Compartilhar

บทที่ 7

last update Data de publicação: 2026-01-12 07:28:42

นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่า

สายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกัน

ดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น

“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”

หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก

“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”

“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีก

ด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”

“ใช่ แต่ที่ข้าบอกว่าน่าสนใจคือคุณหนูหยวนผู้นั้นต่างหาก” เขาหุบพัดในมือก่อนใช้พัดชี้ไปยังหญิงสาวที่สวมเสื้อคลุมสีแดง

“หม่าเซียว เจ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือ คุณหนูตระกูลหยวนไหนเลยออกมาเดินท่อมๆ กลางถนน อีกอย่างคุณหนูตระกูลหยวนออกเรือนไปแล้ว หากจะมีเหลืออยู่ก็คนหนึ่งขี้อาย ไม่สู้หน้าผู้คน ส่วนอีกคนหนึ่ง...”

เฟิงเสวียนคุนชะงักไปเล็กน้อย เขาจ้องไปยังแผ่นหลังเหยียดตรงและท่วงท่าก้าวเดินอันมั่นคงนั้น ในใจของเขาเกิดความสงสัยขึ้นมาครามครัน

“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าน่าสนใจ เราตามไปดูกันดีหรือไม่”

เฟิงเสวียนคุนครุ่นคิดครู่หนึ่ง “หากนางก็คือคุณหนูเจ็ดตระกูลหยวน เช่นนั้นปรากฎตัวเอาเวลานี้มิใช่เรื่องแปลกหรอกหรือ”

เขากล่าวพร้อมกับมองสหายที่เดินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว “อาเซียวเจ้าจะเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุกเช่นนี้ไปจนถึงเมื่อไรกัน” แม้ปากพูดเช่นนั้นแต่ชายหนุ่มกลับยังคงเดินตามหม่าเซียวไป

เมื่อเดินลงมายังหน้าโรงเตี๊ยมถนนที่มีผู้คนมากมาย แผ่นหลังโดดเด่นกลับยืนอยู่หน้าร้านมีดสั้น ซึ่งรอบกายล้วนเป็นบุรุษ กระนั้นเพราะข้างกายนางมีโจวเช่อ บุรุษทุกคนรอบๆ ล้วนก็ถอยห่างจากนางก้าวหนึ่ง

“เห็นชัดว่านี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะเห็นได้ทุกวัน หากคุณหนูเจ็ดผู้นี้เป็นเพียงบุตรสาวที่ไร้ความสำคัญต่อตระกูลหยวน เหตุใดโจวเช่อดูปกป้องและให้ความสำคัญขนาดนี้ เขาเป็นคนเย่อหยิ่งทั้งยังเข้ากับผู้คนได้ยาก นอกเสียจากว่าเขาจะยอมรับคนผู้นั้นจากใจ และคนเช่นไรเล่าจึงจะทำให้เขายอมรับจากใจ” หม่าเซียวกล่าวพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า

“อาจเพราะนางเป็นบุตรสาวของท่านลุงหยวน ดังนั้น...” แม้กล่าวออกไปอย่างนั้น แต่ลึกๆ แล้วเฟิงเสวียนคุนก็ยังคล้อยตามหม่าเซียวไปกว่าครึ่ง

หม่าเซียวเลิกคิ้ว “หรือเจ้าไม่เชื่อข้า”

“ไม่ใช่ข้าไม่เชื่อเจ้า แต่ข่าวลือเรื่องคุณหนูเจ็ดผู้นั้นไม่มีใครในเมืองอู่โจวไม่เคยได้ยิน ท่านลุงหยวนเป็นคนรักหน้า หากเกิดมีคนพูดหนาหูกระทั่งกระทบต่อการค้า เรื่องนี้คงไม่ใช่แค่เสียหน้ากระมัง”

