Share

บทที่ 2

last update Petsa ng paglalathala: 2025-04-03 11:28:42

โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..

ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?

ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้ง

จวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ้าโว้ย! เจ้าของที่นี่คงใช้ความพยายามไม่น้อยเลยสินะที่ย้ายเฟอร์นิเจอร์จีนแท้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่ได้

เอ่อ .. แล้วชุดนี้นี่มันยังไงนะ ต้องคลั่งพีเรียดจีนขนาดไหนถึงได้จัดคอสตูมแปลกประหลาดนี้ให้คนป่วยอย่างเธอใส่กัน

“มีใครอยู่ไหมคะ?” เฟิ่งซือจู เอ่ยถามขณะเปิดประตูออกไปข้างนอก แม้แต่พื้นก็ยังเป็นหินประตูก็ยังทำขื่อทำคานเหมือนบ้านทรงจีนโบราณไม่มีผิด เห้อ ไม่รู้ว่านางนอนอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ยังไงซะก็รีบตอบแทนน้ำใจแล้วย้ายตัวเองไปโรงพยาบาลตรวจร่างกายสักหน่อยดีกว่า ตกมาจากเครื่องบินแบบนั้น รอดมาได้ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ชัดๆ

“คุณหนูสี่ คุณหนูสี่ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”

“อ๊ะ สี่เสวี่ย” สี่เสวี่ย นี่ฉันรู้จักคนคนนี้ด้วยเหรอ นี่มันอะไรกัน

“คุณหนู บ่าวจะไปตามฮูหยินรองนะเจ้าคะ” เสียงร้องทักด้วยความดีใจของหญิงสาวตรงหน้ากลับทำให้เฟิงซื่อจูรู้สึกปวดหัวขึ้นมากระทันหัน

“โอ้ยย!!” เสียงร้องสั้นๆของเฟิงซือจูทำให้สี่เสวี่ยชะงักเท้าหันกลับมารีบผยุงนางให้กลับมานอนที่เตียง ปากเรียกคุณหนูตะกุกตะกัก ด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะวิ่งออกไปพลางตะโกนให้ตามหมอ เมื่อสิ้นเสียงของสี่เสวี่ย ความทรงจำขุมหนึ่งได้แล่นเข้ามาในหัวของเฟิงซือจูอย่างกระทันหัน การรับข้อมูลมากมายทำให้นางสับสนอยู่เป็นเวลานาน จวนจนหมอที่เข้ามาดูอาการจากไปแล้วนางยังทำใจรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี่ไม่ได้

นี่มันเรื่องอะไรกัน นางจำได้ว่านางคือเฟิงซือจู แต่ความทรงจำอีกก้อนนึงที่ผุดขึ้นมา นางกลายเป็นคุณหนูสี่ตระกูลซู ซูเจินจู ตระกูลซู ตระกูลพ่อค้า ค้าผ้าและหนังสัตว์ เริ่มตั้งตัวได้หลังจากที่ท่านปู่และท่านพ่อของร่างนี้มาบุกเบิกเปิดร้านค้าผ้าที่แถบชายแดน

ก่อนหน้านี้ด้วยรับมอบหมายจากบิดาให้ผูกสัมพันธ์ฮูหยินหลินแห่งจวนนายอำเภอเหอ นางจึงได้นำผ้าของที่ร้านไปส่งให้ฮูหยินเลือกถึงที่จวนนายอำเภอ ในเวลานั้นลูกชายนายอำเภอ หลินเฮงฉวน กำลังจิบชา ต่อกลอน ท่องกวีอยู่กับเหล่าสหายบัณฑิตอยู่ที่ศาลาในสวน หลินเฮงฉวนเป็นชายหนุ่มรูปงามวัยสิบเจ็ดปี เป็นที่หมายปองของสตรีแทบทั้งอำเภอ คิ้วกระบี่ ตาอินทรีย์ จมูกโด่งรับริมฝีปากบาง ผิวขาวราวสตรี ท่วงท่า กริยาเหมาะสมกับที่ถูกอบรมมาในจวนเจ้าเมือง ดูเข้มแข็งแต่ก็อ่อนน้อมอยู่ในทีใครเห็นก็เป็นเป็นอันสะดุดตา ยิ่งอยู่รวมกับเหล่าบัณฑิตยิ่งทำให้น่ามอง ซูเจินจูหรือจะสู้ประกายอันเจิดจ้าของเหล่าบัณฑิตไหว ยืนเหม่อลอยจนไม่ทันสังเกตว่าหลินเฮงฉวนเข้ามาใกล้ รู้สึกตัวอีกทีก็กอดหลินเฮงฉวนตกลงไปในสระน้ำข้างศาลานั่นเอง การถูกเนื้อต้องตัวกันของบุรุษสตรีเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสียเกียรติทั้งบุรุษสตรี หากไม่เกิดการรับผิดชอบขึ้น บุรุษถือว่าไร้ความรับผิดชอบส่งผลต่อการเข้ารับตำแหน่งขุนนาง สตรีถือว่ามีมลทินมิอาจแต่งออกให้ผู้ใดอีก

