Share

3

last update Last Updated: 2026-01-19 18:19:45

เพราะคำพูดดังกล่าว ทำให้หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงตัวน้อยก็กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้านหลังนี้ โดยมีอดิศร ลูกชายคนโตของนางซึ่งรับราชการทหารเป็นผู้จดทะเบียนรับเด็กหญิงเป็นบุตรบุญธรรมจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

               “ยาย ยายจ๋า” เสียงเรียกของหลานสาวอีกคนดังขึ้น พร้อมกับสะกิดที่แขนยิกๆ ทำให้คนกำลังคิดถึงเรื่องในอดีตถึงกับสะดุ้งเฮือก

               “นุชว่าอะไรหรือลูก”

               “นุชบอกว่าถ้าพี่หนึ่งอยู่ด้วยนะ นุชจะให้ไปต่อยหน้าไอ้พวกปากไม่ดีให้หมดทุกคนเลย” เด็กหญิงพูดถึงอติรัตน์ ลูกชายของลุงซึ่งเรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดชลบุรี และจะกลับมาเฉพาะวันหยุดเท่านั้น

               “นั่นสินุช ถ้าพี่หนึ่งอยู่คงไม่มีใครกล้าพูดจาล้อเลียนเราหรอก” เด็กหญิงตัวผอมยิ้มกว้างและรีบพยักหน้าเห็นด้วย ทำให้แฝดคนละฝาหันไปส่งค้อนให้ประหลับประเหลือก

               “ทีตอนนี้ทำมาเป็นปากเก่งนะน้ำ เวลาถูกล้อทีไรนุชเห็นร้องไห้ทุกครั้ง”

               คนถูกค่อนขอดได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่กล้าเถียงเพราะเป็นเรื่องจริง

               “ใครจะเก่งเหมือนเราล่ะยายนุช ทำตัวเป็นอันธพาล มีเรื่องกับคนโน้นคนนี้ไม่เว้นแต่ละวัน”

               อารยาเอามือจิ้มหน้าผากลูกสาวที่เวลานี้ค่อยคลายจากอาการเสียใจ และดูเหมือนเจ้าตัวจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปถามผู้เป็นยายอย่างสงสัย

               “ยายจ๋า ทำไมต้นมะม่วงหลังบ้านเราถึงมีมดแดงอยู่เยอะแยะนักล่ะจ๊ะ”

               นางนวลปรางทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้เด็กหญิงอรุณรัศมีพลอยเงยหน้าขึ้นมองตาแป๋วด้วยความอยากรู้คำตอบไปด้วยอีกคน

               “พวกมันมาอาศัยทำรังที่ใบมะม่วงไงล่ะ จำไว้นะ ถ้ามะม่วงต้นไหนมีมดแดงเยอะ แสดงว่าต้นนั้นลูกจะดก ตอนที่ชกต้นมันไม่เคยสังเกตเลยหรือไง”

               เด็กหญิงยิ้มเจื่อนๆ “ไม่เคยเลยจ้ะ แล้วถ้าเราไม่อยากให้ต้นมะม่วงมีมดแดงต้องทำยังไงจ๊ะยาย”

               คำถามของหลานสาวเล่นเอานางนวลปรางเหลียวไปมองหน้าลูกสาว เพราะไม่รู้จะตอบว่ายังไงดี ทว่าเมื่อเหลือบเห็นพี่ชายสองคนกำลังเดินขึ้นบันได ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะรู้แล้วว่าจะโบ้ยคำตอบให้ใคร จึงหันไปบอกกับหลานสาว โดยมีเด็กหญิงอีกคนนั่งรอฟังคำตอบอยู่อย่างใจจดใจจ่อเหมือนเคย

               “ไปถามตาแก้วกับตามีโน่นไป เรื่องนี้ยายไม่รู้”

               เด็กหญิงตัวอ้วนพุ่งความสนใจไปยังคนที่ถูกพาดพิงถึงทันที และยังไม่ทันที่ชายชราทั้งสองจะนั่งลง เด็กหญิงก็ยิงคำถามใส่โดยไม่ให้ทั้งคู่ได้ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว

               “ตามีจ๋า ถ้าเราไม่อยากให้ต้นมะม่วงมีมดแดงต้องทำยังไงจ๊ะ”

               คนถูกเรียกตามีนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนหันไปสบตากับตาแก้วแล้วเกี่ยงให้อีกฝ่ายตอบ

               “เอ็งตอบหลานสิวะไอ้แก้ว”

               ตาแก้วยกมือขึ้นเกาศีรษะดังแกรกๆ จำต้องตอบ แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมั่นใจในคำตอบเท่าไหร่นัก

               “เท่าที่ตารู้มา แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะ ถ้าไม่อยากให้มะม่วงต้นไหนมีมดแดง ให้เอาเนื้อจระเข้ไปแขวนไว้ใต้ต้นนั้น เมื่อมดแดงไปแตะเข้าก็จะมีปีกงอกออกมา และพวกมันก็จะพากันบินหนีไปจนหมด แต่ตาเองยังไม่เคยพิสูจน์นะ” ตาแก้วถึงกับยกชายผ้าขาวม้าขึ้นซับเหงื่อเมื่อตอบจบ

               “แล้วเราจะไปหาเนื้อจระเข้มาจากไหนล่ะจ๊ะตา” เด็กหญิงอรุณรัศมีถามเสียงแจ๋ว ดวงตาคู่โตมีแววอยากรู้

               “เอ ตาไม่รู้เหมือนกันนะน้ำ” ตาแก้วตอบพลางหัวเราะแห้งๆ ออกมาอย่างจนปัญญา

               ครั้นนางนวลปรางเห็นพี่ชายทั้งสองกำลังจะจนมุมหลานสาวเลยหาทางช่วยทางอ้อม

               “นี่พี่มีกับพี่แก้วไปต้มเหล้าป่ากันมาใช่หรือเปล่า”

               คำถามดังกล่าวทำเอาชายชราทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะพากันตอบเสียงอ้อมแอ้ม โดยตาแก้วเป็นผู้ตอบก่อน

               “ต้มไว้ทำยาดองเหล้าไงล่ะนวล แก้ปวดเมื่อยเนื้อตัวดีนัก”

               และตามีก็เสริมขึ้นว่า “เอาไว้กินก่อนข้าวไงล่ะ จะได้กินข้าวได้เยอะๆ”

               นางนวลปรางขยับปากจะบ่นตามเคย ทว่าไม่ทันหลานสาวตัวอ้วนที่ชิงถามขึ้นมาเสียก่อน

               “นุชขอกินบ้างได้หรือเปล่าจ๊ะตา ตอนนี้นุชปวดมือมากๆ”

               เด็กหญิงตัวผอมก็พูดขึ้นมาบ้างว่า “น้ำก็ขอกินบ้างสิ ยายบอกว่าน้ำกินข้าวอย่างกับแมวดม”

               คำพูดซื่อๆ ของหลานสาวทั้งสอง ทำเอาชายสูงวัยทั้งคู่โบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน

               “ไม่ได้หรอกลูก เป็นเด็กเป็นเล็กจะกินได้ยังไง ตาไปอาบน้ำก่อนนะ”

               ตอบแล้วตาแก้วก็ผลุนผลันลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้านทันที โดยมีคู่หูลุกตามไปติดๆ ด้วยกลัวจะถูกน้องสาวเทศนาเรื่องต้มเหล้าต่ออีก

               นางนวลปรางมองหลานสาวทั้งสองแล้วก็อดหัวเราะในความช่างซักไม่ได้ เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำ เมื่อกี้ยังร้องห่มร้องไห้กันอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับนั่งตาแป๋วทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนคราบน้ำตา

ตกค่ำหลังจากกินข้าวเย็นกันเสร็จเรียบร้อย เด็กหญิงทั้งคู่ก็มานั่งฟังผู้เป็นยายอ่านวรรณคดีไทยให้ฟังเหมือนเช่นทุกวัน

