Masukพริกแกงกลับเข้ามาที่บ้านของเขาอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์นั้น เธอเก็บของเตรียมออกไปอยู่ที่อื่น คงถึงเวลาที่เธอจะต้องเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเองแล้วจริง ๆ
หลังจากนี้เธอคงต้องทำงานให้หนักขึ้นจึงจะมีเงินเพียงพอให้ผู้เป็นแม่ได้ใช้สอย เธอยืนด้วยขาของตัวเองมาโดยตลอด และจะเป็นเช่นนั้นต่อไป
เมื่อคืนที่ผ่านมาพริกแกงได้ให้คำตอบแก่เจ้าสัวบุรินทร์ถึงเรื่องที่คุยกันค้างไว้ เธอเอ่ยปฏิเสธออกไปเพราะไม่อยากให้ท่านหรือราเชนทร์ต้องมาหนักใจกับปัญหาของตน
“หนูพริก...จะไปไหนเหรอ” เจ้าสัวบุรินทร์สังเกตเห็นพริกแกงที่แบกสัมภาระออกมาจึงเอ่ยถาม
“เอ่อ...คือพริกจะย้ายไปอยู่ที่อื่นน่ะค่ะ” พริกแกงนั่งลงด้านข้างชายสูงวัย ก่อนจะเอ่ยขึ้นบอกเขา
“พริกขอบคุณคุณลุงมาก ๆ เลยนะคะที่เมตตาให้ที่อยู่กับพริก” หญิงสาวกล่าวขอบคุณประนมมือลงกราบด้วยความซาบซึ้งใจ
“แล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหน เรเชลรู้เรื่องหรือเปล่า” ท่านเอ่ยถึงลูกสาวของตน แต่รายนั้นหากรู้เรื่องคงจะไม่ยอมง่าย ๆ
“พริกยังไม่ได้บอกค่ะ ว่าจะย้ายออกก่อนค่อยบอกทีหลัง” หากบอกตอนนี้มีหวังเรเชลไม่ยอมเป็นแน่
“แล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหน?” ท่านยังอดห่วงไม่ได้ตามประสาคนที่มีลูกสาว ยิ่งเห็นพริกแกงเป็นเด็กน่ารักมีสัมมาคาระวะก็เอ็นดูไม่ต่างจากลูกสาวแท้ ๆ คนนึง
“พริกมองหาที่ไว้อยู่สองสามที่ค่ะ” อันที่จริงเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน คงต้องไปอยู่กับผู้เป็นแม่ก่อนค่อยคิดหาทีหลัง จำต้องโป้ปดคำโตเพราะไม่อยากให้เจ้าสัวบุรินทร์เป็นห่วง
“หนูอยู่ที่นี่ได้นะ ลุงไม่บังคับหนูเรื่องแต่งงานถ้าหนูไม่เต็มใจ” ท่านคงไม่บังคับใครหากไม่เต็มใจ ผู้หญิงตัวคนเดียวหากออกไปโดยไม่มีใครช่วยเหลือก็ลำบากเปล่า ท่านยังนึกสงสารที่แม้แต่แม่แท้ๆ ยังไม่เหลียวแลพริกแกง
พริกแกงพาลจะร้องไห้ ขอบคุณท่านที่เอ็นดูแม้เธอไม่ใช่ลูกหลานแท้หรือแม้แต่จะมีสายเลือดเดียวกัน
“พริกขอบคุณคุณลุงอีกครั้งนะคะ แต่พริกเกรงใจจริง ๆ ค่ะ” เธอยกมือไหว้ผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม
“ไว้พริกจะกลับมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะคะ” พริกแกงเอ่ยลา หอบของใช้ส่วนตัวเท่าที่มีออกมา
ครืด~~ ครืด~~
ออกมายังไม่ถึงครึ่งทาง เรเชลก็ต่อสายหาเธอทันที เรเชลคงรู้เรื่องแล้วสินะ เธอนึกคิดในใจ
พริกแกงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมผ่อนปรนลมหายใจช้า ๆ ก่อนจะกดรับสายเพื่อน
“ว่าไงเรเชล?” พริกแกงถามปลายสาย
