เข้าสู่ระบบ“เอาล่ะ ๆ ลุงว่าในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วเราก็จัดงานแต่งงานซะเลย” เจ้าสัวบุรินทร์ไม่ยอมปล่อยให้เสียโอกาสที่จะได้พริกแกงมาเป็นลูกสะใภ้เป็นแน่
“ไม่ครับ! / ไม่นะคะ!” สองเสียงพร้อมเพรียงกันปฏิเสธ
“ทำไมผมต้องแต่งด้วย แค่ออกไปปฏิเสธก็จบแล้วไม่ใช่เหรอครับ” ราเชนทร์เสนอความคิดของตน เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจำเป็นต้องตามน้ำของผู้หญิงคนนั้นเลยมันไม่ใช่เรื่องจริงด้วยซ้ำ
“ไม่ได้นะคะ ทำแบบนั้นพริกแกงก็เสียหายแย่เลย” เรเชลเองก็ปกป้องเพื่อนสาวของตัวเองเช่นเดียวกัน
“ไม่เป็นไรหรอกเรเชล เรื่องนี้แม่พริกแกงเป็นคนก่อ ยังไงพริกแกงก็ต้องรับผิดชอบ” พริกแกงไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากใจกับเธอ เธอเองก็ไม่อยากให้ราเชนทร์เกลียดเธอไปมากกว่านี้ แค่นี้หน้าเธอเขาก็ไม่อยากจะมองแล้ว
“เห็นไหมครับ เขาก็รู้ดีว่าต้องรับผิดชอบเรื่องนี้” ราเชนทร์อดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บ
“ไม่ได้ แกต้องแต่งงานกับหนูพริกแกง” เจ้าสัวบุรินทร์ที่เงียบอยู่นานเอ่ยยื่นคำขาด
“ใช่ เรื่องนี้เรเชลเห็นด้วยค่ะคุณพ่อ” ราเชนทร์มองหน้าสองพ่อลูกที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเขาพ่นลมหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ก็แล้วทำไมผมต้องแต่ง ทั้งที่เรื่องมันไม่ได้เป็นความจริงเลยด้วยซ้ำ” เขาถามหาเหตุผลจากทั้งสอง
“ก็หนูพริกแกงเป็นฝ่ายเสียหาย เอาเถอะน่า...แกแต่งกับหนูพริกแกงไปมันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย หนูพริกแกงเชื่อลุงนะ” ท่านบอกกับลูกชาย ก่อนจะเกลี้ยกล่อมพริกแกง
“นั่นสิพี่เชนทร์ ตอนนี้พี่เชนทร์เองก็ไม่ได้มีใคร หรือว่าพี่เชนทร์ไม่ได้ชอบผู้หญิง?” เรเชลทำตาโตเมื่อคิดไปถึงสิ่งที่ตัวเองพูดหรือว่าพี่ชายเธอไม่ชอบผู้หญิงจริง ๆ นะ
“เพ้อเจ้อไม่ใช่สักหน่อย พี่แค่ไม่ได้ชอบเพื่อนของเรเชล แล้วที่พี่ไม่อยากแต่งงานกับพริกแกงก็เพราะว่าคงไม่มีผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนเอาตัวเองมาเร่ขายกันแบบนี้!”
คำพูดนี้ของเขาทำให้พริกแกงรู้สึกจุกในอก หากแต่เธอโต้แย้งไม่ได้เพราะสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริงที่เธอเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้เพราะมันคือเรื่องจริงแม่ทำกับเธอถึงขนาดนี้แล้วจะให้เขามองเธอดีได้อย่างไร
“พี่เชนทร์!! ทำไมปากเสียแบบนี้!” เรเชลหันไปฟาดเข้าที่แขนของพี่ชายที่พ่นคำหยาบคายออกมา เธอหันไปมองหน้าเพื่อนที่นั่งหน้าซีดด้วยความเห็นใจ
“พี่พูดความจริง” เขาไม่ได้สนใจว่าคนฟังนั้นจะรู้สึกยังไง ก่อนจะเดินจากไป
“หนูพริกแกงอย่าไปฟังคำพูดของพี่เขาเลยนะ” เจ้าสัวบุรินทร์เอ่ยกับคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ในใจคิดอยากจะตบหัวลูกชายสักทีไม่รู้ว่ามันปากร้ายได้ไงสิน่า
“ยังไงลุงก็จะให้เจ้าเชนทร์แต่งงานกับหนู” ท่านยังคงยืนยันคำตอบเดิม
“แต่พริกแกงว่า...”
