Share

บทที่ 8

last update Last Updated: 2026-01-13 08:19:17

หน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนผู้คนเริ่มบางตา เนื่องจากเวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามอู่[1]แล้ว แดดแรงมากอากาศก็เริ่มร้อน หยวนหรูมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม

“มีเงินติดตัวมาหรือไม่”

“มีขอรับ”

“ไปนั่งที่นั่นได้หรือไม่” นางมองโจวเช่อพร้อมกับถามออกมาคล้ายลังเล สถานที่หรูหราที่นางชี้ไปนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแพรพรรณ ‘หอฟางจื่อ’

“ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่โจว คุณหนูอยากลองชิมย่อมได้ขอรับ” โจวเช่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม เข้าใจนัยที่นางสื่อออกมาในทันที “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหตุผลให้ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อปิ่นปักผมให้ซุนเอ๋อร์ มื้อนี้ข้าน้อยนับเป็นวาสนาที่ได้พาท่านมากินอาหารเลิศรส

หยวนหรูพยักหน้าพร้อมถอนหายใจ “เป็นถึงคุณหนูแต่เงินสักอีแปะติดตัวก็ไม่มี เฮ้อ น่าขายหน้าจริง”

โจวเช่อหัวเราะเสียงเบา “ไปกันเถิดขอรับ”

หอฟางจื่อขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเลิศรส ทั้งปลานึ่งบ๊วย เนื้อตุ๋นเห็ดหอม รวมไปถึงหน่อไม้ห้ารส ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน

ด้านในค่อนข้างวุ่นวายเพราะคนเกือบเต็มร้าน ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อบอกว่ามีเพียงชั้นสองที่มีที่ว่าง ซุนเอ๋อร์จึงหน้าเสีย

“คุณหนูข้าน้อยว่าเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ที่นี่ราคาค่อนข้างแพง ยิ่งชั้นสองก็มีเพียงคุณชายตระกูลมั่งคั่งจึงสามารถจ่าย”

เห็นสีหน้าของซุนเอ๋อร์หยวนหรูพลันชะงัก เห็นชัดว่าที่นี่ราคาสูงจริง เพราะแม้แต่โจวเช่อเองก็มีท่าทีลังเล “เช่นนั้นก็ช่างเถิด เอาไว้วันหน้าเราค่อยกลับมาใหม่”

นางกล่าวอย่างแสนเสียดาย วันนี้ตั้งใจมาสังเกตการณ์ร้านแพรพรรณ พร้อมๆ กันนั้นก็หยั่งเชิงว่ามีคนคนของใครบ้างในตระกูลหยวนกำลังจับตามองนางอยู่ แต่เห็นชัดว่านางไม่ได้เตรียมตัวมาไม่ดีพอ

ขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกมา น้ำเสียงร่าเริงกลับดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสูงของบุรุษสองคน “พี่โจว บังเอิญยิ่งนัก”

โจวเช่อเลิกคิ้วพร้อมกับก้าวมาบังหยวนหรูอย่างแนบเนียน “คารวะคุณชายหม่า คุณชายเฟิง”

หยวนหรูหรี่ดวงตาลงเล็กน้อย ในใจรู้สึกอยากรู้ว่าทายาทสองในสี่ตระกูลที่เหลือนั้นมีท่าทีเช่นไร ได้ยินโจวเช่อเคยบอกว่าตระกูลหม่าทางเหนือ เป็นเจ้าของร้านสมุนไพรและร้านหมอที่มีชื่อเสียง ส่วนตระกูลเฟิงนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะหนึ่งในเป้าหมายของโจวเช่ออยู่ที่นั่น ดังนั้นนางจึงรู้เรื่องราวของตระกูลเฟิงก่อนตระกูลอื่นๆ

เมื่อลอบมองพิจารณาคุณชายหม่า นางพลันขมวดคิ้วเพราะจำได้ทันทีว่าเขาคือ ‘เงา’ ซึ่งยืนอยู่บนระเบียงโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย กระนั้นเมื่อละสายตามองไปยังอีกคน นางก็แทบสะดุ้งเพราะดวงตาของคุณชายเฟิงผู้นั้นเองก็จ้องเขม็งมาที่นางอย่างโจ่งแจ้ง