(พริก...ตอนนี้พริกอยู่ไหน ทำไมถึงย้ายออก แล้วนี่จะไปอยู่ที่ไหน มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?) เรเชลรัวคำถาม
“พริกอยู่บนรถแท็กซี่ เรเชลไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้พริกมีที่อยู่ใหม่แล้ว” เธอโกหก
(บอกแท็กซี่ให้มาส่งที่บ้านพี่เพลิงเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง!) เรเชลวางสายไป พริกแกงจำต้องทำตามคำสั่งของเรเชลผู้เป็นเพื่อนรัก เรเชลเป็นคนดื้อ หากไม่คุยให้รู้เรื่องมีหวังเธอไม่ยอมแน่
สายตาของพริกแกงไร้โฟกัส เลื่อนลอยไปเรื่อย ชีวิตเธอนั้นมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน
“เรเชล...คุยกันหน่อยสิ” ตั้งแต่เธอมาถึงบ้านของเพลิงอัคคี เรเชลกลับทำเงียบใส่ และไม่ยอมคุยกับเธอคงโกรธที่มีอะไรไม่ปรึกษาและย้ายออกจากบ้านโดยที่ไม่บอกเธอก่อน
“ถ้าเรเชลไม่คุย พริกกลับแล้วนะ” พริกแกงหยั่งเชิง เรเชลรีบหันหน้ามาหาทันที และยอมคุยกับเธอในที่สุด
“ทำไมพริกถึงต้องย้ายออก เพราะเรื่องที่คุณพ่อจะให้พริกแต่งงานกับพี่เชนทร์ใช่ไหม?” เรเชลซักไซ้ทันที
“หรือพริกมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ พริกบอกเรเชลมาสิ มีใครทำอะไรพริกหรือเปล่า?” พริกแกงส่ายหน้ายิ้มให้เพื่อน
“พริกแค่ไม่อยากรบกวนคุณลุงน่ะ ไหนจะเรื่องที่เรเชลฝากงานให้อีก พริกรู้สึกว่าแค่นี้พริกก็เป็นหนี้ครอบครัวเรเชลไม่รู้เท่าไหร่แล้ว” พริกแกงพูดความในใจ
“อีกอย่างถ้าคุณเชนทร์ทราบเรื่องที่แม่ของพริกพูด เขาต้องไม่พอใจมากแน่ ๆ” เธอกังวลว่าหากราเชนทร์ทราบ เขาอาจจะไล่เธอออกจากงานเป็นแน่ เดี๋ยวนี้งานยิ่งหายาก เธอไม่อยากต้องไปหางานใหม่ สู้เธอออกมาแล้วตัดปัญหาดีกว่า
“แล้วพริกจะไปอยู่ที่ไหน?” เรเชลยังอดห่วงเพื่อนสาวไม่ได้อยู่ดี
“ตอนนี้พริกมีที่อยู่แล้ว เรเชลไม่ต้องห่วงนะ” พริกแกงไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นห่วง
“ที่ไหน แล้วมันจะปลอดภัยจริง ๆ ใช่ไหมพริก” เรเชลยังคงเป็นห่วงซักไซ้ไม่เลิกพริกแกงก็เข้าใจไม่ได้รำคาญแต่อย่างใด
“พริกจะไปอยู่กับแม่น่ะ” แม้ผู้เป็นแม่ยังไม่รับปากแต่เมื่อเธอหอบข้าวของไปขนาดนี้ยังไงซะแม่เธอคงไม่ปฏิเสธ
“คุณน้าให้พริกอยู่ด้วยเหรอ แล้วไหนตอนนั้นบอกอึดอัด” เรเชลยังคงสงสัยไม่เลิก
“ให้สิ ต้องให้อยู่แล้วไม่ต้องห่วงนะ ยังไงถ้าเรามีเรื่องเดือดร้อนเราจะโทรหาเรเชลคนแรกเลยดีไหม” พริกแกงเอ่ยให้เพื่อนสบายใจเรเชลโผกอดเพื่อนรัก แม้เธอนั้นอยากจะช่วยพริกแกงมากแค่ไหน แต่หากเจ้าตัวไม่ยอมรับการช่วยเหลือ เธอคงทำได้เพียงให้กำลังใจ
เรเชลยินดีหากจะได้พริกแกงมาเป็นพี่สะใภ้ เพราะผู้หญิงที่ดีและเพรียบพร้อมอย่างพริกแกงคงหาได้ไม่ง่ายแถมยังเป็นเพื่อนรักที่คบมาตั้งนานรู้ไส้รู้พุงกันจนหมด
