Share

2

last update Last Updated: 2026-01-19 18:19:21

ครั้นกลับมาถึงบ้านได้ คนถูกล้อเลียนว่าเป็นลูกไม่มีพ่อก็วิ่งตรงรี่ไปยังต้นมะม่วงหลังบ้าน กำหมัดขึ้นชกไปยังลำต้นไม่ยั้ง เพราะความเจ็บใจที่ยังหลงเหลืออยู่

               “ไอ้สุนทร ไอ้คนปากหมา ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน...” เสียงก่นด่าของเด็กหญิงดังออกมาไม่ขาดปาก

               “หยุดได้แล้วนุช ดูสิเลือดไหลแล้ว ไม่เจ็บมือบ้างหรือไงนะ” ร่างผอมบางที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ร้องห้ามพลางทำหน้าหวาดเสียว เมื่อเห็นหลังมือของอีกฝ่ายแตกเป็นแผลมีเลือดไหลออกมา

               “ถ้ายายมาได้ยินนุชด่าก็จะถูกดุอีกนะ”

               “ยายไม่ได้อยู่ตรงนี้จะกลัวไปทำไมล่ะ โอ๊ย! ไอ้มดแดงบ้า กัดอยู่ได้” คนกำลังด่าและชกต่อยต้นมะม่วงอย่างเมามันหันมาเถียงพลางสะบัดมือเร่าๆ เพราะถูกมดแดงที่อยู่ตามต้นกัดเอา

               “ขึ้นไปหายายบนเรือนกันเถอะ”

               เด็กหญิงอรุณรัศมีเอ่ยชวนยิกๆ ดวงหน้าเล็กๆ เหยเกเหมือนจะร้องไห้ ส่วนคนชกต้นมะม่วงก็ดูเหมือนเพิ่งจะรู้สึกเจ็บ เมื่อเห็นเลือดไหลซึมออกมาพร้อมทั้งยังสูดปากดังลั่นเพราะถูกมดแดงกัด จึงเลิกชกแล้วตรงเข้าคว้าข้อมือบางของคนขี้แยพาเดินแกมวิ่งตรงไปยังเรือนหลังใหญ่

เบื้องหน้าของเด็กหญิงทั้งสองคือเรือนไทยไม้สักทองหลังใหญ่ไต้ถุนสูงโล่งแบบโบราณ มีจั่วแหลม ตัวบ้านมีสองส่วนเชื่อมต่อกันด้วยชานกว้าง ด้านข้างของตัวเรือนปลูกต้นไม้น้อยใหญ่ไว้เป็นระยะ ส่วนใหญ่เป็นไม้มงคลที่ปลูกไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลทั้งยังให้ร่มเงา ส่วนด้านหลังเป็นสวนผลไม้กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา

               ลักษณะของตัวบ้านบ่งบอกให้ผู้ผ่านไปมารับรู้ว่าเจ้าของยังคงอนุรักษ์ความเป็นไทยไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะปัจจุบันผู้คนภายในละแวกนี้ล้วนเปลี่ยนแปลงรูปแบบบ้านช่องของตัวเองให้เป็นตัวตึกอันทันสมัยแทบทั้งสิ้น แต่คงยกเว้นนางนวลปรางเพียงคนเดียวที่ไม่ได้สนใจจะเปลี่ยนแปลงตามแบบผู้อื่น ส่วนใครจะว่าเชยหรืออะไรก็ตามแต่ นางก็ยังคงยึดมั่นในความคิดของตัวเอง ไม่ยอมคล้อยตามความคิดของผู้ใดทั้งสิ้น

               ทั่วทั้งตำบลไม่มีใครไม่รู้จักนางนวลปรางหรือป้านวล หญิงม่ายหัวใจแกร่ง อายุ 55 ปี ที่สามีตายตั้งแต่ยังสาว ทิ้งเพียงลูกสองคนไว้ให้ดูต่างหน้า แต่นางก็สามารถเลี้ยงลูกด้วยตัวเองจนกระทั่งเติบโต บุตรชายคนโตรับราชการอยู่ฐานทัพเรือสัตหีบ ส่วนบุตรสาวคนเล็กหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยและทำงานได้เพียงปีเดียว ก็หอบเด็กน้อยน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังกลับมาโดยไม่ยอมพูดหรือบอกเล่ารายละเอียดใดๆ ให้ผู้เป็นแม่ฟังทั้งสิ้น

