مشاركة

11

مؤلف: SHASHA
last update تاريخ النشر: 2026-09-23 10:57:30

“คนสองคนที่จะหึงหวงกันได้ มันต้องมีความรักเป็นพื้นฐานหรือเปล่าหนึ่ง หนึ่งก็รู้นี่ว่าน้องพราวด์ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความรักเลยน่ะ”

            น้ำหนึ่งมองเพื่อนที่เสียงสั่นเครือในตอนท้าย แล้วชั่งใจว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่ สุดท้ายก็เม้มปากเอาไว้แน่น บอกเสียงแผ่ว

“หนึ่งขอโทษนะพลิน”

            ได้ยินคำขอโทษของเพื่อนที่สนิทที่สุด ก็ว่าตอบกลับไป

            “อย่าคิดมากเลยหนึ่ง พลินบอกแล้วไงว่าพลินเข้าใจ แล้วถ้าหนึ่งกับคุณ....” พลินชะงักไปครู่เดียวด้วยความรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ค่อยพูดต่อ “กับคุณบารมีจะคบหากัน พลินก็ดีใจด้วย”

เธอไม่อยากซักถามอะไรอีก เธอไม่มีสิทธิ์ในการจะไปถามอะไรทั้งนั้น หากทั้งสองจะคบหากันจริงเธอก็ยินดีด้วยจริงๆอย่างที่บอกไป

น้ำหนึ่งถอนใจเฮือกเดินออกมาแล้วก็ยังยืนคิดวุ่นวายในหัวถึงเรื่องเมื่อคืน บารมีที่เพิ่งลงมาจากห้องของเขา ถามเสียงขรึม

“กลับเลยไหมครับ”

น้ำหนึ่งพยักหน้าตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียดปานกัน “ค่ะ”

ขณะพากันเดินไปที่รถ น้ำหนึ่งที่ชั่งใจอยู่นานถามเจ้าของไร่มากล้นบารมีขึ้น

“ปล่อยให้เป็นแบบนี้จะดีหรือคะ”

บารมีไม่ตอบอะไรเธอก่อนพาขึ้นรถแล้วขับไปส่งยังเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งในเวลาต่อมา

            หลังจากได้คุยกับน้ำหนึ่งวันนั้นแล้ว ก็ไม่ได้พบหน้าเพื่อนอีกเลย ส่วนบารมีได้ข่าวว่าเขาไปธุระที่อีกจังหวัดเพื่อขยายฟาร์มเลี้ยงปศุสัตว์อินทรีย์อีกแห่ง เดิมทีคิดใช้พื้นที่ติดกันกับไร่มากล้นบารมี แต่แล้วคนรู้จักกันเสนอขายที่กว่าพันไร่ให้ เขาจึงต้องไปดูสถานที่ด้วยตนเอง น่าจะราวๆสัปดาห์ถึงกลับ รุ่งขึ้นจึงได้รับคำขอร้องจากศยามลให้ช่วยงานในสำนักงานเป็นการชั่วคราวเพราะงานล้นมือ อีกทั้งคนที่ทำงานอยู่เดิมก็ออกไปโดยไม่ยอมบอกล่วงหน้า

            ศยามลเอ่ยปากขอร้องพลินให้ช่วยเหลือราวกับสนิทกันเป็นอย่างดี

            “นะคะคุณพลิน”

พลินเพียงยิ้มบางๆ ศยามลก็ร่ายยาวแจกแจงออกมา

“คุณพลินพอพิมพ์เอกสารได้น่ะก็ช่วยพี่หน่อยเถอะ รายงานการประชุมเอย จดหมายของนายเอย กองท่วมหัวพี่แล้วนะคะเนี่ย” ศยามลออกปากวอนขอ อย่างมีความหวัง “แล้วนังน้องที่มันเคยทำในสำนักงาน จู่ๆมันก็ไม่มาค่ะ โทรตามก็ติดต่อไม่ได้ หายหน้าไปเลย พี่มลนี่ยุ่งจนหัวปั่นไปหมดแล้ว โอ๊ย...พี่ปวดหัวค่ะน้องพลิน”

