공유

20

작가: SHASHA
last update 게시일: 2026-09-23 11:51:49

“ถ้าคุณหมายถึงคืนนั้น” พลินทวนเหตุการณ์ไปพร้อมกับเขา ก่อนบอกเสียงแผ่วลง “พลินเมาจริงๆค่ะ และที่ดื่มก็ไม่เคยคิดทำอย่างที่คุณว่ามาเลยสักนิด”

            บอกจบน้ำตาไหลอาบลงสองข้างแก้มอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย บารมีกำลังเข้าใจว่าเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อนเป็นเพราะเธอสมยอมอย่างนั้นหรือ ให้ใจหายหนักเข้าไปใหญ่

            บารมีมองหยาดน้ำตาของคนตรงหน้าแล้วใจวูบๆโหวงๆ แต่กระนั้นก็กัดฟัน ตวาดว่าไป

            “อย่างนั้นหรอกหรือ คิดว่าเธอสมยอม ทำนองว่าบาปก็กลัว ผัวก็อยากได้น่ะ ยิ่งผัวพี่สาวแบบนายบารมีนี่ด้วย ยิ่งอยากได้เข้าไปใหญ่”

            ถูกหมิ่นมากเข้า ความรู้สึกของพลินก็เริ่มด้านชา โต้กลับด้วยทีท่าถือดีอย่างไม่เคยเป็น “แล้วคุณคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน ที่ใครๆก็อยากจะพุ่งเข้าหาคุณ มั่นใจตัวเองเหมือนกันนี่นะ คนหลงตัวเอง!”

เขาบดกรามจนขึ้นสันนูนอย่างต้องการระงับอารมณ์คุกรุ่น คำตอบที่ได้ยินนั่นไม่สามารถก่อตะกอนอารมณ์เขาได้เท่ากับการปฏิเสธออกมาแบบทันท่วงทีเหมือนกับไม่ต้องเสียเวลาสักนิดเพื่อคิดทบทวน

            ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน

            ทุกอย่างไวจนพลินตั้งตัวไม่ทัน เมื่อถูกเขาโน้มหน้าลงไปบดจูบอีกครั้ง คราวนี้ทั้งป่าเถื่อนและรุนแรงจนได้ลิ้มรสเลือดภายในอุ้งปากของตัวเอง พยายามดันเขาออกเมื่อรู้สึกเหมือนถูกสูบลมหายใจจนแทบสิ้นสติลงตรงนั้น และก่อนที่เธอจะหมดสติไปจริงๆ บารมีก็ยอมปล่อยให้ปากของเธอได้เป็นอิสระ    

            เขายอมผละจากริมปากของเธอก็จริง แต่ไม่ได้ผละออกไปเสียทีเดียว บารมีลากปากร้อนผ่าวลงมาตามปลายคางไต่ลงตามลำคอระหงพร้อมฝากรอยดูด เม้ม ดุนดันด้วยลิ้นไปจนทั่ว พลินแทบระทวยเป็นน้ำตาเทียนอยู่รอมร่อ ทั้งอดสูทั้งหวิวไหวไปในคราวเดียวกัน

            “บางทีคืนนั้นเธออาจจะไม่ได้เมาจริงๆก็ได้ หรือไม่ก็สมยอมที่จะเมา” บารมีคนเงียบขรึมเป็นนิจยังไม่ยอมหยุดยั่วแหย่

            ได้ยินแบบนั้นแล้วเรี่ยวแรงเลยกลับมาให้สามารถดิ้นรนได้อีกครั้ง กลั้นใจเปล่งเสียง

            “คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยพลินนะ”

            เขาไม่ได้ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทั้งยังรัดพันธนาการเสียแน่นกว่าเดิม เหน็บแหนมหมิ่นแคลนไม่เลิก

“คงอยากเมาจริงๆนั่นแหละ จะได้กล้าหลับนอนกับผู้ชายได้”

            แล้วในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของบารมีก็แผดดังขึ้น พลินสะดุ้งเฮือก มองหาต้นตอของเสียงพบว่ามันอยู่ตรงโต๊ะข้างหัวเตียงนี่เอง บารมีเฉยไม่สนใจสายเรียกเข้า เขายังคงก้มหน้าลิ้มเลียผิวกายของพลินไม่ยอมล่าถอยไปง่ายๆ ใจแค่อยากแกล้งแหย่แกล้งยั่วไปเท่านั้นเอง แต่แล้วก็ให้นึกเอาไว้เสมอว่าอย่าได้ลงไปเกลือกกลั้วกับแม่นี่อีก