               “ทำไมยายถึงตั้งชื่อนุชว่าบุษบามินตราล่ะจ๊ะ ชื่อของน้ำก็เหมือนกัน ที่โรงเรียนไม่มีใครชื่อยาวๆ เหมือนเราสองคนเลยนะจ๊ะ”

               คนช่างซักช่างถามไม่พ้นเป็นเด็กหญิงบุษบามินตราอีกตามเคย เพราะอดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองผิวก็ดำแถมยังตัวอ้วนอีกต่างหาก แต่ดันชื่อเพราะพริ้งไม่เห็นเข้ากับตัวเองเลยสักนิด ถามแล้วก็ก้มลงมองผิวตัวเองอย่างไม่ชอบใจนัก

               “เพราะว่ายายชอบอ่านวรรณคดีไทยไงล่ะ อย่างของนุชยายเอามาจากชื่อของนางเอก”

               “แล้วทำไมไม่ชื่อบุษบาเฉยๆ เหมือนในเรื่องล่ะจ๊ะ” หลานสาวซักต่ออย่างสนใจ

               “บ๊ะ ช่างสงสัยจริงๆ ไอ้หลานคนนี้ ชื่อบุษบามันสั้นไป ยายเลยเติมคำว่ามินตราลงไป ให้มันเพราะและทันสมัยขึ้นไงล่ะ” นางนวลปรางตอบพลางส่ายหน้ากับความช่างสงสัยของหลานสาว

               “แล้วชื่อของน้ำเป็นใครในเรื่องพระอภัยมณีล่ะจ๊ะ” เด็กหญิงอรุณรัศมีเอ่ยถามขึ้นบ้าง

               “อรุณรัศมีเป็นพระธิดาของศรีสุวรรณ และเป็นพระมเหสีของสินสมุทรไงล่ะ” นางนวลปรางอธิบายให้เด็กหญิงตัวผอมฟัง ก่อนหันไปทางร่างอ้วนๆ ของหลานสาวอีกคน

               “นุชจำกลอนจากในเรื่องอิเหนาที่ยายเคยท่องให้ฟังบ่อยๆ ได้ไหม ลองท่องให้ยายฟังหน่อยสิ”

               ไม่นานเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงบุษบามินตราก็ดังกังวานขึ้น เป็นคำกลอนที่ถูกผู้เป็นยายเคี่ยวเข็ญให้ท่องทุกวันตั้งแต่จำความได้จนจำได้ขึ้นใจ

               แล้วว่าอนิจจาความรัก                    พึ่งประจักษ์ดั่งสายน้ำไหล

            ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไป               ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา

            สตรีใดในพิภพจบแดน                    ไม่มีใครได้แค้นเหมือนอกข้า

            ด้วยใฝ่รักให้เกินพักตรา                   จะมีแต่เวทนาเป็นเนืองนิตย์

            โอ้ว่าน่าเสียดายตัวนัก                     เพราะเชื่อลิ้นหลงรักจึงช้ำจิต

            จะออกชื่อลือชั่วไปทั่วทิศ                  เมื่อพลั้งคิดผิดแล้วจะโทษใคร

               “ทำไมยายต้องให้นุชท่องกลอนบทนี้ทุกวันด้วยล่ะจ๊ะ” เด็กหญิงถามต่อทันทีที่ท่องจบ เพราะเก็บความสงสัยไว้นานแล้ว

               นางนวลปรางยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบศีรษะหลานสาวทั้งคู่ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

               “ยายบอกตอนนี้เราสองคนคงไม่เข้าใจหรอก เอาไว้ให้โตกว่านี้ แล้วจะเข้าใจเองว่าที่ยายสอนหมายความว่าอย่างไร”

               “จ้ะยาย แต่นุชยังสงสัยอีกอย่าง”

               “ทำไมถึงสงสัยหลายอย่างนักล่ะนุช ยายไม่เห็นน้ำจะช่างซักช่างถามเหมือนเราเลยนะ”

               คนเป็นยายพูดพลางหันไปทางเด็กหญิงอีกคนที่นั่งฟังแล้วยิ้มเพียงอย่างเดียว มีเพียงดวงตากลมโตเท่านั้นที่ฉายแววอยากรู้อย่างเห็น