            ได้ฟังอีกฝ่ายขอมาแล้วก็ยิ้มปลอบใจ

“ให้พลินช่วยอะไรบ้างคะ”

            ศยามลหรี่ตาข้างหนึ่งขึ้นมอง หยุดโอดครวญ แล้วจ่ายงานทันที

“แค่พิมพ์รายงานไม่กี่หน้าเองค่ะ แล้วก็ถ้าไม่เหนื่อยช่วยดูเอกสารสามแฟ้มนี้ให้พี่ด้วย ที่เหลือพี่ทำเองได้ค่ะ” บอกเสร็จทำท่าตกอกตกใจ “อุ๊ย...แล้วน้องพราวด์ล่ะคะอยู่ยังไง”

            พลินกำลังจะอ้าปากบอก อีกฝ่ายรีบแย้งคำตอบออกมาเสียเองหลังจากที่ถามออกไปเมื่อครู่ “เอาอย่างนี้ดีกว่า พี่ว่าเราพาน้องพราวด์ไปกับพวกเราด้วย แล้วก็เอาเด็กๆไปช่วยดูอีกสักคนสองสามคนดีไหมคะน้องพลิน”

            คราวนี้พลินยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่ได้ว่าอะไร เพราะตนได้พูดเพียงไม่กี่ประโยค แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะจัดการทุกอย่างคนเดียวจนเสร็จสิ้นให้แล้ว ตกลงกันได้ก็ส่งยิ้มให้กัน พาตรงสู่อาคารสำนักงานของไร่มากล้นบารมีในเวลาต่อมา

พลินละมือเมื่อพิมพ์งานที่ศยามลวานให้ช่วย ชะเง้อมองบุตรสาวเห็นเล่นสนุกอยู่กับสามสาวที่วานให้ดูอยู่เล่นกับน้อง แล้วก็สะดุ้งตกใจเมื่อมีสายเรียกเข้ามาในตอนนั้น เหลียวมองซ้ายขวาไม่เห็นมีใคร จึงลุกไปรับสายเสียเอง บุคคลที่โทรเข้ามาว่าขึ้นทันทีที่การติดต่อถูกเชื่อมต่อสัญญาณเป็นอันเรียบร้อย

“ขอสายคุณบารมีจ้ะ”

“เอ่อ...คุณบารมีไม่ได้เข้ามาที่สำนักงานค่ะ ต้องการติดต่อเรื่องอะไร ฝากเอาไว้ไหมคะ”

ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนถามกลับ

“เดี๋ยวนะ นั่นพลินใช่ไหม”

พลินนิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนกลืนน้ำลายลงคอเมื่อพอจำเสียงทางนั้นได้ แม้ว่าจะนานเป็นปีแต่เพราะเติบโตมาด้วยกันเหตุใดถึงจะลืมได้ลง ตอบรับด้วยใจโหวงๆชอบกล

“ใช่ค่ะ”          

“พี่ดาเองนะพลิน”

“พี่ดา…”

“จ้า พี่เอง”

“เอ่อ พี่ดาคะ คือ...”

“พลิน ทำไมเราไปอยู่ที่นั่น ไหนว่าเรากับลูกอยู่ที่บ้านของคุณแม่ไง” ปลายสายซักถามมาเป็นชุด น้ำเสียงดูร้อนรนชอบกล ทั้งยังเรียกคุณศุภลักษณ์ว่าคุณแม่อย่างสนิทสนมไม่น้อย

“เอ่อ คือ พี่ดาคะ คือว่า...” พลินพยายามอธิบาย แต่ปลายสายไม่ฟังความใดๆเพราะตนเองต้องการพูดมากกว่าที่จะโทรศัพท์มาฟังคนอื่น

“พี่เสียใจกับเหตุการณ์คืนนั้นอยู่เลยนะพลิน แล้วพี่ก็พยายามทำใจมาตลอด แต่นี่...พี่มีข่าวดีจะบอกเรา”

พลินพูดไม่ทัน ได้แต่ถอนหายใจถามกลับ

“ข่าวดีอะไรหรือคะพี่ดา”

“พี่จะกลับบ้านแล้วน่ะสิพลิน”

