Mag-log inเมื่อได้ยินเสียงทุ้มของใครบางคนดังมาจากฝั่ง กลิ่นแก้วก็รีบยกมือขึ้นมาปกปิดตรงบริเวณเนินอก จ้องมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังยืนซุ่มอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ให้ชัด ๆ และแน่นอนว่าเธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักมาก่อน
“นะ...นายเป็นใคร มาทำอะไรตรงนี้”
“ข้าชื่อผา เป็นเพื่อนกับจันทร์ไง” ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดูท่าทางเป็นมิตรกว่าคนที่ชื่อเสือกล้าตั้งเยอะ กลิ่นแก้วคิดในใจ
“เพื่อน? เราเป็นเพื่อนกันงั้นเหรอ”
“ใช่จ้ะ”
“ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะ แต่ตอนนี้นายช่วยไปที่อื่นก่อนได้ไหม ฉันกำลังอาบน้ำอยู่”
“ได้จ้ะได้ งั้นข้าไปแล้วนะ เอาไว้วันหลังเราค่อยคุยกันนะ”
นายผาส่งยิ้มให้แล้วเดินหายเข้าไปในป่า กลิ่นแก้วมองตามหลังไปจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่กลับมาแล้ว จึงถอนหายใจแล้วลดมือลง
แกร็ก!
เสียงเหมือนคนกำลังเหยียบกิ่งไม้แห้งดังขึ้นอีกครั้ง เธอหันขวับไปยังต้นเสียงแล้ว แล้วตะโกนไปว่า...
“ใครน่ะ! นายผาหรือว่าแกละ”
“ข้าเอง”
คนที่ซ่อนตัวอยู่เดินออกมาจากหลังต้นไม้ ยืนกอดอกทำหน้าถมึงทึงราวกับเธอทำอะไรผิดมาซะอย่างนั้น
“นายกล้า!”
“ข้าเอง นึกว่าใครงั้นรึ หรือนึกว่าเป็นไอ้ผา จำผัวตัวเองไม่ได้แต่จำไอ้ผาได้ สรุปว่าเอ็งจำได้หรือไม่ได้กันแน่” เสือกล้ากล่าวเสียงเข้มด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาคมมีประกายแห่งความหึงหวงฉายออกมาอย่างชัดแจ้ง
“ใช่! ก็นายกล้าเป็นเพื่อนฉันนี่นา ทำไมจะจำไม่ได้” เธอตอบออกไปอย่างเต็มเสียง เพราะมั่นใจว่านายผาน่าจะเป็นเพื่อนจริง ๆ และน่าจะเป็นคนดีด้วย แตกต่างจากคนที่อ้างตัวว่าเป็นผัว แม้จะหล่อมากก็ตามเถอะ แต่หน้าโหดชะมัด
“ถ้าอย่างนั้นเอ็งควรจะจำให้ขึ้นใจ ว่าหากทำให้ข้าโมโหมันจะเกิดอะไรขึ้น” คนพูดถอดเสื้อทิ้งลงบนโขดหิน แล้วทำท่าจะเดินลงมาในลำธาร
“ว้ายย!!! นายจะทำอะไร ยะ...อย่าลงมานะฉันกำลังอาบน้ำอยู่” กลิ่นจันทร์นึกโทษตัวเองที่ไปต่อปากต่อคำกับนายนั่น เธอรีบกระโจมอกเดินขึ้นจากน้ำโดยเร็ว ทว่ากลับไม่ทันการณ์เสียแล้วเพราะเสือกล้าได้ลงมาขวางทางเอาไว้
“จะไปไหน”
“ฉันอาบเสร็จแล้วจะขึ้นฝั่ง”
“ไม่ให้ขึ้น ข้าก็อยากจะอาบเหมือนกัน แต่ก่อนข้ากับเอ็งมาอาบน้ำที่นี่ด้วยกันบ่อย ๆ จำไม่ได้รึ”
“จำไม่ได้”
“งั้นข้าจะเตือนความจำให้เอ็งเอง”
“ว้าย!!!”