พลินที่นึกอะไรได้เลยหยุดดิ้นแล้วปล่อยตัวคล้ายโอนอ่อนตามเขา แล้วค่อยๆขยับเข้าหาโทรศัพท์ที่แผดเสียงดังอยู่นั่นให้ได้มากที่สุด

บารมีเองก็ตามติด ซุกไซ้ซอกคอคล้ายปลุกเร้าไม่หยุด พลินหยุดขยับตัวอึดใจแล้วพุ่งไปยังทิศทางของเสียงต่อ จนในที่สุดมือเอื้อมถึง พลินเหยียดแขนไปจนสุด คว้าโทรศัพท์ที่ยังคงดังอยู่ขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่โทรเข้ามาก็ใจชื้น ใช้มันเป็นโล่กำบังให้ตนเองด้วยการแตะลงบนหน้าจอเพื่อรับสาย นึกภาวนาขออย่าให้โทรศัพท์ของเขาต้องเข้ารหัสปลอดล็อคหลายๆชั้นเลย

โชคดีที่บารมีเป็นพวกไม่ใส่ล็อคโทรศัพท์ด้วยรหัสยุ่งยากวุ่นวาย เมื่อกดรับสายสำเร็จแล้วถึงหันจอไปทางบารมีทันที

            “คุณพ่อขา คุณพ่อทำอะไรอยู่คะ”

            บารมีชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงของบุตรสาว เส้นเลือดสีเขียวบนหน้าผากของเขาปูดเห็นชัดเป็นเส้นๆ เหงื่อเย็นๆผุดซึมทั่วแผ่นหลังคิดได้ในวินาทีนั้นเองว่าการรุกรานที่เกิดยากที่จะหยุดลง ยิ่งได้คลุกเคล้ายิ่งอยากทำ ยิ่งกระพือโหมความต้องการให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

เจ้าของไร่มากล้นบารมีมองข้ามมาทางคนที่ถือโทรศัพท์ส่องหน้าเขาด้วยสายตาลุ่มลึก ก่อนขยับตัวลุกขึ้นนั่งห่างจากพลินเป็นเมตรได้ ยกมือลูบหน้า ยิ้มให้จอที่ปรากฏภาพบุตรสาวที่ปลายสาย

เห็นอย่างนั้นเลยได้จังหวะหนี วางโทรศัพท์ลงเบาๆให้เอนพิงหัวเตียงเอาไว้ เรียบร้อยแล้ว พลิกตัวหลบอีกทาง แว่วเสียงเขาตอบรับบุตรสาวที่ถามทิ้งเอาไว้เมื่อนาทีก่อนหน้า

            “กำลังจะนอนแล้วครับคนดีของคุณพ่อ แล้วน้องพราวด์ทำอะไรอยู่ครับ”

            “น้องพราวด์ก็กำลังจะนอนแล้วเหมือนกันค่ะ โทรหาคุณแม่ก็ไม่รับสาย คุณย่าบอกว่าสงสัยคุณแม่ทำงานอยู่”

            บารมีเสตอบรับเสียงยานคาง “อ้อ น่าจะใช่”

“บอกคุณแม่ด้วยนะคะว่าน้องพราวด์โทรมา แล้วก็บอกด้วยว่าน้องพราวด์คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ” ปลายสายเจื้อยแจ้วคุย บารมียิ้มอบอุ่นตอบรับกลับไป

“ได้ครับ คุณพ่อจะบอกให้”

“คุณพ่อขา...”

“ว่าไงลูก”

“คุณย่าฝากบอกว่าอย่าทำงานหนักมากนะคะ”

“ครับผม” เสียงเขาฟังดูขื่นเล็กน้อย พอดีที่ปลายสายถามกลับมาอีก “คุณพ่อกินข้าวหรือยังคะ”

บารมีได้ยินลูกถามมาแบบนั้นเลยอ้อนกลับ จนพลินต้องขมวดคิ้วมอง เพราะไม่เคยเห็นเขาในโหมดนี้มาก่อน “ยังครับ คุณพ่อคิดถึงน้องพราวด์ ไม่เห็นหน้าลูกก็เลยไม่อยากกินข้าว”

บุตรสาวเงียบไป แล้วก็แว่วเหมือนมีคนบอกบทข้างๆ เจ้าตัวฟังแล้วก็จับความได้บ้างไม่ได้บ้างตอบบิดากลับมา

“ถ้าคุณพ่อไม่อยากกินข้าว ก็ต้องดื่มนมนะคะ เดี๋ยวจะปวดท้อง ไม่สบาย ต้องไปนอนโรง’บาล ให้คุณหมอฉีดยา ร้องไห้แง...”

