Share

4

last update Last Updated: 2026-01-19 18:22:32

บทที่ 1 แรกพบสบตาพาไหวหวั่น

“เซ็งชะมัด ไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ”

            เสียงบ่นพึมพำอย่างหัวเสียดังมาจากเรียวปากอิ่มบนดวงหน้าสวยกระจ่างของบุษบามินตรา เพราะเริ่มจะหงุดหงิดกับสภาพของรถที่ติดแหง็กอยู่ตรงทางเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งหญิงสาวลืมเสียสนิทว่าวันนี้เป็นวันหยุดราชการ จำนวนรถที่มาจับจ่ายซื้อของจึงมากกว่าปกติ ตัวเธอมีธุระผ่านมาแถวนี้จึงคิดจะแวะซื้อพวกอาหารสดไปใส่ตู้เย็นบ้างเหมือนกัน

               กว่าหญิงสาวจะหาที่จอดรถได้ก็ต้องขับวนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดที่มีรถจอดอยู่จำนวนน้อยคัน ซึ่งเธอเองไม่ค่อยชอบเพราะดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่นัก ขณะกำลังเปิดประตูรถคันเก่งของตัวเองหูก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ครั้นเหลียวไปมองจึงพบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเข้า

               ไม่ห่างจากที่รถของเธอจอดนัก บุษบามินตราเห็นชายฉกรรจ์ร่างผอมเกร็งกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกระเป๋าถือใบใหญ่จากมือของสตรีวัยวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ที่แม้จะมีสีหน้าตื่นตกใจเพียงใดก็ตาม แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากกระเป๋าที่ถือไว้ ปากก็ร้องให้คนช่วยไม่ได้หยุด จึงถูกชายคนนั้นต่อยเข้าที่ท้องจนทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วคนต่อยก็กำลังจะวิ่งหนีไปพร้อมกระเป๋าในมือ

               หญิงสาวเห็นดังนั้นก็รีบเปิดประตูผลัวะออกไป วิ่งเข้าใส่ร่างของคนร้ายด้วยความลืมตัว โดยการกางแขนออกแล้วเหวี่ยงเข้าที่ซอกคอจนมันเสียหลักเซไป อะดรีนาลีนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทำให้เธอส่งหมัดตามเข้าที่กกหูด้วยเรี่ยวแรง

ที่มีอยู่กระทั่งร่างผอมเกร็งล้มลง หญิงสาวใช้จังหวะนั้นคว้ากระเป๋าใบใหญ่จากมือมันมาได้ ก่อนจะเตะซ้ำเข้าที่ชายโครงจนมันนอนตัวงอ

               โจรวิ่งราวที่คาดว่าคงเป็นเพียงมือสมัครเล่น หลังเจอฤทธิ์หมัดและเท้าเข้าไปโดยไม่ทันตั้งตัวก็นั่งมึนงงไปพักใหญ่ ก่อนจะตะลีตะลานลุกขึ้นยืนแล้วโกยแน่บลงบันไดหนีไปทันที เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของหลายคนวิ่งตรงมา

               “กะ...เกิดอะไรขึ้นหรือครับ แล้วบาดเจ็บกันบ้างหรือเปล่าครับ”

               เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่างเตี้ยล่ำวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับกระบองอันโตในมือ จนพลเมืองดีสาวต้องกลั้นหัวเราะพลางคิดในใจ แล้วจะสู้กับโจรไหวไหมละนั่น

               “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะพ่อคู้น พอดีแม่หนูคนนี้มาช่วยไว้ได้ทัน”

               สตรีวัยกลางคนหน้าตางดงามสมวัย ที่เวลานี้ค่อยหายจากอาการตื่นตระหนกหันไปตอบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเมื่ออีกฝ่ายได้ฟังคำตอบก็จ้องมายังหญิงสาวสวยด้วยความทึ่ง ก่อนจะวิทยุเรียกเจ้าหน้าที่ของห้างออกมายังที่เกิดเหตุเพื่อแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทราบ

               “ขอบใจหนูมากนะจ๊ะที่ช่วยไว้ ไม่งั้นป้าคงแย่แน่ๆ ทั้งสวยทั้งมีน้ำใจ แล้วยังเก่งมากๆ ด้วย” สตรีวัยกลางคนผู้เกือบจะสูญเสียทรัพย์สินเอ่ยชมพลเมืองดีสาวสวยไม่ขาดปาก พลางเดินเอามือกุมท้องเข้ามาหา