ร่างอรชรถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงลงไปในน้ำ เขาส่งสายตาคมจ้องมองมาด้วยความเสน่หา นัยน์ตาคมสีดำขลับกำลังร่ายมนตร์สะกดให้เธอนิ่งงัน มือหนาข้างหนึ่งเลื้อยขึ้นมาสัมผัสที่แก้มขาวเนียน เกลี่ยไรผมออกให้ จู่ ๆ ภาพในอดีตระหว่างเสือกล้าและกลิ่นจันทร์ก็ฉายวาบในหัวเธอ เหตุการณ์นี้มันเคยเกิดขึ้นที่นี่ คล้ายกันเหลือเกิน คล้ายกับสถานการณ์ในตอนนี้
“ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน แต่เอ็งยังคงสวยที่สุดในสายตาข้า ไม่ว่าตอนนี้เอ็งจะจำข้าได้หรือไม่ แต่ข้าไม่มีวันลืมเรื่องราวระหว่างเรา และโปรดจำเอาไว้ว่าหากข้าโมโหเพราะเอ็ง จะโดนลงโทษด้วยวิธีนี้” เขากล่าวด้วยโทนเสียงนุ่มละมุนหู ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ริมฝีปากเป็นกระจับถูกรุกรานด้วยรสจูบอันเร่าร้อน ผิวกายขาวเนียนถูกลูบไล้ด้วยมือหนาที่สากราวกับหิน
“อืม...”
กลิ่นแก้วครางฮือในลำคอราวกับถูกเขาสะกดด้วยอาคมอะไรบางอย่าง เธอไม่ตอบโต้ใด ๆ ปล่อยให้เขารุกรานด้วยริมฝีปากร้อนอย่างสำราญใจ เปลือกตาสวยปิดลงช้า ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตอนนี้ผ้าถุงที่รัดบริเวณอกได้หลุดลงไปในมวลน้ำเสียแล้ว
“พี่กล้าเป็นของเอ็งแล้วนะกลิ่นแก้ว”
เสียงหวานของใครบางคนดังแว่วเข้ามาในหู ฉุดให้กลิ่นแก้วได้สติ เธอลืมตาแล้วผละใบหน้าออกห่าง ผลักอกแกร่งแรง ๆ จนทั้งสองห่างกันมากขึ้น
“นะ...นายจะทำบ้าอะไร”
“ก็ข้าจะอาบน้ำกับเมียข้ามันผิดด้วยรึ” เขายิ้มอย่างน่าหมั่นไส้ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเหนือน้ำโดยมีผ้าถุงสีดำอยู่ในมือด้วย
“เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ ไอ้บ้า! ไอ้คนลามก!” เธอตะเบ็งเสียงพลางเอามือปิดเนินอกไว้ แม้มันจะไม่มิดก็ตามที
“ถ้าแน่จริงเอ็งก็ขึ้นไปทั้งอย่างนั้นสิ คนทั้งหมู่บ้านจะได้รู้ว่าเอ็งทำผิดผีอย่างที่ถูกกล่าวหาจริง ๆ มาอาบน้ำเป็นเพื่อนข้าซะดี ๆ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้มันคืนไป”
“นายนี่มัน!” เธอโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงวักน้ำใส่หน้าเขาเพื่อระบายความโมโห
“อยากเล่นอย่างนี้ก็ไม่บอกข้า นี่แหนะ ๆ” เสือกล้ารู้สึกสนุกเสียมากกว่า จึงทำอย่างนั้นคืนบ้าง เขาหัวเราะอย่างมีความสุข แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปรั้งมือเธอดึงตัวเข้ามากอดไว้อย่างแนบแน่น จนก้อนเนื้อทั้งสองบดเบียดเสียดสีกับแผงอกกำยำ ทำให้ใบหน้าสวยของกลิ่นแก้วขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอก้มหน้างุดไม่อาจสบสายตาคมคู่นั้นได้
“รู้ไหมว่าข้ารู้สึกเหมือนได้เมียคนใหม่ ไม่ว่าเอ็งจะเป็นใคร จะจำเรื่องของเราได้หรือไม่ แต่ข้าจะรักเอ็งเหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” เขาว่าแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาประกบจูบอย่างเนิบนาบ มันเป็นจูบที่สุดแสนจะละมุนเหลือเกิน จนกลิ่นแก้วไม่อาจปฏิเสธความหวามไหวนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากพูดคุยกับผู้ใหญ่แล้ว ก็ถึงเวลาที่กวินภพจะพาแขกผู้มาเยือนเยี่ยมชมภายในบ้าน