“คะ? พี่...พี่ดาจะกลับบ้านแล้วหรือคะ”

ยังทวนความไม่ทันจบดี ปลายสายก็เร่งเร้า หาพวก

“พลินช่วยพี่ได้ไหม พี่อยากกลับไปคบกับคุณบารมีอีก”

“เอ่อ...แต่ แต่ว่า”

“เอาเถอะจ้ะ ไว้พี่ไปถึงที่ไทย เราค่อยคุยกันเรื่องนี้อีกที”

ญาดาตัดขาดการสนทนาไปนานแล้ว แต่พลินยังคงถือสายค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้นด้วยหัวใจที่เหมือนถูกชนด้วยรถสิบล้อและเหยียบซ้ำจากเท้าของใครสักคน ญาดากำลังจะกลับมา บารมีรู้ข่าวนี้ เขาคงดีใจและมีความสุขเสียที หากว่าญาดากลับมา สองคนคงได้ลงเอยกันในที่สุด

แล้วความคิดคำนึงถึงเพื่อนก็แวบเข้ามาในหัว น้ำหนึ่งเพื่อนของเธอเล่า จะทำอย่างไร ทำไมเรื่องมันถึงได้ยุ่งเหยิงแบบนี้กันนะ

           

นายสมกำลังแย่ เขาเคยคิดให้บุตรสาวคนโตสานสัมพันธ์กับบารมีเพราะหวังจะได้หุ้นในกิจการค้าผลผลิตทางการเกษตรของอีกฝ่าย ที่ทำท่าว่าไปได้ดีทีเดียว แต่บุตรสาวกลับบอกให้เขาเปลี่ยนแผน เพราะครอบครัวของอสิตย์ดูรวย ดูมีภาษีดีกว่าบารมีมากโขอยู่พอควร เอาเข้าจริง มีแต่เปลือก พลาดไปแล้วที่เดินทางผิด ประจวบเหมาะกับที่มีเรื่องในค่ำคืนคืนนั้นเมื่อสี่ปีก่อนจนได้มีศักดิ์เป็นพ่อตาของบารมีแล้วแท้ๆ แต่ที่ไหนได้ อีกฝ่ายหาได้ยกย่องบุตรสาวอีกคนของเขา

จากเดิมที่นายสมอาสาช่วยงานบารมี และโดยกมลสันดานเป็นคนไม่ซื่อตรง พอสบโอกาสจึงโกงเงินเล็กๆน้อยๆเข้าบัญชีของตัวเอง แต่แล้วทางนั้นก็ไหวตัวทัน บารมีคงจับไม่ได้ไม่มีหลักฐาน เพราะนายสมทำลายหลักฐานทิ้งหมดแล้ว จากนั้นบารมีก็ดูเงียบไป ก่อนเรียกเขาไปคุยด้วย เอ่ยปากว่าจะเอาคนอื่นมาช่วยงานในตำแหน่งของเขาแทน

นายสมมีหรือจะกล้าหือกล้ามีปากมีเสียงคัดค้านเรื่องที่ให้คนอื่นมาทำงานแทน ก็ได้แต่ยิ้มรับ เก็บของกลับบ้านไป พร้อมเงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งที่บารมีให้คนโอนเข้าบัญชีตามมา

คงเป็นเงินค่านมน้ำของพลิน แต่แล้วเงินนั่นก็หมดไปนานแล้ว

จะทำอย่างไรดี ถึงจะกลับไปจับมือกับบารมีได้อีก

นายสมนั่งสูบบุหรี่คิดอย่างเครียดๆที่ระเบียงบ้านเป็นนาน ก็ได้รับสายจากทางไกลเมื่อเด็กในบ้านส่งโทรศัพท์ให้

ปลายสายรีบส่งเสียงถามมา

“คุณพ่อว่างคุยไหมคะ”

“ดาหรือนั่น มีอะไรลูก” น้ำเสียงนายสมอ่อนลงในทันทีเมื่อได้ยินว่าเป็นบุตรสาวที่ตนรัก           

