา “ค่ะ พี่ขับรถดี ๆ นะคะ” วันต่อมา บ้านหลังใหญ่ของครอ
เธอเอ่ยท้าทายเขาออกไป ดวงตากลมโตมองเขากลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ยังไม่หมดลง "แน่ใจนะ เธออย่าร้องขอชีวิตก็แล้วกัน" มุมปากหนายกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง พลิกตัวเธอให้หันหลัง แล้วดึงเธอให้ลุกตามขึ้นมาด้วยกัน ทั้งคู่ยืนเปลือยเปล่าตรงกลางห้อง ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ร่างสูงยืนอยู่ด้านหลัง โอบเอวเธอแน่น มืออีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปลูบไล้ร่องรักที่ยังคงชุ่มฉ่ำและบวมเป่งจากเมื่อครู่ อีกข้างยกขึ้นบีบอกอวบอิ่มที่ยังมีคราบน้ำรักของเขาเปรอะเปื้อน เขาก้มลงกัดเบา ๆ ที่ติ่งหูเธอ แล้วกระซิบเสียงพร่า “ยืนดี ๆ นะ พี่จะเอาเธอแบบนี้” ปลายฟ้าพยักหน้าขึ้นลง เข้าใจความต้องการของเขาดี มือทั้งสองข้างยกขึ้นเกาะขอบหน้าต่างที่อยู่ตรงหน้าเพื่อทรงตัว ขณะที่ปอร์เช่จับสะโพกเธอให้ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วกดเอ็นร้อนแข็งขืนของตัวเองเข้าไปช้า ๆ จากด้านหลัง “อ๊าสสส พะ พี่”เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีเมื่อส่วนหัวร้อนผ่าวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักที่ตอดรัดแน่น เขาดันเข้าไปจนสุดลำ แล้วหยุดนิ่งให้เธอปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า ถอนออกจนเกือบสุด แล้วกระแทกกลับ







