Masuk“จันทร์พูดจริง ๆ เหรอจ๊ะ จันทร์คนเดิมของพี่กลับมาแล้ว พี่ดีใจที่สุดเลยรู้หรือไม่” เสือกล้ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ รีบโผเข้ากอดผู้เป็นเมีย กลิ่นแก้วได้แต่นั่งตัวเกร็งปล่อยให้เขากอดอย่างนั้น เธอรู้สึกได้ถึงความรักที่ผู้ชายคนนี้มีให้กลิ่นจันทร์ จนรู้สึกอิจฉาอย่างบอกไม่ถูก
“พี่กล้าปล่อยฉันได้แล้ว ฉันหายใจไม่ออก”
“ข้าขอโทษ ข้าดีใจมากไปหน่อย ว่าแต่เมื่อไหร่เอ็งจะให้กำลังใจข้าล่ะ”
“ตอนนี้เลยเหรอ”
“ตอนนี้สิ ก่อนที่ข้าจะไปเตรียมตัว”
“พี่หลับตาก่อนสิ”
เสือกล้าปิดเปลือกตาลงพลางยิ้มอย่างมีความสุข คนที่อยู่ตรงหน้าจ้องมองใบหน้าหล่อคมอย่างรู้สึกหวั่นไหว ยามได้อยู่ใกล้ ยามได้เห็นหน้า ยามได้กลิ่นกายจากบุรุษคนนี้ เธอรู้สึกราวกับรู้จักและคุ้นเคยเขามาแต่ชาติปางก่อน รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ไม่แน่ใจว่ามันคือความรู้สึกของกลิ่นจันทร์หรือตัวเธอเองกันแน่
ฟอด! ฟอด!
“ฉันรักพี่กล้านะจ๊ะ ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยกลับมานะ" คำพูดเหล่านี้หลั่งออกมาได้อย่างลื่นไหล ราวกับมันออกมาจากจิตใต้สำนึกจนกลิ่นแก้วนึกประหลาดใจ
“ข้าก็รักเอ็งนะจันทร์”
ลืมตาขึ้นมาแล้วเสือกล้าก็รีบโผเข้ากอดผู้เป็นเมียอีกครั้ง แม้จะยังเคอะเขินอยู่บ้างแต่กลิ่นแก้วก็เริ่มยิ้มน้อย ๆ ออกมา มือเรียวที่วางอยู่ข้างตัวค่อย ๆ ยกขึ้นไปวางหมับบนแผ่นหลังกว้าง โอบกอดเขาไว้อย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน
ชายหนุ่มออกมารวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้าน โดยมีคนในครอบครัวตามมาส่งกันเป็นพรวน ไม่ต่างจากครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านอย่างเสือกล้า ที่ตอนนี้กำลังเดินเข้ามารวมตัวกับทุกคน
สายตาทุกคู่จ้องมองมายังกลิ่นแก้วด้วยความหวาดกลัว เพราะภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังติดตา ทว่าเจ้าหล่อนยังคงยืนยิ้มให้กับทุกคนอย่างเป็นมิตร เธอไม่รู้หรอกว่าแต่ก่อนกลิ่นจันทร์มีนิสัยเป็นอย่างไรบ้าง แต่การผูกมิตรไว้ก่อนมันน่าจะเป็นผลดีมากกว่า
“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนมารวมตัวกันแล้วก็ถึงเวลาทำพิธีเสียที”
เสือกล้าประกาศกร้าวต่อหน้าสมาชิกในหมู่บ้าน ได้ยินอย่างนั้นกลิ่นแก้วก็โน้มใบหน้าเข้าไปถามแม่สามีที่ยืนอยู่ข้างกัน
“ทำพิธีอะไรเหรอจ๊ะป้าเอ่อ...แม่” เธอเผลอหลุดคำว่าป้าออกมาด้วยความไม่คุ้นชิน
“ก็พิธีบวงสรวงขอให้ผีเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยคุ้มภัยให้กับทุกคนยังไงล่ะ”
“อ๋อ เข้าใจแล้วจ้ะ”