“ยังไงหนูก็เป็นฝ่ายเสียหาย ลุงไม่ยอมให้คนอื่นว่าหนูได้หรอกนะ” ท่านไม่ปล่อยให้พริกแกงปฏิเสธ เขาเองก็อยากได้พริกแกงมาเป็นลูกสะไภ้อย่างที่บอกถึงแม้วิธีการของแม่พริกแกงจะดูไร้หัวคิดไปหน่อยแต่ก็เอาเถอะ เพราะเขาเองก็ยอมรับในตัวของเด็กสาวอย่างเต็มใจ
“ใช่แล้วพริกแกง พริกแกงเป็นฝ่ายเสียหายนะ ยังไงทางเราต้องรับผิดชอบ” เรเชลหว่านล้อมเสริมคำพูดของบิดา
“แต่คุณเชนทร์...” พริกแกงเริ่มคล้อยตาม แต่ยังคงเป็นกังวลกับคำพูดเมื่อสักครู่ของราเชนทร์ เธอคิดว่านานไปคนก็จะลืมไปเอง
“ลุงจะเกลี้ยกล่อมพี่เขาเอง” เจ้าสัวบุรินทร์ยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาวตรงหน้า
“พริกแกงอย่ากังวลไปเลยนะ ทุกอย่างมันจะดีเอง” เรเชลยิ้มกริ่มเมื่อเกลี้ยกล่อมคนหัวอ่อนอย่างพริกแกงได้สำเร็จ
เรเชลเชื่อว่าสักวัน พี่ชายของเธอจะต้องหลงรักในความดีของเพื่อนสนิทของเธออย่างพริกแกงเข้าอย่างแน่นอน ให้ตายสิเธอเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เพื่อนสนิทมาเป็นพี่สะใภ้แล้ว
หลังจากพูดุยกันอยู่นานพริกแกงหอบร่างที่เหมือนจะไร้เรี่ยวแรงกลับมาที่บ้าน จะเรียกว่าบ้านก็ไม่เชิง ในเมื่อผู้เป็นแม่ไม่ได้เต็มใจให้เธออยู่
เธอหวังว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบมารดารอตอบข้อสงสัยของเธอ แต่กลับไร้เงา
“เข้าบ่อนตามเคยสินะ” พริกแกงพึมพำ
พรึบ!!!
พริกแกงทิ้งตัวลงนอนที่โซฟากลางห้อง แม้มันจะมีขนาดไม่ใหญ่แต่มันก็เพียงพอต่อการเหยียดกายเมื่อเทียบกับขนาดตัวของเธอ
พริกแกงขอบตาร้อนผ่าว ฉับพลันน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทั้งวันกลับไหลลงมา เธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน หัวใจดวงน้อยระลึกถึงผู้เป็นพ่อ หากท่านยังอยู่คุณแม่คงจะไม่เปลี่ยนไปเช่นนี้ ชีวิตเธอคงจะมีความสุขมากกว่านี้
หลังจากข่มตานอนมาทั้งคืนกลับกลายเป็นว่าเธอนอนไม่หลับ เวลาล่วงเลยจวบจนจะถึงเช้า แต่พริกแกงก็ไม่สามารถจะเข้าสู่ห้วงนิทราได้สักที
แกร็ก!!!
ปัง!
