LOGIN“ลุงนั่นล่ะเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาทำอย่างนี้กับฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” กลิ่นแก้วพยายามสลัดมือตัวเองให้เป็นอิสระ แล้วรีบเดินห่างออกมา มองดูพ่อหมอสิงห์ด้วยแววตาที่ระแวดระวัง
“นังผีตัวนี้มันร้ายกาจนัก วันนี้ข้าจะจัดการเอ็งให้อยู่หมัดเลยคอยดู” ว่าแล้วพ่อหมอสิงห์ก็จับลูกประคำขึ้น ปากก็ร่ายอาคมไปด้วย จู่ ๆ กลิ่นแก้วในร่างกลิ่นจันทร์ก็เริ่มรู้สึกร้อนรนไปทั้งเนื้อตัว มันแสบราวร้อนกับมีไฟแผดเผาร่าง
“โอ๊ย! ทำไมร้อนอย่างนี้”
“พอได้แล้วพ่อหมอ อย่าทำอะไรเมียฉัน” เสือกล้ารีบเดินมาขวางหน้าเอาไว้ เพื่อปกป้องเมียรักไม่ให้ถูกทำร้ายด้วยอาคม ทว่าพ่อหมอยังคงไม่ยอมหยุด เสียงกรีดร้องของกลิ่นแก้วดังขึ้นเรื่อย ๆ จนคนเป็นผัวทนไม่ไหว คว้าสายลูกประคำของพ่อหมอมาดึงจนขาด
“ไอ้เสือกล้า!”
“ฉันไม่ยอมให้พ่อหมอมาทำร้ายเมียฉันหรอก ถึงแม้ว่าวิญญาณในร่างนี้จะไม่ใช่จันทร์ แต่ฉันก็จะไม่ให้ใครมาทำร้ายได้แม้กระทั่งพ่อหมอ เพราะนี่คือร่างของเมียฉัน” เสือกล้าประกาศกร้าวต่อหน้าพ่อหมอสิงห์
“เอ็งกำลังจะทำให้ผีป่าไม่พอใจ”
“ฉันไม่สน”
“ถ้าเอ็งไม่เชื่อข้าก็คอยดูละกัน ว่าหมู่บ้านดงไพรของเราจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง”
“ฉันปกครองหมู่บ้านนี้มานาน มั่นใจว่าสามารถดูแลทุกคนได้ และที่ผ่านมามันก็ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จันทร์เองมันก็เป็นคนดีมาโดยตลอด ทุกคนไม่รู้จักจันทร์มันหรือไงถึงได้เชื่ออะไรแบบนี้ ใช่ว่าฉันอยากจะลบหลู่หรอกนะพ่อหมอ แต่หากเรากลัวกันอย่างนี้จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ยังไงกัน ทุกคนกลับไปก่อนเถอะเรื่องนี้ฉันขอจัดการเอง”
เสือกล้าประกาศกร้าวบอกกับสมาชิกในหมู่บ้าน เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่มีความเด็ดขาด และปกครองหมู่บ้านนี้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมมาโดยตลอด ทำให้ทุกคนศรัทธาและเชื่อฟังอย่างง่ายดาย
“ถ้าเอ็งยืนยันอย่างนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะ แต่ข้าจะขอเตือนเอาไว้ ว่าวิญญาณที่สิงอยู่ในร่างเมียเอ็งไม่ใช่นังจันทร์แน่นอน ข้าเตือนไว้เท่านี้ล่ะ”
“ฉันขอบใจพ่อหมอมาก แต่เรื่องนี้ขอให้มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวฉันก็แล้วกัน”