กลิ่นแก้วยืนดูพิธีกรรมตามความเชื่อของคนในหมู่บ้านอย่างสนใจ พ่อหมอสิงห์เตรียมโต๊ะบูชาไว้ตรงหน้า ส่วนคนที่จะออกไปปล้นต่างก็นั่งคุกเข่าพนมมือกันอย่างพร้อมเพรียง โดยมีเสือกล้าเป็นผู้นำอยู่ตรงหน้าสุด พ่อหมอสิงห์ร่ายอาคมพลางจุ่มก้านใบมะขามลงไปในขันน้ำมนตร์ ที่ถูกถือไว้โดยเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ทั้งคู่เดินไปรอบ ๆ เพื่อพรมน้ำมนตร์ให้ทุกคนอย่างทั่วถึง
เมื่อเสร็จพิธีแล้วเสือกล้าก็เดินกลับมาหาอีกครั้ง เขาสวมชุดพร้อมเดินทางเต็มยศ มีผ้าสีดำที่ถูกถักทอจากฝีมือผู้เป็นแม่คาดไว้บนศีรษะ มีอาวุธปืนสะพายไว้อย่างครบครัน
“แม่จ๊ะฉันไปก่อนนะ” ว่าพลางยกมือไหว้แล้วสวมกอดผู้เป็นแม่
“เดินทางปลอดภัยนะลูก ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองเอ็งให้รอดปลอดภัยกลับมา”
“ขอบคุณจ้ะแม่ ฝากดูแลจันทร์มันด้วยนะจ๊ะ”
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวแม่จะดูแลให้”
“ไอ้แกละเอ็งอย่าดื้ออย่าซนล่ะ อย่าให้แม่ต้องบ่นเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้วจ้ะพี่กล้า”
“ดีมาก”
ร่ำลาแม่กับน้องชายแล้วก็เดินมายืนตรงหน้าผู้เป็นเมีย เสือกล้าคว้ามือเรียวขึ้นมากุมไว้ตรงกล้า ส่งแววตาอบอุ่นพร้อมรอยยิ้มเสน่หาให้กับเมียรัก
“เอ็งดูแลตัวเองดี ๆ นะ ช่วงนี้ก็อย่าเพิ่งออกไปจากบริเวณเรือนเราเข้าใจหรือไม่”
“อื้ม เข้าใจจ้ะ พี่เองก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ฉันรักพี่นะจ๊ะ” ว่าแล้วก็โน้มใบหน้าขึ้นไปหอมแก้มอีกฝ่าย ทุกคนต่างก็จ้องมองมาพลางซุบซิบนินทาอย่างสนุกปาก ราวกับสิ่งที่เธอทำมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควร
“คราวหลังอย่าทำอย่างนี้อีกเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” เสือกล้ารีบปรามเมียรักไว้
“อ้าว! ทำไมล่ะ ก็พี่เป็นคนบอกฉันเองนี่นาว่าอยากให้หอมแก้ม ฉันก็หอมแล้วไงไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย”
“แต่ไม่ใช่ต่อหน้าทุกคนอย่างนี้ ถ้าจะทำก็ทำแค่ในบ้านตัวเองเท่านั้น”
“อ้าว! ในกรุงเทพฯ เค้าก็ทำกันอย่างนี้นี่นา ไม่เห็นจะเป็นไร”
“กรุงเทพอีกแล้ว”
“เอ่อ...โอเค ๆ ฉันจะไม่ทำอีกแล้วจ้ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขออวยพรให้พี่เดินทางปลอดภัยละกันนะ”
“ขอบใจเอ็งมาก เอาไว้ข้าจะซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ มาฝากก็แล้วกัน”
“ขอบใจจ้ะพี่กล้า”
ดูเหมือนว่าการออกไปปล้นครั้งนี้เสือกล้าจะมีกำลังใจมากกว่าทุกครั้ง เดินยิ้มตรงไปขึ้นขี่หลังม้าตัวโปรดที่ผูกเอาไว้ ก่อนจะหันกลับมาโบกมือให้กับทุกคน นำขบวนออกไปจากหมู่บ้านพร้อมกับชายหนุ่มสิบกว่าชีวิต หนึ่งในนั้นก็คือผาที่โบกมือมาทักทายกลิ่นแก้วอยู่ไหว ๆ อยู่ที่ท้ายขบวน
“ป่ะ เรากลับเรือนกันเถอะ” บุหงาเอ่ยปากชวนลูกสะใภ้และลูกชาย
“เดี๋ยวก่อน!”