แสงไฟสว่างขึ้นหลังจากที่ประตูปิดลง
“ว้าย!!!” คุณรวงข้าวร้องเสียงหลงเมื่อพบกับพริกแกงที่กำลังจ้องตน
“ถ้าฉันหัวใจวายตายจะทำยังไงห๊ะ นังลูกบ้า!” คุณรวงข้าวบ่นอุบ
“แล้วทำไมแกยังไม่นอนอีก?” หญิงมีอายุถามขึ้นเมื่อพริกแกงเอาแต่นั่งเงียบ
“แม่ไปก่อเรื่องอะไรไว้คะ”
“ฉันไม่ได้ก่อเรื่องสักหน่อย ก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำ” คุณรวงข้าวพูดอย่างไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
“นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะคะแม่” พริกแกงเหนื่อยใจ
“นี่ยัยพริก แกเป็นลูกฉันนะ แกจะทำเพื่อฉันสักครั้งได้มั้ยล่ะ!” คุณรวงข้าวเริ่มขึ้นเสียง
“แล้วทุกวันนี้หนูไม่ได้ทำเพื่อแม่เหรอคะ หนูทำงานหนักก็เพื่อแม่ทั้งนั้น” หยดน้ำตาที่เพิ่งหยุดกลับหลั่งไหลอีกครั้ง
“แกดูสภาพความเป็นอยู่ของแม่ตอนนี้สิ แกดู!” เธอชี้ให้ลูกสาวดูบริเวณรอบ ๆ
“แกไม่อยากให้แม่สบายเหรอพริกแกง ถือว่าทำเพื่อแม่สักครั้งเถอะนะ” คุณรวงข้าวรู้ดีว่าต้องพูดยังไงพริกแกงถึงจะใจอ่อน
“แม่ก็เลิกเล่นการพนันสิคะ ยังไงเงินมันก็พอใช้แน่ ๆ” เธอไม่ได้สนใจน้ำหูน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าผู้เป็นแม่
“แกกำลังพูดไร้สาระอะไร แกรู้ไหมที่ฉันเข้าบ่อนเพราะว่าฉันไปเพื่อคลายเครียด” คุณรวงข้าวยังคงหาข้ออ้างให้ตัวเอง
“หยุด! ฉันจะไปนอนแล้ว ขี้เกียจทะเลาะกับแกเต็มทน!” พริกแกงต้องหุบปากเมื่อผู้เป็นแม่เดินเข้าห้องไปทิ้งให้เธอยืนตั้งคำถามอยู่เพียงลำพัง
เธอทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง ในหัวสมองยังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ภาวนาให้มันเป็นเพียงแค่ความฝัน
เมื่อเผลอหลับไปไม่กี่ชั่วโมงเธอก็ตื่นขึ้นมาเช้าวันใหม่ซึ่งเป็นวันที่ไม่สดชื่นเอาเสียเลย
ดวงตาที่ผ่านการร้องให้มาทั้งคืนบวมจนแทบจะลืมไม่ขึ้น
“เฮ้อ...” พริกแกงถอนหายใจยาว แม้เธอจะไม่อยากตื่นเพียงใด แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่บังคับทำให้เธอจำต้องลุกไปอาบน้ำ พริกแกงปล่อยให้น้ำไหลชโลมกาย แม้น้ำจะเย็นเพียงใดแต่นั่นไม่ทำให้เธอสดชื่นเลยซักนิด
บริษัทอภิวัฒนากูล
“พริกจ๊ะ พริก... พริกแกง!” เรียกเสียงดังขึ้นเป็นครั้งที่สามเมื่อผู้ที่เป็นเจ้าของชื่อนั้นยังคงนิ่ง
“คะ ค่ะพี่ต้น” เธอตอบรับบุคคลที่เรียกชื่อต้น หนุ่มฝ่ายการเงิน
“พี่ฝากเอกสารให้คุณเชนทร์เซ็นหน่อยสิครับ” พริกแกงรับแฟ้มเอกสารจากมือชายหนุ่ม