               คนถูกชมนึกขัดเขินที่ถูกชมว่าสวย ถ้าอีกฝ่ายเคยเห็นเธอสมัยเป็นเด็กที่ทั้งอ้วนดำแถมยังฟันหลอ คงจะต้องรีบเปลี่ยนคำพูดใหม่เป็นแน่ เมื่อครู่ตอนที่เธอทั้งเตะทั้งต่อยคนร้ายไปนั้น เป็นเพราะนึกถึงใบหน้าของสุนทร ศัตรูสมัยเด็กขึ้นมาจึงตะบันใส่ไม่ยั้ง! ถ้าคนร้ายเป็นพวกมืออาชีพเธอคงเอาชนะมันไม่ได้ง่ายๆ หรอก

               “คุณป้าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่มาเขาคงพาไปเช็กที่โรงพยาบาล”

               หญิงสาวเอ่ยถามอาการหลังจากสังเกตท่าทางการเดินเมื่อครู่ เข้าใจว่าคงจุกจากการถูกต่อยที่ท้องตอนเกิดเหตุ ก่อนยื่นกระเป๋าถือใบใหญ่ที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าราคาแพงมหาศาลคืนให้

               หญิงวัยกลางคนสั่นหน้า “ไม่เป็นไรมากหรอกจ้ะ มันต่อยป้าไม่แรงมาก แต่ก็ทำเอาคนแก่อย่างป้าถึงกับทรุดได้เหมือนกัน”

               คนทำตัวเป็นพลเมืองดียังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปอีก ก็มีเสียงทุ้มๆ ดังขึ้นทางด้านหลังเสียก่อน

               “คุณป้า เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ”

               คนถูกเรียกคุณป้าหันไปมอง ครั้นเห็นคนถามดวงหน้าก็พลันบังเกิดรอยยิ้ม “อ้าว...ตากาย ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะจ๊ะ”

               ชายหนุ่มเจ้าของชื่อกายยกมือขึ้นไหว้                “ผมจอดรถอยู่ตรงโน้นครับคุณป้า เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกำลังเปิดประตูลงจะลงมาช่วยอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ทันคุณคนนี้ครับ” พูดพลางก็ปรายตาไปยังหญิงสาวที่ยืนหันข้างให้ แล้วผุดรอยยิ้มขึ้นมาวูบหนึ่งที่มุมปาก ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

               “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”

               “แล้วตกลงคุณป้าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไปโรงพยาบาลให้หมอดูสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือครับ”

               น้ำเสียงเสียงทุ้มๆ นุ่มนวลที่ได้ยินทำให้บุษบามินตราหันไปมอง ก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวเนียนในชุดกางเกงสีเทาอมฟ้า เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ใบหน้ารูปไข่เรียวสวยดุจสตรี จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากแดง ผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้น เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจดเท้า และสิ่งสะดุดตาที่สุดคงเป็นนัยน์ตาคมวาววับภายใต้คิ้วเรียวเข้มจัดที่กำลังจ้องมายังเธอ มีผลทำให้คนถูกมองนิ่งงันไปชั่วขณะ คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นอีกฝ่ายที่ไหน

มาก่อน เพียงแต่ยังนึกไม่ออกเท่านั้น

               “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ป้าโชคดีที่ได้หนูคนนี้ช่วยไว้ ไม่งั้นคงสูญเสียทรัพย์สินไปมิใช่น้อย...”

               หญิงวัยกลางคนพูดยังไม่ทันจบประโยคก็ต้องชะงัก เนื่องจากเสียงแหลมๆ ของหญิงสาวที่เดินแกมวิ่งมายืนข้างชายหนุ่มดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

               “กายขา ไหนบอกว่าจะลงมาแป๊ปเดียวไงล่ะคะ” หลังต่อว่าชายหนุ่มด้วยท่าทางกระเง้ากระงอดแล้ว จึงหันไปยกมือไหว้สตรีวัยกลางคน “สวัสดีค่ะคุณป้าไคริกา”

               “หนูวิภาวีนี่เองก็นึกว่าใคร คุณแม่สบายดีหรือเปล่าจ๊ะ” คุณหญิงไคริกา อัครโยธิน ยกมือรับไหว้แล้วถามขึ้นตามมารยาท เมื่อจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นบุตรสาวนักธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ และมารดาของหญิงสาวผู้นี้เคยบริจาคเงินเข้าองค์กรการกุศลผ่านท่านอยู่หลายครั้ง

