แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-12 07:28:42

นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่า

สายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกัน

ดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น

“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”

หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก

“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”

“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีก

ด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”

“ใช่ แต่ที่ข้าบอกว่าน่าสนใจคือคุณหนูหยวนผู้นั้นต่างหาก” เขาหุบพัดในมือก่อนใช้พัดชี้ไปยังหญิงสาวที่สวมเสื้อคลุมสีแดง

“หม่าเซียว เจ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือ คุณหนูตระกูลหยวนไหนเลยออกมาเดินท่อมๆ กลางถนน อีกอย่างคุณหนูตระกูลหยวนออกเรือนไปแล้ว หากจะมีเหลืออยู่ก็คนหนึ่งขี้อาย ไม่สู้หน้าผู้คน ส่วนอีกคนหนึ่ง...”

เฟิงเสวียนคุนชะงักไปเล็กน้อย เขาจ้องไปยังแผ่นหลังเหยียดตรงและท่วงท่าก้าวเดินอันมั่นคงนั้น ในใจของเขาเกิดความสงสัยขึ้นมาครามครัน

“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าน่าสนใจ เราตามไปดูกันดีหรือไม่”

เฟิงเสวียนคุนครุ่นคิดครู่หนึ่ง “หากนางก็คือคุณหนูเจ็ดตระกูลหยวน เช่นนั้นปรากฎตัวเอาเวลานี้มิใช่เรื่องแปลกหรอกหรือ”

เขากล่าวพร้อมกับมองสหายที่เดินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว “อาเซียวเจ้าจะเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุกเช่นนี้ไปจนถึงเมื่อไรกัน” แม้ปากพูดเช่นนั้นแต่ชายหนุ่มกลับยังคงเดินตามหม่าเซียวไป

เมื่อเดินลงมายังหน้าโรงเตี๊ยมถนนที่มีผู้คนมากมาย แผ่นหลังโดดเด่นกลับยืนอยู่หน้าร้านมีดสั้น ซึ่งรอบกายล้วนเป็นบุรุษ กระนั้นเพราะข้างกายนางมีโจวเช่อ บุรุษทุกคนรอบๆ ล้วนก็ถอยห่างจากนางก้าวหนึ่ง

“เห็นชัดว่านี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะเห็นได้ทุกวัน หากคุณหนูเจ็ดผู้นี้เป็นเพียงบุตรสาวที่ไร้ความสำคัญต่อตระกูลหยวน เหตุใดโจวเช่อดูปกป้องและให้ความสำคัญขนาดนี้ เขาเป็นคนเย่อหยิ่งทั้งยังเข้ากับผู้คนได้ยาก นอกเสียจากว่าเขาจะยอมรับคนผู้นั้นจากใจ และคนเช่นไรเล่าจึงจะทำให้เขายอมรับจากใจ” หม่าเซียวกล่าวพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า

“อาจเพราะนางเป็นบุตรสาวของท่านลุงหยวน ดังนั้น...” แม้กล่าวออกไปอย่างนั้น แต่ลึกๆ แล้วเฟิงเสวียนคุนก็ยังคล้อยตามหม่าเซียวไปกว่าครึ่ง

หม่าเซียวเลิกคิ้ว “หรือเจ้าไม่เชื่อข้า”

“ไม่ใช่ข้าไม่เชื่อเจ้า แต่ข่าวลือเรื่องคุณหนูเจ็ดผู้นั้นไม่มีใครในเมืองอู่โจวไม่เคยได้ยิน ท่านลุงหยวนเป็นคนรักหน้า หากเกิดมีคนพูดหนาหูกระทั่งกระทบต่อการค้า เรื่องนี้คงไม่ใช่แค่เสียหน้ากระมัง”

“ก็จริง ถึงอย่างนั้นข้าว่าก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ เจ้าลองคิดดูนะ ทายาทของท่านลุงหยวนมีใครบ้างที่สามารถรับช่วงต่อกิจการตระกูลหยวน คุณชายสี่เอาแต่เที่ยวเล่นวางท่าไปวันๆ เรื่องการค้าน่ะหรือ” หม่าเซียวส่ายหน้า