ตระกูลหลินมีหรือจะอยากตบแต่งซูเจินจูที่เป็นเพียงบุตรีอนุตระกูลพ่อค้า สุดมือเอื้อมมิอาจเอื้ออาทร เพราะไม่อาจให้ลูกชายเพียงคนเดียวรับอนุก่อนการตบแต่งภริยาเอกได้ ไมตรีเดียวจากจวนนายอำเภอคือรับนางไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียง

ซูเจินจูเองก็เป็นเพียงลูกอนุ ถึงแม้คนในเรือนจะเรียกแม่ของนางว่าฮูหยินรอง แต่ความแตกต่างนั้นนางเองก็เห็นเต็มตาและสัมผัสได้มาตลอดระยะเวลาสิบสามปี ให้เข้าจวนในฐานะอนุยังต้องคิดแล้วคิดอีกไม่ต้องพูดถึงว่าไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงนางจะขัดขืนถึงเพียงไหน

บิดาของซูเจินจู ซูเป่า แต่เดิมคิดใช้ลูกสาวไต่เต้าเพิ่มความสนิทสนมกับจวนนายอำเภอ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการให้เจินจูเป็นเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็คิดอุบายวัยปักปิ่น หวังให้หลินเฮงฉวนยกขบวนหมั้น รออีกสองปีค่อยปล่อยลูกสาวเข้าจวน สองปีเพียงพอที่จะใช้ชื่อเสียงจวนนายอำเภอสร้างชื่อเสียงเงินทองแก่ตระกูลซู แต่คิดไม่ถึงว่า นายอำเภอหลินอู่ช่างเคี้ยวยาก ส่งพ่อบ้านมาแจ้งว่า เมื่อซูเจินจูอายุสิบห้าเมื่อใด ค่อยเก็บเสื้อผ้าเดินด้วยเท้าของตนเองเข้าจวนนายอำเภอ

ปากใดจะยื่นยาวเท่าปากคน ถูกเนื้อต้องตัวบุรุษอีกทั้งตัวยังเปียกน้ำจนรูปร่างอรชรปรากฏแก่สายตาเหล่าบัณฑิต ไม่ต้องให้คนนอกนินทาตัวนางเองก็รู้ว่าน่าอดสูเพียงใด เข้าจวนนายอำเภอก็เป็นเพียงสาวใช้อุ่นเตียงมีหรือจะหนีพ้นคำนินทากับสายตาเหยียดหยาม นางกอดความอดสูทั้งหมดพุ่งชนเสาหวังเพียงหยุดเสียงกร่นด่า สาปแช่ง และคำพูดถากถางทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้..