สิ้นคำทักทายสั้นๆ ปลายสายเริ่มเล่าเรื่องคับข้องใจให้บิดาฟัง แล้วปรึกษากันในตอนท้าย ใบหน้าของนายสมจากที่เครียดจัดในตอนแรกค่อยคลายลงจนเริ่มยิ้มออก ถ้าญาดากลับมาจริงอย่างที่ว่า เขาก็มีหนทางรอดในครั้งนี้แล้วน่ะสิ มันช่างโชคดีอะไรอย่างนี้วะ นายสมเรียกให้คนในบ้านยกเหล้า ยกสำรับมากินฉลองล่วงหน้าในตอนนั้นเอง     

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พ่ายรักพลิน   ตอนจบ

    “ไปด้วยกันไหมคะหรือจะรอที่บ้าน” เสียงหวานถามอย่างห่วงใย มองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหน้าตูมอารมณ์ดูไม่ค่อยดีนัก พอถูกถามเหมือนบีบให้รอที่บ้านมากกว่าจะให้ไปด้วยก็ปรากฏว่าดวงตาคลอฉ่ำนิดๆคล้ายจะร้องไห้ “พี่อยากไป” “เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก พลิน...” ไม่อยากบอกว่าเธออายพยาบาลจริงๆเลย เขาไปด้วยทีไร เจออะไรหน่อยก็อ่อนไหว บอบบางจนต้องร้องไห้ ได้ยินเสียงเธอว่ามาแบบนั้น คนที่อ่อนไหวง่ายมานานกว่าสามถึงสี่เดือนก็น้ำตาชักปริ่มๆจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ “จะไปก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ” “แล้วทำไมถามเหมือนไม่อยากให้พี่ไป อายหมอใช่ไหม มันหล่อนี่ ใช่สิ” “พี่บีคะ”“ไม่ต้องมาเรียกพี่บี” คนที่ขี้งอนขี้ใจน้อยบอกเสียงสะบัดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป พลินมองตามแล้วก็ถอนใจเฮือกก่อนจะสาวเท้าตามไปง้อ “งอนอีกแล้ว” “ใช่พี่งอน พลินไม่ใส่ใจพี่เลย ก็รู้ว่าพี่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็ชอบทำให้พี่น้อยใจ” “พลินไม่ได้ตั้งใจค่ะ พลินขอโทษ” “ก็ได้ ให้อภัย”จู่ๆคนที่บอกว่าคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ก็ให

  • พ่ายรักพลิน   65

    “ใคร” บารมีตวาดถามมือควานหาไฟในห้อง แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วเลยสำรวจคนที่นอนอยู่บนเตียง“ผู้หญิงนี่หว่า”หัวใจกระหน่ำสูบฉีดเลือดทันที แล้วก็ให้วุ่นวายไปหมด ด้วยพยายามลุกขึ้นเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า เพราะความมึนเมาผสมกับยาปลุกเซ็กซ์ทำให้ความสามารถในการคิดหาเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจดิ่งลงเหว ไม่อยากรู้แล้วว่าหญิงสาวที่นอนอยู่นี่เป็นใคร ในเมื่อห้องของเขาถูกจัดเอาไว้สำหรับเขาคนเดียว คนที่เข้ามานอนรอย่อมหมายความว่าเต็มใจที่จะร่วมรักกับเขาเปิดออกพบคอนดอมในนั้นอันเดียว“รอดแล้ว”บ่นงึมงำ ก่อนปลดตะขอกางเกงแล้วฉีกซองสีเงินออก สวมใส่เครื่องป้องกันเข้าไปจนสนิทแนบ ทาบลงหาอีกร่างที่นอนนิ่งบนเตียงทันทีปากร้อนผ่าวนาบตามซอกหู กลิ่นหอมแบบที่ไม่เคยคุ้น คล้ายกลิ่นแป้งมากกว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพง พลันภาพในหัวปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวกะโปโลคนนั้นวาบขึ้นมา“ระยำ”เสียงสบถของบารมีดังงึมงำขึ้นมาอีก“ยังไม่สิบแปดเลยมั้งนั่น”แล้วจัดแจงเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนเปลือยเปล่าพร้อมพรั่งดีแล้ว ดันข้อพับขาของคนใต้ร่างขึ้นง้างงอก่อนดันตัวตนที่แข็งและร้อนจัดเข้าไปภายในช้าๆเนิบนาบ“เวรแล้ว” บารมีอยากสาวตัว

