Share

พ่ายรักบุปผาพิษ
พ่ายรักบุปผาพิษ
Author: แซมมี่ซี

บทที่ 1

last update Petsa ng paglalathala: 2025-04-03 11:28:36

“เด็กใหม่?”

“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”

“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”

“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”

“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”

“เจ้า!!!”

…

....

“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา

“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี

“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”

“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”

“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วครับ”

“อาจู … ปู่ให้เจ้าอยู่ที่นี่ เพื่อตัวเจ้า และเพื่อตระกูลเฟิงของเรา คนพวกนั้นไม่มีทางปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เจ้าคือความหวังของพวกเราตระกูลเฟิงที่จะแก้แค้นให้พ่อของเจ้า จำคำพูดปู่ไว้นะอาจู แก้แค้น แก้แค้นตระกูลแต้ แต้เถียน คือคนฆ่าพ่อแม่ของเจ้า จำไว้ อาจู แค้นสังหารบิดามารดา หากทำไม่สำเร็จเจ้าจะตายไม่ได้ เจ้าต้องแก้แค้น ทำลายตระกูลแต้ เหยียบย่ำความพินาศของพวกมันเพื่อยืนหยัดนำพาตระกูลเฟิงให้มั่นคง” น้ำเสียงหนักแน่นเจือความเศร้าของผู้นำตระกูลเฟิงในตอนนี้ ทำให้ตระหนักถึงสถานการณ์อันหนักอึ้งของตระกูลเฟิง ที่ขาดผู้สืบทอดหลัก อนาคตหม่นแสงจนต้องฝากความหวังไว้ที่เด็กหญิงตัวเล็กถึงเพียงนั้น

ลูกหลานของเฟิงหม่าจูถูกลอบสังหารตั้งแต่สองปีก่อน ลูกชายทั้งสาม เฟิงซือเฉิน เฟิงซือฉือ เฟิงซือโฮ่ว  หลานชายบ้านหลัก เฟิงหรู เฟิงหรง เฟิงรุ่ย หลานสาวบ้านรอง เฟิงซือฮวา เฟิงซือหลิน หลานสาวบ้านสามเฟิงซืออ้าย ถูกฆ่าตายทั้งหมด เหลือเพียงหลานสาวบ้านรอง เฟิงซือจู และหลานชาย บ้านสาม เฟิงซือเป่า

เฟิงซือจูและเฟิงซือเป่าถูกเลี้ยงไว้ที่คฤหาสน์ส่วนตัวของตระกูลทางเหนือและทางตะวันออก แต่ละวันผ่านไปด้วยความยากลำบาก ตื่นเช้าฝึกวรยุทธ ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู ฝึกใช้มีด ฝึกการต่อสู้ทุกศาตร์ทุกแขนง ตกบ่ายเรียนเรื่องสมุนไพร ยาพิษ และการฝังเข็ม ตกดึกเรียนเรื่องธุรกิจการบริหารจวบจนผ่านไป 8 ปี แตกฉานเรื่องต่างๆ จึงติดตามอาจารย์เซียวเข้าไปลองให้ชีวิตบนภูเขา ชีวิตบนภูเขาไม่ง่าย ฝึกหาแหล่งน้ำ ฆ่าสัตว์หาอาหาร เอาตัวรอดยามหิว ยามเหนื่อย ยามง่วงนอน สำหรับเด็กอายุ 12 ล้วนเป็นโจทย์ที่ยากจะผ่านไปได้ แต่ละวันถูกเคี่ยวกร่ำ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งแผลจากกิ่งไม้ แมลงและสัตว์ร้าย ความอ่อนเพลีย อ่อนล้าจากร่างกาย พลาดกินพืชที่มีพิษ พลาดทิ้งร่องรอยไว้ให้สัตว์ร้ายตามติดหมายให้เฟิงซือจูกลายเป็นอาหาร ประสบการณ์1ปีบนภูเขากับอาจารย์เซียวยากจะลืมเลือน

“คุณปู่” “นายท่าน”