               “แล้วอยากจะถามอะไรยายอีกล่ะหือ”

               “นุชแค่อยากรู้ว่าทำไมนุชถึงได้ตัวดำ ไม่เห็นสวยเหมือนแม่เลยล่ะจ๊ะ” น้ำเสียงของเด็กหญิงบุษบามินตราเจือแววน้อยอกน้อยใจตามประสาเด็ก เพราะไม่ชอบใจนักที่เวลาใครๆ เห็นเธออยู่กับผู้เป็นแม่แล้วมักจะพากันพูดว่า ไม่เห็นสวยเหมือนแม่เลยสักนิด

               นางนวลปรางฟังแล้วอดหัวเราะชอบใจออกมาไม่ได้ นางยกมือขึ้นเชยคางหลานสาวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

               “แล้วใครบอกล่ะว่านุชไม่เหมือนแม่ เพียงแต่เราน่ะชอบวิ่งตากแดด ตากลม ตัวก็เลยดำแบบนี้ยังไงล่ะ”

               เด็กหญิงอรุณรัศมีรีบพยักพเยิดอย่างเห็นด้วยทันที

               “ใช่แล้ว นุชชอบวิ่งตากแดดอย่างที่ยายว่าแหละ ตัวเลยดำ”

               “ยายพูดจริงๆ หรือจ๊ะ” เด็กหญิงบุษบามินตราเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก เพราะดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ ผู้เป็นแม่นั้นหน้าตาสวยสดงดงาม รูปร่างก็อรชรอ้อนแอ้นราวกับนางในวรรณคดีอย่างที่หลายคนบอก แต่ตัวเธอกลับทั้งอ้วนทั้งดำ

               “จริงสิ ยายจะโกหกนุชไปทำไมเล่า ตากับคิ้วของนุชน่ะสวยเหมือนแม่”

               เด็กหญิงฟังแล้วก็ต้องนิ่วหน้าอย่างขัดอกขัดใจ เพราะคำชมดังกล่าวมีคนพูดให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าดวงตาของเธอนั้นสวย คิ้วเรียงกันเหมือนวาดแต่สวยเพียงแค่สองอย่างไม่เห็นจะต้องการ

               นอกจากนี้ยังมีคำถามที่เพิ่งนึกได้ว่าผู้เป็นแม่ยังไม่ได้ตอบ ว่าทำไมเธอถึงไม่มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่น ตั้งแต่จำความได้ตนเองยังไม่เคยเห็นหน้าพ่อเลยสักครั้ง

               เด็กหญิงสัญญากับตัวเองว่าจะต้องทวงคำตอบจากผู้เป็นแม่ให้ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พ่ายใจรัก   5

    คุณหญิงไคริกาหยิบนามบัตรจากในกระเป๋ายื่นให้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปรานี “ป้าชื่อไคริกาจ้ะ ถ้ามีเรื่องอะไรต้องการให้ช่วยเหลือก็ติดต่อป้าได้ตามนามบัตรนี้เลยนะจ๊ะ” บุษบามินตรารับนามบัตรมาถือไว้แล้วจึงขอตัวกลับ ทันทีที่เดินมาถึงรถของตัวเองก็ต้องตกใจจนหน้าเผือดขาว เพราะเมื่อครู่เธอรีบร้อนลงจากรถจนกระทั่งลืมปิดประตู ดีนะที่ไม่มีใครมาเห็นเข้า แล้วจู่ๆ ใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงของเทวินทร์ก็ผุดขึ้นมาในภวังค์ความคิด จนต้องสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อขับไล่ภาพดังกล่าวออกไปโดยเร็ว และพานให้อารมณ์ของหญิงสาวดิ่งลงต่ำเกินพิกัด ความตั้งใจที่จะมาหาซื้อของต้องล้มเลิกไป จึงตัดสินใจขับรถปราดออกไปทันที นึกแช่งชักหักกระดูกชายหนุ่มในใจ เกลียดนักพวกผู้ชายเจ้าชู้ เห็นผู้หญิงเป็นสิ่งบำบัดความใคร่ ขอให้เป็นเอดส์ตายทีเถอะ! หญิงสาวใช่ว่าจะไม่รู้ว่าความคิดอคติส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของพ่อ...พ่อที่เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร แต่เวลาเธอถามเรื่องนี้กับแม่ครั้งใด เจ้าตัวมักจะหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถามและได้แต่ร้องไห้แทน เพราะเรื่องราวคราวหลังครั้งเก่าก่อน

  • พ่ายใจรัก   4

    บทที่ 1 แรกพบสบตาพาไหวหวั่น“เซ็งชะมัด ไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ” เสียงบ่นพึมพำอย่างหัวเสียดังมาจากเรียวปากอิ่มบนดวงหน้าสวยกระจ่างของบุษบามินตรา เพราะเริ่มจะหงุดหงิดกับสภาพของรถที่ติดแหง็กอยู่ตรงทางเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งหญิงสาวลืมเสียสนิทว่าวันนี้เป็นวันหยุดราชการ จำนวนรถที่มาจับจ่ายซื้อของจึงมากกว่าปกติ ตัวเธอมีธุระผ่านมาแถวนี้จึงคิดจะแวะซื้อพวกอาหารสดไปใส่ตู้เย็นบ้างเหมือนกัน กว่าหญิงสาวจะหาที่จอดรถได้ก็ต้องขับวนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดที่มีรถจอดอยู่จำนวนน้อยคัน ซึ่งเธอเองไม่ค่อยชอบเพราะดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่นัก ขณะกำลังเปิดประตูรถคันเก่งของตัวเองหูก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ครั้นเหลียวไปมองจึงพบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเข้า ไม่ห่างจากที่รถของเธอจอดนัก บุษบามินตราเห็นชายฉกรรจ์ร่างผอมเกร็งกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกระเป๋าถือใบใหญ่จากมือของสตรีวัยวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ที่แม้จะมีสีหน้าตื่นตกใจเพียงใดก็ตาม แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากกระเป๋าที่ถือไว้ ปากก็ร้องให้คนช่วยไม่ได้หยุด จึงถูกชายคนนั้นต่อยเข้าที่ท้องจนทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วคนต่อยก็กำลัง

  • พ่ายใจรัก   3

    เพราะคำพูดดังกล่าว ทำให้หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงตัวน้อยก็กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้านหลังนี้ โดยมีอดิศร ลูกชายคนโตของนางซึ่งรับราชการทหารเป็นผู้จดทะเบียนรับเด็กหญิงเป็นบุตรบุญธรรมจวบจนกระทั่งทุกวันนี้ “ยาย ยายจ๋า” เสียงเรียกของหลานสาวอีกคนดังขึ้น พร้อมกับสะกิดที่แขนยิกๆ ทำให้คนกำลังคิดถึงเรื่องในอดีตถึงกับสะดุ้งเฮือก “นุชว่าอะไรหรือลูก” “นุชบอกว่าถ้าพี่หนึ่งอยู่ด้วยนะ นุชจะให้ไปต่อยหน้าไอ้พวกปากไม่ดีให้หมดทุกคนเลย” เด็กหญิงพูดถึงอติรัตน์ ลูกชายของลุงซึ่งเรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดชลบุรี และจะกลับมาเฉพาะวันหยุดเท่านั้น “นั่นสินุช ถ้าพี่หนึ่งอยู่คงไม่มีใครกล้าพูดจาล้อเลียนเราหรอก” เด็กหญิงตัวผอมยิ้มกว้างและรีบพยักหน้าเห็นด้วย ทำให้แฝดคนละฝาหันไปส่งค้อนให้ประหลับประเหลือก “ทีตอนนี้ทำมาเป็นปากเก่งนะน้ำ เวลาถูกล้อทีไรนุชเห็นร้องไห้ทุกครั้ง” คนถูกค่อนขอดได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่กล้าเถียงเพราะเป็นเรื่องจริง “ใครจะเก่งเหมือนเราล่ะยายนุช ทำตัวเป็นอันธพาล มีเรื่องกับคนโน้นคนนี้ไม่เว้นแต่ละวัน