  • พ่ายรักพลิน   64

    ถึงวันนัดหมาย ญาดาขับรถมาด้วยตัวเองจุดหมายคือบ้านพักชายทะเลที่พลินเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก“เราจะอยู่กันกี่วันคะพี่ดา” พลินถามทันทีที่ลงรถ แววตาเป็นประกาย ดีใจที่ได้มาเที่ยวทะเล และดีใจมากกว่าคือคนที่พาเธอมาเป็นพี่สาวของตัวเอง ตอกย้ำความคิดที่ว่าญาดาช่างงามทั้งกายและใจ อย่างหาใครมาเปรียบเทียบมิได้“อยากอยู่กี่วันล่ะ” ญาดาถามยิ้มๆแทนที่จะตอบคำของน้อง“ฮืม...บรรยากาศดีแบบนี้นะ” พลินที่มาเที่ยวทะเลได้ไม่ถึงสามครั้งดีบอกพร้อมสูดอากาศเข้าปอด ยิ้มแต้ ตอบด้วยสีหน้าทะเล้นนิดๆ “พลินอยากอยู่ตลอดไปเลย ได้ไหมคะ”“งั้นมาช่วยกันยกของลงก่อน แล้วจะให้อยู่ไปเลยตลอดชีวิต เออ...นี่ พี่มีเรื่องจะสารภาพแหละ” ญาดาบอกเสียงอ่อยในตอนท้าย พลินหยุดยิ้ม ถามกลับ“เรื่องอะไรคะพี่ดา” “คือ จริงๆแล้ว ที่พี่ชวนมาเนี่ย คือ มันเป็นงานเลี้ยงฉลองของพี่กับคุณบารมีน่ะ”พลินยังคงรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ถาม “ฉลองอะไรหรือคะ”ญาดากวาดสายตาสำรวจน้องสาวก่อนตอบเสียงราบเรียบ ลอบสังเกตอาการของคนเป็นน้องไปพลาง“งานฉลองสละโสดของพี่กับคุณบารมีน่ะสิ”“ฉลองสละโสด?”พลินทวนคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปวูบ งานเลี้ยงฉลองสละโสดขอ

  • พ่ายรักพลิน   63

    “รักตอนไหนคะ บอกพลินหน่อย” บารมีนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้ “ตอนแรกพี่ไม่ได้นึกรักเราหรอก ตอนนั้นพี่สงสารพลินมากกว่า ตอนนั้นพี่ได้แต่สงสาร สงสารเด็กคนนี้จังเลย ทำไมถึงมาเกิดเป็นลูกนายสมวะ ทำไมนายสมไม่รักลูกคนนี้เลยวะ” บารมีสารภาพความจริงเป็นครั้งแรกกับเธอ ก่อนเล่าต่อ “ยิ่งมาเห็นตอนนั้นว่าพี่ปล้ำพลินไปนะ พี่ใจหายเลย ได้แต่ด่าตัวเองว่าไม่น่าทำลายอนาคตเด็กคนนี้เลย แล้วตอนที่เรากับแม่มาบอกว่าท้องนี่พี่จิตตกไปใหญ่ สงสารหนักกว่าเก่าอีกนะเชื่อไหม” บารมีรวบมือเธอมากุมก่อนบอกต่อ “พอแม่พี่บอกว่าจ้างเรามา พี่โกรธมาก โกรธจนเกลียดไปเลยด้วย ว่าทำไมวะ เด็กอายุเท่านี้เองทำไมคิดอะไรตื้นแบบนั้นวะ” “พลินไม่ได้...” “พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าแม่โกหกพี่ พอมารู้ทีหลังนี่พี่รู้สึกเหมือนดิ่งลงเหวเลย ไอ้ความสงสารที่เคยมีให้พลินก่อนหน้านี่แทบจะทับพี่ตาย พอหลังจากนั้นความสงสารมันก็มี...ความรักแทรกเข้ามาด้วย ที่ไม่รู้ว่ารักตอนไหน รู้แต่ว่ารักพลินเพราะพลินพยายามจะเข้าใจพี่ที่สุดพลินรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา พลินรู้กาลเทศะ และที