               ตัวนางนวลปรางเองไม่ปริปากถาม ได้แต่เก็บความรู้สึกเจ็บช้ำไว้ภายในใจ เพราะพูดไปจะเหมือนเป็นการซ้ำเติมให้ลูกเจ็บปวดมากขึ้นเปล่าๆ ที่ควรทำคือช่วยเลี้ยงดูหลานสาวตัวน้อยด้วยความรัก รวมทั้งดูแลสวนผลไม้อัน    กว้างใหญ่ไปด้วยอย่างเข้มแข็ง ใครจะติฉินนินทาอย่างไรถ้าไม่ได้ยินก็แล้วไป แต่ถ้าได้ยินกับหูเมื่อไรเป็นได้ด่าไม่เลี้ยง จนไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้ให้นางได้ยิน

               “ทำไมถึงเพิ่งขึ้นเรือน”

               เสียงดุๆ ของนางนวลปรางที่ดังขึ้นจากบริเวณระเบียงกว้าง ทำให้เด็กหญิงทั้งคู่ต่างชะงักเท้าที่กำลังก้าวขึ้นบันไดชั่วขณะ ก่อนจะรีบก้าวต่อแล้วพากันเดินไปทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ร่างท้วม เพื่อหลบสายตาคมกล้าที่มองตรงมาอย่างสำรวจตรวจตรา

               เด็กหญิงผิวคล้ำตาคมก้มหน้านิ่งไม่ยอมตอบคำถามอย่างคนมีชนักติดหลัง ส่วนเด็กหญิงตัวผอมเตรียมขยับปากจะบอก แต่ก็ต้องรีบหุบอย่างกะทันหันเมื่อได้ยินผู้เป็นยายเปรยขึ้นมาลอยๆ

               “ไปมีเรื่องกับใครมาอีกละสิ”

               นางนวลปรางพูดราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เป็นเพราะเห็นหลานสาววิ่งไปทางหลังบ้านแวบๆ ก็นึกเดาได้ทันทีว่าต้องไปมีเรื่องกับใครที่โรงเรียนมาอย่างแน่นอน และแล้วดวงตาของผู้เป็นยายก็ต้องเบิกกว้าง ก่อนอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อมองเห็นมือของหลานสาว

               “นั่นมือไปโดนอะไรมาหรือยายนุช!”

               เสียงอุทานดังกล่าวมีผลทำให้อารยาที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวรีบผลุนผลันออกมาหาลูกสาวทันที

               “เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะแม่”

               “จะมีอะไร! แม่ลูกสาวตัวดีของนิ่มคงจะไปมีเรื่องกับเพื่อนที่โรงเรียนมาอีกแล้วละสิ”

               คำพูดของนางนวลปรางทำให้อารยาเหลียวไปมองลูกสาว และหน้าก็ถอดสีลงในทันใด เมื่อเห็นหลังมืออวบๆ ของบุษบามินตรามีเลือดไหลซึมออกมา จึงรีบเดินไปหยิบยาล้างแผลกับสำลีจากตู้ยาที่แขวนไว้บนผนังมาจัดการทำแผลให้

               “ทะเลาะกับเพื่อนแล้วไปชกต้นมะม่วงมาอีกใช่ไหม ดูสิ! คราวนี้ถึงกับเลือดตกยางออก ทำไมถึงไม่ยอมเชื่อฟังที่แม่พูดบ้างล่ะ นุชเป็นผู้หญิงนะลูก ไม่ใช่เด็กผู้ชาย จะได้เที่ยวไปทะเลาะกับเขาไปทั่ว” คนเป็นแม่บ่นน้ำเสียงเอือมระอา

               “แม่ ค่อยๆ หน่อยสิจ๊ะ นุชเจ็บและก็คันด้วย”

               เสียงเด็กหญิงบุษบามินตราโอดครวญแล้วต่อด้วยการสูดปากดังลั่น เมื่อถูกผู้เป็นแม่ป้ายยาลงบนแผล ขณะที่มือก็ยกขึ้นเกาตามแขนขามิได้ขาด จนนางนวลปรางต้องหยิบยาหม่องส่งให้