ซึ่งดูเหมือนว่ากลิ่นแก้วจะสนใจเรื่องราวของคุณปู่ชายหนุ่มเป็นพิเศษเขาพาเธอเดินเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัวของผู้เป็นปู่ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีคนพักอาศัยอยู่แล้ว กลายเป็นห้องเก็บความทรงจำดี ๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ระลึกถึงเท่านั้นกลิ่นแก้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งของมีทั้งอายุและคุณค่าทางจิตใจ กรอบรูปถูกติดไว้บนผนังห้องจำนวนมาก ข้าวของเครื่องใช้ที่ดูยังไงก็ไม่เป็นที่นิยมในยุคนี้ เธอไม่นึกเลยว่าจากเด็กบ้านนอกตัวมอมในป่าในเขา จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ถึงเมืองหลวงได้อย่างนี้“คุณปู่ท่านเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่าเอาไว้ ท่านสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้ลูกหลานคนไหนขายมันไปเด็ดขาด”“ท่านเป็นคนมีรสนิยมนะคะ ของแต่ละอย่างน่าสนใจทั้งนั้น ว่าแต่ท่านเป็นคนสุพรรณแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ยังไงคะ” เธอถามขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมรอบห้องอย่างสบายใจ“พอท่านเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็ไปสมัครเป็นทหารครับ คุณปู่ท่านเป็นคนขยันและนิสัยดีทำให้เจ้านายรักเลยส่งเสียให้เรียนต่อเป
กลิ่นแก้วเดินตามหลังชายหนุ่มขึ้นมาบนเรือนไม้ ก็เจอกับผู้หญิงสองคนกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่ที่ศาลากลางเรือนแผ่นหลังทั้งสองนั้นช่างคุ้นตาเสียจริง ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน“คุณแม่ครับ พี่ตาล ผมมาแล้ว”เสียงนั่นทำให้เจ้าหล่อนทั้งสองหันมามอง เมื่อเห็นใบหน้าคนทั้งสองอย่างถนัดตา ดวงตาสวยก็เบิกโพลงด้วยความตกใจปนดีใจ คนทั้งสองมีใบหน้าคล้ายกับคนที่เธอเคยรู้จักในหมู่บ้านดงไพรมากเหลือเกิน ราวกับคนเดียวกัน“อ้าวมาแล้วหรือภพ” คนเป็นแม่ส่งยิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเอ็นดู“สวัสดีค่ะ” กลิ่นแก้วยกมือไหว้คนทั้งสองอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำกำลังจะร้องไห้ เมื่อเห็นบุหงาและกลิ่นจันทร์อยู่ตรงหน้านี้อีกครั้ง แม้ว่าคนทั้งสองจะจำไม่ได้ แต่เธอจำได้แม่น และคิดว่าต้องใช่แน่ ๆ คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ได้มาเจอทุกคนในภพปัจจุบันทุกอย่างจะต้องถูกลิขิตไว้หมดแล้ว...“หนูเป็นอะไรลูก ทำไมร้องไห้อย่างนั้นล่ะ” กานดาเอ่ยด้วยความรู้สึกตกใจ เมื่อเห็นผู้มาใหม่ร้องไห้เมื่อเจอกั
วันเวลาล่วงผ่าน ทุกชีวิตบนโลกล้วนแต่ดำเนินไปตามวิถีของใครมัน ตามแต่จะออกแบบและขีดเส้นให้กับตัวเอง ก็เหมือนตอนนี้ที่กลิ่นแก้วกำลังลิขิตชีวิตรักของตัวเอง โดยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกวินภพให้มากยิ่งขึ้นตอนนี้เธอรักษาตัวจนหายเป็นปกติทุกอย่างแล้ว และได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตวัยเรียนอย่างเป็นทางการเสียที การพบปะเพื่อนใหม่ทำให้คลายความคิดถึงหมู่บ้านดงไพรไปได้เยอะพอสมควร แม้ในบางคืนอาจจะฝันร้ายอยู่บ้างก็ตามที“แม่คะ แก้วไปมหา’ ลัยก่อนนะคะ”“อ้าว! ไหนบอกแม่ว่าวันนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรือ”“พอดีว่าคุณภพจะพาไปเยี่ยมบ้านเขาน่ะค่ะ”“รู้สึกว่าช่วงนี้คุณภพจะแวะเวียนมาบ้านเราบ่อยนะ มีอะไรยังไม่ได้บอกแม่หรือเปล่าเนี่ย” จันทร์ระวีมองหน้าพลางยิ้มให้ลูกสาว ที่ตอนนี้ยืนสะพายกระเป๋าผ้าใบโตในชุดนักศึกษาเรียบร้อย“แก้วรักคุณภพค่ะแม่ รักมาตั้งนานแล้ว แต่เรายังไม่ได้คบกันหรอกค่ะ” เธอบอกความจริงอย่างไม่เคอะเขิน เพราะมั่นใจแล้วว่าถึงอย่างไรก็จะคบกับผู้ชายคนนี้ให้ได้“แ
“อ้อ รู้จักกันมาพักใหญ่แล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณทำงานอะไร”“ผมเป็นนักสังคมสงเคราะห์ครับ”“ว้าว! จริงหรือคะ แสดงว่าคุณเป็นคนที่จิตใจดีมาก ๆ”“แก้วก็ชมผมเกินไป ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่...กำลังอ่านอะไรอยู่หรือครับ” ชายหนุ่มอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นหนังสือที่เจ้าหล่อนถืออยู่ มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน“กำลังอ่านประวัติขุนโจรของเมืองไทยในอดีตค่ะ” เธอว่าพลางยกหนังสือขึ้นมาให้ฝ่ายชายดูเห็นแล้วกวินภพก็ยิ้มกริ่มออกมา เขาจำได้ดีว่านั่นคือหนึ่งในหนังสือที่คุณปู่ได้เขียนเอาไว้ก่อนจะสิ้นใจ“ชอบธรรม กลิ่นสุพรรณ บังเอิญจังเลยนะครับ หนังสือเล่มนี้คุณปู่ของผมเป็นคนเขียนเอง”“จริงหรือคะ บังเอิญมาก ๆ เลย ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้หลานของคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ จะมานั่งอยู่ตรงหน้าฉัน”“ผมดีใจนะที่คุณชอบหนังสือเล่มนี้ คุณปู่ของผมท่านตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาก เพราะมันมาจากประสบการณ์โดยตรงของท่านเอง”“หมายความว่า...คุณปู่ของคุณเคยเป็นโจรมาก่อนอย่างนั
เสียงนั่นทำให้ทั้งจันทร์ระวีและชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่จ้องหน้ากันอย่างุนงง แล้วหันไปมองหน้าคนที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียง“เรียกผมหรือครับ” ชายหนุ่มชี้เข้าที่ตัวเอง สีหน้ายังคงฉายความสงสัยอยู่เช่นเดิม“พี่กล้าจำฉันไม่ได้หรือจ๊ะ”“ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย ผมดีใจนะที่คุณฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่คิดว่าหลังจากนี้คงต้องดูแลกันต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหายเป็นปกติ” เขาว่ายิ้ม ๆ แล้ววางช่อดอกไม้ไว้บนโต๊ะ“แก้วเคยรู้จักคุณภพหรือลูก”“คุณภพ?” เจ้าหล่อนหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่พลางขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย“ใช่จ้ะ คุณภพเป็นคนที่ขับรถชนลูกยังไงล่ะ ตอนที่ลูกหลับไปคุณภพคอยมาดูแลรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าไข้และค่าใช้จ่ายทั้งหมด”“งั้นหรอกหรือคะ ถ้าอย่างนั้นหนูคงจำคนผิดแล้วล่ะ” เมื่อได้ยินผู้เป็นแม่อธิบายเจ้าหล่อนก็ถึงบางอ้อ แต่สายตาของเธอยังคงจับจ้องมองชายหนุ่มตลอดเวลา เพราะใบหน้านี้ช่างเหมือนเสือกล้าที่เธอเคยรู้จักเหลือเกิน เหมือนราวกับคนเดียวกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ท
