Share

บทที่ 6

last update Last Updated: 2026-01-11 07:51:34

“ขอรับ คุณหนูเจ็ดแต่งกายคล้ายบุรุษ ตอนออกไปไม่พยายามหลบซ่อนสักนิด คราแรกสาวใช้และบ่าวไพร่จดจำนางไม่ได้ ต่อมาจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือคุณหนูเจ็ด”

“ยังมี...” พ่อบ้านล้วงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นคือกระดาษอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันงดงาม

“นี่คืออะไร” หยวนวั่นมองอักษรพู่กันที่บ่งบอกถึงความหนักแน่นมั่นคงของผู้เขียน

“นี่คือกระดาษคัดลายมือของคุณหนูเจ็ดขอรับ ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันโจวเอ่ยปากชมว่านางคัดลายมือสวย ดังนั้นคุณหนูเจ็ดจึงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี”

“ลายมือของนาง...จริงหรือ” มองดูอักษรคัดลายมือที่ไม่คุ้นตา หยวนวั่นได้แต่ตกตะลึง

ลายมืองดงามและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ กระนั้นบุตรสาวที่เขาละเลยทอดทิ้ง นับจากที่นางลืมตาดูโลก กลับสามารถคัดออกมาได้

“ให้คนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ระวังอย่าให้รู้ตัว ยังมี...เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้”

“ขอรับ” พ่อบ้านหยวนรับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้อง

เขามองดูหยวนวั่นยื่นเหม่อมองอักษรคัดลายมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่านายท่านของเขากำลังคิดอะไรอยู่

ดูจากท่าทีซึ่งไม่ได้โกรธเช่นทุกครั้งที่ได้ยิน หรือนึกถึงคุณหนูเจ็ด เห็นทีเรื่องนี้เขาต้องปิดปากให้เงียบที่สุด เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าคลื่นลมจะพัดพาไปในทิศทางใด

บนถนนซึ่งมีผู้คนมากมายสัญจร หยวนหรูในชุดรัดกุมสีเทา สวมทับเอาไว้ด้วยเสื้อนอกตัวหลวมสีแดง ก้าวเดินอยู่ด้านหน้าโจวเช่อและซุนเอ๋อร์ผู้เป็นสาวใช้ เสื้อคลุมสีแดงตัวนี้ฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งมอบให้นางเป็นของขวัญวันเกิด และนางชอบมากจึงเลือกสวมออกมา

เรือนผมยาวสีดำขลับถูกนางรวบมัดขึ้นสูง ใช้แถบผ้าสีแดงผูกราวกับเป็นบุรุษ กระนั้นใบหน้าอ่อนเยาว์ดูเย็นชากลับน่ามองอย่างน่าประหลาด

ผู้คนมากมายมองนางด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ เพราะหลายคนรู้จักโจวเช่อเป็นอย่างดี แต่กลับไม่เคยเห็นเขาไปไหนมาไหนกับผู้อื่นนอกจากหยวนวั่นผู้เป็นนาย

หากจะให้คาดเดาจากการแต่งกาย จริงอยู่สตรีที่เดินอยู่เคียงข้างเขานั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นสาวใช้ แต่กับเด็กสาวอีกคนแม้การแต่งกายจะไม่หรูหรา แต่ดวงหน้าและผิวพรรณกลับแตกต่างจากสาวใช้ทั่วไป หากแต่ดูอย่างไรนางก็ไม่น่าจะใช่คุณหนูตระกูลหยวน เนื่องจากคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองนั้นออกเรือนไปแล้ว คุณหนูตระกูลหยวนคนอื่นๆ ก็ล้วนยังเยาว์นัก เว้นแต่คุณหนูหก และคุณหนูเจ็ดที่มีข่าวลือว่าคนหนึ่งขี้อายไม่สู้หน้าคน กับอีกคนที่ไม่เคยมีใครเคยพบเห็น

สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังร่างเล็กที่สวมเสื้อนอกสีแดงโดดเด่น ดวงหน้าเรียบเฉยแม้รู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตา ทำให้นางยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกสนอกสนใจมากขึ้น

โจวเช่อขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปรอบๆ “อา...”