“ก็จริง ถึงอย่างนั้นข้าว่าก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ เจ้าลองคิดดูนะ ทายาทของท่านลุงหยวนมีใครบ้างที่สามารถรับช่วงต่อกิจการตระกูลหยวน คุณชายสี่เอาแต่เที่ยวเล่นวางท่าไปวันๆ เรื่องการค้าน่ะหรือ” หม่าเซียวส่ายหน้า

“ข้าว่าอะไรคือการคำนวณเขายังไม่รู้ความหมายเลยกระมัง คุณชายห้าปีนี้สิบสี่กลับยังไม่ประสา เที่ยวทุบตีบ่าวไพร่ทั้งนอกและในจวน ยังไม่นับว่าตอนนี้ก่อเรื่องจนขาหักและถูกกักบริเวณ ที่ยังพอเหลืออยู่และมีความเป็นไปได้ก็มีเพียงคุณหนูหก ข้าเคยพบนางเมื่อหลายปีก่อน คนนี้ไม่ใช่ดังนั้นตัดข้อนี้ไปได้เลย นอกเหนือจากนี้พวกนางก็ล้วนอายุน้อยไป ไม่ก็ไม่ประสีประสาทั้งสิ้น”

เฟิงเสวียนคุนจ้องหน้าสหายเขม็ง “เจ้าเป็นคนสอดรู้สอดเห็นเรื่องจวนตระกูลอื่นตั้งแต่เมื่อไร”

“เจ้าพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก ห้าตระกูลใหญ่ครอบครองกิจการหลักของเมืองอู่โจว หนึ่งปีฮ่องเต้มีรับสั่งให้เข้าเฝ้าครั้งหนึ่ง ทุกตระกูลต่อหน้าล้วนยิ้มแย้ม ลับหลังล้วนมีคมศาสตรา หากไม่รู้เขารู้เราเช่นนี้ก็มีแต่รอวันเพลี่ยงพล้ำ”

มองดูใบหน้าเรียบเฉยท่ามกลางสายตาจับจ้อง เฟิงเสวียนคุนได้แต่สงสัย สตรีเช่นไรจึงจะสามารถทำได้เช่นนาง ไร้ความรู้สึก ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง มองทุกอย่างอย่างเฉยชา ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่อยู่ในสายตาของนาง

“หากเป็นคุณหนูเจ็ดตระกูลหยวนจริง เช่นนั้นก็แปลก...”

“ข้าก็ว่าแปลก” หม่าเซียวเห็นด้วย “หลายปีมานี้ไม่มีใครพบเห็นนาง ทั้งยังไม่มีข่าวคราวใดๆ นางไม่เคยปรากฎตัว ไม่เคยมีข่าวว่าออกนอกจวน ทั้งยังไม่เคยมีใครกล่าวถึง หากบอกว่านางเป็นอาวุธที่ท่านลุงหยวนซุกซ่อนเอาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่าน ข้าก็เชื่อโดยไม่กังขา ทายาทตระกูลหยวนทุกคนห้าตระกูลล้วนเคยพบและรู้จัก แต่กับคุณหนูเจ็ดผู้นี้” หม่าเซียวส่ายหน้าให้เฟิงเสวียนคุนช้าๆ

“ยิ่งเพิ่งมาปรากฎตัวยามนี้ ช่วงที่สุขภาพของท่านลุงหยวน...” เฟิงเสวียนคุนมองไปยังหญิงสาวที่เดินออกไปจากหน้าร้านขายมีดสั้น

“เส้นทางนั้นตรงไปยังร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”

“ไปดูเถิด”

“คราแรกมิใช่หาว่าข้าสอดรู้สอดเห็นเรื่องในจวนตระกูลอื่นหรือ ตอนนี้กลับสนใจขึ้นมาแล้ว?” หม่าเซียวอดไม่ได้ที่จะเย้าสหายรัก