เสียงเรียกจากใครบางคนฉุดให้ฝีเท้าของทั้งสามต้องชะงักงัน หันกลับไปมองก็เป็นพ่อหมอสิงห์พร้อมกับชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนจ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว
“มีอะไรจ๊ะพ่อหมอ” บุหงาถาม
หลังจากพูดคุยกับผู้ใหญ่แล้ว ก็ถึงเวลาที่กวินภพจะพาแขกผู้มาเยือนเยี่ยมชมภายในบ้าน ซึ่งดูเหมือนว่ากลิ่นแก้วจะสนใจเรื่องราวของคุณปู่ชายหนุ่มเป็นพิเศษเขาพาเธอเดินเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัวของผู้เป็นปู่ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีคนพักอาศัยอยู่แล้ว กลายเป็นห้องเก็บความทรงจำดี ๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ระลึกถึงเท่านั้นกลิ่นแก้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งของมีทั้งอายุและคุณค่าทางจิตใจ กรอบรูปถูกติดไว้บนผนังห้องจำนวนมาก ข้าวของเครื่องใช้ที่ดูยังไงก็ไม่เป็นที่นิยมในยุคนี้ เธอไม่นึกเลยว่าจากเด็กบ้านนอกตัวมอมในป่าในเขา จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ถึงเมืองหลวงได้อย่างนี้“คุณปู่ท่านเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่าเอาไว้ ท่านสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้ลูกหลานคนไหนขายมันไปเด็ดขาด”“ท่านเป็นคนมีรสนิยมนะคะ ของแต่ละอย่างน่าสนใจทั้งนั้น ว่าแต่ท่านเป็นคนสุพรรณแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ยังไงคะ” เธอถามขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมรอบห้องอย่างสบายใจ“พอท่านเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็ไปสมัครเป็นทหารครับ คุณปู่ท่านเป็นคนขยันและนิสัยดีทำให้เจ้านายรักเลยส่งเสียให้เรียนต่อเป
กลิ่นแก้วเดินตามหลังชายหนุ่มขึ้นมาบนเรือนไม้ ก็เจอกับผู้หญิงสองคนกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่ที่ศาลากลางเรือนแผ่นหลังทั้งสองนั้นช่างคุ้นตาเสียจริง ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน“คุณแม่ครับ พี่ตาล ผมมาแล้ว”เสียงนั่นทำให้เจ้าหล่อนทั้งสองหันมามอง เมื่อเห็นใบหน้าคนทั้งสองอย่างถนัดตา ดวงตาสวยก็เบิกโพลงด้วยความตกใจปนดีใจ คนทั้งสองมีใบหน้าคล้ายกับคนที่เธอเคยรู้จักในหมู่บ้านดงไพรมากเหลือเกิน ราวกับคนเดียวกัน“อ้าวมาแล้วหรือภพ” คนเป็นแม่ส่งยิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเอ็นดู“สวัสดีค่ะ” กลิ่นแก้วยกมือไหว้คนทั้งสองอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำกำลังจะร้องไห้ เมื่อเห็นบุหงาและกลิ่นจันทร์อยู่ตรงหน้านี้อีกครั้ง แม้ว่าคนทั้งสองจะจำไม่ได้ แต่เธอจำได้แม่น และคิดว่าต้องใช่แน่ ๆ คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ได้มาเจอทุกคนในภพปัจจุบันทุกอย่างจะต้องถูกลิขิตไว้หมดแล้ว...“หนูเป็นอะไรลูก ทำไมร้องไห้อย่างนั้นล่ะ” กานดาเอ่ยด้วยความรู้สึกตกใจ เมื่อเห็นผู้มาใหม่ร้องไห้เมื่อเจอกั