“ขอให้เอ็งโชคดีละกัน ข้าไปล่ะ”
ก่อนพ่อหมอสิงห์จะเดินไปไม่วายมองหน้ากลิ่นแก้วที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเสือกล้า เธอไม่รู้หรอกว่าคนพวกนี้เป็นใคร แต่รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้หลบอยู่ภายใต้แผ่นหลังกว้างนี้ แววตาของพ่อหมอสิงห์ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว ราวกับคนที่เคยมีเรื่องกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนเสียอย่างนั้น
เมื่อพ่อหมอสิงห์เดินไปแล้วเสือกล้าก็หันกลับมามองหน้าเมีย ซึ่งตอนนี้เธอถอยห่างออกไป มองหน้าด้วยสายตาที่หวาดระแวงเช่นเดิม
“กลับเรือนเรานะจันทร์”
“ฉันไม่ได้ชื่อจันทร์ ฉันไม่รู้จักนาย นายเป็นใคร”
“ข้าก็เป็นผัวเอ็งยังไงล่ะ ทำไมเอ็งพูดจาพึลึกพิลั่นอย่างนี้ แต่ถึงยังไงข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าเอ็งจะถูกผีเข้าสิงร่าง อาจจะเป็นเพราะเอ็งตายแล้วฟื้นจึงทำให้ไม่เหมือนเดิม ข้าเข้าใจเอ็งนะ”
“จะบ้าเหรอ! ฉันยังไม่เคยแต่งงานจะมีผัวได้ยังไง อย่าว่าแต่แต่งงานเลย แค่โดนผู้ชายจับมือก็ยังไม่เคยเลยด้วยซ้ำ” กลิ่นแก้วตกใจยกใหญ่เมื่อชายผู้นี้มาอ้างตัวว่าเป็นผัวตัวเอง หน้าตาหล่อเหลาก็จริงแต่ทำไมดูเชย ๆ อย่างนี้ การแต่งตัวก็ไม่มีรสนิยม เสื้อผ้าก็เก่า ๆ ไม่มีสไตล์เลยสักนิด
“แม่ว่าจันทร์มันคงไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะ เอ็งทำใจซะเถอะนะกล้า” บุหงาตบปุลงที่แผ่นหลังลูกชายเพื่อปลอบใจ “เอ็งจำแม่ได้ไหมจันทร์”
“แม่งั้นเหรอ ทำไมคนที่นี่ถึงได้แปลกกันไปหมดเลย ขอโทษนะคะ คือฉันไม่ได้ชื่อจันทร์ ฉันไม่เคยรู้จักพวกคุณ ไม่เคยรู้จักที่นี่เลยด้วยซ้ำ ฉันมาจากกรุงเทพฯ พวกคุณรู้จักไหมคะกรุงเทพฯ”
เธอพยายามอธิบายแต่ทว่าสองแม่ลูกกลับมองหน้ากันด้วยความงุนงง แล้วส่ายหน้าให้คำตอบ กลิ่นแก้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเซ็ง ๆ เธอจำได้ว่าตอนนั้นยังอยู่ที่โรงพยาบาล จู่ ๆ มาโผล่ที่นี่ได้ยังไง
“กรุงเทพ? มันคือที่ไหนกัน พวกข้าไม่รู้จักหรอก”
“เป็นไปได้ยังไงกันไม่รู้จักกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทยเชียวนะ สงสัยไม่ใช่คนไทย” กลิ่นแก้วบ่นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปถามอีกครั้ง “แล้วที่นี่มันคือที่ไหนล่ะคะ ว้ายย!!!”