สีหน้าของหยวนหรูยังคงเรียบเฉย แม้เมื่อครู่เกือบเสียกิริยา ด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมองนางอย่างพิจารณาเช่นกัน

“พวกท่านกำลังจะกลับแล้วหรือ ข้ายังคิดว่าเพิ่งมา” หม่าเซียวแสร้งถาม พร้อมกับแสร้งมองไม่เห็นว่าสหายข้างๆ กำลังจ้องมองคุณหนูเจ็ดตระกูลหยวน โดยที่นางเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดเขิน

สหายของเขาผู้นี้นับว่าเป็นบุรุษซึ่งสตรีเมืองอู่โจวหมายปอง เพราะใบหน้าอันหล่อเหลาคมคาย รวมไปถึงฐานะที่เป็นถึงคุณชายเล็กตระกูลเฟิง ตระกูลใหญ่ซึ่งเรียกได้ว่ามั่งคั่งร่ำรวยที่สุด

ทว่าทั้งหมดนั้นกลับไร้ผลกับคุณหนูหยวน ผู้ซึ่งยังคงมีท่าทีนิ่งเฉยเย็นชา

“ท่านผู้นี้คือ...” หม่าเซียวผายมือไปด้านหลัง

เห็นชัดว่าอีกฝ่ายสงสัยในตัวนางจึงตามมา ทั้งที่โรงเตี๊ยมฟู่กุ้ยกับหอฟางจื่อห่างกันถึงสามแยก ดังนั้นเลี่ยงไปก็รังแต่จะน่าสงสัยมากขึ้น

“คุณชายหม่า ข้าไม่สะดวกแนะนำตัวในเวลานี้ ที่ออกมาเพราะอยากมาเดินดูรอบๆ ไม่ได้ขออนุญาตผู้อาวุโสในจวน ข้าขอร้องให้ท่านเห็นใจด้วย” นางกล่าวเสียงเรียบ

“เกรงใจไปแล้วๆ” เขาแสร้งมองไปยังฝั่งตรงข้าม “หรือว่าท่านมาเพียงเพราะต้องการแอบดูความเรียบร้อยของร้านแพรพรรณ” เขาแสร้งเลิกคิ้วคาดเดาก่อนใช้พัดปิดปากด้วยท่าทีมีพิรุธ

ท่าทีเช่นนั้นทำเอาหางคิ้วของหญิงสาวกระตุกคราหนึ่ง นางเพิ่งบอกเขาว่าไม่สะดวกแนะนำตัว แต่เขากลับเปิดโปงนางอ้อมๆ ว่าเขาล่วงรู้ฐานะของนางแล้ว

คนน่าโมโหผู้นี้นี่!!!

“อาเซียว เลิกเล่นได้แล้ว” เฟิงเสวียนคุนถอนหายใจ

“ขึ้นไปนั่งชั้นสองดีหรือไม่ อย่างไรก็มาแล้วอย่าให้เสียเที่ยวเลย ข้าเป็นเจ้ามือเองหากท่านไม่รังเกียจ อย่างไรเสียห้าตระกูลก็ยังต้องคบหา ถือเสียว่าทำความคุ้นเคยเอาไว้ เผื่อวันหน้าต้องพึ่งพาอาศัยกัน”

หยวนหรูหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง ท่าทางสุภาพรวมไปถึงใบหน้าสุขุมนั้น ทำให้นางสนใจในตัวเขายิ่ง คำพูดของเขาเมื่อครู่จะว่าแฝงนัยก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีอะไรก็ไม่เชิง กระนั้นดวงตาของเขากลับแสดงออกชัดถึงความจริงใจ

“เช่นนั้นรบกวนแล้ว” นางตัดสินใจตอบตกลงท่ามกลางความประหลาดใจของโจวเช่อ และความตื่นตะลึงของซุนเอ๋อร์

“คุณหนูเจ้าคะ จะดีหรือ” ซุนเอ๋อร์กระซิบเสียงเบา

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว”