พลินได้ยินแม่ตัวดีขู่บิดาก็ยิ้มอย่างลืมตัว เพราะเธอเคยใช้ไม้นี้กับบุตรสาวมาก่อน แต่ก็นานมาแล้ว เมื่อก่อนเด็กหญิงพราวนภายังไม่กินเก่งเท่านี้ พอพลินเปลี่ยนเมนูอาหารให้มีสีสันมากขึ้น ตัดแปลงรสชาติให้เหมาะสมกับเด็กมากขึ้น ก็เลยเปลี่ยนจากเด็กไม่เปิดปากกินอะไรง่ายๆเป็นกินไม่หยดเช่นนี้ ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะยังจำได้ บารมีเองก็ยิ้มไม่ต่างกัน บอกกลับ

            “ฮื้มม์ ดื่มนมหรือครับ ไม่รู้จะมีเหลือหรือเปล่า ดึกป่านนี้แล้วด้วย พ่อขี้เกียจลงไปดูแล้วล่ะ”     

“บอกคุณแม่สิคะ เพราะคุณแม่ทำให้ได้ทุกอย่างเลยค่ะ” ปลายสายบอกกลับมาอย่างที่ตนเองเข้าใจ เพราะหากอยู่กับแม่ อยากได้อะไร อยากกินอะไร พลินทำให้ได้ทุกอย่างเสมอ

            เสียงถามพร้อมแววตาวาววับมีแผนการ

“บอกได้หรือครับน้องพราวด์”

“ได้สิคะ คุณแม่ทำอะไรก็อร่อย”

“อืม...งั้นเดี๋ยวต้องไปบอกให้คุณแม่เปิดนม โอ๊ะ! เทนมให้ดื่มบ้างแล้วล่ะ จะได้ไม่ปวดท้อง เดี๋ยวไม่สบาย ไปนอนโรง’บาล ร้องไห้แง...”

เขาว่าล้อประโยคของบุตรสาวก่อนหน้า พลินได้ยินก็ให้หน้าตึง

บารมีพูดจาแบบนี้ต่อหน้าลูกได้อย่างไร

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พ่ายรักพลิน   ตอนจบ

    “ไปด้วยกันไหมคะหรือจะรอที่บ้าน” เสียงหวานถามอย่างห่วงใย มองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหน้าตูมอารมณ์ดูไม่ค่อยดีนัก พอถูกถามเหมือนบีบให้รอที่บ้านมากกว่าจะให้ไปด้วยก็ปรากฏว่าดวงตาคลอฉ่ำนิดๆคล้ายจะร้องไห้ “พี่อยากไป” “เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก พลิน...” ไม่อยากบอกว่าเธออายพยาบาลจริงๆเลย เขาไปด้วยทีไร เจออะไรหน่อยก็อ่อนไหว บอบบางจนต้องร้องไห้ ได้ยินเสียงเธอว่ามาแบบนั้น คนที่อ่อนไหวง่ายมานานกว่าสามถึงสี่เดือนก็น้ำตาชักปริ่มๆจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ “จะไปก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ” “แล้วทำไมถามเหมือนไม่อยากให้พี่ไป อายหมอใช่ไหม มันหล่อนี่ ใช่สิ” “พี่บีคะ”“ไม่ต้องมาเรียกพี่บี” คนที่ขี้งอนขี้ใจน้อยบอกเสียงสะบัดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป พลินมองตามแล้วก็ถอนใจเฮือกก่อนจะสาวเท้าตามไปง้อ “งอนอีกแล้ว” “ใช่พี่งอน พลินไม่ใส่ใจพี่เลย ก็รู้ว่าพี่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็ชอบทำให้พี่น้อยใจ” “พลินไม่ได้ตั้งใจค่ะ พลินขอโทษ” “ก็ได้ ให้อภัย”จู่ๆคนที่บอกว่าคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ก็ให