ร่างของซูเจินจูฟื้นขึ้นมาสามวันแล้ว แต่ละวันที่ผ่านไปซูเจินจูเพียงกินและนอนไม่ออกจากห้อง

“อาจู เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าอย่าทำให้แม่เป็นห่วงถึงเพียงนี้ เมื่อหายดีแล้วเจ้าก็เข้าไปร้านผ้าหน่อยเถอะ เจ้าไม่เข้าไปนานๆแม่ไม่วางใจ” น้ำเสียงของมี่ซิ่นเจือความลำบากใจ นางมีเจินจูเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ฐานะภรรยารองที่ไม่มั่นคงรวมกับการที่นางไม่สามารถคลอดบุตรชายให้ตระกูลซูได้ นางไม่ไว้ใจให้ลูกสาวหยุดงานที่ร้านนานๆ

เมื่อเห็นว่าซูเจินจูยังคงนั่งเงียบๆฟังนาง มี่ซิ่นก็เกลี้ยกล่อมต่อทันที

“อาจู เชื่อแม่เถอะ เป็นสาวใช้อุ่นเตียง อย่างไรเสียก็เป็นเตียงบุตรชายนายอำเภอ ถึงทุกวันไม่ได้นอนร่วมห้องแต่อย่างน้อยก็ได้อยู่ข้างห้อง ข้าวของเครื่องใช้ก็เป็นข้าวของที่จวนนายอำเภอใช้ อยู่ดี กินดี ได้ร่วมชายคาคุณชายหลิน ผู้หญิงทั้งเมืองจะมีใครไม่อิจฉาเจ้า วันหนึ่งเมื่อเจ้าคลอดบุตรชายตัวอ้วนๆได้ ฐานะของเจ้าก็จะมั่นคงขึ้นเอง อาศัยที่ตอนนี้คุณชายหลินยังไม่แต่งภรรยาเอก เจ้ารีบรวบรัด มีทายาทคนแรกให้ตระกูลหลิน อีกหน่อยคุณชายหลินแต่งฮูหยินก็ยังต้องเห็นแก่หน้าลูกของเจ้า”

“..”

“อาจู มองไปทั่วหล้า จะหาคนที่ดีพร้อมอย่างคุณชายหลินก็คงไม่มีอีกแล้ว ชายหนุ่มที่รูปโฉมงดงาม การกระทำไม่ด่างพร้อย เกิดมาก็ใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทอง ข้ารับใช้บริวารเต็มจวน เส้นสายรึก็มากมาย ต่อไปสอบเคอจวี่ก็จะได้เป็นขุนนางสร้างชื่อเสียงวงศ์ตระกูล หากเจ้าไม่รีบปีนขึ้นเตียงเขาตอนนี้ แม่เองก็ไม่เห็นว่าเตียงของคุณชายหลินจะว่างให้เจ้าปีนอีกตอนไหน”

“ท่านออกไปเถอะ ข้าจะพักผ่อน” เสียงของซูเจินจูเต็มไปด้วยความเย็นชา ห่างเหินจนมี่ซิ่นแปลกใจ ลูกของนางแต่ไหนแต่ไรก็เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังนางทุกเรื่อง ไฉนพอมาถึงเรื่องคู่ครองถึงได้คิดสั้นแถมยังเย็นชากับนางถึงเพียงนี้

‘เฮงซวย!! ตรรกะพังๆนี่มันอะไรกัน ร่างกายนี้เพิ่งอายุสิบสามก็จะให้นางไปปีนเตียง ไปคลอดลูก เห็นนางเป็นหมูรึไง แม้แต่หมูยังมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้เลย’

แต่จะให้กินๆนอนๆอยู่เฉยๆแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ดี ไม่สู้ไปหาทางหนีทีไล่ข้างนอกก่อนดีกว่า หากที่นี่อยู่ไม่ได้ ก็ออกเดินทางไปอยู่ที่อื่น ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวต่อจากชาติที่แล้วละกัน

แต่เอ๊ะ ถ้าหากวิญญาณกลับคืนร่างเดิมได้ล่ะ!!!

เฟิงซือจูล้มตัวลงนอน รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนหน้า นางต้องกลับไปได้แน่ๆ ขอเพียงนอนหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็จะได้กลับไปยังชีวิตเดิมของนาง...

.

..

สองวันถัดมา...