               “สบายดีค่ะ ตอนนี้หนีไปเที่ยวยุโรปอยู่ แล้วคุณป้าปลอดภัยดีใช่ไหมคะ วิกกี้เห็นเหตุการณ์อยู่เหมือนกัน ยังห้ามกายไม่ให้ลงมาเลยค่ะ กลัวจะถูกลูกหลง”

               คำพูดไม่ได้คิดของวิภาวีสร้างความขุ่นเคืองให้เกิดขึ้นบนใบหน้าเรียบสนิทของชายหนุ่มทันที จึงต่อว่าอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ

               “พูดจาแย่ๆ แบบนี้ออกมาได้ยังไงวิกกี้ ผมบอกแล้วไงว่าให้รออยู่บนรถ คุณลงมาทำไมล่ะ”

               “ก็...วิกกี้รออยู่บนรถตั้งนานไม่เห็นกายกลับไปเสียที ก็เลยต้องลงมาตาม วิกกี้เป็นห่วงกายนี่คะ” วิภาวีหันไปพูดเสียงอ่อยๆ กับชายหนุ่ม

               น้ำเสียงแหลมๆ ดังกล่าว ทำให้บุษบามินตราซึ่งปิดปากเงียบมาตลอดและกำลังจะเอ่ยขอตัวอดหันมองเจ้าของเสียงอันแสนจะน่ารำคาญหูนั่นไม่ได้ แล้วก็ต้องลอบแบะปากเมื่อเห็นเสื้อผ้าอีกฝ่ายอยู่ในสภาพไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก จากกระดุมเสื้อสองเม็ดบนที่ไม่ได้ติด ยิ่งเห็นคราบลิปสติกจางๆ ที่ติดอยู่ข้างแก้มของชายหนุ่ม ก็ยิ่งทำให้คนมองคาดเดาเหตุการณ์ไปได้ต่างๆ นานา 

               หญิงสาวคิดอยู่ไม่นานก็พลันนึกออกว่าเคยเห็นผู้ชายคนนี้จากหน้านิตยสารพวกซุบซิบคนดังนั่นเอง พอนึกหน้าออกชื่อของอีกฝ่ายก็วาบเข้ามาในสมองทันที

               เทวินทร์ อัครวิทย์ หนุ่มสังคมคนดังที่ถูกจัดอันดับให้เป็นชายหนุ่มในฝันของหญิงสาวอยู่ในขณะนี้ มิหนำซ้ำยังตกเป็นข่าวกับดาราสาวคนโน้นคนนี้อยู่เสมอ ซึ่งยายสาวไฮโซปากไม่มีหูรูดคนนี้ก็คงเป็นหนึ่งในคู่ควงของเขา หรือไม่งั้นอาจจะเป็นคู่รักของเขาก็ได้

               ที่บอกว่ามาช่วยไม่ทัน คาดว่าคงกำลังทำอะไรกันอยู่ละมั้ง เพราะดูจากรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นเช่นนั้น

               บุษบามินตราปรายตามองไปทางคนที่อยู่ในความคิดอย่างหยันๆ อคติเกิดขึ้นมาในใจทันควัน ตัวจริงของเขาก็คงไม่ได้แตกต่างจากข่าวคาวที่ลงในหนังสือนั่นสักเท่าไหร่หรอก ครั้นเห็นว่าควรจะไปจากตรงนี้ได้แล้ว หญิงสาวจึงยกมือขึ้นไหว้และเอ่ยขอตัวกับสตรีวัยกลางคน

               “คุณป้าคะ หนูคงต้องขอตัวก่อนนะคะ”

               “ขอบใจหนูอีกครั้งนะ พอจะบอกชื่อของหนูให้ป้าทราบหน่อยได้ไหมจ๊ะ” คุณหญิงไคริกาถามพลางมองหน้าสาวสวยที่ช่วยเหลือท่านไว้อย่างนึกเอ็นดู

               “หนูชื่อบุษบามินตราค่ะ”

               ชื่ออันแสนจะไพเราะของหญิงสาว ทำให้ใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นนึกชมในใจว่า รูปก็งามนามก็เพราะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พ่ายใจรัก   5