  • พ่ายรักพลิน   65

    “ใคร” บารมีตวาดถามมือควานหาไฟในห้อง แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วเลยสำรวจคนที่นอนอยู่บนเตียง“ผู้หญิงนี่หว่า”หัวใจกระหน่ำสูบฉีดเลือดทันที แล้วก็ให้วุ่นวายไปหมด ด้วยพยายามลุกขึ้นเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า เพราะความมึนเมาผสมกับยาปลุกเซ็กซ์ทำให้ความสามารถในการคิดหาเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจดิ่งลงเหว ไม่อยากรู้แล้วว่าหญิงสาวที่นอนอยู่นี่เป็นใคร ในเมื่อห้องของเขาถูกจัดเอาไว้สำหรับเขาคนเดียว คนที่เข้ามานอนรอย่อมหมายความว่าเต็มใจที่จะร่วมรักกับเขาเปิดออกพบคอนดอมในนั้นอันเดียว“รอดแล้ว”บ่นงึมงำ ก่อนปลดตะขอกางเกงแล้วฉีกซองสีเงินออก สวมใส่เครื่องป้องกันเข้าไปจนสนิทแนบ ทาบลงหาอีกร่างที่นอนนิ่งบนเตียงทันทีปากร้อนผ่าวนาบตามซอกหู กลิ่นหอมแบบที่ไม่เคยคุ้น คล้ายกลิ่นแป้งมากกว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพง พลันภาพในหัวปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวกะโปโลคนนั้นวาบขึ้นมา“ระยำ”เสียงสบถของบารมีดังงึมงำขึ้นมาอีก“ยังไม่สิบแปดเลยมั้งนั่น”แล้วจัดแจงเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนเปลือยเปล่าพร้อมพรั่งดีแล้ว ดันข้อพับขาของคนใต้ร่างขึ้นง้างงอก่อนดันตัวตนที่แข็งและร้อนจัดเข้าไปภายในช้าๆเนิบนาบ“เวรแล้ว” บารมีอยากสาวตัว

  • พ่ายรักพลิน   64

    ถึงวันนัดหมาย ญาดาขับรถมาด้วยตัวเองจุดหมายคือบ้านพักชายทะเลที่พลินเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก“เราจะอยู่กันกี่วันคะพี่ดา” พลินถามทันทีที่ลงรถ แววตาเป็นประกาย ดีใจที่ได้มาเที่ยวทะเล และดีใจมากกว่าคือคนที่พาเธอมาเป็นพี่สาวของตัวเอง ตอกย้ำความคิดที่ว่าญาดาช่างงามทั้งกายและใจ อย่างหาใครมาเปรียบเทียบมิได้“อยากอยู่กี่วันล่ะ” ญาดาถามยิ้มๆแทนที่จะตอบคำของน้อง“ฮืม...บรรยากาศดีแบบนี้นะ” พลินที่มาเที่ยวทะเลได้ไม่ถึงสามครั้งดีบอกพร้อมสูดอากาศเข้าปอด ยิ้มแต้ ตอบด้วยสีหน้าทะเล้นนิดๆ “พลินอยากอยู่ตลอดไปเลย ได้ไหมคะ”“งั้นมาช่วยกันยกของลงก่อน แล้วจะให้อยู่ไปเลยตลอดชีวิต เออ...นี่ พี่มีเรื่องจะสารภาพแหละ” ญาดาบอกเสียงอ่อยในตอนท้าย พลินหยุดยิ้ม ถามกลับ“เรื่องอะไรคะพี่ดา” “คือ จริงๆแล้ว ที่พี่ชวนมาเนี่ย คือ มันเป็นงานเลี้ยงฉลองของพี่กับคุณบารมีน่ะ”พลินยังคงรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ถาม “ฉลองอะไรหรือคะ”ญาดากวาดสายตาสำรวจน้องสาวก่อนตอบเสียงราบเรียบ ลอบสังเกตอาการของคนเป็นน้องไปพลาง“งานฉลองสละโสดของพี่กับคุณบารมีน่ะสิ”“ฉลองสละโสด?”พลินทวนคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปวูบ งานเลี้ยงฉลองสละโสดขอ

  • พ่ายรักพลิน   63

    “รักตอนไหนคะ บอกพลินหน่อย” บารมีนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้ “ตอนแรกพี่ไม่ได้นึกรักเราหรอก ตอนนั้นพี่สงสารพลินมากกว่า ตอนนั้นพี่ได้แต่สงสาร สงสารเด็กคนนี้จังเลย ทำไมถึงมาเกิดเป็นลูกนายสมวะ ทำไมนายสมไม่รักลูกคนนี้เลยวะ” บารมีสารภาพความจริงเป็นครั้งแรกกับเธอ ก่อนเล่าต่อ “ยิ่งมาเห็นตอนนั้นว่าพี่ปล้ำพลินไปนะ พี่ใจหายเลย ได้แต่ด่าตัวเองว่าไม่น่าทำลายอนาคตเด็กคนนี้เลย แล้วตอนที่เรากับแม่มาบอกว่าท้องนี่พี่จิตตกไปใหญ่ สงสารหนักกว่าเก่าอีกนะเชื่อไหม” บารมีรวบมือเธอมากุมก่อนบอกต่อ “พอแม่พี่บอกว่าจ้างเรามา พี่โกรธมาก โกรธจนเกลียดไปเลยด้วย ว่าทำไมวะ เด็กอายุเท่านี้เองทำไมคิดอะไรตื้นแบบนั้นวะ” “พลินไม่ได้...” “พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าแม่โกหกพี่ พอมารู้ทีหลังนี่พี่รู้สึกเหมือนดิ่งลงเหวเลย ไอ้ความสงสารที่เคยมีให้พลินก่อนหน้านี่แทบจะทับพี่ตาย พอหลังจากนั้นความสงสารมันก็มี...ความรักแทรกเข้ามาด้วย ที่ไม่รู้ว่ารักตอนไหน รู้แต่ว่ารักพลินเพราะพลินพยายามจะเข้าใจพี่ที่สุดพลินรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา พลินรู้กาลเทศะ และที