คฤหาสน์อภิวัฒนากูล
“ไปซะได้ก็ดี” ราเชนทร์เอ่ยเมื่อทราบว่าพริกแกงนั้นได้ย้ายออกไป หากเรเชลไม่ขอไว้เขาคงไล่เด็กนั่นออกไปตั้งนานแล้ว
“ไอ้เชนทร์....แกจะอะไรกับน้องนักหนา ก็รู้ว่าน้องไม่มีที่พึ่ง” เจ้าสัวบุรินทร์เอ็ดลูกชายคนโต ที่เอาแต่พูดจาขวานผ่าซากโตซะเปล่าไอ้นี่ทำตัวเป็นเด็กไปได้
“นั่นสิพี่เชนทร์ น้องพริกก็ดูเป็นคนดี” รัชชายิ้มเมื่อนึกถึงพริกแกง น้องน่ารักหน้าตาจิ้มลิ้มนิสัยก็ดีไม่รู้ไอ้พี่บ้าทำไมถึงไม่ชอบกัน
“แล้วยังไง? บ้านเราไม่ใช่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าสักหน่อย” หากจะเอาเรื่องนั้นมาอ้าง แล้วเหตุใดครอบครัวเขาต้องมารับผิดชอบพริกแกง ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องของเธอ แค่น้องสาวเขาฝากงานให้ก็บุญโขแค่ไหนแล้ว
“หรือพี่เชนทร์จะไม่พอใจเรื่องที่คุณน้ารวงข้าวขอให้แต่งงาน อันที่จริงให้ผมแต่งก็ได้นะพ่อ ผมเต็มใจ” รัชชาเสนอตัวกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
“หยุดเลยไอ้ชา อย่าแม้แต่จะคิด” ราเชนทร์ขัดน้องชายด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่เห็นด้วยอย่างแรง ผู้หญิงที่เอาตัวเองมาเร่ขายแบบนี้คงไม่ใช่คนดีอย่างที่สร้างภาพให้ใครเห็น หน้าซื่อตาใสร้อยทั้งร้อยเสแสร้งแกล้งมารยาทั้งนั้น
“ทำไม หวงไว้เองอ่ะดิ!” ราชันพูดแหย่พี่ชายด้วยใบหน้ายิ้มระรื่นพลางเลิกคิ้วด้วยท่าทางกวนๆ
“พูดอะไรของแก ไร้สาระ!” เท้าของราเชนทร์ทำท่าจะพุ่งไปหาน้องชาย แต่ราชันไหวตัวทันเอี้ยวตัวหลบซะก่อน
“เอาเถอะ ๆ จะมาตีกันทำไมตอนนี้น้องก็ไปแล้ว คงจะสมใจแกแล้วสินะ” เจ้าสัวบุรินทร์หนักใจกับลูกชายทั้งสองคน จึงเอ่ยปากห้ามก่อนที่มันเกิดศึกขนาดย่อมในบ้าน ต่อยตีกันมาตั้งแต่เด็กโตแล้วยังจะมาตีกันอีกเจ้าสัวบุรินทร์ส่ายหัวอย่างระอา
“คุณพ่อขาา” เสียงเจื้อยแจ้วมาพร้อมเด็กสาวตัวเล็กที่วิ่งเข้าหาบิดา ราเชนทร์อ้าแขนกว้างรับเด็กหญิงโรสลินไว้ในอ้อมอกฟอดดด~ ฟอดดด~แก้มนุ่มนิ่มถูกจับจองโดยผู้เป็นพ่อ“พ่อคร้าบบ” เด็กชายราชาไม่น้อยหน้าสาวเท้าตามพี่สาวมาติด ๆ ราเชนทร์อ้าแขนรับเด็กชายอีกคน“วันนี้ลูกพ่อเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนกันหรือเปล่าครับ” ราเชนทร์เอ่ยถามลูก ๆ ทั้งสองที่ตอนนี้ศึกษาอยู่ชั้นเตรียมอนุบาล“น้องโรสเป็นเด็กดีค่ะคุณพ่อ” เสียงเล็กตอบบิดาด้วยรอบยิ้มที่ทำให้มองแล้วยิ่งลุ่มหลงหัวใจแกร่งอ่อนยวบไปหมด“แล้วน้องคิงล่ะครับ” เขาเปลี่ยนเป้าหมายหาลูกชายบ้าง“คิงเป็นเด็กดีครับ” เขาตอบน้ำเสียงหนักแน่นจนผู้เป็นพ่อต้องหอมแก้มยุ้ยให้รางวัลอีกคน“คุณแม่ไปไหนครับ เห็นคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า” เขาสอดส่องสายตาหาเมียรักเมื่อไม่พบพริกแกงออกมารับเขาอย่างเช่นทุกวัน โดยที่อุ้มเด็กทั้งสองไว้ในลำแขนแกร่ง น้ำหนักราว ๆ สามสิบกิโลกรัมไม่ได้ทำให้ราเชนทร์อยากอุ้มทั้งสองน้อยลงทั้งสองชี้ไปยังตำ