คำเรียกขานว่าอาจารย์ถูกกลืนลงท้อง เมื่อสบตากับหยวนหรู สายตาดุดันของนางเหลือบมองไปยังซุนเอ๋อร์เป็นเชิงเตือน “คุณหนู เราไปนั่งดื่มชาในหอซันสุยก่อนดีหรือไม่ ด้านนอกนี้ร้อนเกินไป”

เขาหมายถึงสายตาคนเหล่านี้ที่มองนางเป็นตาเดียวกัน

“ไม่ต้องสนใจ หากอยากมองก็ให้มองไป ต่อไปยังต้องตกเป็นเป้าสายตาอีกมาก หากยังทำตัวตื่นตูมเช่นนี้ จะสู้หน้าผู้อื่นได้อย่างไร” นางกล่าวอย่างเฉยชา สายตากวาดมองทุกอย่างรอบตัวด้วยความสนอกสนใจ

“คุณหนูเจ้าคะ เราลอบออกมาจากจวนเช่นนี้โดยไม่ได้ขออนุญาตเช่นนี้ นายท่านและฮูหยินอาจสั่งลงโทษ เรารีบกลับดีหรือไม่” ซุนเอ๋อร์กระซิบเสียงเบา

“อย่ากังวลไปเลยพี่ซุนเอ๋อร์ ดีชั่วอย่างไรท่านก็เป็นสาวใช้ที่ท่านย่าส่งมาดูแลข้า โบราณว่าไว้จะตีสุนัขยังต้องมองสีหน้าเจ้าของ คนอย่างนางจะลงโทษเจ้าก็ต้องถามท่านย่าก่อน”

หยวนหรูยังคงมองบรรยากาศอันครึกครื้นของผู้คนบนท้องถนน กระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเข้า เป็นโรงเตี๊ยมสามชั้นซึ่งมีสะพานเชื่อมจากฟากถนนไปยังอีกฝั่ง

“นั่นคือโรงเตี๊ยมหรือ เหตุใดดูเงียบงันนัก” นางถาม

“ที่นั่นเป็นของคนตระกูลเฟิงขอรับ ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างปิดปรับปรุง”

“อ้อ”

ดูสภาพอันทรุดโทรม แม้ตั้งอยู่ท่ามกลางถนนที่คึกคัก ดูเหมือนคนตระกูลเฟิงจะไม่ชำนาญในด้านนี้ “ตระกูลเฟิงแห่งตะวันออก... มิใช่มีสัมปทานขนส่งทางเรือหรอกหรือ เหตุใดยังมีโรงเตี๊ยมใหญ่โตกลางเมืองอู่โจวด้วยเล่า”

“โรงเตี๊ยมแห่งนี้เดิมทีเป็นคนตระกูลลั่วขอรับคุณหนู แต่เพราะเมื่อสองปีที่แล้วตระกูลลั่วค้าขายขาดทุน ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจฟื้นตัว ดังนั้นเพื่อรักษารากฐานของตระกูลเอาไว้ พวกเขาจึงจำเป็นต้องขายโรงเตี๊ยมแห่งนี้ให้กับตระกูลเฟิง แต่เพราะอะไรนั้นไม่มีใครล่วงรู้ขอรับ”

“สองปีที่แล้ว?” น้ำเสียงของนางไม่ปิดบังถึงความประหลาดใจ “แล้วเหตุใดยังปล่อยให้ที่นี่เป็นโรงเตี๊ยมร้างไปได้เล่า”

“นั่นเพราะ...” โจวเช่อลังเลเล็กน้อย “มีข่าวลือว่าตระกูลเฟิงมีปัญหาภายใน ดังนั้นจึงยังไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดมาดูแลที่นี่ขอรับ” เขากระซิบเสียงเบา

หยวนหรูพยักหน้ารับรู้พร้อมกันนั้นก็เงยหน้าขึ้นสำรวจชั้นสองของโรงเตี๊ยม มองดูป้ายผุพังที่มีอักษรสีทองจางๆ เขียนเอาไว้ว่า ‘โรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 93 จบ