               “เจ็บซะบ้างก็ดี จะได้รู้จักจำ” อารยาบ่นพึมพำเบาๆ ราวกับบอกตัวเอง ขณะทายาหม่องที่ตุ่มแดงๆ ตามแขนขาของลูกสาวไปด้วย ก่อนจะดึงร่างอ้วนนั้นเข้ามากอดแนบอก

               “นุชเอ๊ย ไม่รู้จักเข็ดเลยหรือไง ยายไม่เข้าใจเลยว่าจะไปชกต้นมะม่วงทำไมนักหนา รู้ทั้งรู้ว่าตามต้นมันมีมดแดง ชกแล้วก็เจ็บมือแถมยังคันอีกต่างหาก”

               คนเป็นยายพูดพลางส่ายหน้าแล้วมองหลานสาวอย่างสงสารระคนขบขัน ถูกครูตีไม่เคยร้องไห้สักแอะ แต่กลับมาร้องโอดครวญเพราะถูกมดแดงกัด ก่อนจะหันไปไล่เบี้ยถามกับเด็กหญิงที่ตนเองขอมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กด้วย      น้ำเสียงปรานี

               “ไหนเล่าให้ยายฟังสิน้ำ ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง”

               เจ้าของดวงตาคู่โตแฝงแววเศร้าสร้อยอยู่เป็นนิตย์ จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเรียนให้ผู้เป็นยายฟังโดยละเอียด เมื่อนางนวลปรางได้ฟังก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

               “ยายเคยบอกไว้ไม่ใช่หรือว่า ใครว่าอะไรก็ให้ทำหูทวนลมซะ อย่าไปสนใจฟัง แล้วชกต้นมะม่วงมันหายแค้นหรือไง ก็เปล่า แถมเจ็บมืออีกต่างหาก”

               “นุชก็คิดเอาว่าต้นมะม่วงเป็นหน้าไอ้สุนทรไงจ๊ะยาย” เด็กหญิงผิวคล้ำตอบ จึงถูกผู้เป็นแม่ตีเผียะเข้าที่แขน

               “พูดไอ้ไม่เพราะเลยนะลูก”

               “ก็มันนิสัยไม่ดีนี่จ๊ะแม่ มาเรียกนุชว่าลูกไม่มีพ่อทำไมเล่า”

               ประโยคสุดท้ายเจือเสียงสะอื้นไห้ ดวงตาดำขลับคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตา อารยาหันไปสบตากับมารดาพลางยกแขนโอบกอดลูกสาวแนบอกอีกครั้ง นัยน์ตาคล้ายกันฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ขณะกำลังจะพูดจาปลอบประโลมเหมือนทุกครั้ง ก็ต้องนิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินร่างในอ้อมแขนเงยหน้าขึ้นถาม

               “แล้วทำไมนุชถึงไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นล่ะจ๊ะแม่”

               “แม่...เอ่อ...” อารยาอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เพราะนับเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ลูกสาวถามเช่นนี้ ซึ่งตัวเธอเองไม่ได้ตระเตรียมคำตอบนี้ไว้เสียด้วย ขณะกำลังนึกหาถ้อยคำจะตอบอยู่นั้น เสียงสะอื้นฮักของเด็กหญิงอรุณรัศมีก็ดังแทรกขึ้นในกลางคัน ดึงดูดความสนใจของลูกสาวไปจากเธอทันที

               “น้ำถูกล้อว่าเป็นเด็กเก็บมาจากถังขยะด้วยนะจ๊ะยาย”

               เด็กหญิงอรุณรัศมีพูดพลางสะอื้นจนตัวโยน ดวงตาคู่โตฉายแววเจ็บช้ำ จนนางนวลปรางต้องดึงร่างสั่นเทามากอดอย่างสงสาร น้ำตาของเด็กหญิงบุษบามินตราเหือดแห้งหายไปในทันที กระทั่งลืมทวงคำตอบจากผู้เป็นแม่      จากนั้นก็รีบหันมาพูดปลอบโยนคู่หูด้วยท่าทางเป็นเดือดเป็นแค้นแทน

               “ไม่ต้องร้องไห้นะน้ำ คราวหน้าถ้ามันพูดล้ออีกนะ นุชจะต่อยมันให้ฟันหักหมดปากเลยคอยดู”

               นางนวลปรางส่งสายตาดุๆ ปรามหลานสาว แล้วก้มลงพูดกับร่างในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

               “ต่อไปใครพูดอะไรก็ไม่ต้องไปฟังนะลูก น้ำไม่ใช่เด็กเก็บมาจากไหนทั้งสิ้น น้ำเป็นหลานยายเหมือนกับนุช คนปากเสียก็ชอบพูดพล่อยๆ กันเรื่อยเปื่อย”

               เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อได้ฟังคำพูดปลอบประโลม นางนวลปรางยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ อย่างรักใคร่ แล้วก็หวนนึกถึงวันที่พบเด็กคนนี้ครั้งแรกขึ้นมาในทันใด

            หกปีก่อน ที่บ้านแสงตะวัน จังหวัดชลบุรี...