นางปลอบสาวใช้ของตน พร้อมกับสบตากับโจวเช่อ จากนั้นมองหม่าเซียวเดินนำขึ้นไปยังชั้นสอง ตัวนางกับเฟิงเสวียนคุนนั้นเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกัน

[1] ช่วงเวลาสิบเอ็ดโมงถึงบ่ายโมง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 93 จบ

    รถม้าวิ่งออกมายังนอกเมือง เนื่องจากวันนี้นักโทษในคุกของที่ว่าการ จะถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน หยวนหรูส่งเสียงบอกคนขับรถม้า “จอดรถ”“ขอรับ”หยวนหรูก้าวลงมายืนริมถนน เมื่อขบวนนักโทษเดินผ่านนางก็เดินเข้าไปหาแถวนักโทษ หลี่ซื่อ หยวนอิง รวมไปถึงหยวนอวี่ ถูกล่ามด้วยตรวนและโซ่กับนักโทษคนอื่นๆ พวกเขาถูกตัดสินให้จำคุกและกำลังจะถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน ทั้งนี้ก็เพื่อชดใช้สิ่งที่เคยทำไม่สิ...ไม่อาจเรียกโดยใช้แซ่หยวนสมควรเรียกว่า หลี่อวี่ ...หลี่อิง เพราะทั้งสามคนล้วนถูกขับออกจากตระกูลหยวนแล้ว โดยความเห็นของฮูหยินผู้เฒ่าและหยวนวั่น กระนั้นหยวนหรูก็ยังคงอยากมาส่งทั้งสามคนเดินทางเงียบๆไม่ใช่ว่านางอภัยให้ทั้งสามคนแล้ว ฐานะของนางไม่อาจกล่าวอโหสิ เพราะนางไม่ใช่ผู้ที่ถูกกระทำอย่างแท้จริง ที่นางมาในวันนี้ก็เพื่อส่งทั้งสามคนเดินทางเป็นครั้งสุดท้ายการใช้แรงงานยังชายแดนครั้งนี้ ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตจะได้กลับมาหรือไม่ ถุงยังชีพที่นางเตรียมมาให้ น่าจะเพียงพอให้ทั้งสามคนสามารถเอาชีวิตรอดไปจนถึงชายแดน“รับไปเถิด ท่านไม่กลับลำบากแต่มารดาและพี่สาวของท่านไม่เหมือนกัน” นางกล่าวกับหลี่อวี่ซึ่งยังคงมีใบหน้ายโส เมื

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 92

    อาหารทุกอย่างมีเขาเป็นคนคีบ นางหนึ่งคำ เขาหนึ่งคำ และทุกการกระทำเขายังคงกุมมือหยวนหรูเอาไว้ กระทั่งทั้งสองต้องดื่มสุรามงคล โดยต้องคล้องแขนดื่มสามจอกจอกแรกหยวนหรูอมยิ้มดื่มรวดเดียวหมด จอกที่สองนางหรี่ดวงตามองสามี จอกที่สามนางเริ่มอมยิ้มเพราะเห็นใบหน้าแดงก่ำของจูเสวียนคุนร่างเล็กในชุดสีแดงพยุงผู้เป็นสามีไปที่เตียง “ท่านพี่ ข้าได้รู้เรื่องหนึ่งมาจากหม่าเซียว”“เรื่อง...เรื่องใดหรือ” เขาสะบัดหน้าไปมา รู้สึกเหมือนพื้นหมุนวนจนกระทั่งไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง“ท่านดื่มสุราไม่เก่ง โดยเฉพาะสุรานารีแดงที่นับเป็นยอดสุรา” นางยิ้มร้ายก่อนพาเขาไปนั่งลงบนเตียง ช่วยเขาถอดรองเท้าจากนั้นช่วยเขาคลายมวยผมเส้นผมยาวของจูเสวียนคุนทิ้งตัวลงสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าแดงก่ำเงยขึ้นมองการกระทำของฮูหยินตน “หรูเอ๋อร์ ไม่สิ ฮูหยิน”“เจ้าคะ” นางยิ้มพร้อมกับคลายสาบเสื้อเขาออก ผลักเขาให้ล้มตัวลงนอนหงาย พร้อมกันนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมร่างที่ร้อนวูบวาบ มือน้อยยกขึ้นดึงปิ่นปักผมของตัวเองออก เส้นผมของนางทิ้งตัวลู่ลง“คนงาม” นางหัวเราะพร้อมกับใช้ปลายนิ้วคีบสายคาดเอวของเขา ดึงมันออกจากนั้นเปิดสาบเสื้อให้กว้างขึ้น เผยให้เห็นผ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 91