    คุณหญิงไคริกาหยิบนามบัตรจากในกระเป๋ายื่นให้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปรานี “ป้าชื่อไคริกาจ้ะ ถ้ามีเรื่องอะไรต้องการให้ช่วยเหลือก็ติดต่อป้าได้ตามนามบัตรนี้เลยนะจ๊ะ” บุษบามินตรารับนามบัตรมาถือไว้แล้วจึงขอตัวกลับ ทันทีที่เดินมาถึงรถของตัวเองก็ต้องตกใจจนหน้าเผือดขาว เพราะเมื่อครู่เธอรีบร้อนลงจากรถจนกระทั่งลืมปิดประตู ดีนะที่ไม่มีใครมาเห็นเข้า แล้วจู่ๆ ใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงของเทวินทร์ก็ผุดขึ้นมาในภวังค์ความคิด จนต้องสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อขับไล่ภาพดังกล่าวออกไปโดยเร็ว และพานให้อารมณ์ของหญิงสาวดิ่งลงต่ำเกินพิกัด ความตั้งใจที่จะมาหาซื้อของต้องล้มเลิกไป จึงตัดสินใจขับรถปราดออกไปทันที นึกแช่งชักหักกระดูกชายหนุ่มในใจ เกลียดนักพวกผู้ชายเจ้าชู้ เห็นผู้หญิงเป็นสิ่งบำบัดความใคร่ ขอให้เป็นเอดส์ตายทีเถอะ! หญิงสาวใช่ว่าจะไม่รู้ว่าความคิดอคติส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของพ่อ...พ่อที่เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร แต่เวลาเธอถามเรื่องนี้กับแม่ครั้งใด เจ้าตัวมักจะหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถามและได้แต่ร้องไห้แทน เพราะเรื่องราวคราวหลังครั้งเก่าก่อน

  • พ่ายใจรัก   4

    บทที่ 1 แรกพบสบตาพาไหวหวั่น“เซ็งชะมัด ไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ” เสียงบ่นพึมพำอย่างหัวเสียดังมาจากเรียวปากอิ่มบนดวงหน้าสวยกระจ่างของบุษบามินตรา เพราะเริ่มจะหงุดหงิดกับสภาพของรถที่ติดแหง็กอยู่ตรงทางเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งหญิงสาวลืมเสียสนิทว่าวันนี้เป็นวันหยุดราชการ จำนวนรถที่มาจับจ่ายซื้อของจึงมากกว่าปกติ ตัวเธอมีธุระผ่านมาแถวนี้จึงคิดจะแวะซื้อพวกอาหารสดไปใส่ตู้เย็นบ้างเหมือนกัน กว่าหญิงสาวจะหาที่จอดรถได้ก็ต้องขับวนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดที่มีรถจอดอยู่จำนวนน้อยคัน ซึ่งเธอเองไม่ค่อยชอบเพราะดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่นัก ขณะกำลังเปิดประตูรถคันเก่งของตัวเองหูก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ครั้นเหลียวไปมองจึงพบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเข้า ไม่ห่างจากที่รถของเธอจอดนัก บุษบามินตราเห็นชายฉกรรจ์ร่างผอมเกร็งกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกระเป๋าถือใบใหญ่จากมือของสตรีวัยวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ที่แม้จะมีสีหน้าตื่นตกใจเพียงใดก็ตาม แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากกระเป๋าที่ถือไว้ ปากก็ร้องให้คนช่วยไม่ได้หยุด จึงถูกชายคนนั้นต่อยเข้าที่ท้องจนทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วคนต่อยก็กำลัง

  • พ่ายใจรัก   3

    เพราะคำพูดดังกล่าว ทำให้หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงตัวน้อยก็กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้านหลังนี้ โดยมีอดิศร ลูกชายคนโตของนางซึ่งรับราชการทหารเป็นผู้จดทะเบียนรับเด็กหญิงเป็นบุตรบุญธรรมจวบจนกระทั่งทุกวันนี้ “ยาย ยายจ๋า” เสียงเรียกของหลานสาวอีกคนดังขึ้น พร้อมกับสะกิดที่แขนยิกๆ ทำให้คนกำลังคิดถึงเรื่องในอดีตถึงกับสะดุ้งเฮือก “นุชว่าอะไรหรือลูก” “นุชบอกว่าถ้าพี่หนึ่งอยู่ด้วยนะ นุชจะให้ไปต่อยหน้าไอ้พวกปากไม่ดีให้หมดทุกคนเลย” เด็กหญิงพูดถึงอติรัตน์ ลูกชายของลุงซึ่งเรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดชลบุรี และจะกลับมาเฉพาะวันหยุดเท่านั้น “นั่นสินุช ถ้าพี่หนึ่งอยู่คงไม่มีใครกล้าพูดจาล้อเลียนเราหรอก” เด็กหญิงตัวผอมยิ้มกว้างและรีบพยักหน้าเห็นด้วย ทำให้แฝดคนละฝาหันไปส่งค้อนให้ประหลับประเหลือก “ทีตอนนี้ทำมาเป็นปากเก่งนะน้ำ เวลาถูกล้อทีไรนุชเห็นร้องไห้ทุกครั้ง” คนถูกค่อนขอดได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่กล้าเถียงเพราะเป็นเรื่องจริง “ใครจะเก่งเหมือนเราล่ะยายนุช ทำตัวเป็นอันธพาล มีเรื่องกับคนโน้นคนนี้ไม่เว้นแต่ละวัน