“แก้ว แก้วลูกแม่ แก้วฟื้นแล้วค่ะคุณหมอ”เสียงของใครบางคนปลุกให้ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเริ่มขยับ เปลือกตาสวยค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ภาพเบื้องหน้าเบลอแต่ก็รู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองหน้าอยู่ เธอได้ยินเพียงเสียงเรียกชื่อของตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ และเสียงนั่นไม่ใช่ใคร...เป็นเสียงแม่ของเธอนั่นเอง“มะ...แม่คะ”น้ำเสียงของเจ้าหล่อนแหบแห้ง จนคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงต้องก้มหน้าลงมาเงี่ยหูฟัง“ว่าไงลูก ฮึก แม่นึกว่าจะต้องเสียลูกไปแล้ว ทูนหัวของแม่” จันทร์ระวียิ้มทั้งน้ำตา มองดูลูกสาวด้วยความดีใจขั้นสุด หลังจากต้องทนทุกข์ทรมาน จากการที่ต้องเห็นลูกสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียงมานานนับเดือน“หมอขอตรวจคนไข้ให้ละเอียดอีกครั้งนะครับ”“เชิญค่ะคุณหมอ”จันทร์ระวีปล่อยให้คุณหมอเจ้าของไข้ตรวจร่างกายลูกสาว ยืนดูพลางฉายรอยยิ้มแห่งสุขอยู่ข้าง ๆ อย่างนั้นจนการตรวจเสร็จสิ้น“เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”“ทุกอย่างปกติดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่สมองตายแล้วจะฟื้นขื้นมาได้ เป็นเคสที่เกิดขึ้นยากมาก ๆ หนึ่
เรือนที่สองแม่ลูกใช้เป็นที่คุ้มแดดคุ้มฝนตั้งอยู่ไม่ไกลจากริมธารเล็ก ๆ ตัวเรือนสร้างจากไม้ที่หาได้ตามป่าธรรมชาติทั่วไป ยกขึ้นเหนือระดับพื้นพอประมาณ หลังคามุงด้วยหญ้าแฝก แบ่งห้องด้วยไม้ไผ่สานเป็นสัดเป็นส่วนชัดเจนกลิ่นแก้วเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ภายในห้อง ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้โดยเฉพาะเสือกล้าที่อ้างตัวว
“ลุงนั่นล่ะเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาทำอย่างนี้กับฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” กลิ่นแก้วพยายามสลัดมือตัวเองให้เป็นอิสระ แล้วรีบเดินห่างออกมา มองดูพ่อหมอสิงห์ด้วยแววตาที่ระแวดระวัง“นังผีตัวนี้มันร้ายกาจนัก วันนี้ข้าจะจัดการเอ็งให้อยู่หมัดเลยคอยดู” ว่าแล้วพ่อหมอสิงห์ก็จับลูกประคำขึ้น ปากก็ร่ายอาคมไปด้วย จู่ ๆ
เสียงเซ็งแซ่ของชาวบ้านดังระงมเข้าหูเสือกล้า นั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่พอใจที่แม้กลิ่นจันทร์จะตายไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังใส่ความเมียรัก เขาไม่มีทางเชื่อว่าเจ้าหล่อนจะทำอะไรพวกนั้นได้ เพราะตั้งแต่อยู่กินกันมา กลิ่นจันทร์เป็นคนจิตใจดีอยู่ในศีลในธรรมมาโดยตลอด“หุบปากเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นข้าจะเอาลูกปืนปิดปากพวกเ
“ฮือ ๆ แก้วลูกแม่ ลูกต้องไม่เป็นอะไรนะ ทำไมต้องมาเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นกับลูกสาวฉันด้วยนะ”เสียงร่ำไห้ของหญิงเลยวัยกลางคนดังขึ้น ในระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังเข็นรถนำร่างหญิงสาวที่นอนนิ่ง มีเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว ตรงไปยังห้องฉุกเฉิน หลังจากไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เธอโดนรถชนขณะกำลังเดินข้ามถนนไ