  • พ่ายรักพลิน   62

    “อย่าเข้ามานะ” “เห็นอยากมีนักไม่ใช่หรือไงวะผัวน่ะ กูนี่ก็เป็นผัวให้มึงได้นะอีคนสวย” “อย่านะ ผัวฉันรู้พวกแกได้ตายไม่มีเหลือแน่ ไอ้โจร ไอ้พวกสวะ” “ผัวคนไหนล่ะจ๊ะ” หนึ่งในคนพวกนั้นถามยิ้มๆ ชี้มือหาตนเองแล้วก็ถามต่อ “ใช่คนนี้ไหม หรือคนนั้น หรือคนโน้น” ก่อนจะชี้มือไปทางพรรคพวกที่ยืนเรียงหน้ารอคิวอยู่ทีละคน เสียงกรีดร้องดังระงมในโกดังร้างแห่งนั้นเอง เจริญขวัญถูกชายฉกรรจ์ร่วมสิบคนรุมทึ้ง เนื่องจากคนที่เธอว่าจ้างให้ยิงพลิน มาขอเงินงวดสุดท้าย แต่เพราะพลินไม่ตายอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ เธอเลยคิดจะเบี้ยวไม่จ่าย พวกมันใช่คนดีที่ไหน รับเงินว่าจ้างให้ฆ่าคนก็ไม่ใช่คนดีเท่าไรนักหรอก เจริญขวัญคร่ำครวญขู่ไม่เลิกว่าเธอจะตามสามีของเธอมาฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน แต่สามีคนไหนล่ะที่หมายถึง ไม่นานก็มีศพหญิงสาวลอยอืดอยู่ในคลองใกล้โกดังร้างแห่งนั้น “มีกิจกรรมสองอย่างที่มนุษย์ทำได้ครั้งแรก แล้วครั้งต่อไปก็จะทำได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นฝึกใหม่” พลินที่เพิ่งวางถาดขนมและเครื่องดื่มของบุตรสาวลงบนโต๊ะ ละสาย

  • พ่ายรักพลิน   61

    “หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”บารมีทำตัวได้มึนมาก เขาถามคำถามเดิมทุกๆวันที่มา พูดแบบเดิมว่าไม่หย่า ขอร้องแบบเดิมๆจนพลินได้แต่ทอดถอนใจในความเป็นบารมี บอกเนือยๆ “พลินไม่ได้โกรธใครค่ะ” “ถ้าไม่ได้โกรธ ก็ต้องไม่หย่านะ” มองนิ่งๆไปที่เขาก่อนพูดเสียงเรียบ “พลินไม่ชอบคนเผด็จการ” “พี่เผด็จการหรือ” พอเห็นสายตาของพลิน คนเผด็จการก็ยกมือขึ้นยอมจำนน บอกเสียงอ่อย “ก็ได้ ก็ได้ พี่จะไม่เผด็จการ” เขาน่ะหรือไม่เผด็จการ ถ้าไม่เผด็จการจริงๆจะมัดมือเธอชกด้วยการเร่งเร้าให้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่เธอไม่ได้มีเวลาคิดทบทวนเลยได้อย่างไร แล้วพอตอนขอหย่า ก็ยังเสียงแข็งใส่เธออีกว่ายังไงก็ไม่ยอมหย่า “พลินไม่ชอบให้ใครมาบังคับ” ยังนึกถึงที่เขาขืนใจเธอคราวนั้นได้ก็ไม่อยากยกขึ้นมาพูดอีก บารมียอมถอย “โอเค พี่ไม่บังคับ” “ถ้าอย่างนั้น หย่าให้พลินเถอะค่ะ” “พลิน...พี่ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม พี่สัญญาว่าพี่จะไม่เผด็จการ ไม่บังคับพลิน” นิ่งคิดอยู่นานก็ถูกคนเผด็จการที่ชอบบังคับสวมกอดเสียแน่น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status