ร่างอวบของพริกแกงนั่งรอเขาที่ปลายเตียงใจจดใจจ่อ รอเขาอาบน้ำเสร็จให้ชายหนุ่มใจเย็นลงค่อยทำการง้อทีเดียว“ยังไม่หายโกรธพริกแกงอีกเหรอคะ” เขาเมินราวกับว่าเธอเป็นธาตุอากาศ คงจะโกรธจริง...“โถ่...คุณเชนทร์คะ พริกแกงไม่ได้ตั้งใจ” เธอยืนประจันหน้ากับเขาแต่ชายหนุ่มกลับเบือนหน้าหนี พริกแกงให้มือประกบแก้มทั้งสองให้หันมาสบตากับตน เท้าเล็กเขย่งพอให้ใบหน้าใกล้เคียงกับคนตัวสูงจุ๊บ!“หายโกรธพริกแกงเถอะนะ นะคะ” เธอยื่นใบหน้าหวานเข้าไปใกล้หวังให้เขาใจอ่อน แต่พริกแกงคิดผิด ชายหนุ่มผละออกจากเธอทำให้พริกแกงหมดความอดทน“ก็ได้ค่ะ ถ้าวันนี้คุณเชนทร์ไม่หายโกรธ พริกแกงจะไปนอนห้องรับแขก” ไม่ใช่เพียงขู่แต่เธอจะทำมันจริง ๆ“ไม่ได้นะ!” พริกแกงลอบยิ้มเมื่อใช้ไม้แข็งแล้วชายหนุ่มยอมคุยด้วย“หายโกรธพริกแกงเถอะนะคะ” เธอทำเสียงออดอ้อนหวังให้ชายหนุ่มใจอ่อน“ฉันยอมเธอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ” ราเชนทร์กลัวว่าเธอจะทำจริง เขาคงนอนไม่หลับหากไม่ได้นอนกอดพริกแกงแล้วเข้านิทราไปพร้อมกัน“พริกแกงขอโทษนะคะที่พูดไปแบบนั้น ไม่คิดว่าจะทำให้คุณเชนทร์โกรธ” เ
“แอร๊” เสียงของสาวน้อยทำให้เธอหลุดจากภวังค์ แม้จิตใจเธอจะย่ำแย่แต่ก็ยังดีที่มีลูกน้อยคอยเป็นแรงใจ“แม่ขอโทษค่ะ พอดีแม่คิดถึงคุณยายของหนู” เธอปาดน้ำตาที่ไหลออกมาตอนไหนก็ไม่รู้มองหน้าลูกสาวแล้วยิ่งคิดถึงแม่ ลูกสาวตัวน้อยยังไม่เคยได้เจอยายของเธอเลยด้วยซ้ำ แม่จะรู้ไหมว่าหลานสาวของแม่น่ารักน่าชังขนาดไหน“พริกแกง ทานข้าวหน่อยนะครับ” ราเชนทร์บอกเธอเสียงอ่อน หลายวันมานี้พริกแกงทานอาหารแทบจะนับคำได้ จนเขาเริ่มเป็นห่วงทั้งตัวเธอและลูกในท้อง“พริกแกงยังไม่หิวค่ะคุณเชนทร์” พริกแกงรู้สึกไม่อยากอาหาร“เธอควรคิดถึงลูกในท้องนะพริกแกง” เขาพูดให้เธอฉุกคิด และมันเป็นดั่งที่เขาตั้งใจ พริกแกงเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวและตอนนี้เธอยอมทานข้าวแต่โดยดียอมฝืนกลืนไปจนหมดแม้กระทั่งนมที่ราเชนทร์ชงมาให้เธอก็ดื่มไม่เหลือสักหยด“แม่ของเธอท่านไปสบายแล้วนะพริกแกง” ราเชนทร์นำผ้าคลุมไหล่ผืนหนาวางลงบนไหล่บางก่อนจะโอบกอดอีกชั้นเพิ่มความอบอุ่น“คุณเชนทร์” พริกแกงละสายตาจากพระจันทร์ดวงโตเอ่ยเรียกชายหนุ่ม“ถ้าแม่เธอรู้ว่าเธอไม่ยอมกินข้าว