“ข้าว่าอะไรคือการคำนวณเขายังไม่รู้ความหมายเลยกระมัง คุณชายห้าปีนี้สิบสี่กลับยังไม่ประสา เที่ยวทุบตีบ่าวไพร่ทั้งนอกและในจวน ยังไม่นับว่าตอนนี้ก่อเรื่องจนขาหักและถูกกักบริเวณ ที่ยังพอเหลืออยู่และมีความเป็นไปได้ก็มีเพียงคุณหนูหก ข้าเคยพบนางเมื่อหลายปีก่อน คนนี้ไม่ใช่ดังนั้นตัดข้อนี้ไปได้เลย นอกเหนือจากนี้พวกนางก็ล้วนอายุน้อยไป ไม่ก็ไม่ประสีประสาทั้งสิ้น”

เฟิงเสวียนคุนจ้องหน้าสหายเขม็ง “เจ้าเป็นคนสอดรู้สอดเห็นเรื่องจวนตระกูลอื่นตั้งแต่เมื่อไร”

“เจ้าพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก ห้าตระกูลใหญ่ครอบครองกิจการหลักของเมืองอู่โจว หนึ่งปีฮ่องเต้มีรับสั่งให้เข้าเฝ้าครั้งหนึ่ง ทุกตระกูลต่อหน้าล้วนยิ้มแย้ม ลับหลังล้วนมีคมศาสตรา หากไม่รู้เขารู้เราเช่นนี้ก็มีแต่รอวันเพลี่ยงพล้ำ”

มองดูใบหน้าเรียบเฉยท่ามกลางสายตาจับจ้อง เฟิงเสวียนคุนได้แต่สงสัย สตรีเช่นไรจึงจะสามารถทำได้เช่นนาง ไร้ความรู้สึก ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง มองทุกอย่างอย่างเฉยชา ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่อยู่ในสายตาของนาง

“หากเป็นคุณหนูเจ็ดตระกูลหยวนจริง เช่นนั้นก็แปลก...”

“ข้าก็ว่าแปลก” หม่าเซียวเห็นด้วย “หลายปีมานี้ไม่มีใครพบเห็นนาง ทั้งยังไม่มีข่าวคราวใดๆ นางไม่เคยปรากฎตัว ไม่เคยมีข่าวว่าออกนอกจวน ทั้งยังไม่เคยมีใครกล่าวถึง หากบอกว่านางเป็นอาวุธที่ท่านลุงหยวนซุกซ่อนเอาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่าน ข้าก็เชื่อโดยไม่กังขา ทายาทตระกูลหยวนทุกคนห้าตระกูลล้วนเคยพบและรู้จัก แต่กับคุณหนูเจ็ดผู้นี้” หม่าเซียวส่ายหน้าให้เฟิงเสวียนคุนช้าๆ

“ยิ่งเพิ่งมาปรากฎตัวยามนี้ ช่วงที่สุขภาพของท่านลุงหยวน...” เฟิงเสวียนคุนมองไปยังหญิงสาวที่เดินออกไปจากหน้าร้านขายมีดสั้น

“เส้นทางนั้นตรงไปยังร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”

“ไปดูเถิด”

“คราแรกมิใช่หาว่าข้าสอดรู้สอดเห็นเรื่องในจวนตระกูลอื่นหรือ ตอนนี้กลับสนใจขึ้นมาแล้ว?” หม่าเซียวอดไม่ได้ที่จะเย้าสหายรัก

“หุบปากแล้วเดินตามไปเงียบๆ” เฟิงเสวียนคุนถลึงตาใส่อีกฝ่าย

“คุนคุน วาจาเจ้านับวันยิ่งทำร้ายจิตใจผู้อื่น” หม่าเซียวแสร้งทำเสียงน้อยใจ

“นี่มันกลางถนน เจ้าจะเล่นงิ้วให้ผู้ใดดู” เฟิงเสวียนคุนได้แต่กลอกตาด้วยความเหนื่อยหน่าย “จริงจังหน่อยได้หรือไม่”

“ข้าก็กำลังจริงจังนะ ยิ่งเป็นเรื่องที่จะช่วยโค่นพี่ชายเจ้า...” หม่าเซียวรีบเอามือปิดปากเมื่อเห็นสายตาดุดันของสหาย “ไม่พูดก็ได้ นางไปโน่นแล้วรีบตามเร็วเข้า”

เฟิงเสวียนคุนได้แต่หลับตายกมือกดขมับทั้งสองข้าง

สหายคนนี้อะไรก็ดีหมด เสียแต่ชอบเย้าแหย่ให้เขาโมโห หากยังปล่อยให้เล่นสนุกเช่นนี้ เกรงว่าสักวันเขาต้องถูกอีกฝ่ายยั่วโมโหจนตายเป็นแน่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 11