“โอเคไหม? ทำไมนั่งเหม่อเชียว” เขาพอจะทราบข่าวมาบ้าง แต่ก็ไม่อยากเอ่ยปากถามด้วยเป็นเรื่องส่วนตัว
“พริกแกงไม่ได้เป็นอะไรค่ะ พี่ต้นไปทำงานเถอะ” เธอตัดบท
“ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจคุยกับพี่ได้นะ” เขายังคงตื้อ
“พริกแกงไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ” พริกแกงเดินเลี่ยงออกมาเพื่อบอกว่าตอนนี้เธอไม่พร้อมที่จะคุยกับใคร
พริกแกงยืนอยู่หน้าประตูห้องเป็นเวลานาน เธอกำลังทำใจเพื่อที่จะเปิดประตูเข้าไปเผชิญกับชายหนุ่มที่อยู่ด้านใน
“ฟู่วววว~”
มือเล็กเตรียมเคาะประตู ฉับพลันประตูบานใหญ่กลับเปิดออกมาตามด้วยคนด้านในที่ก้าวขาออกมาโดยไม่ทันระวัง ทำให้แผงอกกว้างปะทะเข้ากับหน้าผากของพริกแกง
“มีอะไร!”
“คุณพ่อขาา” เสียงเจื้อยแจ้วมาพร้อมเด็กสาวตัวเล็กที่วิ่งเข้าหาบิดา ราเชนทร์อ้าแขนกว้างรับเด็กหญิงโรสลินไว้ในอ้อมอกฟอดดด~ ฟอดดด~แก้มนุ่มนิ่มถูกจับจองโดยผู้เป็นพ่อ“พ่อคร้าบบ” เด็กชายราชาไม่น้อยหน้าสาวเท้าตามพี่สาวมาติด ๆ ราเชนทร์อ้าแขนรับเด็กชายอีกคน“วันนี้ลูกพ่อเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนกันหรือเปล่าครับ” ราเชนทร์เอ่ยถามลูก ๆ ทั้งสองที่ตอนนี้ศึกษาอยู่ชั้นเตรียมอนุบาล“น้องโรสเป็นเด็กดีค่ะคุณพ่อ” เสียงเล็กตอบบิดาด้วยรอบยิ้มที่ทำให้มองแล้วยิ่งลุ่มหลงหัวใจแกร่งอ่อนยวบไปหมด“แล้วน้องคิงล่ะครับ” เขาเปลี่ยนเป้าหมายหาลูกชายบ้าง“คิงเป็นเด็กดีครับ” เขาตอบน้ำเสียงหนักแน่นจนผู้เป็นพ่อต้องหอมแก้มยุ้ยให้รางวัลอีกคน“คุณแม่ไปไหนครับ เห็นคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า” เขาสอดส่องสายตาหาเมียรักเมื่อไม่พบพริกแกงออกมารับเขาอย่างเช่นทุกวัน โดยที่อุ้มเด็กทั้งสองไว้ในลำแขนแกร่ง น้ำหนักราว ๆ สามสิบกิโลกรัมไม่ได้ทำให้ราเชนทร์อยากอุ้มทั้งสองน้อยลงทั้งสองชี้ไปยังตำ
ร่างอวบของพริกแกงนั่งรอเขาที่ปลายเตียงใจจดใจจ่อ รอเขาอาบน้ำเสร็จให้ชายหนุ่มใจเย็นลงค่อยทำการง้อทีเดียว“ยังไม่หายโกรธพริกแกงอีกเหรอคะ” เขาเมินราวกับว่าเธอเป็นธาตุอากาศ คงจะโกรธจริง...“โถ่...คุณเชนทร์คะ พริกแกงไม่ได้ตั้งใจ” เธอยืนประจันหน้ากับเขาแต่ชายหนุ่มกลับเบือนหน้าหนี พริกแกงให้มือประกบแก้มทั้งสองให้หันมาสบตากับตน เท้าเล็กเขย่งพอให้ใบหน้าใกล้เคียงกับคนตัวสูงจุ๊บ!