เสียงเรียกที่ดังขึ้นพร้อมกันทั้งของอาจารย์และลูกศิษย์ทำให้เฟิงหม่าจูหลุดออกจากพวัง นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้มาที่นี่ เพราะภาระที่หนักอึ้ง แบกตระกูลเฟิงขึ้นไว้บนบ่าพยายามพาร่างชราให้เดินได้ไกลที่สุดเพื่อทายาทที่เหลืออยู่ทั้งสอง หากเขาล้ม หลานทั้งสองจะขาดที่พึ่งสุดท้าย ทรัพย์สมบัติของตระกูลจะต้องถูกไอ้พวกคนแซ่แต้ใช้อุบายยึดทุกอย่างไป ชีวิตชราของเขา เขาไม่เสียดาย แต่หลานทั้งสองจะถูกเหยียบย่ำไม่ได้ หลานทั้งสองต่างได้รับความรู้ของทุกศาสตร์ทุกแขนง ในวันหน้าเมื่อเกิดอะไรขึ้นหลานทั้งสองของเขาจะต้องเอาตัวรอด จะต้องไม่ถูกใครสังหารทิ้งอย่างง่ายดายเป็นผักปลาอีกแล้ว

“อาจู เป็นอย่างไรบ้าง บนเขาเป็นอย่างไร รีบมาเล่าให้ปู่ฟัง” เสียงอบอุ่นเจือความเอ็นดูทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าของ “อาจู” มีแรงเล่าเรื่องบนเขาให้คุณปู่ฟัง เสียงก้องกังวาล ลำดับเรื่องราว ท่าทางที่ใครๆต่างเห็นแล้วให้ความเอ็นดู ช่างเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเด็กหญิงที่กำลังโตคนนี้จริงๆ

หลังจากเฟิงหม่าจูออกจากคฤหาสน์ไปได้ไม่กี่วัน ครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งก็เข้ามารับเฟิงซือจู ที่แท้ เฟิงหม่าจูมาเพื่อบอกให้เฟิงซือจูเริ่มแก้แค้น

“ได้เวลาแล้วสินะ ท่านพ่อ ท่านแม่ ฮวาเจี่ย หลินเจี่ย ข้าจะแก้แค้นแทนพวกท่าน และเอาของที่ควรจะเป็นของพวกเรากลับมาให้หมด”

ตระกูลเฟิงและตระกูลแต้ เป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจอาหารมาสี่รุ่น ธุรกิจเติบโต แรกเริ่มทั้งสองตระกูลเปิดฟาร์มไก่ส่งขายตามร้านค้าต่างๆ รวมถึงเปิดขายปลีกหน้าฟาร์มทั้งไข่และไก่จากวันละร้อยตัวขึ้นเป็นวันละพันวันละหมื่นจวบจนถึงวันละแสนตัวจึงปรึกษากันขยายฟาร์มรองรับใบสั่งซื้อที่มากขึ้น พื้นที่หลายพันหลายหมื่นไร่ได้ถูกกว้านซื้อ สิ่งก่อนสร้างผุดขึ้นไวเหมือนเสกสร้าง กิจการขยายใหญ่ไปถึงฟาร์มหมู ฟาร์มโค สินค้าแปรรูป ของสด ของแห้ง ส่งขายปลีก ขายส่งทั้งในและนอกประเทศ ดีลภัตคาร ร้านอาหารมากมาย ทั้งสองตระกูลมีความสัมพันธ์อันดีช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาจนถึงรุ่นสาม ทายาทรุ่นสามของตระกูลแต้ มีเพียงแต้เถียน แต้เถียนและเฟิงหม่าจูมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เรียกได้ว่าเติบโตขึ้นมาพร้อมกัน แต่เนื่องด้วยแต้เถียนเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของตระกูลแต้จึงมีนิสัยเอาแต่ใจ สำมะเลเทเมา แพ้ไม่ได้ ลงไม่เป็น ถือตนเองเป็นใหญ่ และ ติดการพนัน เมื่อนานวันเข้าลักษณะนิสัยที่เข้ากันไม่ได้ของแต้เถียนและเฟิงหม่าจูจึงทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองเหลือเพียงหุ้นส่วนธุรกิจ