“หุบปากแล้วเดินตามไปเงียบๆ” เฟิงเสวียนคุนถลึงตาใส่อีกฝ่าย

“คุนคุน วาจาเจ้านับวันยิ่งทำร้ายจิตใจผู้อื่น” หม่าเซียวแสร้งทำเสียงน้อยใจ

“นี่มันกลางถนน เจ้าจะเล่นงิ้วให้ผู้ใดดู” เฟิงเสวียนคุนได้แต่กลอกตาด้วยความเหนื่อยหน่าย “จริงจังหน่อยได้หรือไม่”

“ข้าก็กำลังจริงจังนะ ยิ่งเป็นเรื่องที่จะช่วยโค่นพี่ชายเจ้า...” หม่าเซียวรีบเอามือปิดปากเมื่อเห็นสายตาดุดันของสหาย “ไม่พูดก็ได้ นางไปโน่นแล้วรีบตามเร็วเข้า”

เฟิงเสวียนคุนได้แต่หลับตายกมือกดขมับทั้งสองข้าง

สหายคนนี้อะไรก็ดีหมด เสียแต่ชอบเย้าแหย่ให้เขาโมโห หากยังปล่อยให้เล่นสนุกเช่นนี้ เกรงว่าสักวันเขาต้องถูกอีกฝ่ายยั่วโมโหจนตายเป็นแน่

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 93 จบ

    รถม้าวิ่งออกมายังนอกเมือง เนื่องจากวันนี้นักโทษในคุกของที่ว่าการ จะถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน หยวนหรูส่งเสียงบอกคนขับรถม้า “จอดรถ”“ขอรับ”หยวนหรูก้าวลงมายืนริมถนน เมื่อขบวนนักโทษเดินผ่านนางก็เดินเข้าไปหาแถวนักโทษ หลี่ซื่อ หยวนอิง รวมไปถึงหยวนอวี่ ถูกล่ามด้วยตรวนและโซ่กับนักโทษคนอื่นๆ พวกเขาถูกตัดสินให้จำคุกและกำลังจะถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน ทั้งนี้ก็เพื่อชดใช้สิ่งที่เคยทำไม่สิ...ไม่อาจเรียกโดยใช้แซ่หยวนสมควรเรียกว่า หลี่อวี่ ...หลี่อิง เพราะทั้งสามคนล้วนถูกขับออกจากตระกูลหยวนแล้ว โดยความเห็นของฮูหยินผู้เฒ่าและหยวนวั่น กระนั้นหยวนหรูก็ยังคงอยากมาส่งทั้งสามคนเดินทางเงียบๆไม่ใช่ว่านางอภัยให้ทั้งสามคนแล้ว ฐานะของนางไม่อาจกล่าวอโหสิ เพราะนางไม่ใช่ผู้ที่ถูกกระทำอย่างแท้จริง ที่นางมาในวันนี้ก็เพื่อส่งทั้งสามคนเดินทางเป็นครั้งสุดท้ายการใช้แรงงานยังชายแดนครั้งนี้ ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตจะได้กลับมาหรือไม่ ถุงยังชีพที่นางเตรียมมาให้ น่าจะเพียงพอให้ทั้งสามคนสามารถเอาชีวิตรอดไปจนถึงชายแดน“รับไปเถิด ท่านไม่กลับลำบากแต่มารดาและพี่สาวของท่านไม่เหมือนกัน” นางกล่าวกับหลี่อวี่ซึ่งยังคงมีใบหน้ายโส เมื