  • พ่ายรักพลิน   62

    “อย่าเข้ามานะ” “เห็นอยากมีนักไม่ใช่หรือไงวะผัวน่ะ กูนี่ก็เป็นผัวให้มึงได้นะอีคนสวย” “อย่านะ ผัวฉันรู้พวกแกได้ตายไม่มีเหลือแน่ ไอ้โจร ไอ้พวกสวะ” “ผัวคนไหนล่ะจ๊ะ” หนึ่งในคนพวกนั้นถามยิ้มๆ ชี้มือหาตนเองแล้วก็ถามต่อ “ใช่คนนี้ไหม หรือคนนั้น หรือคนโน้น” ก่อนจะชี้มือไปทางพรรคพวกที่ยืนเรียงหน้ารอคิวอยู่ทีละคน เสียงกรีดร้องดังระงมในโกดังร้างแห่งนั้นเอง เจริญขวัญถูกชายฉกรรจ์ร่วมสิบคนรุมทึ้ง เนื่องจากคนที่เธอว่าจ้างให้ยิงพลิน มาขอเงินงวดสุดท้าย แต่เพราะพลินไม่ตายอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ เธอเลยคิดจะเบี้ยวไม่จ่าย พวกมันใช่คนดีที่ไหน รับเงินว่าจ้างให้ฆ่าคนก็ไม่ใช่คนดีเท่าไรนักหรอก เจริญขวัญคร่ำครวญขู่ไม่เลิกว่าเธอจะตามสามีของเธอมาฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน แต่สามีคนไหนล่ะที่หมายถึง ไม่นานก็มีศพหญิงสาวลอยอืดอยู่ในคลองใกล้โกดังร้างแห่งนั้น “มีกิจกรรมสองอย่างที่มนุษย์ทำได้ครั้งแรก แล้วครั้งต่อไปก็จะทำได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นฝึกใหม่” พลินที่เพิ่งวางถาดขนมและเครื่องดื่มของบุตรสาวลงบนโต๊ะ ละสาย

  • พ่ายรักพลิน   61

    “หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”บารมีทำตัวได้มึนมาก เขาถามคำถามเดิมทุกๆวันที่มา พูดแบบเดิมว่าไม่หย่า ขอร้องแบบเดิมๆจนพลินได้แต่ทอดถอนใจในความเป็นบารมี บอกเนือยๆ “พลินไม่ได้โกรธใครค่ะ” “ถ้าไม่ได้โกรธ ก็ต้องไม่หย่านะ” มองนิ่งๆไปที่เขาก่อนพูดเสียงเรียบ “พลินไม่ชอบคนเผด็จการ” “พี่เผด็จการหรือ” พอเห็นสายตาของพลิน คนเผด็จการก็ยกมือขึ้นยอมจำนน บอกเสียงอ่อย “ก็ได้ ก็ได้ พี่จะไม่เผด็จการ” เขาน่ะหรือไม่เผด็จการ ถ้าไม่เผด็จการจริงๆจะมัดมือเธอชกด้วยการเร่งเร้าให้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่เธอไม่ได้มีเวลาคิดทบทวนเลยได้อย่างไร แล้วพอตอนขอหย่า ก็ยังเสียงแข็งใส่เธออีกว่ายังไงก็ไม่ยอมหย่า “พลินไม่ชอบให้ใครมาบังคับ” ยังนึกถึงที่เขาขืนใจเธอคราวนั้นได้ก็ไม่อยากยกขึ้นมาพูดอีก บารมียอมถอย “โอเค พี่ไม่บังคับ” “ถ้าอย่างนั้น หย่าให้พลินเถอะค่ะ” “พลิน...พี่ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม พี่สัญญาว่าพี่จะไม่เผด็จการ ไม่บังคับพลิน” นิ่งคิดอยู่นานก็ถูกคนเผด็จการที่ชอบบังคับสวมกอดเสียแน่น

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status