“น้องโรสมาหาคุณพ่อดีกว่าค่ะ” เขาชิงตัวลูกสาวมาอุ้มไว้แทน ลูกสาวของเขาตัวกลมดิก น้ำหนักก็พอตัวจนเขาเกรงว่าหากเธออุ้มนาน ๆ คงไม่ดีแน่“หนูพริกแกงเป็นยังไงบ้างลูก” เจ้าสัวบุรินทร์ถามไถ่อาการหญิงสาว ตอนเกิดเรื่องท่านเป็นห่วงเธอจนแทบจะนั่งไม่ติด ทั้งห่วงหญิงสาวและหลานในท้อง ยิ่งเรเชลที่อยู่ต่างประเทศแทบจะตีตั๋วกลับทันที“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ” เจ้าสัวบุรินทร์เห่อหลานไม่ต่างจากลูกชายคนโต“ไปพักผ่อนเถอะลูกกลับมาเหนื่อย ๆ” แม้พริกแกงจะดูสดชื่นขึ้นมากแต่ท่านก็ยังเป็นห่วงพริกแกงก็คิดเช่นกัน ตอนนี้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก“พริกแกงขอเดินเองนะคะ” เธอเอ่ยบอกคนที่เตรียมจะอุ้ม ราเชนทร์ได้แต่ประคองเธอด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดพอร่างเล็กนอนราบลงบนเตียงก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงคนที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องนอนโรงพยาบาล“แล้วพี่ปรางล่ะคะ”“ตอนนี้ปรางทิพย์ลาออกไปแล้ว ส่วนเรื่องคดีฉันคงปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย” เขาเล่าเรื่องทุกอย่างให้พริกแกงฟังอย่างไม่ปิดบัง“สงสารเธอนะคะ” แม้ต้องเจ็บตัวแต่พริกแกงก็ยังคงเห็นใจและเข้าใจสาเหตุที่ปรางทิพย์ทำเช่นนี้
“คุณปราง...คุณปรางกำลังลากตัวหนูพริกแกงขึ้นไปบนดาดฟ้าค่ะ” คำว่าลาก ทำให้ราเชนทร์ตกใจยิ่งขึ้น“ป้าณีว่ายังไงนะครับ” ร่างสูงทะลึ่งพรวดขึ้นมา เขาถามย่ำอีกครั้งเกรงว่าจะฟังผิด แต่กลับได้คำตอบเช่นเดิม ตอนนี้ใจเขาแทบจะร้อนเป็นไฟ“ไอ้รัช แกพาน้องโรสกลับบ้านก่อน” เขาฝากฝังน้องชายที่อุ้มลูกเขาอยู่“ได้ไงพี่” รัชชาเองก็ห่วงพริกแกงไม่ต่างกัน“ฉันสั่งให้แกพาน้องโรสกลับบ้านก่อน! เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง” เขาขึ้นเสียงใส่น้องชาย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีเขาไม่อยากต้องมาห่วงหน้าพะวงหลัง หากลูกสาวยังอยู่ที่นี่เพราะไม่รู้ว่าปรางทิพย์คิดจะทำอะไร“ป้าณีครับ ผมฝากโทรแจ้งตำรวจที” เขาว่าไว้เท่านั้นก่อนที่จะสาวเท้าตรงดิ่งไปยังจุดที่แม่บ้านบอกแม้ขาจะยาวเท่าไหร่แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าเขาเดินช้ามากกว่าปกติ ราเชนทร์วิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ จากห้องทำงานของเขาไปยังดาดฟ้าระยะทางไม่ไกล แต่เขาเป็นห่วงพริกแกงจวนจะขาดใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้พริกแกงเป็นเช่นไรบ้างทางข้างหน้ามีคนมุงอยู่เป็นจำนวนมาก“ขอทางหน่อย” ราเชนทร์เร่งฝีเท้าฝ่าฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์ เขาตะคอกเสียงดังกังวล