  • พ่ายใจรัก   2

    ครั้นกลับมาถึงบ้านได้ คนถูกล้อเลียนว่าเป็นลูกไม่มีพ่อก็วิ่งตรงรี่ไปยังต้นมะม่วงหลังบ้าน กำหมัดขึ้นชกไปยังลำต้นไม่ยั้ง เพราะความเจ็บใจที่ยังหลงเหลืออยู่ “ไอ้สุนทร ไอ้คนปากหมา ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน...” เสียงก่นด่าของเด็กหญิงดังออกมาไม่ขาดปาก “หยุดได้แล้วนุช ดูสิเลือดไหลแล้ว ไม่เจ็บมือบ้างหรือไงนะ” ร่างผอมบางที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ร้องห้ามพลางทำหน้าหวาดเสียว เมื่อเห็นหลังมือของอีกฝ่ายแตกเป็นแผลมีเลือดไหลออกมา “ถ้ายายมาได้ยินนุชด่าก็จะถูกดุอีกนะ” “ยายไม่ได้อยู่ตรงนี้จะกลัวไปทำไมล่ะ โอ๊ย! ไอ้มดแดงบ้า กัดอยู่ได้” คนกำลังด่าและชกต่อยต้นมะม่วงอย่างเมามันหันมาเถียงพลางสะบัดมือเร่าๆ เพราะถูกมดแดงที่อยู่ตามต้นกัดเอา “ขึ้นไปหายายบนเรือนกันเถอะ” เด็กหญิงอรุณรัศมีเอ่ยชวนยิกๆ ดวงหน้าเล็กๆ เหยเกเหมือนจะร้องไห้ ส่วนคนชกต้นมะม่วงก็ดูเหมือนเพิ่งจะรู้สึกเจ็บ เมื่อเห็นเลือดไหลซึมออกมาพร้อมทั้งยังสูดปากดังลั่นเพราะถูกมดแดงกัด จึงเลิกชกแล้วตรงเข้าคว้าข้อมือบางของคนขี้แยพาเดินแกมวิ่งตรงไปยังเรือนหลังใหญ่เบื้องหน้าของเด็

  • พ่ายใจรัก   1

    เสียงเอะอะเอ็ดตะโรที่ดังลอดออกมาจากห้องเรียนของชั้นประถมสอง ทำให้ครูประจำชั้นซึ่งมีรูปร่างท้วมต้องรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ก่อนจะร้องห้ามเสียงดังเมื่อเห็นว่าสาเหตุมาจากคู่วิวาทคู่เดิม ที่กำลังถูกเพื่อนร่วมห้องช่วยกันจับแยกออกจากกันอย่างทุลักทุเล หนึ่งในคู่วิวาทเป็นเด็กหญิงร่างอ้วน ผิวคล้ำ ดวงตาคู่โตดำขลับทอประกายวาววับอยู่ในอาการกรุ่นโกรธ มือทั้งคู่กำหมัดแน่น ส่วนคู่กรณีเป็นเด็กชายร่างสูงผอม มุมปากแตกมีเลือดซึม ครั้นพอเห็นหน้าครูก็อ้าปากส่งเสียงฟ้อง ทำให้เลือดที่ตอนแรกแค่ซึมไหลออกมาจนกบปาก “บุษบามินตราต่อยผมอีกแล้วครับครูครับ” ร่างท้วมของคุณครูในชุดสีกากีส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับคู่วิวาท เพราะคำว่า ‘อีก’ นั้นบ่งบอกว่าทั้งคู่ทะเลาะกันไม่ใช่เป็นครั้งแรก เรียกว่าไม่เว้นแต่ละวันเลยก็ว่าได้ ทว่าครั้งนี้ดูน่าจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง เพราะถึงขั้นเลือดตกยางออกกันเลยทีเดียว “คราวนี้ใครเป็นคนเริ่มก่อน บอกครูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” คนเป็นครูถามน้ำเสียงยังแฝงอาการเหนื่อยหอบจากการวิ่งเมื่อครู่ “ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะครับ” เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status