    รถม้าวิ่งออกมายังนอกเมือง เนื่องจากวันนี้นักโทษในคุกของที่ว่าการ จะถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน หยวนหรูส่งเสียงบอกคนขับรถม้า “จอดรถ”“ขอรับ”หยวนหรูก้าวลงมายืนริมถนน เมื่อขบวนนักโทษเดินผ่านนางก็เดินเข้าไปหาแถวนักโทษ หลี่ซื่อ หยวนอิง รวมไปถึงหยวนอวี่ ถูกล่ามด้วยตรวนและโซ่กับนักโทษคนอื่นๆ พวกเขาถูกตัดสินให้จำคุกและกำลังจะถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน ทั้งนี้ก็เพื่อชดใช้สิ่งที่เคยทำไม่สิ...ไม่อาจเรียกโดยใช้แซ่หยวนสมควรเรียกว่า หลี่อวี่ ...หลี่อิง เพราะทั้งสามคนล้วนถูกขับออกจากตระกูลหยวนแล้ว โดยความเห็นของฮูหยินผู้เฒ่าและหยวนวั่น กระนั้นหยวนหรูก็ยังคงอยากมาส่งทั้งสามคนเดินทางเงียบๆไม่ใช่ว่านางอภัยให้ทั้งสามคนแล้ว ฐานะของนางไม่อาจกล่าวอโหสิ เพราะนางไม่ใช่ผู้ที่ถูกกระทำอย่างแท้จริง ที่นางมาในวันนี้ก็เพื่อส่งทั้งสามคนเดินทางเป็นครั้งสุดท้ายการใช้แรงงานยังชายแดนครั้งนี้ ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตจะได้กลับมาหรือไม่ ถุงยังชีพที่นางเตรียมมาให้ น่าจะเพียงพอให้ทั้งสามคนสามารถเอาชีวิตรอดไปจนถึงชายแดน“รับไปเถิด ท่านไม่กลับลำบากแต่มารดาและพี่สาวของท่านไม่เหมือนกัน” นางกล่าวกับหลี่อวี่ซึ่งยังคงมีใบหน้ายโส เมื

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 92

    อาหารทุกอย่างมีเขาเป็นคนคีบ นางหนึ่งคำ เขาหนึ่งคำ และทุกการกระทำเขายังคงกุมมือหยวนหรูเอาไว้ กระทั่งทั้งสองต้องดื่มสุรามงคล โดยต้องคล้องแขนดื่มสามจอกจอกแรกหยวนหรูอมยิ้มดื่มรวดเดียวหมด จอกที่สองนางหรี่ดวงตามองสามี จอกที่สามนางเริ่มอมยิ้มเพราะเห็นใบหน้าแดงก่ำของจูเสวียนคุนร่างเล็กในชุดสีแดงพยุงผู้เป็นสามีไปที่เตียง “ท่านพี่ ข้าได้รู้เรื่องหนึ่งมาจากหม่าเซียว”“เรื่อง...เรื่องใดหรือ” เขาสะบัดหน้าไปมา รู้สึกเหมือนพื้นหมุนวนจนกระทั่งไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง“ท่านดื่มสุราไม่เก่ง โดยเฉพาะสุรานารีแดงที่นับเป็นยอดสุรา” นางยิ้มร้ายก่อนพาเขาไปนั่งลงบนเตียง ช่วยเขาถอดรองเท้าจากนั้นช่วยเขาคลายมวยผมเส้นผมยาวของจูเสวียนคุนทิ้งตัวลงสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าแดงก่ำเงยขึ้นมองการกระทำของฮูหยินตน “หรูเอ๋อร์ ไม่สิ ฮูหยิน”“เจ้าคะ” นางยิ้มพร้อมกับคลายสาบเสื้อเขาออก ผลักเขาให้ล้มตัวลงนอนหงาย พร้อมกันนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมร่างที่ร้อนวูบวาบ มือน้อยยกขึ้นดึงปิ่นปักผมของตัวเองออก เส้นผมของนางทิ้งตัวลู่ลง“คนงาม” นางหัวเราะพร้อมกับใช้ปลายนิ้วคีบสายคาดเอวของเขา ดึงมันออกจากนั้นเปิดสาบเสื้อให้กว้างขึ้น เผยให้เห็นผ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 91