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 92

    อาหารทุกอย่างมีเขาเป็นคนคีบ นางหนึ่งคำ เขาหนึ่งคำ และทุกการกระทำเขายังคงกุมมือหยวนหรูเอาไว้ กระทั่งทั้งสองต้องดื่มสุรามงคล โดยต้องคล้องแขนดื่มสามจอกจอกแรกหยวนหรูอมยิ้มดื่มรวดเดียวหมด จอกที่สองนางหรี่ดวงตามองสามี จอกที่สามนางเริ่มอมยิ้มเพราะเห็นใบหน้าแดงก่ำของจูเสวียนคุนร่างเล็กในชุดสีแดงพยุงผู้เป็นสามีไปที่เตียง “ท่านพี่ ข้าได้รู้เรื่องหนึ่งมาจากหม่าเซียว”“เรื่อง...เรื่องใดหรือ” เขาสะบัดหน้าไปมา รู้สึกเหมือนพื้นหมุนวนจนกระทั่งไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง“ท่านดื่มสุราไม่เก่ง โดยเฉพาะสุรานารีแดงที่นับเป็นยอดสุรา” นางยิ้มร้ายก่อนพาเขาไปนั่งลงบนเตียง ช่วยเขาถอดรองเท้าจากนั้นช่วยเขาคลายมวยผมเส้นผมยาวของจูเสวียนคุนทิ้งตัวลงสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าแดงก่ำเงยขึ้นมองการกระทำของฮูหยินตน “หรูเอ๋อร์ ไม่สิ ฮูหยิน”“เจ้าคะ” นางยิ้มพร้อมกับคลายสาบเสื้อเขาออก ผลักเขาให้ล้มตัวลงนอนหงาย พร้อมกันนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมร่างที่ร้อนวูบวาบ มือน้อยยกขึ้นดึงปิ่นปักผมของตัวเองออก เส้นผมของนางทิ้งตัวลู่ลง“คนงาม” นางหัวเราะพร้อมกับใช้ปลายนิ้วคีบสายคาดเอวของเขา ดึงมันออกจากนั้นเปิดสาบเสื้อให้กว้างขึ้น เผยให้เห็นผ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 91

    กลิ่นหอมของดอกสือซว่านที่ลอยมาพร้อมกับสายลม เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู ดวงตาของซือถูชิงหลิงพร่าเลือนท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น นางไม่ได้รู้สึกทรมานแต่รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด“เพราะอะไรยังคงดื่มเข้าไป ท่านรู้ว่าข้าให้โอกาสท่านแล้ว ขอเพียงไม่ดื่มท่านก็จะไม่ตาย ท่านจะยังเป็นซือถูชิงหลัน” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามขึ้นซือถูชิงหลิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางพบว่านางยังคงนอนอยู่ในทุ่งดอกสือซว่าน แต่รอบกายกลับดูแปลกตา ไม่มีซือถูชิงหลันที่นั่งอยู่เช่นเมื่อครู่ มีเพียงร่างเล็กของหยวนหรูน้อย“หากข้าไม่ดื่ม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเล่า”หยวนหรูน้อยยิ้ม “ข้าก็จะตายไปเงียบๆ”“เพราะอะไรข้าที่ตายไปแล้วจึงตื่นขึ้นมาในร่างของเจ้า”“บางครั้งโชคชะตาก็เป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ข้าไม่เสียใจที่เป็นท่าน หากเมื่อครู่ท่านเลือกที่จะไม่ดื่ม รู้หรือไม่ว่าท่านอาจไม่ตาย”“แต่หากข้าไม่ตายเช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นยังอีกภพเล่า เรื่องที่ต้องดำเนินไปในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า เจ้ายังจะได้พบกับเฟิงเสวียนคุนหรือไม่”หยวนหรูน้อยส่ายหน้า “ข้าไม่อาจทำเช่นที่ท่านทำได้”“เช่นนั้นข้าก็ไม่เสียใจที่ดื่มยาพิษนั่น โชคชะตาเป็นเรื่องน่าขบขัน” ซือถูชิงหลิงห