“หายโกรธพริกแกงเถอะนะ นะคะ” เธอยื่นใบหน้าหวานเข้าไปใกล้หวังให้เขาใจอ่อน แต่พริกแกงคิดผิด ชายหนุ่มผละออกจากเธอทำให้พริกแกงหมดความอดทน“ก็ได้ค่ะ ถ้าวันนี้คุณเชนทร์ไม่หายโกรธ พริกแกงจะไปนอนห้องรับแขก” ไม่ใช่เพียงขู่แต่เธอจะทำมันจริง ๆ“ไม่ได้นะ!” พริกแกงลอบยิ้มเมื่อใช้ไม้แข็งแล้วชายหนุ่มยอมคุยด้วย“หายโกรธพริกแกงเถอะนะคะ” เธอทำเสียงออดอ้อนหวังให้ชายหนุ่มใจอ่อน“ฉันยอมเธอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ” ราเชนทร์กลัวว่าเธอจะทำจริง เขาคงนอนไม่หลับหากไม่ได้นอนกอดพริกแกงแล้วเข้านิทราไปพร้อมกัน“พริกแกงขอโทษนะคะที่พูดไปแบบนั้น ไม่คิดว่าจะทำให้คุณเชนทร์โกรธ” เ
“แอร๊” เสียงของสาวน้อยทำให้เธอหลุดจากภวังค์ แม้จิตใจเธอจะย่ำแย่แต่ก็ยังดีที่มีลูกน้อยคอยเป็นแรงใจ“แม่ขอโทษค่ะ พอดีแม่คิดถึงคุณยายของหนู” เธอปาดน้ำตาที่ไหลออกมาตอนไหนก็ไม่รู้มองหน้าลูกสาวแล้วยิ่งคิดถึงแม่ ลูกสาวตัวน้อยยังไม่เคยได้เจอยายของเธอเลยด้วยซ้ำ แม่จะรู้ไหมว่าหลานสาวของแม่น่ารักน่าชังขนาดไหน“พริกแกง ทานข้าวหน่อยนะครับ” ราเชนทร์บอกเธอเสียงอ่อน หลายวันมานี้พริกแกงทานอาหารแทบจะนับคำได้ จนเขาเริ่มเป็นห่วงทั้งตัวเธอและลูกในท้อง“พริกแกงยังไม่หิวค่ะคุณเชนทร์” พริกแกงรู้สึกไม่อยากอาหาร“เธอควรคิดถึงลูกในท้องนะพริกแกง” เขาพูดให้เธอฉุกคิด และมันเป็นดั่งที่เขาตั้งใจ พริกแกงเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวและตอนนี้เธอยอมทานข้าวแต่โดยดียอมฝืนกลืนไปจนหมดแม้กระทั่งนมที่ราเชนทร์ชงมาให้เธอก็ดื่มไม่เหลือสักหยด“แม่ของเธอท่านไปสบายแล้วนะพริกแกง” ราเชนทร์นำผ้าคลุมไหล่ผืนหนาวางลงบนไหล่บางก่อนจะโอบกอดอีกชั้นเพิ่มความอบอุ่น“คุณเชนทร์” พริกแกงละสายตาจากพระจันทร์ดวงโตเอ่ยเรียกชายหนุ่ม“ถ้าแม่เธอรู้ว่าเธอไม่ยอมกินข้าว
“น้องโรสมาหาคุณพ่อดีกว่าค่ะ” เขาชิงตัวลูกสาวมาอุ้มไว้แทน ลูกสาวของเขาตัวกลมดิก น้ำหนักก็พอตัวจนเขาเกรงว่าหากเธออุ้มนาน ๆ คงไม่ดีแน่“หนูพริกแกงเป็นยังไงบ้างลูก” เจ้าสัวบุรินทร์ถามไถ่อาการหญิงสาว ตอนเกิดเรื่องท่านเป็นห่วงเธอจนแทบจะนั่งไม่ติด ทั้งห่วงหญิงสาวและหลานในท้อง ยิ่งเรเชลที่อยู่ต่างประเทศแทบจะตีตั๋วกลับทันที“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ” เจ้าสัวบุรินทร์เห่อหลานไม่ต่างจากลูกชายคนโต“ไปพักผ่อนเถอะลูกกลับมาเหนื่อย ๆ” แม้พริกแกงจะดูสดชื่นขึ้นมากแต่ท่านก็ยังเป็นห่วงพริกแกงก็คิดเช่นกัน ตอนนี้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก“พริกแกงขอเดินเองนะคะ” เธอเอ่ยบอกคนที่เตรียมจะอุ้ม