แต้เถียนมีภรรยาสามคน อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่ภรรยาทั้งสามไม่ได้ปรองดองกันนัก บ้านร้อนดั่งไฟทำให้แต้เถียนไม่ค่อยกลับบ้าน กินนอนในคาสิโน นานวันเข้ามีแต่เสียไม่มีได้ เงินหมื่นล้านก็ไม่พอให้ล้างผลาญ หน้ามืดเทขายหุ้นในมือจนหมด รู้ตัวอีกทีบริษัทที่บรรพบุรุษร่วมสร้างก็หลุดมือออกไปไม่มีวันกลับจึงเกิดอุบายหวังสมบัติตระกูลเฟิง ส่งมือสังหารหวังฆ่าล้างตระกูลแล้วส่งลูกของตนไปเป็นลูกบุญธรรมของเฟิงหม่าจู ความคิดยังไม่ทันสำเร็จ เฟิงหม่าจูก็รู้ตัวส่งมือสังหารอีกกลุ่มให้ไปช่วยคนในตระกูล เสียดายช้าไปเพียงก้าว เหลือเพียงลมหายใจของเฟิงซือจู และ เฟิงซือเป่า

สังหารมือสังหารของตระกูลแต้ทั้งหมดหลักฐานเพียงพอเอาผิดแต้เถียน แต่หลักฐานทั้งหมดกลับหายไปในขั้นตอนสุดท้าย อีกทั้งยังถูกตั้งข้อหาแจ้งความเท็จ อายัดทรัพย์สินบางส่วน ชื่อเสียงกระทบธุรกิจ ถูกเฝ้าจากเจ้าหน้าที่อย่างลับๆและอย่างโจ่งแจ้งทำให้กระดิกตัวลำบาก ที่น่าเจ็บใจคือหุ้นของเฟิงซือจือทั้งหมด ถูกขายให้ แต้เลี่ยงจิน ลูกชายเพียงคนเดียวของแต้เถียนกับจางเหว่ย ภรรยาลำดับสองบุตรีของนายตำรวจใหญ่ ในราคา 1 หยวน

แต้เลี่ยงจินรับนิสัยเด่นจากแต้เถียนและจางเหว่ยมาอย่างสมบูรณ์แบบ หนึ่งบุรุษสองภรรยา บ้านลับนับไม่ถ้วน หาไม่ได้แต่ใช้มาก หน้าใหญ่ใจใหญ่ มือเติบ และด้วยชีวิตเติบโตมากับมารดาที่เป็นบุตรีตำรวจใหญ่ทำให้ไม่เกรงกลัวใคร ใช้อำนาจก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน

เมื่อเป็นแค้นสังหารลูกหลาน ก็สมควรแก้แค้นด้วยสิ่งเดียวกัน เป้าหมายแรกคือ ลูกชายฝาแฝดของแต้เลี่ยนจินกับภรรยารองลี่ลี่ แต้เลี่ยงหรงและแต้เลี่ยงรุ่ย เด็กทั้งสองอายุเท่าเฟิงซือจู กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

เฟิงซือจูที่ถูกครอบครัวเสิ่นรับไปเข้าเรียนที่เดียวกับแต้เลี่ยงหรงและแต้เลี่ยงรุ่ย ด้วยชื่อเสิ่นเว่ย เพียง 7 วัน แต้เลี่ยงหรงอาหารเป็นพิษเฉียบพลันตายคาโรงอาหาร แต้เลี่ยงรุ่ยรีบวิ่งไปแจ้งข่าวพลาดตกบันไดเลือดคั่งในสมองถูกส่งตัวและหมดลมที่โรงพยาบาล