            “สวัสดีค่ะคุณน้า วันนี้มาธุระแถวนี้หรือคะ

            เสียงจากเจ้าหน้าที่ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีเอ่ยทักนางนวลปราง ซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์รายใหญ่คนหนึ่งที่คอยบริจาคเงินช่วยเหลือบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้อย่างสม่ำเสมอ

            “พอดีแวะมาเยี่ยมลูกชายที่สัตหีบ เลยแวะซื้อของมาให้เด็กๆนางพูดพร้อมกับส่งข้าวของในมือที่หาซื้อมาส่งให้

            “ขอบคุณมากค่ะเจ้าหน้าที่สาวเอ่ยขอบคุณ ขณะกำลังจะชวนอีกฝ่ายคุยก็ต้องชะงัก เพราะเสียงร้องไห้จ้าที่ดังมาจากเด็กผู้หญิงวัยประมาณหนึ่งขวบหน้าตาน่ารักน่าชังคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาวที่ดวงหน้ากำลังฉายแววกลัดกลุ้ม

            “พี่อี๊ดคะ แต๋วไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ ร้องไห้ไม่หยุดแบบนี้

            “ส่งมาให้น้าลองอุ้มหน่อยสินางนวลปรางเดินเข้าไปหาและอ้าแขนออก และช่างน่าประหลาดนัก เด็กหญิงที่กำลังส่งเสียงร้องไห้โยเยโผเข้าสู่อ้อมกอดและหยุดร้องโดยพลัน ทั้งยังส่งยิ้มแป้นแล้นให้

            “เด็กมาอยู่ใหม่หรือจ๊ะ

            “ค่ะคุณน้า น่าสงสาร หน้าตาผิวพรรณก็ดี แม่เอามาทิ้งไว้ ใจร้ายจริงๆ เด็กคงกำลังติดแม่จึงร้องไห้โยเยหญิงสาวที่ชื่อแต๋วซึ่งเป็นคนอุ้มแต่แรกบอก

            “ใครนะช่างใจร้ายแบบนี้ น่าตาน่ารักน่าเอ็นดูเชียว

            นางนวลปรางมองใบหน้าเล็กๆ นั้นด้วยความสงสาร เด็กหญิงแม้จะหยุดร้องไห้แต่ยังคงมีเสียงสะอื้นออกมาเป็นพักๆ มิหนำซ้ำยังซบหน้าเล็กๆ ลงกับไหล่ของนางราวกับฝากเนื้อฝากตัว ทำให้หญิงวัยกลางคนรู้สึกสงสาร บังเกิดความรักและเอ็นดูขึ้นมาอย่างประหลาด ดูอายุแล้วน่าจะไล่เลี่ยกับหลานสาวของนาง จึงเอ่ยปากกับเจ้าหน้าที่

            “ถ้าน้าจะรับเลี้ยงเด็กคนนี้ต้องทำยังไงบ้าง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พ่ายใจรัก   5