ราเชนทร์ได้แต่ประคองเธอด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดพอร่างเล็กนอนราบลงบนเตียงก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงคนที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องนอนโรงพยาบาล“แล้วพี่ปรางล่ะคะ”“ตอนนี้ปรางทิพย์ลาออกไปแล้ว ส่วนเรื่องคดีฉันคงปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย” เขาเล่าเรื่องทุกอย่างให้พริกแกงฟังอย่างไม่ปิดบัง“สงสารเธอนะคะ” แม้ต้องเจ็บตัวแต่พริกแกงก็ยังคงเห็นใจและเข้าใจสาเหตุที่ปรางทิพย์ทำเช่นนี้
“คุณปราง...คุณปรางกำลังลากตัวหนูพริกแกงขึ้นไปบนดาดฟ้าค่ะ” คำว่าลาก ทำให้ราเชนทร์ตกใจยิ่งขึ้น“ป้าณีว่ายังไงนะครับ” ร่างสูงทะลึ่งพรวดขึ้นมา เขาถามย่ำอีกครั้งเกรงว่าจะฟังผิด แต่กลับได้คำตอบเช่นเดิม ตอนนี้ใจเขาแทบจะร้อนเป็นไฟ“ไอ้รัช แกพาน้องโรสกลับบ้านก่อน” เขาฝากฝังน้องชายที่อุ้มลูกเขาอยู่“ได้ไงพี่” รัชชาเองก็ห่วงพริกแกงไม่ต่างกัน“ฉันสั่งให้แกพาน้องโรสกลับบ้านก่อน! เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง” เขาขึ้นเสียงใส่น้องชาย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีเขาไม่อยากต้องมาห่วงหน้าพะวงหลัง หากลูกสาวยังอยู่ที่นี่เพราะไม่รู้ว่าปรางทิพย์คิดจะทำอะไร“ป้าณีครับ ผมฝากโทรแจ้งตำรวจที” เขาว่าไว้เท่านั้นก่อนที่จะสาวเท้าตรงดิ่งไปยังจุดที่แม่บ้านบอกแม้ขาจะยาวเท่าไหร่แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าเขาเดินช้ามากกว่าปกติ ราเชนทร์วิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ จากห้องทำงานของเขาไปยังดาดฟ้าระยะทางไม่ไกล แต่เขาเป็นห่วงพริกแกงจวนจะขาดใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้พริกแกงเป็นเช่นไรบ้างทางข้างหน้ามีคนมุงอยู่เป็นจำนวนมาก“ขอทางหน่อย” ราเชนทร์เร่งฝีเท้าฝ่าฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์ เขาตะคอกเสียงดังกังวล
“จะรีบไปไหนล่ะคะ พี่ยังพูดไม่จบเลย” แขนเรียวเล็กถูกรั้งเอาไว้“แต่ถ้าสุดท้ายไม่มีน้องพริกแกง พี่เชนทร์คงเลือกพี่อย่างแน่นอน” มือสวยของปรางทิพย์บีบที่ต้นแขนของพริกแกงแน่น“จริงไหมคะ” เสียงกระซิบของปรางทิพย์ทำพริกแกงขนลุกซู่ ก่อนทีสติจะดับวูบไปในที่สุด...“แอร๊…” เสียงร้องของเด็กหญิงโรสลิน ทำให้ราเชนทร์ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานวางทุกอย่างลงแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปหา“โอ๋ ๆ น้องโรส...