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 90

    นางกระซิบก่อนจุมพิตลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุมพิตแผ่วเบา แต่นางยังอาจหาญถึงขั้นสอดปลายลิ้นเข้าไปหยั่งเชิงเขาจูเสวียนคุนครวญครางเสียงพร่า สองมือดันแผ่นหลังนางเข้าหาตัว ตอบรับจุมพิตเร่าร้อนของหยวนหรู กระทั่งลืมไปแล้วว่าเขากำลังจะกล่าวอะไรสองมือของหยวนหรูสอดเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงทึ้งสายคาดเอวของจูเสวียนคุน พร้อมกันนั้นก็ปลดสายคาดเอวของตนออกชายหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาเองก็ปลดเปลื้องทุกสิ่งในใจไปจนสิ้น ไม่มีอะไรให้เขาต้องอาวรณ์ ไม่มีคนตระกูลเฟิงให้เขาต้องห่วงพะวงตอนนี้มีเพียงตัวเขาและหัวใจที่ได้ค่อยๆ มอบให้สตรีผู้หนึ่ง สตรีที่เขากำลังกอดเอาไว้ในอ้อมแขน ยินยอมให้นางกดเอาไว้ใต้ร่างอย่างเต็มอกเต็มใจความจริงเขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่จับตามองหยวนหรู อาจเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ทุกอย่างที่เป็นนางคล้ายดึงดูดความสนใจของเขา กระทั่งเวลาผ่านไปทุกๆ อย่างที่นางทำ ล้วนส่งผลกระทบต่อความนึกคิดของเขาทั้งสิ้นภายในรถม้าเร่าร้อนแผดเผา สองร่างกอดก่ายแนบชิด หยวนหรูหอบหายใจหนักหน่วง นางลูบไล้จากลำคอของจูเสวียนคุน แหวกสาบเสื้อออกจากนั้นจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ ยินยอมให้เขาเคล้นคลึงเอวอ่อน ไล้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 89

    ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าเขามีความดีความชอบกวาดล้างพรรคกระเรียนหยก แต่ผู้ที่สังหารเจียงหงจะต้องเป็นยอดฝีมือที่เฟิงเสวียนคุนพามาแนะนำ แต่การแนะนำให้รู้จักกลับมีเพียงคนสองคนที่แต่งกายมิดชิด ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง และไม่สนทนามองดูคนทั้งสี่คนประสานกระบี่ เหมิงจื้อกลับจ้องเขม็งไปยังหนึ่งเดียวที่มีรังสีเข่นฆ่ารุนแรง เพลงกระบี่ตวัดไปมาคล่องแคล่ว ต้อนอิ่นซื่อที่กำลังภายในแกร่งกล้า กระทั่งไม่อาจเข้าใกล้ร่างอีกร่างที่ถูกเจียงหงจู่โจมความรวดเร็วของกระบี่คือจุดแข็งของคนที่ไร้กำลังภายใน แม้อีกคู่การโจมตีหนักหน่วงและพลังทำลายล้างมีมากกว่า แต่กลับไม่อาจดูแคลนคู่ของสตรีอีกสองคนที่เรียกได้ว่ามองออกในทันทีว่าผู้ใดคือผู้ที่ได้เปรียบใช่...เขารู้ว่าผู้ที่เข้าไปรับมืออิ่นซื่อเป็นสตรี เพียงแต่เขาคาดเดายังไม่ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือใครเสียงตวัดกระบี่กรีดลงไปยังเนื้อหนัง ร่างของอิ่นซื่อเซถลาไปเบื้องหลัง ปลายกระบี่คมกริบจ่อรอบลำคอของนาง คนของเหมิงจื้อในที่สุดก็ก้าวออกมา เนื่องจากต้องการจับเป็นอิ่นซื่อ แต่ไม่ใช่กับเจียงหงหยวนหรูมองดูโจวเช่อที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กระบี่ตวัดไปแต่ละครั้งรุนแรงมาก กระทั่งกระบี่ของเจ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 88