“จะรีบไปไหนล่ะคะ พี่ยังพูดไม่จบเลย” แขนเรียวเล็กถูกรั้งเอาไว้“แต่ถ้าสุดท้ายไม่มีน้องพริกแกง พี่เชนทร์คงเลือกพี่อย่างแน่นอน” มือสวยของปรางทิพย์บีบที่ต้นแขนของพริกแกงแน่น“จริงไหมคะ” เสียงกระซิบของปรางทิพย์ทำพริกแกงขนลุกซู่ ก่อนทีสติจะดับวูบไปในที่สุด...“แอร๊…” เสียงร้องของเด็กหญิงโรสลิน ทำให้ราเชนทร์ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานวางทุกอย่างลงแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปหา“โอ๋ ๆ น้องโรส...คุณพ่ออยู่นี่ค่ะ” เขาอุ้มสาวน้อยแนบอก หยิบขวดนมของเด็กสาวป้อนให้แก่เธอ เด็กหญิงโรสลินหยุดร้องเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ อาหารสุดโปรดของสาวน้อยคือน้ำนมจากเต้าของมารดานั่นเองราเชนทร์มองไปที่ประตูสลับกับนาฬิกาด้วยความกระวนกระวายใจ พริกแกงหายไปนานจนเขารู้สึกแปลกใจ เพราะพริกแกงเป็นคนที่หวงลูกมาก ไม่น่าจะอยู่ห่างลูกได้นานถึงเพียงนี้“ทำไมคุณแม่ไปนานจังเลยหื้ม” ราเชนทร์เอ่ยกับเด็กน้อยเขาอดไม่ได้ที่จะฟัดแก้มย้วย“แอ๊ะ” เด็กสาวประท้วงเมื่อบิดารบกวนเวลากิน“คุณพ่อไม่กวนแล้วค่ะ เดี๋ยวน้องโรสทานเสร็จแล้วเราไปหาคุณแม่ดีกว่านะคะ” เขายิ้มให้กับความเลี้ยงง่ายของสาวน
รถยนต์คันหรูจอดที่ท่าเรือ วันนี้พริกแกงแต่งชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนขับกับผิวขาวผ่องทำให้ดูสว่างตาผู้คนมากมายต่างรีบเร่งเพราะจวนจะได้เวลาที่เรือจะออก พริกแกงก้าวเท้าลงจากรถยนต์คันหรูยืนมองชายหนุ่มที่เอาแต่ยืนนิ่งสอดส่องสายตาไปทั่ว ราวกับรอใครสักคน“สวัสดีค่ะพี่เชนทร์ รอนานไหมคะ” พ
“นี่เธอคิดจะทำอะไร!” เขาตะคอกกลับ“พริกแกงก็อาบน้ำไงคะ” พริกแกงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพียงเพราะแค่เธออาบน้ำ พอได้นอนแช่น้ำอุ่นมันก็ทำเอาเธอคลายเครียดไปได้บ้าง“เธอรู้ตัวไหมว่าอยู่ในห้องน้ำมาสองชั่วโมงแล้ว!” พริกแกงตาโต เธอไม่คิดว่าตนเองจะหลับไปนานเพียงนี้“เอ่อ...คุณเชนทร์ปล่อย
“มีอะไร!” ราเชนทร์ถามเสียงห้วน ผิดกับพริกแกงที่ไม่กล้าสู้หน้า“คะ...คือ มีเอกสารที่คุณเชนทร์ต้องเซ็นค่ะ” พริกแกงยังคงก้มหน้างุดยื่นเอกสารส่งให้ราเชนทร์กระชากแฟ้มจากมือพริกแกงอย่างแรง ทำเอาเธอเซแทบล้ม“แล้วมีอะไรอีก” เขาถามต่อเมื่อเธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม“คะ...คือพริกแกงอยากอธิบาย...”“แต่ฉันไม่อย
“เอาล่ะ ๆ ลุงว่าในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วเราก็จัดงานแต่งงานซะเลย” เจ้าสัวบุรินทร์ไม่ยอมปล่อยให้เสียโอกาสที่จะได้พริกแกงมาเป็นลูกสะใภ้เป็นแน่“ไม่ครับ! / ไม่นะคะ!” สองเสียงพร้อมเพรียงกันปฏิเสธ“ทำไมผมต้องแต่งด้วย แค่ออกไปปฏิเสธก็จบแล้วไม่ใช่เหรอครับ” ราเชนทร์เสนอความคิดของตน เรื่องแค่นี้ไม่เห็น




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