    กลิ่นหอมของดอกสือซว่านที่ลอยมาพร้อมกับสายลม เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู ดวงตาของซือถูชิงหลิงพร่าเลือนท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น นางไม่ได้รู้สึกทรมานแต่รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด“เพราะอะไรยังคงดื่มเข้าไป ท่านรู้ว่าข้าให้โอกาสท่านแล้ว ขอเพียงไม่ดื่มท่านก็จะไม่ตาย ท่านจะยังเป็นซือถูชิงหลัน” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามขึ้นซือถูชิงหลิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางพบว่านางยังคงนอนอยู่ในทุ่งดอกสือซว่าน แต่รอบกายกลับดูแปลกตา ไม่มีซือถูชิงหลันที่นั่งอยู่เช่นเมื่อครู่ มีเพียงร่างเล็กของหยวนหรูน้อย“หากข้าไม่ดื่ม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเล่า”หยวนหรูน้อยยิ้ม “ข้าก็จะตายไปเงียบๆ”“เพราะอะไรข้าที่ตายไปแล้วจึงตื่นขึ้นมาในร่างของเจ้า”“บางครั้งโชคชะตาก็เป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ข้าไม่เสียใจที่เป็นท่าน หากเมื่อครู่ท่านเลือกที่จะไม่ดื่ม รู้หรือไม่ว่าท่านอาจไม่ตาย”“แต่หากข้าไม่ตายเช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นยังอีกภพเล่า เรื่องที่ต้องดำเนินไปในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า เจ้ายังจะได้พบกับเฟิงเสวียนคุนหรือไม่”หยวนหรูน้อยส่ายหน้า “ข้าไม่อาจทำเช่นที่ท่านทำได้”“เช่นนั้นข้าก็ไม่เสียใจที่ดื่มยาพิษนั่น โชคชะตาเป็นเรื่องน่าขบขัน” ซือถูชิงหลิงห

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 90

    นางกระซิบก่อนจุมพิตลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุมพิตแผ่วเบา แต่นางยังอาจหาญถึงขั้นสอดปลายลิ้นเข้าไปหยั่งเชิงเขาจูเสวียนคุนครวญครางเสียงพร่า สองมือดันแผ่นหลังนางเข้าหาตัว ตอบรับจุมพิตเร่าร้อนของหยวนหรู กระทั่งลืมไปแล้วว่าเขากำลังจะกล่าวอะไรสองมือของหยวนหรูสอดเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงทึ้งสายคาดเอวของจูเสวียนคุน พร้อมกันนั้นก็ปลดสายคาดเอวของตนออกชายหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาเองก็ปลดเปลื้องทุกสิ่งในใจไปจนสิ้น ไม่มีอะไรให้เขาต้องอาวรณ์ ไม่มีคนตระกูลเฟิงให้เขาต้องห่วงพะวงตอนนี้มีเพียงตัวเขาและหัวใจที่ได้ค่อยๆ มอบให้สตรีผู้หนึ่ง สตรีที่เขากำลังกอดเอาไว้ในอ้อมแขน ยินยอมให้นางกดเอาไว้ใต้ร่างอย่างเต็มอกเต็มใจความจริงเขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่จับตามองหยวนหรู อาจเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ทุกอย่างที่เป็นนางคล้ายดึงดูดความสนใจของเขา กระทั่งเวลาผ่านไปทุกๆ อย่างที่นางทำ ล้วนส่งผลกระทบต่อความนึกคิดของเขาทั้งสิ้นภายในรถม้าเร่าร้อนแผดเผา สองร่างกอดก่ายแนบชิด หยวนหรูหอบหายใจหนักหน่วง นางลูบไล้จากลำคอของจูเสวียนคุน แหวกสาบเสื้อออกจากนั้นจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ ยินยอมให้เขาเคล้นคลึงเอวอ่อน ไล้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 89

    ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าเขามีความดีความชอบกวาดล้างพรรคกระเรียนหยก แต่ผู้ที่สังหารเจียงหงจะต้องเป็นยอดฝีมือที่เฟิงเสวียนคุนพามาแนะนำ แต่การแนะนำให้รู้จักกลับมีเพียงคนสองคนที่แต่งกายมิดชิด ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง และไม่สนทนามองดูคนทั้งสี่คนประสานกระบี่ เหมิงจื้อกลับจ้องเขม็งไปยังหนึ่งเดียวที่มีรังสีเข่นฆ่ารุนแรง เพลงกระบี่ตวัดไปมาคล่องแคล่ว ต้อนอิ่นซื่อที่กำลังภายในแกร่งกล้า กระทั่งไม่อาจเข้าใกล้ร่างอีกร่างที่ถูกเจียงหงจู่โจมความรวดเร็วของกระบี่คือจุดแข็งของคนที่ไร้กำลังภายใน แม้อีกคู่การโจมตีหนักหน่วงและพลังทำลายล้างมีมากกว่า แต่กลับไม่อาจดูแคลนคู่ของสตรีอีกสองคนที่เรียกได้ว่ามองออกในทันทีว่าผู้ใดคือผู้ที่ได้เปรียบใช่...เขารู้ว่าผู้ที่เข้าไปรับมืออิ่นซื่อเป็นสตรี เพียงแต่เขาคาดเดายังไม่ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือใครเสียงตวัดกระบี่กรีดลงไปยังเนื้อหนัง ร่างของอิ่นซื่อเซถลาไปเบื้องหลัง ปลายกระบี่คมกริบจ่อรอบลำคอของนาง คนของเหมิงจื้อในที่สุดก็ก้าวออกมา เนื่องจากต้องการจับเป็นอิ่นซื่อ แต่ไม่ใช่กับเจียงหงหยวนหรูมองดูโจวเช่อที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กระบี่ตวัดไปแต่ละครั้งรุนแรงมาก กระทั่งกระบี่ของเจ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 88

    สิ่งแรกที่หยวนหรูทำหลังจากกลับถึงจวน นั่นคือตรงไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ดูแลให้อีกฝ่ายดื่มยาและสงบสติอารมณ์ นางนั่งกุมมือเหี่ยวย่นเงียบๆ ไม่กล่าวถ้อยคำใดๆ ออกมาสักคำ“หลานย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึม “เหตุใดไม่พูดอะไร เหตุใดไม่บอกล่าว ปานนั่นหายไปได้อย่างไร หากบอก...ขอเพียงบอก”“ท่านย่า บอกไปก็ไม่ได้ทำให้สิ่งใดดีขึ้น บอกไปแล้วเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ” หยวนหรูน้อยสิ้นใจไปแล้ว แม้พูดไปแล้วเปลี่ยนให้นางกลับมามีชีวิตได้หรือ...“ตั้งแต่เมื่อไร”“นับจากล้มป่วยเจ้าคะ พอหายดีก็ค่อยๆ จางลงจนไม่เหลือ” นางตอบไปตามความจริง มองดูฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึมนางยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ “ท่านย่าอย่าร้องไห้อีกเลย หรูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ต่อไปขอเพียงท่านย่าอยู่เป็นเพื่อนหรูเอ๋อร์ให้นานหน่อย ชดเชยที่หรูเอ๋อร์ถูกขังในเรือนหลังหลายปี ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนท่านย่าเลย”“เด็กดี เด็กดีของย่า”ข้างนอกหยวนวั่นยืนน้ำตาซึมพูดอะไรไม่ออก เขารอกระทั่งหยวนหรูเดินออกมาจากเรือนของมารดา สองพ่อลูกจึงมีโอกาสได้สนทนากัน“เพราะเหตุใดไม่พูด”“ท่านพ่อ พูดหรือไม่พูดเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือ ข้าก็ยังเป็นหรูเอ๋อร์ เป็นบุตรสาวของท่าน ความจริงข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status