    คุณหญิงไคริกาหยิบนามบัตรจากในกระเป๋ายื่นให้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปรานี “ป้าชื่อไคริกาจ้ะ ถ้ามีเรื่องอะไรต้องการให้ช่วยเหลือก็ติดต่อป้าได้ตามนามบัตรนี้เลยนะจ๊ะ” บุษบามินตรารับนามบัตรมาถือไว้แล้วจึงขอตัวกลับ ทันทีที่เดินมาถึงรถของตัวเองก็ต้องตกใจจนหน้าเผือดขาว เพราะเมื่อครู่เธอรีบร้อนลงจากรถจนกระทั่งลืมปิดประตู ดีนะที่ไม่มีใครมาเห็นเข้า แล้วจู่ๆ ใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงของเทวินทร์ก็ผุดขึ้นมาในภวังค์ความคิด จนต้องสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อขับไล่ภาพดังกล่าวออกไปโดยเร็ว และพานให้อารมณ์ของหญิงสาวดิ่งลงต่ำเกินพิกัด ความตั้งใจที่จะมาหาซื้อของต้องล้มเลิกไป จึงตัดสินใจขับรถปราดออกไปทันที นึกแช่งชักหักกระดูกชายหนุ่มในใจ เกลียดนักพวกผู้ชายเจ้าชู้ เห็นผู้หญิงเป็นสิ่งบำบัดความใคร่ ขอให้เป็นเอดส์ตายทีเถอะ! หญิงสาวใช่ว่าจะไม่รู้ว่าความคิดอคติส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของพ่อ...พ่อที่เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร แต่เวลาเธอถามเรื่องนี้กับแม่ครั้งใด เจ้าตัวมักจะหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถามและได้แต่ร้องไห้แทน เพราะเรื่องราวคราวหลังครั้งเก่าก่อน

  • พ่ายใจรัก   4

    บทที่ 1 แรกพบสบตาพาไหวหวั่น“เซ็งชะมัด ไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ” เสียงบ่นพึมพำอย่างหัวเสียดังมาจากเรียวปากอิ่มบนดวงหน้าสวยกระจ่างของบุษบามินตรา เพราะเริ่มจะหงุดหงิดกับสภาพของรถที่ติดแหง็กอยู่ตรงทางเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งหญิงสาวลืมเสียสนิทว่าวันนี้เป็นวันหยุดราชการ จำนวนรถที่มาจับจ่ายซื้อของจึงมากกว่าปกติ ตัวเธอมีธุระผ่านมาแถวนี้จึงคิดจะแวะซื้อพวกอาหารสดไปใส่ตู้เย็นบ้างเหมือนกัน กว่าหญิงสาวจะหาที่จอดรถได้ก็ต้องขับวนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดที่มีรถจอดอยู่จำนวนน้อยคัน ซึ่งเธอเองไม่ค่อยชอบเพราะดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่นัก ขณะกำลังเปิดประตูรถคันเก่งของตัวเองหูก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ครั้นเหลียวไปมองจึงพบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเข้า ไม่ห่างจากที่รถของเธอจอดนัก บุษบามินตราเห็นชายฉกรรจ์ร่างผอมเกร็งกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกระเป๋าถือใบใหญ่จากมือของสตรีวัยวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ที่แม้จะมีสีหน้าตื่นตกใจเพียงใดก็ตาม แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากกระเป๋าที่ถือไว้ ปากก็ร้องให้คนช่วยไม่ได้หยุด จึงถูกชายคนนั้นต่อยเข้าที่ท้องจนทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วคนต่อยก็กำลัง

  • พ่ายใจรัก   3

    เพราะคำพูดดังกล่าว ทำให้หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงตัวน้อยก็กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้านหลังนี้ โดยมีอดิศร ลูกชายคนโตของนางซึ่งรับราชการทหารเป็นผู้จดทะเบียนรับเด็กหญิงเป็นบุตรบุญธรรมจวบจนกระทั่งทุกวันนี้ “ยาย ยายจ๋า” เสียงเรียกของหลานสาวอีกคนดังขึ้น พร้อมกับสะกิดที่แขนยิกๆ ทำให้คนกำลังคิดถึงเรื่องในอดีตถึงกับสะดุ้งเฮือก “นุชว่าอะไรหรือลูก” “นุชบอกว่าถ้าพี่หนึ่งอยู่ด้วยนะ นุชจะให้ไปต่อยหน้าไอ้พวกปากไม่ดีให้หมดทุกคนเลย” เด็กหญิงพูดถึงอติรัตน์ ลูกชายของลุงซึ่งเรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดชลบุรี และจะกลับมาเฉพาะวันหยุดเท่านั้น “นั่นสินุช ถ้าพี่หนึ่งอยู่คงไม่มีใครกล้าพูดจาล้อเลียนเราหรอก” เด็กหญิงตัวผอมยิ้มกว้างและรีบพยักหน้าเห็นด้วย ทำให้แฝดคนละฝาหันไปส่งค้อนให้ประหลับประเหลือก “ทีตอนนี้ทำมาเป็นปากเก่งนะน้ำ เวลาถูกล้อทีไรนุชเห็นร้องไห้ทุกครั้ง” คนถูกค่อนขอดได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่กล้าเถียงเพราะเป็นเรื่องจริง “ใครจะเก่งเหมือนเราล่ะยายนุช ทำตัวเป็นอันธพาล มีเรื่องกับคนโน้นคนนี้ไม่เว้นแต่ละวัน