“ขืนมัวแต่ถามกันไปมาอย่างนี้คงค่ำมืดกันพอดี กลับเรือนกันเถอะเมียข้า”
เสือกล้าไม่อาจทนเห็นเมียรักพล่ามอย่างกับคนวิปลาสได้ จึงอุ้มเธอขึ้นพาดบนบ่าหนาพาเดินมุ่งหน้าไปที่เรือนของตนเอง โดยไม่สนว่าเจ้าหล่อนกำลังแหกปากร้องดังลั่น ทุบมือบนแผ่นหลังรัว ๆ ราวกับวัวที่กำลังจะโดนเชือดเสียอย่างนั้น
หลังจากพูดคุยกับผู้ใหญ่แล้ว ก็ถึงเวลาที่กวินภพจะพาแขกผู้มาเยือนเยี่ยมชมภายในบ้าน ซึ่งดูเหมือนว่ากลิ่นแก้วจะสนใจเรื่องราวของคุณปู่ชายหนุ่มเป็นพิเศษเขาพาเธอเดินเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัวของผู้เป็นปู่ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีคนพักอาศัยอยู่แล้ว กลายเป็นห้องเก็บความทรงจำดี ๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ระลึกถึงเท่านั้นกลิ่นแก้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งของมีทั้งอายุและคุณค่าทางจิตใจ กรอบรูปถูกติดไว้บนผนังห้องจำนวนมาก ข้าวของเครื่องใช้ที่ดูยังไงก็ไม่เป็นที่นิยมในยุคนี้ เธอไม่นึกเลยว่าจากเด็กบ้านนอกตัวมอมในป่าในเขา จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ถึงเมืองหลวงได้อย่างนี้“คุณปู่ท่านเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่าเอาไว้ ท่านสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้ลูกหลานคนไหนขายมันไปเด็ดขาด”“ท่านเป็นคนมีรสนิยมนะคะ ของแต่ละอย่างน่าสนใจทั้งนั้น ว่าแต่ท่านเป็นคนสุพรรณแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ยังไงคะ” เธอถามขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมรอบห้องอย่างสบายใจ“พอท่านเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็ไปสมัครเป็นทหารครับ คุณปู่ท่านเป็นคนขยันและนิสัยดีทำให้เจ้านายรักเลยส่งเสียให้เรียนต่อเป
กลิ่นแก้วเดินตามหลังชายหนุ่มขึ้นมาบนเรือนไม้ ก็เจอกับผู้หญิงสองคนกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่ที่ศาลากลางเรือนแผ่นหลังทั้งสองนั้นช่างคุ้นตาเสียจริง ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน“คุณแม่ครับ พี่ตาล ผมมาแล้ว”เสียงนั่นทำให้เจ้าหล่อนทั้งสองหันมามอง เมื่อเห็นใบหน้าคนทั้งสองอย่างถนัดตา ดวงตาสวยก็เบิกโพลงด้วยความตกใจปนดีใจ คนทั้งสองมีใบหน้าคล้ายกับคนที่เธอเคยรู้จักในหมู่บ้านดงไพรมากเหลือเกิน ราวกับคนเดียวกัน“อ้าวมาแล้วหรือภพ” คนเป็นแม่ส่งยิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเอ็นดู“สวัสดีค่ะ” กลิ่นแก้วยกมือไหว้คนทั้งสองอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำกำลังจะร้องไห้ เมื่อเห็นบุหงาและกลิ่นจันทร์อยู่ตรงหน้านี้อีกครั้ง แม้ว่าคนทั้งสองจะจำไม่ได้ แต่เธอจำได้แม่น และคิดว่าต้องใช่แน่ ๆ คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ได้มาเจอทุกคนในภพปัจจุบันทุกอย่างจะต้องถูกลิขิตไว้หมดแล้ว...“หนูเป็นอะไรลูก ทำไมร้องไห้อย่างนั้นล่ะ” กานดาเอ่ยด้วยความรู้สึกตกใจ เมื่อเห็นผู้มาใหม่ร้องไห้เมื่อเจอกั