วันเวลาล่วงผ่าน ทุกชีวิตบนโลกล้วนแต่ดำเนินไปตามวิถีของใครมัน ตามแต่จะออกแบบและขีดเส้นให้กับตัวเอง ก็เหมือนตอนนี้ที่กลิ่นแก้วกำลังลิขิตชีวิตรักของตัวเอง โดยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกวินภพให้มากยิ่งขึ้นตอนนี้เธอรักษาตัวจนหายเป็นปกติทุกอย่างแล้ว และได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตวัยเรียนอย่างเป็นทางการเสียที การพบปะเพื่อนใหม่ทำให้คลายความคิดถึงหมู่บ้านดงไพรไปได้เยอะพอสมควร แม้ในบางคืนอาจจะฝันร้ายอยู่บ้างก็ตามที“แม่คะ แก้วไปมหา’ ลัยก่อนนะคะ”“อ้าว! ไหนบอกแม่ว่าวันนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรือ”“พอดีว่าคุณภพจะพาไปเยี่ยมบ้านเขาน่ะค่ะ”“รู้สึกว่าช่วงนี้คุณภพจะแวะเวียนมาบ้านเราบ่อยนะ มีอะไรยังไม่ได้บอกแม่หรือเปล่าเนี่ย” จันทร์ระวีมองหน้าพลางยิ้มให้ลูกสาว ที่ตอนนี้ยืนสะพายกระเป๋าผ้าใบโตในชุดนักศึกษาเรียบร้อย“แก้วรักคุณภพค่ะแม่ รักมาตั้งนานแล้ว แต่เรายังไม่ได้คบกันหรอกค่ะ” เธอบอกความจริงอย่างไม่เคอะเขิน เพราะมั่นใจแล้วว่าถึงอย่างไรก็จะคบกับผู้ชายคนนี้ให้ได้“แ
“อ้อ รู้จักกันมาพักใหญ่แล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณทำงานอะไร”“ผมเป็นนักสังคมสงเคราะห์ครับ”“ว้าว! จริงหรือคะ แสดงว่าคุณเป็นคนที่จิตใจดีมาก ๆ”“แก้วก็ชมผมเกินไป ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่...กำลังอ่านอะไรอยู่หรือครับ” ชายหนุ่มอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นหนังสือที่เจ้าหล่อนถืออยู่ มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน“กำลังอ่านประวัติขุนโจรของเมืองไทยในอดีตค่ะ” เธอว่าพลางยกหนังสือขึ้นมาให้ฝ่ายชายดูเห็นแล้วกวินภพก็ยิ้มกริ่มออกมา เขาจำได้ดีว่านั่นคือหนึ่งในหนังสือที่คุณปู่ได้เขียนเอาไว้ก่อนจะสิ้นใจ“ชอบธรรม กลิ่นสุพรรณ บังเอิญจังเลยนะครับ หนังสือเล่มนี้คุณปู่ของผมเป็นคนเขียนเอง”“จริงหรือคะ บังเอิญมาก ๆ เลย ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้หลานของคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ จะมานั่งอยู่ตรงหน้าฉัน”“ผมดีใจนะที่คุณชอบหนังสือเล่มนี้ คุณปู่ของผมท่านตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาก เพราะมันมาจากประสบการณ์โดยตรงของท่านเอง”“หมายความว่า...คุณปู่ของคุณเคยเป็นโจรมาก่อนอย่างนั
เสียงนั่นทำให้ทั้งจันทร์ระวีและชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่จ้องหน้ากันอย่างุนงง แล้วหันไปมองหน้าคนที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียง“เรียกผมหรือครับ” ชายหนุ่มชี้เข้าที่ตัวเอง สีหน้ายังคงฉายความสงสัยอยู่เช่นเดิม“พี่กล้าจำฉันไม่ได้หรือจ๊ะ”“ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย ผมดีใจนะที่คุณฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่คิดว่าหลังจากนี้คงต้องดูแลกันต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหายเป็นปกติ” เขาว่ายิ้ม ๆ แล้ววางช่อดอกไม้ไว้บนโต๊ะ“แก้วเคยรู้จักคุณภพหรือลูก”“คุณภพ?” เจ้าหล่อนหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่พลางขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย“ใช่จ้ะ คุณภพเป็นคนที่ขับรถชนลูกยังไงล่ะ ตอนที่ลูกหลับไปคุณภพคอยมาดูแลรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าไข้และค่าใช้จ่ายทั้งหมด”“งั้นหรอกหรือคะ ถ้าอย่างนั้นหนูคงจำคนผิดแล้วล่ะ” เมื่อได้ยินผู้เป็นแม่อธิบายเจ้าหล่อนก็ถึงบางอ้อ แต่สายตาของเธอยังคงจับจ้องมองชายหนุ่มตลอดเวลา เพราะใบหน้านี้ช่างเหมือนเสือกล้าที่เธอเคยรู้จักเหลือเกิน เหมือนราวกับคนเดียวกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ท
“แก้ว แก้วลูกแม่ แก้วฟื้นแล้วค่ะคุณหมอ”เสียงของใครบางคนปลุกให้ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเริ่มขยับ เปลือกตาสวยค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ภาพเบื้องหน้าเบลอแต่ก็รู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองหน้าอยู่ เธอได้ยินเพียงเสียงเรียกชื่อของตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ และเสียงนั่นไม่ใช่ใคร...เป็นเสียงแม่ของเธอนั่นเอง“มะ...แม่คะ”น้ำเสียงของเจ้าหล่อนแหบแห้ง จนคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงต้องก้มหน้าลงมาเงี่ยหูฟัง“ว่าไงลูก ฮึก แม่นึกว่าจะต้องเสียลูกไปแล้ว ทูนหัวของแม่” จันทร์ระวียิ้มทั้งน้ำตา มองดูลูกสาวด้วยความดีใจขั้นสุด หลังจากต้องทนทุกข์ทรมาน จากการที่ต้องเห็นลูกสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียงมานานนับเดือน“หมอขอตรวจคนไข้ให้ละเอียดอีกครั้งนะครับ”“เชิญค่ะคุณหมอ”จันทร์ระวีปล่อยให้คุณหมอเจ้าของไข้ตรวจร่างกายลูกสาว ยืนดูพลางฉายรอยยิ้มแห่งสุขอยู่ข้าง ๆ อย่างนั้นจนการตรวจเสร็จสิ้น“เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”“ทุกอย่างปกติดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่สมองตายแล้วจะฟื้นขื้นมาได้ เป็นเคสที่เกิดขึ้นยากมาก ๆ หนึ่
“ว่าจะถามข่าวคราวนังจันทร์หน่อย ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ”“ฉันสบายดีจ๊ะพ่อหมอ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตอนนี้ฉันเริ่มจำอะไรได้บ้างแล้วล่ะ อีกหน่อยก็คงจะเป็นปกติเหมือนเมื่อก่อน” ด้วยความฉลาดหลักแหลมกลิ่นแก้วจึงใช้ไหวพริบตอบกลับไปอย่างคล่องปาก แสดงสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร แม้จะไม่อ่อนหวานเหมือนกลิ่นจันท
“กลิ่นแก้ว กลิ่นแก้ว ได้ยินข้าหรือไม่”เสียงเรียกของใครบางคนปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับใหลรู้สึกตัว เปลือกตาสวยเปิดขึ้นก่อนจะลุกมาเจอกับหญิงสาวผู้หนึ่ง นั่งยิ้มอยู่ทางฝั่งปลายเท้า กลิ่นแก้วเขยิบก้นถอยหลังไปเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเป็นใคร“กลิ่นจันทร์! เธอมาได้ยังไง เธอตายไ
เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของใครบางคนดังมาจากฝั่ง กลิ่นแก้วก็รีบยกมือขึ้นมาปกปิดตรงบริเวณเนินอก จ้องมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังยืนซุ่มอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ให้ชัด ๆ และแน่นอนว่าเธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักมาก่อน“นะ...นายเป็นใคร มาทำอะไรตรงนี้”“ข้าชื่อผา เป็นเพื่อนกับจันทร์ไง” ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแ
ทานข้าวแล้วก็รู้สึกเหนียวตัว กลิ่นแก้วเดินออกมาจากห้องเป็นครั้งแรก ก่อนจะเจอกับเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ตรงหน้าบ้าน กำลังใช้หนังสติ๊กยิงนกบนต้นไม้ เธอกวาดสายตามองหาเสือกล้าแต่ก็ไม่เจอ จึงเดินเข้าไปหาเด็กชายคนนั้น“นี่หนู”“อ้าวพี่จันทร์ ออกมาได้สักที อยู่แต่ในห้องไม่เบื่อรึไงจ๊ะ” เด็กชา