    “คุณหนูเจ็ดผู้นี้...” เฟิงเสวียนคุนยังคงมองตรงไปยังทิศทางที่รถม้าจากไป “ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ แต่เรื่องในวันนี้อาจอยู่ในความคาดหมายของนางแล้ว”“หมายความว่าอย่างไร”“เจ้าลืมไปแล้วหรือ นางมองออกไปนอกระเบียงตลอด หลังจากนั้นก็พูดว่า ‘มากันแล้ว’ ไม่นานบ่าวนางนั้นก็พาคนพรวดพราดเข้าไป”หม่าเซียวคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ “รวมเรื่องที่พบเราด้วยหรือ”“ข้าว่าเรื่องที่ได้พบเราสองคนคือเรื่องที่นางไม่คาดคิดมาก่อน เพียงแต่เรื่องนี้ข้าว่ามีบางอย่างแปลกๆ หากนางคือคนที่ท่านลุงหยวนเลือกจริง ออกมาเดินเล่นข้างนอกย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เหตุใดท่านป้าต้องส่งบ่าวไพร่มากมายมาพากลับจวน เพียงส่งคนมาบอกกล่าวก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่างคุณหนูเจ็ดมาเยือนหอฟางจื่อ เหตุใดต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย”“อา...ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย จะว่ากันตามตรงแล้วนางเองก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอดีตฮูหยินเอกของท่านลุงหยวน เสียดายที่พี่ชายของนางมาสิ้นใจไปเสียก่อน หาไม่เขาที่เป็นถึงบุตรชายคนโตหรือจะปล่อยให้น้องสาว...” หม่าเซียวตบปากตัวเองเบาๆ “ไม่พูดแล้วๆ ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”“บางทีข่าวลือก็อาจไม่จริงเสมอไป เห็นชัดว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้ไ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 10

    “ตระกูลหยวนทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้ว ไม่บอกกล่าวกลับเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ไม่ทันมองให้ดีทั้งยังไม่ขออนุญาตกลับเปิดปาก คุณหนูไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้ใดและมีหน้าที่ใดในตระกูลหยวนหรือ” หม่าเซียวกล่าวเสียงเรียบ“ขออภัยคุณชายหม่า นางเป็นเพียงบ่าวของท่านแม่เท่านั้น” นางกับหม่าเซียวเล่นงิ้วโรงหนึ่งเข้ากันราวกับนัดแนะ“เสียมารยาทแล้ว ช่างน่าขายหน้ายิ่ง กลับไปข้าจะให้ท่านแม่ลงโทษนางอย่างเหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่ขุ่นเคือง”“ไม่ถือๆ เห็นแก่หน้าท่าน วันนี้ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”“ท่านแอบหนีออกมาเช่นนี้จะถูกลงโทษหรือไม่ อย่างไรให้ข้ากับอาเซียวไปส่งที่จวน จะได้ไปขอร้องหยวนฮูหยินไม่ให้เอาผิดท่าน อย่างไรเสียก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”“ขอบคุณคุณชายเฟิง แต่เรื่องนี้ข้าทำผิดจริง เพราะอยากออกมาเปิดหูเปิดตา จะถูกลงโทษย่อมสมควรแล้ว วันนี้คงต้องกล่าวลา วันหน้าค่อยชดเชยให้ท่านทั้งสอง เรื่องที่คนตระกูลหยวนเสียมารยาทในวันนี้”นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่มองสีหน้าขาวซีดของนางหวัง เนื่องจากเพิ่งสังเกตว่าบุรุษทั้งสองคนนั้น แท้ที่จริงก็คือคุณชายจากสองตระกูลใหญ่นางพรวดพราดเข้ามานับเป็นเรื่องเสียมา