วันเวลาล่วงผ่าน ทุกชีวิตบนโลกล้วนแต่ดำเนินไปตามวิถีของใครมัน ตามแต่จะออกแบบและขีดเส้นให้กับตัวเอง ก็เหมือนตอนนี้ที่กลิ่นแก้วกำลังลิขิตชีวิตรักของตัวเอง โดยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกวินภพให้มากยิ่งขึ้นตอนนี้เธอรักษาตัวจนหายเป็นปกติทุกอย่างแล้ว และได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตวัยเรียนอย่างเป็นทางการเสียที การพบปะเพื่อนใหม่ทำให้คลายความคิดถึงหมู่บ้านดงไพรไปได้เยอะพอสมควร แม้ในบางคืนอาจจะฝันร้ายอยู่บ้างก็ตามที“แม่คะ แก้วไปมหา’ ลัยก่อนนะคะ”“อ้าว! ไหนบอกแม่ว่าวันนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรือ”“พอดีว่าคุณภพจะพาไปเยี่ยมบ้านเขาน่ะค่ะ”“รู้สึกว่าช่วงนี้คุณภพจะแวะเวียนมาบ้านเราบ่อยนะ มีอะไรยังไม่ได้บอกแม่หรือเปล่าเนี่ย” จันทร์ระวีมองหน้าพลางยิ้มให้ลูกสาว ที่ตอนนี้ยืนสะพายกระเป๋าผ้าใบโตในชุดนักศึกษาเรียบร้อย“แก้วรักคุณภพค่ะแม่ รักมาตั้งนานแล้ว แต่เรายังไม่ได้คบกันหรอกค่ะ” เธอบอกความจริงอย่างไม่เคอะเขิน เพราะมั่นใจแล้วว่าถึงอย่างไรก็จะคบกับผู้ชายคนนี้ให้ได้“แ
“อ้อ รู้จักกันมาพักใหญ่แล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณทำงานอะไร”“ผมเป็นนักสังคมสงเคราะห์ครับ”“ว้าว! จริงหรือคะ แสดงว่าคุณเป็นคนที่จิตใจดีมาก ๆ”“แก้วก็ชมผมเกินไป ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่...กำลังอ่านอะไรอยู่หรือครับ” ชายหนุ่มอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นหนังสือที่เจ้าหล่อนถืออยู่ มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน“กำลังอ่านประวัติขุนโจรของเมืองไทยในอดีตค่ะ” เธอว่าพลางยกหนังสือขึ้นมาให้ฝ่ายชายดูเห็นแล้วกวินภพก็ยิ้มกริ่มออกมา เขาจำได้ดีว่านั่นคือหนึ่งในหนังสือที่คุณปู่ได้เขียนเอาไว้ก่อนจะสิ้นใจ“ชอบธรรม กลิ่นสุพรรณ บังเอิญจังเลยนะครับ หนังสือเล่มนี้คุณปู่ของผมเป็นคนเขียนเอง”“จริงหรือคะ บังเอิญมาก ๆ เลย ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้หลานของคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ จะมานั่งอยู่ตรงหน้าฉัน”“ผมดีใจนะที่คุณชอบหนังสือเล่มนี้ คุณปู่ของผมท่านตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาก เพราะมันมาจากประสบการณ์โดยตรงของท่านเอง”“หมายความว่า...คุณปู่ของคุณเคยเป็นโจรมาก่อนอย่างนั
เสียงนั่นทำให้ทั้งจันทร์ระวีและชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่จ้องหน้ากันอย่างุนงง แล้วหันไปมองหน้าคนที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียง“เรียกผมหรือครับ” ชายหนุ่มชี้เข้าที่ตัวเอง สีหน้ายังคงฉายความสงสัยอยู่เช่นเดิม“พี่กล้าจำฉันไม่ได้หรือจ๊ะ”“ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย ผมดีใจนะที่คุณฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่คิดว่าหลังจากนี้คงต้องดูแลกันต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหายเป็นปกติ” เขาว่ายิ้ม ๆ แล้ววางช่อดอกไม้ไว้บนโต๊ะ“แก้วเคยรู้จักคุณภพหรือลูก”“คุณภพ?” เจ้าหล่อนหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่พลางขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย“ใช่จ้ะ คุณภพเป็นคนที่ขับรถชนลูกยังไงล่ะ ตอนที่ลูกหลับไปคุณภพคอยมาดูแลรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าไข้และค่าใช้จ่ายทั้งหมด”“งั้นหรอกหรือคะ ถ้าอย่างนั้นหนูคงจำคนผิดแล้วล่ะ” เมื่อได้ยินผู้เป็นแม่อธิบายเจ้าหล่อนก็ถึงบางอ้อ แต่สายตาของเธอยังคงจับจ้องมองชายหนุ่มตลอดเวลา เพราะใบหน้านี้ช่างเหมือนเสือกล้าที่เธอเคยรู้จักเหลือเกิน เหมือนราวกับคนเดียวกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ท