“เจินจูเอ๋อร์ เจ้าหลับอยู่หรือไม่ คุณชายหลินเฮงฉวนมาหาเจ้า” เสียงหวานของสตรีเจือความเขินอายดังขึ้นในยามซื่อ

“น้องพี่ หากตื่นแล้วก็รีบผลัดชุดเถอะ ข้ากับคุณชายหลินจะไปรอเจ้าที่ศาลาในสวน”

“....” เหอะ ยามซื่อ แต่ถามว่าหลับอยู่หรือไม่ คนบ้านนี้คิดว่าข้าเป็นหมูจริงๆสินะ

นี่ก็วันที่ห้าแล้ว ดูท่าว่านางจะกลับไปยังชาติที่แล้วไม่ได้อีก หลายวันที่ผ่านมา เฟิงซือจูหวังเพียงว่าเมื่อตื่นมาอีกครั้ง นางจะจากที่นี่ไป แต่รอแล้วรอเล่า วิญญาณของนางก็ยังติดแหง่กอยู่ในร่างกายนี้ ยิ่งคิดขึ้นมาได้ว่าชาติก่อนนางตายเพราะตกจากเครื่องบินลงมาในมหาสมุทรต่อให้วิญญาณนางออกจากร่างนี้ได้ก็คงไม่มีร่างกายไหนให้กลับได้อีก นางเลิกคิดที่จะออกจากร่างนี้แล้ว เลือกที่จะใช้ชีวิตผ่านร่างกายนี้ของซูเจินจูดีกว่ากลายเป็นผีเร่ร่อน

“คุณชายหลิน นี่คือชาฟู่โช่ว ท่านอาของข้าเพิ่งได้มาจากชนเผ่าทางตะวันออก ลองชิมดูนะเจ้าคะ” เสียงอ่อนหวานเจือความเขินอายนี้ช่างเป็นเอกลักษณ์นัก ไม่รู้ว่าจะมีบุรุษใดได้ฟังแล้วเมินผ่านไปได้

“รสชาติเจือจาง แต่กลิ่นช่วยผ่อนคลาย นับเป็นชาดี”

“เป็นเพียงชาทั่วไป แค่เพียงแปลกใหม่เท่านั้น หนี่ว์เออร์ขายหน้าคุณชายแล้ว” ซูหนี่ว์ส่งยิ้มเอียงอาย พลางบิดผ้าเช็ดหน้าในมือน้อยๆ ดูน่ารักสมวัยเด็กสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงรัก เมื่อช้อนตาขึ้นมาพบกับรอยยิ้มที่หลินเฮงฉวนส่งมาให้หัวใจของซู่หนี่ว์ก็เต้นไม่เป็นจังหวะ น่าเสียดายเหลือเกินที่คนที่ไปส่งผ้าวันนั้นไม่ใช่นาง ไม่ใช่นั้น ด้วยฐานะของนางคงแต่งเข้าจวนผู้ว่าได้อย่างสง่าผ่าเผยเป็นแน่

ซูหนี่ย์ คุณหนูใหญ่ตระกูลซู บุตรสาวของซูเป่าที่เกิดจากภรรยาเอกเหมยหลิน แต่เดิมนางก็เกลียดซูเจินจินที่มีรูปโฉมงดงามกว่าตนและยังได้รับความไว้ใจจากบิดาให้เข้าไปทำงานที่ร้านผ้าซูเตี้ยน แม้แต่ผู้ชายที่ตนหมายปองก็ยังถูกนังแพศยานั่นวางอุบายบังคับให้คุณชายหลินต้องรับเข้าจวน ปีนี้นางอายุสิบหกแล้ว เป็นช่วงวัยที่สมควรออกเรือนแล้ว หากนางยังชักช้ากว่านี้คงได้ได้เป็นสาวแก่ขึ้นคานเป็นแน่ แต่นางหมายมั่นไว้ตั้งแต่เจอคุณชายหลินครั้งแรกเมื่อสามปีก่อนแล้วว่าจะแต่งให้คุณชายหลินเท่านั้น ฮูหยินซูก็เห็นดีเห็นงาม อย่างไรเสีย ทั้งอำเภอนี้ก็มีเพียงคุณชายหลินเท่านั้นที่คู่ควรกับซูหนี่ย์

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ คุณหนูสี่ให้มาเรียนว่า นางไม่สบาย ไม่พร้อมรับแขก เชิญคุณชายหลินกลับไปก่อนเจ้าค่ะ”