งานศพผ่านไปไม่นาน แต้หลินเยว่ภรรยาเอกของแต้เลี่ยงจินรับบุตรีบุญธรรมนามเสิ่นเว่ย เสิ่นเว่ยอยู่รับใช้ใกล้ชิด เป็นเด็กดีว่าง่าย รวมถึงออกอุบายดึงรั้งแต้เลี่ยงจินให้แต้หลินเยว่ โยกย้ายเงินทองทรัพย์สินของลี่ลี่ภรรยารอง เข้ามาที่แต้หลินเยว่รวมถึงหุ้นที่โกงมาจาก เฟิงซือฉือ ทำให้แต้หลินเยว่รักและเอ็นดูเสิ่นเว่ยจากใจจริง ด้วยต้องการมีบุตรชายให้เป็นผู้สืบเชื้อสายตระกูล แต้เลี่ยงจินจึงสรรหายาดีมาดื่มบำรุง เสิ่นเว่ยรับหน้าที่สรรหายาดีใช้เงินไปมากมายบำรุงอยู่ถึงสองปีไม่มีบุตรแต่กลับเป็นบุรุษไร้สมถภาพ ซ้ำตรวจพบว่าตนเป็นหมัน ด้วยตรอมใจบวกกับยาบำรุงของเสิ่นเว่ยครึ่งปีหลังจากนั้นแต้เลี่ยงจินก็ได้แค่นอนอยู่บนเตียงขยับได้เพียงลูกตาสองข้าง

เมื่อแต้เถียนมาเยี่ยมลูกชายกลับถูกสะใภ้รอง ลี่ลี่วางยาพิษในน้ำชา เมื่อตำรวจไปถึงพบศพของแต้เถียนนอนอยู่บนพื้น ลี่ลี่ที่นั่งอยู่ข้างศพอย่างเหม่อลอย พูดจาวกไปวนมาจับใจความไม่ได้ จึงลงความเห็นว่าเกิดจากความกดดันต่างๆรวมถึงตั้งแต่สูญเสียลูกชายฝาแฝดไปเมื่อสองปีก่อนทำให้เกิดอาการทางจิตไม่สามารถเข้ารับการไตร่สวนตามกระบวนการและถูกส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวช

หลังจากนั้นสามเดือน ลู่เอิน จางเหว่ย และหลีน่า ภรรยาทั้งสามของแต้เถียนถูกจับขณะลักลอบขนยาเสพติดหนีออกนอกประเทศ ลู่เอินและหลีน่าถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต จางเว่ยใช้เส้นสายขอประกันตัวเพื่อสู้คดีและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยัดเงินจำนวนมากเพื่อปิดคดีขณะเดินทางกลับจากศาลกลับหายตัวลึกลับไร้ร่องรอย ครอบครัวออกตามหานานกว่าสามเดือนจนมาเจอศพที่ถูกถลกหนัง แล่เนื้อ เลาะเส้นเลือด ตัดเส้นเอ็น ถูกแขวนไว้กลางภูเขา พื้นด้านล่างศพเต็มไปด้วยสมุนไพรหลายชนิดที่มีสรรพคุณไล่สัตว์ร้าย กลบกลิ่นเลือด เหมือนตั้งใจเก็บสภาพศพที่ถูกทรมานนี้ไว้ให้เป็นของขวัญทางสายตาแก่ใครบางคน

หลินเยว่ สะใภ้เพียงคนเดียวของตระกูลเย่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกใช้ชีวิหรูหราได้เพียงไม่ถึงเดือนถูกพบหมดสติภายในบ้าน หลังเข้าโรงพยาบาลกลายเป็นเจ้าหญิงนินทรา

เสิ่นเว่ย ทายาทโดยชอบธรรมเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ได้เซ็นยินยอมถอดเครื่องช่วยหายใจของหลินเยว่และขายทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลแต้ให้เฟิงซือจูและเฟิงซือเป่าในราคาหนึ่งหยวน

ในปีเดียวกัน ตระกูลเฟิงได้เปิดตัวทายาทรุ่นที่ห้า เฟิงซือเป่าในวัยยี่สิบปีและเฟิงซือจูในวัยสิบหกปี