  • พ่ายใจรัก   2

    ครั้นกลับมาถึงบ้านได้ คนถูกล้อเลียนว่าเป็นลูกไม่มีพ่อก็วิ่งตรงรี่ไปยังต้นมะม่วงหลังบ้าน กำหมัดขึ้นชกไปยังลำต้นไม่ยั้ง เพราะความเจ็บใจที่ยังหลงเหลืออยู่ “ไอ้สุนทร ไอ้คนปากหมา ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน...” เสียงก่นด่าของเด็กหญิงดังออกมาไม่ขาดปาก “หยุดได้แล้วนุช ดูสิเลือดไหลแล้ว ไม่เจ็บมือบ้างหรือไงนะ” ร่างผอมบางที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ร้องห้ามพลางทำหน้าหวาดเสียว เมื่อเห็นหลังมือของอีกฝ่ายแตกเป็นแผลมีเลือดไหลออกมา “ถ้ายายมาได้ยินนุชด่าก็จะถูกดุอีกนะ” “ยายไม่ได้อยู่ตรงนี้จะกลัวไปทำไมล่ะ โอ๊ย! ไอ้มดแดงบ้า กัดอยู่ได้” คนกำลังด่าและชกต่อยต้นมะม่วงอย่างเมามันหันมาเถียงพลางสะบัดมือเร่าๆ เพราะถูกมดแดงที่อยู่ตามต้นกัดเอา “ขึ้นไปหายายบนเรือนกันเถอะ” เด็กหญิงอรุณรัศมีเอ่ยชวนยิกๆ ดวงหน้าเล็กๆ เหยเกเหมือนจะร้องไห้ ส่วนคนชกต้นมะม่วงก็ดูเหมือนเพิ่งจะรู้สึกเจ็บ เมื่อเห็นเลือดไหลซึมออกมาพร้อมทั้งยังสูดปากดังลั่นเพราะถูกมดแดงกัด จึงเลิกชกแล้วตรงเข้าคว้าข้อมือบางของคนขี้แยพาเดินแกมวิ่งตรงไปยังเรือนหลังใหญ่เบื้องหน้าของเด็

  • พ่ายใจรัก   1

    เสียงเอะอะเอ็ดตะโรที่ดังลอดออกมาจากห้องเรียนของชั้นประถมสอง ทำให้ครูประจำชั้นซึ่งมีรูปร่างท้วมต้องรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ก่อนจะร้องห้ามเสียงดังเมื่อเห็นว่าสาเหตุมาจากคู่วิวาทคู่เดิม ที่กำลังถูกเพื่อนร่วมห้องช่วยกันจับแยกออกจากกันอย่างทุลักทุเล หนึ่งในคู่วิวาทเป็นเด็กหญิงร่างอ้วน ผิวคล้ำ ดวงตาคู่โตดำขลับทอประกายวาววับอยู่ในอาการกรุ่นโกรธ มือทั้งคู่กำหมัดแน่น ส่วนคู่กรณีเป็นเด็กชายร่างสูงผอม มุมปากแตกมีเลือดซึม ครั้นพอเห็นหน้าครูก็อ้าปากส่งเสียงฟ้อง ทำให้เลือดที่ตอนแรกแค่ซึมไหลออกมาจนกบปาก “บุษบามินตราต่อยผมอีกแล้วครับครูครับ” ร่างท้วมของคุณครูในชุดสีกากีส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับคู่วิวาท เพราะคำว่า ‘อีก’ นั้นบ่งบอกว่าทั้งคู่ทะเลาะกันไม่ใช่เป็นครั้งแรก เรียกว่าไม่เว้นแต่ละวันเลยก็ว่าได้ ทว่าครั้งนี้ดูน่าจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง เพราะถึงขั้นเลือดตกยางออกกันเลยทีเดียว “คราวนี้ใครเป็นคนเริ่มก่อน บอกครูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” คนเป็นครูถามน้ำเสียงยังแฝงอาการเหนื่อยหอบจากการวิ่งเมื่อครู่ “ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะครับ” เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status