“เหลวไหล เมื่อวานก็ยังดีๆอยู่ จะมาแง่งอนใส่คุณชายเป็นเด็กเล็กๆได้ซะที่ไหน เจ้าลองไปตามนางอีกสักครั้งเถอะ บอกนางให้ออกมาต้องรับคุณชายหลิน อย่าทำตัวเป็นสตรีไม่รู้ความให้อับอายคุณชายเลย” ยังไงซะ แค่คำพูดตำหนิเพียงเล็กน้อยนี่ก็พอทำให้คุณชายหลินคิดได้แล้วว่าไม่ควรรับนางแพศยานั่งเข้าจวน คิดจะแย่งผู้ชายกับข้า ฝันไปเถอะนังตัวดี

“ไม่เป็นไร หากนางป่วยก็ให้นางพักเถอะ ข้าฝากเจ้าบอกนางว่า ข้า หลินเฮงฉวน เป็นลูกผู้ชาย กล้าทำ กล้ารับ หากนางเห็นว่าตำแหน่งสาวใช้อุ่นเตียงของข้าไม่เหมาะสม ข้าเองก็จนใจ เพียงแต่ให้นางคิดด้วยว่าการกระทำของนางไม่เหมาะสมยิ่งกว่า หากนางคิดได้แล้ว ให้นางแจ้งไปที่จวนนายอำเภอ ข้าจะส่งเกี้ยวสี่คนหาบมารับนางเข้าจวน หากนางยังไม่รู้ความคิดฆ่าตัวตายทำลายชื่อเสียงข้า เห็นทีที่นี่คงมีร้านผ้าจากเมืองหลวงมาเปิดเพิ่มแต่ร้านจะมีจำนวนมากสักเท่าไร ข้าเองก็คงบอกล่วงหน้าไม่ได้!!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   183

    ฮูหยินผู้เฒ่าหยางที่ได้ยินว่าผู้ครองแคว้นเสด็จก็ทิ้งเรื่องรบกวนจิตใจลุกขึ้นเดินนำเหล่าหญิงสาวมายังโถงกลางเพื่อเข้าเฝ้าผู้ครองแคว้นคนใหม่อย่างหน้าชื่นตาบาน ดูเอาเถอะ แม้แต่งานแต่งของเหล่าองค์ชาย ผู้ครองแคว้นยังไม่ไปเสียด้วยซ้ำ แต่กับตระกูลหยางของนางได้รับเกียรตินี้ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลหยางของนางจริงๆ“ถวายบังคม ฝ่ายบาท!!”“ลุกขึ้น ลุกขึ้น ทำตัวกันตามสบายเถอะ ท่านปู่หยาง ท่านย่าหยาง ลุกขึ้นๆ วันนี้ข้าเพียงนำของขวัญมามอบให้เท่านั้น แต่เห็นทีว่าข้าจะมาช้าไปเสียหน่อยจึงไม่ได้เจอเจ้าสาวของท่านแม่ทัพหยางเสียแล้ว”“เป็นกระหม่อมจัดงานเร็วเกินไปเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่คิดว่าการเดินทางจะเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก”“เช่นนั้นเอาไว้ว่างๆก็พาฮูหยินของเจ้าไปพูดคุยกับพระชายาของข้าในวังแล้วกัน” ผู้ครองแคว้นที่มาถึงงานช้าได้แต่เสียดายที่ไม่ได้เจอซูเจินจูด้วยตนเอง นึกย้อนไปแล้วยังคิดเสียดายหากไม่เข้าใจผิดว่าแม่นางเฟยอวี่คือดวู๋เยี่ยฮวาและรู้ว่าผู้ที่นามดวู๋เยี่ยฮวาคือคุณหนูซู เขาคงรีบรับตัวนางเข้าไปเป็นสนมของเขาเสียตั้งนานแล้ว แต่ช่างเถอะนางแต่งให้แม่ทัพหยางก็ยังเป็นของเขาอยู่ดี ดีเสียอีกที่หากวันนึงนางเกิดผิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   182

    ขณะเดียวกัน งานเลี้ยงในจวนตระกูลหยางก็ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยู่ในโถงกลางสำหรับบุรุษ และอีกฝั่งสำหรับสตรีคือฝั่งศาลาในสวนเหล่าบุรุษล้วนเคารพนายท่านผู้เฒ่าหยางในฐานะทายาทของสหายร่วมรบและก่อตั้งแคว้นหนานของผู้ครองแคว้นคนแรก ร่วมถึงการช่วยเหลือให้ผู้ครองแคว้นคนปัจจุบันขึ้นครองแคว้นได้ยิ่งทำให้ขุนนางมากมายไม่กล้ามองข้ามอำนาจของตระกูลหยางสุราคารวะที่นอกเหนือจากคารวะนายท่านผู้เฒ่าหยางยังถูกยกคารวะเจ้าบ่าวไม่ขาดสาย การสนทนาของเหล่าบุรุษหนีไม่พ้นเรื่องบ้านเมืองและแนะนำบุตรชายที่ติดตามมาด้วยเพื่อฝากฝังทำความรู้จักไว้เป็นเส้นสายในภายภาคหน้าสิ่งที่ดูแปลกขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็นคือบางคนกลับสนใจชุดของหยางหย่งเจิ้งจนได้รู้ว่าต่อไปผ้าชนิดนี้จะมีขายที่ร้านผ้าซูเตี้ยนที่เป็นตระกูลเดิมของเจ้าสาวที่มาของเจ้าสาวที่เป็นเพียงบุตรีของฮูหยินรองอีกทั้งบ้านเดิมเป็นเพียงตระกูลการค้าไม่ถูกพูดถึงในคราแรกอันนับว่าเป็นการให้เกียรติแก่ตระกูลหยางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อเป็นตระกูลการค้าที่ค้าขายผ้าชื่อดังอีกทั้งยังมีสัญญาค้าขายกับวังหลวงย่อมแตกต่างออกไป หยางหย่งเจิ้งที่รู้ตื้นลึกหนาบางย่อมไม่ต้องการให

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   181

    ยามเมื่อขบวนเจ้าสาวเดินทางมาถึงหน้าจวนตระกูลหยาง เสียงโห่ร้องต้องรับและเสียงประทัดก็ดังขึ้น หยางหย่งเจิ้งรีบลงจากม้ามาประคองซูเจินจูที่ยังสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ลงจากเกี้ยวชุดผ้าไหมหยกสีแดงสดทับด้วยชุดไหมโปร่งลายเป็ดยวนยางที่ปักด้วยไหมบ่มกลิ่นหอมหมื่นลี้ปรากฏแก่สายตาหญิงสาวที่ติดตามขบวนเจ้าสาวมาอย่างชัดเจน เสียงชื่นชมความงามของชุดเจ้าสาวทำให้สี่เสวี่ยที่เพิ่งลงจากรถม้ายิ้มไม่หุบ ประตูหน้าจวนมีกองไฟหนึ่งกองสำหรับให้เจ้าสาวก้าวผ่าน กองไฟที่ว่าเป็นเพียงก้อนถ่านว่าวางเรียงเอาไว้ให้เจ้าสาวก้าวผ่านถือเป็นการก้าวผ่านสิ่งอัปมงคลต่างๆก่อนเข้าจวนสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนที่ติดตามมารับหน้าที่แจงเงินพวงแปดสิบแปดอีแปะแก่บ่าวไพร่ที่มายืนรอต้อนรับรวมไปถึงทหารที่ยืนอยู่บริเวณรอบจวนด้วยจวนตระกูลหยางเป็นเรือนขนาดใหญ่ ยามที่ซูเจินจูเดินผ่านประตูจวนเข้ามาแล้ว กองไฟจะถูกเก็บออกเพื่อให้ขบวนรถม้าได้นำสินเดิมและสินสอดของบ่าวสาวเข้าเรือนการอวดสินสอดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตระกูลพ่อค้าเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหยางมีคำสั่งให้วางเรียนสินสอดและสินเดิมเอาไว้ที่ลานหินของจวนตระกูลหยาง หนึ่งคือแสดงให้ขุนนางชั้นสูงที่มาไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   180

    ฮูหยินรองมี่ซิ่นเดินมายังเรือนของซูเจินจูด้วยความร้อนใจจนร้องไห้ออกมา นี่มันอะไรกัน งานแต่งงานที่ไหนกันที่เจ้าสาวไม่ได้สวมชุดเจ้าสาว ตระกูลหยางอะไรกันเหตุใดจึงรังแกบุตรสาวนางเช่นนี้แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่นางคิด ซูเจินจูที่แต่งชุดเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยยืนอยู่กลางห้อง มี่ซิ่นมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าใช่บุตรสาวของนางจริงหรือไม่ ความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงที่บุตรสาวของนางไม่เคยมีกลับสะท้อนออกมาจากทั้งใบหน้าและแววตา หรือเทพองค์ใดให้พรความกล้าหาญแก่อาจูมาเป็นการแลกเปลี่ยนที่นางเสียสละตนเองออกไปทำการค้าแลกกับที่ยืนในบ้านตระกูลซูของมารดากัน“อาจู ข้านึกว่าตระกูลหยางยังไม่ส่งชุดแต่งงานมาให้เจ้าเสียอีก”“ท่านเลยเดินร้องไห้เข้ามาหาข้าหรือเจ้าคะ ท่านแม่ ชุดแต่งงานจากตระกูลหยางยังมาไม่ถึงเจ้าค่ะ ชุดนี้สี่เสวี่ยเป็นคนตัดเย็บให้ข้า ข้าเห็นว่าหากรอชุดนานไปกว่านี้คงทำให้เสียฤกษ์ได้ตระกูลหยางเองก็คงคิดแบบเดียวกัน ในเมื่อฤกษ์ยามสำคัญข้าจึงใส่ชุดนี้แทนเจ้าค่ะ”“ดีแล้วอาจู เจ้าทำถูกแล้ว ฤกษ์ยามมงคลล้วนสำคัญมาก เสี่ยวเหลียนเอาผ้าแดงกับเครื่อ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   179

    เมื่อถึงวันงานเสียงคนงานในบ้านซูลุกขึ้นมาจัดเตรียมงานกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฮูหยินรองมี่ซิ่นส่งอู๋เหมยมาปลุกสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนให้พาซูเจินจูลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพียงไม่นานหลังจากนั้นฮูหยินรองมี่ซิ่นก็เดินเข้าเรือนของซูเจินจูมาพร้อมหญิงสาววัยกลางคนหนึ่งคน“อาจู ข้าพาสี่เหนียงมาหวีผมให้เจ้า พวกเจ้าแกะผมอาจูออกเดี๋ยวนี วันสำคัญให้พวกเจ้าหวีกันเองได้รึ แกะออกให้หมดเชียว”สี่เหนียงที่ฮูหยินรองมี่ซิ่นพามาคือสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีวาสนาครบ อันได้แก่ในบ้านพ่อแม่ยังอยู่ สามีภรรยารักใคร่ มีทั้งลูกชายลูกสาว พี่น้องปรองดองกลมเกลียวโดยให้นางมาเป็นผู้กวาดเกี้ยว จุดธูปในเกี้ยวและวางกระจกในเกี้ยวสำหรับฮูหยินรองมี่ซิ่นที่ต้องเป็นผู้เกล้าผมให้บุตรสาวกลับไม่ได้มีหน้าตามากพอที่จะเป็นเกียรติให้แก่ตระกูลหยางได้ อย่างน้อยตำแหน่งฮูหยินรองอันต้อยต่ำนี้ก็ได้แต่หลีกทางให้สี่เหนียงผู้มีวาสนาพร้อมเกล้าผมให้ซูเจินจูด้วยหวังเพียงให้บุตรสาวได้กลายเป็นผู้มีวาสนาพร้อมเฉกเช่นเดียวกันกับสี่เหนียงเท่านั้นเมื่อเกล้าผมเสร็จสิ้น ฮูหยินรองมี่ซิ่นก็พาสี่เหนียงออกจากห้องไปเพราะซูเจินจูจำเป็นต้องรอชุดแต่งงานจากตระกูลซูดัง