    สิ่งแรกที่หยวนหรูทำหลังจากกลับถึงจวน นั่นคือตรงไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ดูแลให้อีกฝ่ายดื่มยาและสงบสติอารมณ์ นางนั่งกุมมือเหี่ยวย่นเงียบๆ ไม่กล่าวถ้อยคำใดๆ ออกมาสักคำ“หลานย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึม “เหตุใดไม่พูดอะไร เหตุใดไม่บอกล่าว ปานนั่นหายไปได้อย่างไร หากบอก...ขอเพียงบอก”“ท่านย่า บอกไปก็ไม่ได้ทำให้สิ่งใดดีขึ้น บอกไปแล้วเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ” หยวนหรูน้อยสิ้นใจไปแล้ว แม้พูดไปแล้วเปลี่ยนให้นางกลับมามีชีวิตได้หรือ...“ตั้งแต่เมื่อไร”“นับจากล้มป่วยเจ้าคะ พอหายดีก็ค่อยๆ จางลงจนไม่เหลือ” นางตอบไปตามความจริง มองดูฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึมนางยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ “ท่านย่าอย่าร้องไห้อีกเลย หรูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ต่อไปขอเพียงท่านย่าอยู่เป็นเพื่อนหรูเอ๋อร์ให้นานหน่อย ชดเชยที่หรูเอ๋อร์ถูกขังในเรือนหลังหลายปี ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนท่านย่าเลย”“เด็กดี เด็กดีของย่า”ข้างนอกหยวนวั่นยืนน้ำตาซึมพูดอะไรไม่ออก เขารอกระทั่งหยวนหรูเดินออกมาจากเรือนของมารดา สองพ่อลูกจึงมีโอกาสได้สนทนากัน“เพราะเหตุใดไม่พูด”“ท่านพ่อ พูดหรือไม่พูดเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือ ข้าก็ยังเป็นหรูเอ๋อร์ เป็นบุตรสาวของท่าน ความจริงข้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 87

    ไม่เพียงเท่านั้นตอนที่เกิดเรื่อง เขากลับยังคงเชื่อว่าเรื่องปานแดงนั้น ไม่อาจปกปิดได้อีกแล้ว ตระกูลหยวนจบสิ้นแล้ว...เขายังคงห่วงกิจการตระกูลหยวน มากกว่าห่วงความรู้สึกของบุตรสาว มากกว่าคิดว่านางจะทำเช่นไรต่อไป นางจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ด้วยการแบกรับเสียงซุบซิบนินทาได้อย่างไรฮูหยินผู้เฒ่าหมดสติด้วยความต

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 86

    “ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ถือว่าเห็นแก่ที่เขารู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากโบยสิบไม้เกรงว่าคงสอบสวนต่อไม่ได้แล้ว” หยวนหรูกล่าวเสียงเรียบโบยสิบไม้?!...หยวนอวี่สุขสบายจนเคยตัว โดนขนาดนั้นมีหวังไม่ตายก็คงลุกไม่ขึ้นอีกหลายวัน เช่นนี้ก็ลืมเรื่องการสอบสวนไปได้เลยหยวนวั่นยืนเงียบมองดูสถานการณ์ด้วยความท้อแท้ บุตรชายฟ้อ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 85

    เช้าวันถัดมาหลังจากเกิดเรื่องมากมายในเมืองอู่โจว หยวนหรูยังคงต้องออกไปยังร้านแพรพรรณ ถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาด ทันทีที่ไปถึงที่ร้านก็มีเจ้าหน้าที่จากจวนว่าการมารอนางอยู่ก่อนแล้ว“คุณหนูเจ็ด เมื่อเช้าคุณชายสี่ตระกูลหยวนไปตีกลองหน้าศาลว่าการ เขาต้องการฟ้องร้องหวู่โจ้ว่าทำหน้าที่มิชอบ อีกทั้งยังกล่าว

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 84

    หลายครั้งเขาทระนงว่าตนเองเหนือกว่าเสวียนคุน ทั้งที่ลึกๆ ตระหนักดีว่าอีกฝ่ายมีหลายอย่างเหนือกว่า เก่งกว่า รอบคอบกว่า รวมไปถึงเสวียนคุนไม่เคยได้รับการอบรมและสั่งสอนจากอาจารย์ที่มีชื่อเสียง แต่กลับสามารถช่วยงานที่ท่าเรือได้อย่างคล่องแคล่วเขามีมารดาคอยสนับสนุน มีบิดาคอยให้คำชี้แนะ ดังนั้นเสวียนคุนจึงถ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status