คุณพ่ออยู่นี่ค่ะ” เขาอุ้มสาวน้อยแนบอก หยิบขวดนมของเด็กสาวป้อนให้แก่เธอ เด็กหญิงโรสลินหยุดร้องเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ อาหารสุดโปรดของสาวน้อยคือน้ำนมจากเต้าของมารดานั่นเองราเชนทร์มองไปที่ประตูสลับกับนาฬิกาด้วยความกระวนกระวายใจ พริกแกงหายไปนานจนเขารู้สึกแปลกใจ เพราะพริกแกงเป็นคนที่หวงลูกมาก ไม่น่าจะอยู่ห่างลูกได้นานถึงเพียงนี้“ทำไมคุณแม่ไปนานจังเลยหื้ม” ราเชนทร์เอ่ยกับเด็กน้อยเขาอดไม่ได้ที่จะฟัดแก้มย้วย“แอ๊ะ” เด็กสาวประท้วงเมื่อบิดารบกวนเวลากิน“คุณพ่อไม่กวนแล้วค่ะ เดี๋ยวน้องโรสทานเสร็จแล้วเราไปหาคุณแม่ดีกว่านะคะ” เขายิ้มให้กับความเลี้ยงง่ายของสาวน
รถยนต์คันหรูจอดที่ท่าเรือ วันนี้พริกแกงแต่งชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนขับกับผิวขาวผ่องทำให้ดูสว่างตาผู้คนมากมายต่างรีบเร่งเพราะจวนจะได้เวลาที่เรือจะออก พริกแกงก้าวเท้าลงจากรถยนต์คันหรูยืนมองชายหนุ่มที่เอาแต่ยืนนิ่งสอดส่องสายตาไปทั่ว ราวกับรอใครสักคน“สวัสดีค่ะพี่เชนทร์ รอนานไหมคะ” พ
“นี่เธอคิดจะทำอะไร!” เขาตะคอกกลับ“พริกแกงก็อาบน้ำไงคะ” พริกแกงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพียงเพราะแค่เธออาบน้ำ พอได้นอนแช่น้ำอุ่นมันก็ทำเอาเธอคลายเครียดไปได้บ้าง“เธอรู้ตัวไหมว่าอยู่ในห้องน้ำมาสองชั่วโมงแล้ว!” พริกแกงตาโต เธอไม่คิดว่าตนเองจะหลับไปนานเพียงนี้“เอ่อ...คุณเชนทร์ปล่อย
“มีอะไร!” ราเชนทร์ถามเสียงห้วน ผิดกับพริกแกงที่ไม่กล้าสู้หน้า“คะ...คือ มีเอกสารที่คุณเชนทร์ต้องเซ็นค่ะ” พริกแกงยังคงก้มหน้างุดยื่นเอกสารส่งให้ราเชนทร์กระชากแฟ้มจากมือพริกแกงอย่างแรง ทำเอาเธอเซแทบล้ม“แล้วมีอะไรอีก” เขาถามต่อเมื่อเธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม“คะ...คือพริกแกงอยากอธิบาย...”“แต่ฉันไม่อย
“แกหอบเสื้อผ้ามาที่นี่ทำไม!” คุณรวงข้าวเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกสาวมากดออดยืนกอดกระเป๋ารออยู่หน้าห้อง“หนูขอมาอยู่กับแม่สักพักน่ะค่ะ ไว้หนูหาที่อยู่ใหม่ได้หนูจะย้ายออก” พริกแกงเอ่ยขอมารดาด้วยนำเสียงอ้อน ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่นำพาให้คนเป็นแม่ใจอ่อนแต่กลับโมโหเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“แกหมายความว่ายังไง คนที่