เฟิงซือเป่าในวัยยี่สิบปีเข้ารับช่วงต่อบริษัทจากเฟิงหม่าจู

เฟิงซือเป่าในวัยยี่สิบห้าปี แต่งงานกับเจียงเล่อปาทายาทสายการบินเอกชนแห่งหนึ่ง

เฟิงซือเป่าในวัยยี่สิบเจ็ดปีมีทายาทคนแรก

เฟิงซือเป่าในวัยสามสิบปี เป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ขยายธุรกิจร้านค้าปลีก ร่วมเซ็นสัญญากับสายการบินของเล่อปาเพื่อขยายธุรกิจอาหารกึ่งสำเร็จรูปพร้อมทานบนเครื่องบิน รวมทั้งเพิ่มธุรกิจขนส่งสินค้าผ่านสายการบินใต้ความร่วมมือของตระกูลเจียงฝั่งภรรยา

เฟิงซือเป่าวัยสามสิบสามปี มีครอบครัวที่อบอุ่น ลูกชายสามคน ลูกสาวหนึ่งคน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเจริญรุ่งเรื่อง.. ตลอดไป

เฟิงซือจูในวัยสิบหกปีเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ตะวันตกด้วยการสอบเทียบ และจบการศึกษาในวัยยี่สิบเอ็ดปี ศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางออร์โธปิดิกส์(เป็นสาขาเฉพาะทางหนึ่งของศัลยศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆของร่างกาย) และจบการศึกษาในวัยยี่สิบสามปี

เฟิงซือจูในวัยยี่สิบสามศึกษาต่อแพทย์แผนจีนระยะสั้น

เฟิงซือจูในวัยยี่สิบห้าปีเข้าทำงานที่โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศในแผนกศัลยศาสตร์

เฟิงซือจูในวัยยี่สิบเจ็ดปี ขึ้นเป็นฝ่ายผู้บริหารโรงพยาบาล ผลักดันการรักษาควบคู่ระหว่างแพทย์แผนตะวันตกกับแพทย์แผนจีน

เฟิงซือจูในวัยสามสิบปี ทิ้งชื่อเสียงไว้ข้างหลัง พกเพียงเงินทองออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก

“ทุกพื้นที่ พื้นถิ่น ต้องย่ำถึง แม้โน้มตัว ก็ต้องไปถึงที่ ศึกษาชีวิตด้วยวิถี ศึกษาวิถีด้วยอาหาร อาหารคือสิ่งสะท้อนชีวิตขอแต่ละพื้นถิ่นเป็นอย่างดี ลองชิม ลองชม ลองสัมผัส ลองจำ ลองทำ ลองพัฒนา ทั้งหมดที่กล่าวคือวิถี”

เฟิงซือจูในวัยสามสิบสามปี เสียชีวิต …

แซมมี่ซี

นักอ่านสามารถอ่านนิยายเรื่องพ่ายรักบุปผาพิษได้ในแอพ fictionlog ในราคาที่ถูกกว่าค่ะ

| 1
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   183

    ฮูหยินผู้เฒ่าหยางที่ได้ยินว่าผู้ครองแคว้นเสด็จก็ทิ้งเรื่องรบกวนจิตใจลุกขึ้นเดินนำเหล่าหญิงสาวมายังโถงกลางเพื่อเข้าเฝ้าผู้ครองแคว้นคนใหม่อย่างหน้าชื่นตาบาน ดูเอาเถอะ แม้แต่งานแต่งของเหล่าองค์ชาย ผู้ครองแคว้นยังไม่ไปเสียด้วยซ้ำ แต่กับตระกูลหยางของนางได้รับเกียรตินี้ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลหยางของนางจริงๆ“ถวายบังคม ฝ่ายบาท!!”“ลุกขึ้น ลุกขึ้น ทำตัวกันตามสบายเถอะ ท่านปู่หยาง ท่านย่าหยาง ลุกขึ้นๆ วันนี้ข้าเพียงนำของขวัญมามอบให้เท่านั้น แต่เห็นทีว่าข้าจะมาช้าไปเสียหน่อยจึงไม่ได้เจอเจ้าสาวของท่านแม่ทัพหยางเสียแล้ว”“เป็นกระหม่อมจัดงานเร็วเกินไปเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่คิดว่าการเดินทางจะเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก”“เช่นนั้นเอาไว้ว่างๆก็พาฮูหยินของเจ้าไปพูดคุยกับพระชายาของข้าในวังแล้วกัน” ผู้ครองแคว้นที่มาถึงงานช้าได้แต่เสียดายที่ไม่ได้เจอซูเจินจูด้วยตนเอง นึกย้อนไปแล้วยังคิดเสียดายหากไม่เข้าใจผิดว่าแม่นางเฟยอวี่คือดวู๋เยี่ยฮวาและรู้ว่าผู้ที่นามดวู๋เยี่ยฮวาคือคุณหนูซู เขาคงรีบรับตัวนางเข้าไปเป็นสนมของเขาเสียตั้งนานแล้ว แต่ช่างเถอะนางแต่งให้แม่ทัพหยางก็ยังเป็นของเขาอยู่ดี ดีเสียอีกที่หากวันนึงนางเกิดผิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   182

    ขณะเดียวกัน งานเลี้ยงในจวนตระกูลหยางก็ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยู่ในโถงกลางสำหรับบุรุษ และอีกฝั่งสำหรับสตรีคือฝั่งศาลาในสวนเหล่าบุรุษล้วนเคารพนายท่านผู้เฒ่าหยางในฐานะทายาทของสหายร่วมรบและก่อตั้งแคว้นหนานของผู้ครองแคว้นคนแรก ร่วมถึงการช่วยเหลือให้ผู้ครองแคว้นคนปัจจุบันขึ้นครองแคว้นได้ยิ่งทำให้ขุนนางมากมายไม่กล้ามองข้ามอำนาจของตระกูลหยางสุราคารวะที่นอกเหนือจากคารวะนายท่านผู้เฒ่าหยางยังถูกยกคารวะเจ้าบ่าวไม่ขาดสาย การสนทนาของเหล่าบุรุษหนีไม่พ้นเรื่องบ้านเมืองและแนะนำบุตรชายที่ติดตามมาด้วยเพื่อฝากฝังทำความรู้จักไว้เป็นเส้นสายในภายภาคหน้าสิ่งที่ดูแปลกขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็นคือบางคนกลับสนใจชุดของหยางหย่งเจิ้งจนได้รู้ว่าต่อไปผ้าชนิดนี้จะมีขายที่ร้านผ้าซูเตี้ยนที่เป็นตระกูลเดิมของเจ้าสาวที่มาของเจ้าสาวที่เป็นเพียงบุตรีของฮูหยินรองอีกทั้งบ้านเดิมเป็นเพียงตระกูลการค้าไม่ถูกพูดถึงในคราแรกอันนับว่าเป็นการให้เกียรติแก่ตระกูลหยางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อเป็นตระกูลการค้าที่ค้าขายผ้าชื่อดังอีกทั้งยังมีสัญญาค้าขายกับวังหลวงย่อมแตกต่างออกไป หยางหย่งเจิ้งที่รู้ตื้นลึกหนาบางย่อมไม่ต้องการให

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   181

    ยามเมื่อขบวนเจ้าสาวเดินทางมาถึงหน้าจวนตระกูลหยาง เสียงโห่ร้องต้องรับและเสียงประทัดก็ดังขึ้น หยางหย่งเจิ้งรีบลงจากม้ามาประคองซูเจินจูที่ยังสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ลงจากเกี้ยวชุดผ้าไหมหยกสีแดงสดทับด้วยชุดไหมโปร่งลายเป็ดยวนยางที่ปักด้วยไหมบ่มกลิ่นหอมหมื่นลี้ปรากฏแก่สายตาหญิงสาวที่ติดตามขบวนเจ้าสาวมาอย่างชัดเจน เสียงชื่นชมความงามของชุดเจ้าสาวทำให้สี่เสวี่ยที่เพิ่งลงจากรถม้ายิ้มไม่หุบ ประตูหน้าจวนมีกองไฟหนึ่งกองสำหรับให้เจ้าสาวก้าวผ่าน กองไฟที่ว่าเป็นเพียงก้อนถ่านว่าวางเรียงเอาไว้ให้เจ้าสาวก้าวผ่านถือเป็นการก้าวผ่านสิ่งอัปมงคลต่างๆก่อนเข้าจวนสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนที่ติดตามมารับหน้าที่แจงเงินพวงแปดสิบแปดอีแปะแก่บ่าวไพร่ที่มายืนรอต้อนรับรวมไปถึงทหารที่ยืนอยู่บริเวณรอบจวนด้วยจวนตระกูลหยางเป็นเรือนขนาดใหญ่ ยามที่ซูเจินจูเดินผ่านประตูจวนเข้ามาแล้ว กองไฟจะถูกเก็บออกเพื่อให้ขบวนรถม้าได้นำสินเดิมและสินสอดของบ่าวสาวเข้าเรือนการอวดสินสอดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตระกูลพ่อค้าเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหยางมีคำสั่งให้วางเรียนสินสอดและสินเดิมเอาไว้ที่ลานหินของจวนตระกูลหยาง หนึ่งคือแสดงให้ขุนนางชั้นสูงที่มาไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   180

    ฮูหยินรองมี่ซิ่นเดินมายังเรือนของซูเจินจูด้วยความร้อนใจจนร้องไห้ออกมา นี่มันอะไรกัน งานแต่งงานที่ไหนกันที่เจ้าสาวไม่ได้สวมชุดเจ้าสาว ตระกูลหยางอะไรกันเหตุใดจึงรังแกบุตรสาวนางเช่นนี้แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่นางคิด ซูเจินจูที่แต่งชุดเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยยืนอยู่กลางห้อง มี่ซิ่นมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าใช่บุตรสาวของนางจริงหรือไม่ ความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงที่บุตรสาวของนางไม่เคยมีกลับสะท้อนออกมาจากทั้งใบหน้าและแววตา หรือเทพองค์ใดให้พรความกล้าหาญแก่อาจูมาเป็นการแลกเปลี่ยนที่นางเสียสละตนเองออกไปทำการค้าแลกกับที่ยืนในบ้านตระกูลซูของมารดากัน“อาจู ข้านึกว่าตระกูลหยางยังไม่ส่งชุดแต่งงานมาให้เจ้าเสียอีก”“ท่านเลยเดินร้องไห้เข้ามาหาข้าหรือเจ้าคะ ท่านแม่ ชุดแต่งงานจากตระกูลหยางยังมาไม่ถึงเจ้าค่ะ ชุดนี้สี่เสวี่ยเป็นคนตัดเย็บให้ข้า ข้าเห็นว่าหากรอชุดนานไปกว่านี้คงทำให้เสียฤกษ์ได้ตระกูลหยางเองก็คงคิดแบบเดียวกัน ในเมื่อฤกษ์ยามสำคัญข้าจึงใส่ชุดนี้แทนเจ้าค่ะ”“ดีแล้วอาจู เจ้าทำถูกแล้ว ฤกษ์ยามมงคลล้วนสำคัญมาก เสี่ยวเหลียนเอาผ้าแดงกับเครื่อ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   179

    เมื่อถึงวันงานเสียงคนงานในบ้านซูลุกขึ้นมาจัดเตรียมงานกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฮูหยินรองมี่ซิ่นส่งอู๋เหมยมาปลุกสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนให้พาซูเจินจูลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพียงไม่นานหลังจากนั้นฮูหยินรองมี่ซิ่นก็เดินเข้าเรือนของซูเจินจูมาพร้อมหญิงสาววัยกลางคนหนึ่งคน“อาจู ข้าพาสี่เหนียงมาหวีผมให้เจ้า พวกเจ้าแกะผมอาจูออกเดี๋ยวนี วันสำคัญให้พวกเจ้าหวีกันเองได้รึ แกะออกให้หมดเชียว”สี่เหนียงที่ฮูหยินรองมี่ซิ่นพามาคือสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีวาสนาครบ อันได้แก่ในบ้านพ่อแม่ยังอยู่ สามีภรรยารักใคร่ มีทั้งลูกชายลูกสาว พี่น้องปรองดองกลมเกลียวโดยให้นางมาเป็นผู้กวาดเกี้ยว จุดธูปในเกี้ยวและวางกระจกในเกี้ยวสำหรับฮูหยินรองมี่ซิ่นที่ต้องเป็นผู้เกล้าผมให้บุตรสาวกลับไม่ได้มีหน้าตามากพอที่จะเป็นเกียรติให้แก่ตระกูลหยางได้ อย่างน้อยตำแหน่งฮูหยินรองอันต้อยต่ำนี้ก็ได้แต่หลีกทางให้สี่เหนียงผู้มีวาสนาพร้อมเกล้าผมให้ซูเจินจูด้วยหวังเพียงให้บุตรสาวได้กลายเป็นผู้มีวาสนาพร้อมเฉกเช่นเดียวกันกับสี่เหนียงเท่านั้นเมื่อเกล้าผมเสร็จสิ้น ฮูหยินรองมี่ซิ่นก็พาสี่เหนียงออกจากห้องไปเพราะซูเจินจูจำเป็นต้องรอชุดแต่งงานจากตระกูลซูดัง