  • พ่ายใจรัก   2

    ครั้นกลับมาถึงบ้านได้ คนถูกล้อเลียนว่าเป็นลูกไม่มีพ่อก็วิ่งตรงรี่ไปยังต้นมะม่วงหลังบ้าน กำหมัดขึ้นชกไปยังลำต้นไม่ยั้ง เพราะความเจ็บใจที่ยังหลงเหลืออยู่ “ไอ้สุนทร ไอ้คนปากหมา ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน...” เสียงก่นด่าของเด็กหญิงดังออกมาไม่ขาดปาก “หยุดได้แล้วนุช ดูสิเลือดไหลแล้ว ไม่เจ็บมือบ้างหรือไงนะ” ร่างผอมบางที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ร้องห้ามพลางทำหน้าหวาดเสียว เมื่อเห็นหลังมือของอีกฝ่ายแตกเป็นแผลมีเลือดไหลออกมา “ถ้ายายมาได้ยินนุชด่าก็จะถูกดุอีกนะ” “ยายไม่ได้อยู่ตรงนี้จะกลัวไปทำไมล่ะ โอ๊ย! ไอ้มดแดงบ้า กัดอยู่ได้” คนกำลังด่าและชกต่อยต้นมะม่วงอย่างเมามันหันมาเถียงพลางสะบัดมือเร่าๆ เพราะถูกมดแดงที่อยู่ตามต้นกัดเอา “ขึ้นไปหายายบนเรือนกันเถอะ” เด็กหญิงอรุณรัศมีเอ่ยชวนยิกๆ ดวงหน้าเล็กๆ เหยเกเหมือนจะร้องไห้ ส่วนคนชกต้นมะม่วงก็ดูเหมือนเพิ่งจะรู้สึกเจ็บ เมื่อเห็นเลือดไหลซึมออกมาพร้อมทั้งยังสูดปากดังลั่นเพราะถูกมดแดงกัด จึงเลิกชกแล้วตรงเข้าคว้าข้อมือบางของคนขี้แยพาเดินแกมวิ่งตรงไปยังเรือนหลังใหญ่เบื้องหน้าของเด็

  • พ่ายใจรัก   1

    เสียงเอะอะเอ็ดตะโรที่ดังลอดออกมาจากห้องเรียนของชั้นประถมสอง ทำให้ครูประจำชั้นซึ่งมีรูปร่างท้วมต้องรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ก่อนจะร้องห้ามเสียงดังเมื่อเห็นว่าสาเหตุมาจากคู่วิวาทคู่เดิม ที่กำลังถูกเพื่อนร่วมห้องช่วยกันจับแยกออกจากกันอย่างทุลักทุเล หนึ่งในคู่วิวาทเป็นเด็กหญิงร่างอ้วน ผิวคล้ำ ดวงตาคู่โตดำขลับทอประกายวาววับอยู่ในอาการกรุ่นโกรธ มือทั้งคู่กำหมัดแน่น ส่วนคู่กรณีเป็นเด็กชายร่างสูงผอม มุมปากแตกมีเลือดซึม ครั้นพอเห็นหน้าครูก็อ้าปากส่งเสียงฟ้อง ทำให้เลือดที่ตอนแรกแค่ซึมไหลออกมาจนกบปาก “บุษบามินตราต่อยผมอีกแล้วครับครูครับ” ร่างท้วมของคุณครูในชุดสีกากีส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับคู่วิวาท เพราะคำว่า ‘อีก’ นั้นบ่งบอกว่าทั้งคู่ทะเลาะกันไม่ใช่เป็นครั้งแรก เรียกว่าไม่เว้นแต่ละวันเลยก็ว่าได้ ทว่าครั้งนี้ดูน่าจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง เพราะถึงขั้นเลือดตกยางออกกันเลยทีเดียว “คราวนี้ใครเป็นคนเริ่มก่อน บอกครูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” คนเป็นครูถามน้ำเสียงยังแฝงอาการเหนื่อยหอบจากการวิ่งเมื่อครู่ “ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะครับ” เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status