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 9

    คุณชายหม่าผู้นี้ใช้จ่ายอย่างมือเติบนัก เขาถึงกับเลือกห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุด หรูหราสมกับฐานะทายาทตระกูลหม่าทางเหนือแต่ถึงอย่างนั้นเมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนหรูพลันมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีขอบคุณ เพราะระเบียงห้องดังกล่าวนั้น ตรงกับหน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนพอดิบพอดีลึกๆ แล้วทั้งสามต่างก็ใคร่ครวญในเรื่องที่ไม่ต่างกันนักตระกูลเฟิง ตระกูลหม่า ตระกูลหยวน ทั้งสามตระกูลล้วนเป็นตระกูลใหญ่ ทายาทจากห้าตระกูลไม่ว่าจะอย่างไรในวันหน้าย่อมต้องมีช่วงเวลาไปมาหาสู่การค้าขายไม่แยกหญิงชาย แต่แยกแยะที่ความสามารถและผลประโยชน์ซึ่งอาจมีร่วมกันในอนาคต หยวนหรูเองก็ไม่ใช่ไม่คิดเรื่องนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจตามคุณชายจากสองตระกูลขึ้นมายังชั้นสองของหอฟางจื่อในวันหน้านางยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณชายทั้งสองหนึ่งคือคนตระกูลหม่า สองคือคนตระกูลเฟิง ตระกูลใหญ่ที่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องหาทางเข้าใกล้ นางรู้จักสนิทสนมกับคนทั้งสองในวันนี้ ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็นผลดีมากกว่าผลเสียยิ่งคุณชายจากตระกูลเฟิงผู้นี้ นางก็ยิ่งต้องทำความรู้จักให้มาก เพราะหากจะหาทางเข้าใกล้ผู้นำตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน กระทั่งสาวไปถึงตัวเจียงหง ทั้งนี้ก็

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 8

    หน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนผู้คนเริ่มบางตา เนื่องจากเวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามอู่[1]แล้ว แดดแรงมากอากาศก็เริ่มร้อน หยวนหรูมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม“มีเงินติดตัวมาหรือไม่”“มีขอรับ”“ไปนั่งที่นั่นได้หรือไม่” นางมองโจวเช่อพร้อมกับถามออกมาคล้ายลังเล สถานที่หรูหราที่นางชี้ไปนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแพรพรรณ ‘หอฟางจื่อ’“ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่โจว คุณหนูอยากลองชิมย่อมได้ขอรับ” โจวเช่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม เข้าใจนัยที่นางสื่อออกมาในทันที “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหตุผลให้ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อปิ่นปักผมให้ซุนเอ๋อร์ มื้อนี้ข้าน้อยนับเป็นวาสนาที่ได้พาท่านมากินอาหารเลิศรสหยวนหรูพยักหน้าพร้อมถอนหายใจ “เป็นถึงคุณหนูแต่เงินสักอีแปะติดตัวก็ไม่มี เฮ้อ น่าขายหน้าจริง”โจวเช่อหัวเราะเสียงเบา “ไปกันเถิดขอรับ”หอฟางจื่อขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเลิศรส ทั้งปลานึ่งบ๊วย เนื้อตุ๋นเห็ดหอม รวมไปถึงหน่อไม้ห้ารส ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันด้านในค่อนข้างวุ่นวายเพราะคนเกือบเต็มร้าน ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อบอกว่ามีเพียงชั้นสองที่มีที่ว่าง ซุนเอ๋อร์จึงหน้าเสีย“คุณหนูข้าน้อยว่าเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ที่นี่ร

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 7

    นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่าสายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกันดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีกด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”“ใช่

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 6

    “ขอรับ คุณหนูเจ็ดแต่งกายคล้ายบุรุษ ตอนออกไปไม่พยายามหลบซ่อนสักนิด คราแรกสาวใช้และบ่าวไพร่จดจำนางไม่ได้ ต่อมาจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือคุณหนูเจ็ด”“ยังมี...” พ่อบ้านล้วงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นคือกระดาษอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันงดงาม“นี่คืออะไร” หยวนวั่นมองอักษรพู่กันที่บ่งบอกถึงความหนักแน่นมั่นคงของผู้เขียน“นี่คือกระดาษคัดลายมือของคุณหนูเจ็ดขอรับ ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันโจวเอ่ยปากชมว่านางคัดลายมือสวย ดังนั้นคุณหนูเจ็ดจึงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี”“ลายมือของนาง...จริงหรือ” มองดูอักษรคัดลายมือที่ไม่คุ้นตา หยวนวั่นได้แต่ตกตะลึงลายมืองดงามและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ กระนั้นบุตรสาวที่เขาละเลยทอดทิ้ง นับจากที่นางลืมตาดูโลก กลับสามารถคัดออกมาได้“ให้คนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ระวังอย่าให้รู้ตัว ยังมี...เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้”“ขอรับ” พ่อบ้านหยวนรับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้องเขามองดูหยวนวั่นยื่นเหม่อมองอักษรคัดลายมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่านายท่านของเขากำลังคิดอะไรอยู่ดูจากท่าทีซึ่งไม่ได้โกรธเช่นทุกครั้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status