    กลิ่นหอมของดอกสือซว่านที่ลอยมาพร้อมกับสายลม เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู ดวงตาของซือถูชิงหลิงพร่าเลือนท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น นางไม่ได้รู้สึกทรมานแต่รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด“เพราะอะไรยังคงดื่มเข้าไป ท่านรู้ว่าข้าให้โอกาสท่านแล้ว ขอเพียงไม่ดื่มท่านก็จะไม่ตาย ท่านจะยังเป็นซือถูชิงหลัน” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามขึ้นซือถูชิงหลิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางพบว่านางยังคงนอนอยู่ในทุ่งดอกสือซว่าน แต่รอบกายกลับดูแปลกตา ไม่มีซือถูชิงหลันที่นั่งอยู่เช่นเมื่อครู่ มีเพียงร่างเล็กของหยวนหรูน้อย“หากข้าไม่ดื่ม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเล่า”หยวนหรูน้อยยิ้ม “ข้าก็จะตายไปเงียบๆ”“เพราะอะไรข้าที่ตายไปแล้วจึงตื่นขึ้นมาในร่างของเจ้า”“บางครั้งโชคชะตาก็เป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ข้าไม่เสียใจที่เป็นท่าน หากเมื่อครู่ท่านเลือกที่จะไม่ดื่ม รู้หรือไม่ว่าท่านอาจไม่ตาย”“แต่หากข้าไม่ตายเช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นยังอีกภพเล่า เรื่องที่ต้องดำเนินไปในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า เจ้ายังจะได้พบกับเฟิงเสวียนคุนหรือไม่”หยวนหรูน้อยส่ายหน้า “ข้าไม่อาจทำเช่นที่ท่านทำได้”“เช่นนั้นข้าก็ไม่เสียใจที่ดื่มยาพิษนั่น โชคชะตาเป็นเรื่องน่าขบขัน” ซือถูชิงหลิงห

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 90

    นางกระซิบก่อนจุมพิตลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุมพิตแผ่วเบา แต่นางยังอาจหาญถึงขั้นสอดปลายลิ้นเข้าไปหยั่งเชิงเขาจูเสวียนคุนครวญครางเสียงพร่า สองมือดันแผ่นหลังนางเข้าหาตัว ตอบรับจุมพิตเร่าร้อนของหยวนหรู กระทั่งลืมไปแล้วว่าเขากำลังจะกล่าวอะไรสองมือของหยวนหรูสอดเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงทึ้งสายคาดเอวของจูเสวียนคุน พร้อมกันนั้นก็ปลดสายคาดเอวของตนออกชายหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาเองก็ปลดเปลื้องทุกสิ่งในใจไปจนสิ้น ไม่มีอะไรให้เขาต้องอาวรณ์ ไม่มีคนตระกูลเฟิงให้เขาต้องห่วงพะวงตอนนี้มีเพียงตัวเขาและหัวใจที่ได้ค่อยๆ มอบให้สตรีผู้หนึ่ง สตรีที่เขากำลังกอดเอาไว้ในอ้อมแขน ยินยอมให้นางกดเอาไว้ใต้ร่างอย่างเต็มอกเต็มใจความจริงเขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่จับตามองหยวนหรู อาจเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ทุกอย่างที่เป็นนางคล้ายดึงดูดความสนใจของเขา กระทั่งเวลาผ่านไปทุกๆ อย่างที่นางทำ ล้วนส่งผลกระทบต่อความนึกคิดของเขาทั้งสิ้นภายในรถม้าเร่าร้อนแผดเผา สองร่างกอดก่ายแนบชิด หยวนหรูหอบหายใจหนักหน่วง นางลูบไล้จากลำคอของจูเสวียนคุน แหวกสาบเสื้อออกจากนั้นจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ ยินยอมให้เขาเคล้นคลึงเอวอ่อน ไล้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 89

    ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าเขามีความดีความชอบกวาดล้างพรรคกระเรียนหยก แต่ผู้ที่สังหารเจียงหงจะต้องเป็นยอดฝีมือที่เฟิงเสวียนคุนพามาแนะนำ แต่การแนะนำให้รู้จักกลับมีเพียงคนสองคนที่แต่งกายมิดชิด ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง และไม่สนทนามองดูคนทั้งสี่คนประสานกระบี่ เหมิงจื้อกลับจ้องเขม็งไปยังหนึ่งเดียวที่มีรังสีเข่นฆ่ารุนแรง เพลงกระบี่ตวัดไปมาคล่องแคล่ว ต้อนอิ่นซื่อที่กำลังภายในแกร่งกล้า กระทั่งไม่อาจเข้าใกล้ร่างอีกร่างที่ถูกเจียงหงจู่โจมความรวดเร็วของกระบี่คือจุดแข็งของคนที่ไร้กำลังภายใน แม้อีกคู่การโจมตีหนักหน่วงและพลังทำลายล้างมีมากกว่า แต่กลับไม่อาจดูแคลนคู่ของสตรีอีกสองคนที่เรียกได้ว่ามองออกในทันทีว่าผู้ใดคือผู้ที่ได้เปรียบใช่...เขารู้ว่าผู้ที่เข้าไปรับมืออิ่นซื่อเป็นสตรี เพียงแต่เขาคาดเดายังไม่ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือใครเสียงตวัดกระบี่กรีดลงไปยังเนื้อหนัง ร่างของอิ่นซื่อเซถลาไปเบื้องหลัง ปลายกระบี่คมกริบจ่อรอบลำคอของนาง คนของเหมิงจื้อในที่สุดก็ก้าวออกมา เนื่องจากต้องการจับเป็นอิ่นซื่อ แต่ไม่ใช่กับเจียงหงหยวนหรูมองดูโจวเช่อที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กระบี่ตวัดไปแต่ละครั้งรุนแรงมาก กระทั่งกระบี่ของเจ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 88

    สิ่งแรกที่หยวนหรูทำหลังจากกลับถึงจวน นั่นคือตรงไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ดูแลให้อีกฝ่ายดื่มยาและสงบสติอารมณ์ นางนั่งกุมมือเหี่ยวย่นเงียบๆ ไม่กล่าวถ้อยคำใดๆ ออกมาสักคำ“หลานย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึม “เหตุใดไม่พูดอะไร เหตุใดไม่บอกล่าว ปานนั่นหายไปได้อย่างไร หากบอก...ขอเพียงบอก”“ท่านย่า บอกไปก็ไม่ได้ทำให้สิ่งใดดีขึ้น บอกไปแล้วเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ” หยวนหรูน้อยสิ้นใจไปแล้ว แม้พูดไปแล้วเปลี่ยนให้นางกลับมามีชีวิตได้หรือ...“ตั้งแต่เมื่อไร”“นับจากล้มป่วยเจ้าคะ พอหายดีก็ค่อยๆ จางลงจนไม่เหลือ” นางตอบไปตามความจริง มองดูฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึมนางยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ “ท่านย่าอย่าร้องไห้อีกเลย หรูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ต่อไปขอเพียงท่านย่าอยู่เป็นเพื่อนหรูเอ๋อร์ให้นานหน่อย ชดเชยที่หรูเอ๋อร์ถูกขังในเรือนหลังหลายปี ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนท่านย่าเลย”“เด็กดี เด็กดีของย่า”ข้างนอกหยวนวั่นยืนน้ำตาซึมพูดอะไรไม่ออก เขารอกระทั่งหยวนหรูเดินออกมาจากเรือนของมารดา สองพ่อลูกจึงมีโอกาสได้สนทนากัน“เพราะเหตุใดไม่พูด”“ท่านพ่อ พูดหรือไม่พูดเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือ ข้าก็ยังเป็นหรูเอ๋อร์ เป็นบุตรสาวของท่าน ความจริงข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status