“แก้ว แก้วลูกแม่ แก้วฟื้นแล้วค่ะคุณหมอ”เสียงของใครบางคนปลุกให้ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเริ่มขยับ เปลือกตาสวยค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ภาพเบื้องหน้าเบลอแต่ก็รู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองหน้าอยู่ เธอได้ยินเพียงเสียงเรียกชื่อของตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ และเสียงนั่นไม่ใช่ใคร...เป็นเสียงแม่ของเธอนั่นเอง“มะ...แม่คะ”น้ำเสียงของเจ้าหล่อนแหบแห้ง จนคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงต้องก้มหน้าลงมาเงี่ยหูฟัง“ว่าไงลูก ฮึก แม่นึกว่าจะต้องเสียลูกไปแล้ว ทูนหัวของแม่” จันทร์ระวียิ้มทั้งน้ำตา มองดูลูกสาวด้วยความดีใจขั้นสุด หลังจากต้องทนทุกข์ทรมาน จากการที่ต้องเห็นลูกสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียงมานานนับเดือน“หมอขอตรวจคนไข้ให้ละเอียดอีกครั้งนะครับ”“เชิญค่ะคุณหมอ”จันทร์ระวีปล่อยให้คุณหมอเจ้าของไข้ตรวจร่างกายลูกสาว ยืนดูพลางฉายรอยยิ้มแห่งสุขอยู่ข้าง ๆ อย่างนั้นจนการตรวจเสร็จสิ้น“เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”“ทุกอย่างปกติดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่สมองตายแล้วจะฟื้นขื้นมาได้ เป็นเคสที่เกิดขึ้นยากมาก ๆ หนึ่
“ว่าจะถามข่าวคราวนังจันทร์หน่อย ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ”“ฉันสบายดีจ๊ะพ่อหมอ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตอนนี้ฉันเริ่มจำอะไรได้บ้างแล้วล่ะ อีกหน่อยก็คงจะเป็นปกติเหมือนเมื่อก่อน” ด้วยความฉลาดหลักแหลมกลิ่นแก้วจึงใช้ไหวพริบตอบกลับไปอย่างคล่องปาก แสดงสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร แม้จะไม่อ่อนหวานเหมือนกลิ่นจันท
“จันทร์พูดจริง ๆ เหรอจ๊ะ จันทร์คนเดิมของพี่กลับมาแล้ว พี่ดีใจที่สุดเลยรู้หรือไม่” เสือกล้ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ รีบโผเข้ากอดผู้เป็นเมีย กลิ่นแก้วได้แต่นั่งตัวเกร็งปล่อยให้เขากอดอย่างนั้น เธอรู้สึกได้ถึงความรักที่ผู้ชายคนนี้มีให้กลิ่นจันทร์ จนรู้สึกอิจฉาอย่างบอกไม่ถูก“พี่กล้าปล่อยฉันได้แล้ว ฉันหายใ
“กลิ่นแก้ว กลิ่นแก้ว ได้ยินข้าหรือไม่”เสียงเรียกของใครบางคนปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับใหลรู้สึกตัว เปลือกตาสวยเปิดขึ้นก่อนจะลุกมาเจอกับหญิงสาวผู้หนึ่ง นั่งยิ้มอยู่ทางฝั่งปลายเท้า กลิ่นแก้วเขยิบก้นถอยหลังไปเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเป็นใคร“กลิ่นจันทร์! เธอมาได้ยังไง เธอตายไ
เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของใครบางคนดังมาจากฝั่ง กลิ่นแก้วก็รีบยกมือขึ้นมาปกปิดตรงบริเวณเนินอก จ้องมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังยืนซุ่มอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ให้ชัด ๆ และแน่นอนว่าเธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักมาก่อน“นะ...นายเป็นใคร มาทำอะไรตรงนี้”“ข้าชื่อผา เป็นเพื่อนกับจันทร์ไง” ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแ