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   178

    ข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่งที่จะลืมไม่ได้คือเรื่องเกี่ยวกับฮูหยินผู้เฒ่าหยางและร้านตัดเย็บชุดแต่งงานของคุณหนู“เถ้าแก่เนี้ย พวกเราจะใช้ผ้าพวกนี้ตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพหยางจริงๆหรือเจ้าคะ ข้าว่ามันจะเสียชื่อร้านของท่านเสียเปล่าๆ”“จะให้ข้าขัดคำสั่งฮูหยินผู้เฒ่าหรืออย่างไรเล่า ไม่ใช่แค่ฮูหยินผู้เฒ่านะแม้แต่คุณหนูรองลี่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย”“คุณหนูลี่ผู้นี้ไม่ใช่ว่าถูกจับไปสอบสวนเรื่องกบฏด้วยหรือเจ้าคะ”“ใช่ที่ไหน คนที่ถูกจับไปคือคุณหนูสามลี่รุ่ยเซียงที่ให้ที่หลบซ่อนแก่พระชายาขององค์ชายหกต่างหาก”“หากเป็นชาวบ้านอย่างเราๆ ให้ที่หลบหนีนักโทษกบฏคงไม่พ้นโทษตาย นี่ไม่เพียงรอดชีวิตแม้แต่โทษสักนิดยังไม่มีนะเจ้าคะ”“เพราะเช่นนั้น เจ้ายังจะให้ข้าขัดคำสั่งพวกนางอีกรึ เอาเถอะถึงผ้าจะหยาบแต่เย็บให้ดีเสียหน่อยก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างคุณหนูสี่ซูก็มาจากในอำเภออีกทั้งตระกูลของนางยังเป็นแค่ตระกูลการค้าถึงนางจะไม่พอใจก็คงไม่กล้าพูดอะไรหรอก”“คงไม่กล้าไม่พอใจเสียด้วยซ้ำเจ้าค่ะ ได้แต่งเข้าตระกูลหยางก็เป็นวาสนาของนางแล้ว หากกล้าไม่พอใจจนท่านแม่ทัพหยางระอานางเองนั่นแหละที่จะถูกทิ้งไว้เป็นเพียงไม้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 11

    ซูเจินจูที่คุยกับฮูหยินรองจนหมดแรงเดินกลับมาที่เรือนก็เห็นว่าสี่เสวี่ยเตรียมข้าวของไว้เรียบร้อยแล้ว และยังไม่ลืมที่จะเตรียมเบาะรองนั่งอย่างดีไว้ให้นางถึงสี่ใบ&nb

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 10

    เมื่อไปถึงหมู่บ้านจั๋วมู่ ซูเจินจูพาหัวหน้าหมู่บ้านจั๋วมู่กับชาวบ้านอีกสามคนขึ้นไปดูต้นไม้ที่นางต้องการ“กลิ่นดอกไม้ที่เราได้กลิ่นกันมาจากต้นไม้พวกนี้หรือ” หลังจากที่มาถึงที่ กลิ่นหอมอบอวนทำให้ชาวบ้านแปลกใจ ใจนึงก็คิดว

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วัน

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และต

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status