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   178

    ข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่งที่จะลืมไม่ได้คือเรื่องเกี่ยวกับฮูหยินผู้เฒ่าหยางและร้านตัดเย็บชุดแต่งงานของคุณหนู“เถ้าแก่เนี้ย พวกเราจะใช้ผ้าพวกนี้ตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพหยางจริงๆหรือเจ้าคะ ข้าว่ามันจะเสียชื่อร้านของท่านเสียเปล่าๆ”“จะให้ข้าขัดคำสั่งฮูหยินผู้เฒ่าหรืออย่างไรเล่า ไม่ใช่แค่ฮูหยินผู้เฒ่านะแม้แต่คุณหนูรองลี่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย”“คุณหนูลี่ผู้นี้ไม่ใช่ว่าถูกจับไปสอบสวนเรื่องกบฏด้วยหรือเจ้าคะ”“ใช่ที่ไหน คนที่ถูกจับไปคือคุณหนูสามลี่รุ่ยเซียงที่ให้ที่หลบซ่อนแก่พระชายาขององค์ชายหกต่างหาก”“หากเป็นชาวบ้านอย่างเราๆ ให้ที่หลบหนีนักโทษกบฏคงไม่พ้นโทษตาย นี่ไม่เพียงรอดชีวิตแม้แต่โทษสักนิดยังไม่มีนะเจ้าคะ”“เพราะเช่นนั้น เจ้ายังจะให้ข้าขัดคำสั่งพวกนางอีกรึ เอาเถอะถึงผ้าจะหยาบแต่เย็บให้ดีเสียหน่อยก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างคุณหนูสี่ซูก็มาจากในอำเภออีกทั้งตระกูลของนางยังเป็นแค่ตระกูลการค้าถึงนางจะไม่พอใจก็คงไม่กล้าพูดอะไรหรอก”“คงไม่กล้าไม่พอใจเสียด้วยซ้ำเจ้าค่ะ ได้แต่งเข้าตระกูลหยางก็เป็นวาสนาของนางแล้ว หากกล้าไม่พอใจจนท่านแม่ทัพหยางระอานางเองนั่นแหละที่จะถูกทิ้งไว้เป็นเพียงไม้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 15

    คราแรกสี่เสวี่ยไม่ต้องการให้คุณหนูเลือกทาสที่ดูน่ากลัวผู้นี้ แต่คัดค้านความต้องการของคุณหนูไม่ได้ เมื่อฟังพ่อค้าทาสแล้วก็เบาใจขึ้นหลังจากจ่ายเงินสามสิบตำลึง สี่เสวี่ยไปซื้อรังผึ้งจากร้านชำบ้านไฉและพาเยว่ชิงออ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 14

    เมื่อถึงบ้านชนบท ซูเจินจูเข้าไปทำลายผ้าทันที สี่เสวี่ยจัดการบอกกล่าวกฎระเบียบในบ้านให้ซินซียงทาสที่ซื้อมาใหม่ฟัง เมื่อเห็นว่าหลิวหยางและจางหมิ่นออกไปอยู่ที่เรือนชั้นนอกแล้ว ก็ให้ซินเซียงเข้าไปพักอยู่ห้องเดิมของทั้งสองคนก่อน ตรวจดูความเรียบร้อยในบ้านแล

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 13

    หลังจากขึ้นรถม้ามา สี่เสวี่ยก็อดที่จะพูดพึมพำใส่ซูเจินจูได้ไม่“เข็มเงินร้านข้างนอกชุดละหกตำลึงเท่านั้นนะเจ้าคะคุณหนู”“ข้ารู้ แต่คุณภาพต่างกันมากนัก เข็มเงินของท่านอาฮุ่ยซิ่วทั้งตรง กลม และแหลมในข

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 12

    “พวกท่านให้บ่าวไปตามข้า มีอะไรหรือเจ้าคะ” ซูเจินจูเบื่อที่จะต้องเสแสร้งพูดจาสามส่วนเช่นนี้ นางอยากจะถามตั้งแต่ประโยคแรกที่มาถึงแล้วว่าเรียกนางมาทำไม นางไม่เข้าใจเหตุใดวาจาสามส่วนพูดอ้อมเจ็ดส่วนพวกนี้ถึงได้เป็นที่นิยมนัก“ข้า

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status