Mag-log inเรือนที่สองแม่ลูกใช้เป็นที่คุ้มแดดคุ้มฝนตั้งอยู่ไม่ไกลจากริมธารเล็ก ๆ ตัวเรือนสร้างจากไม้ที่หาได้ตามป่าธรรมชาติทั่วไป ยกขึ้นเหนือระดับพื้นพอประมาณ หลังคามุงด้วยหญ้าแฝก แบ่งห้องด้วยไม้ไผ่สานเป็นสัดเป็นส่วนชัดเจน
กลิ่นแก้วเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ภายในห้อง ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้โดยเฉพาะเสือกล้าที่อ้างตัวว่าเป็นผัว เธอกลัวเขาจะทำมิดีมิร้าย ได้แต่นั่งชันเข่าก้มหน้าร้องไห้เพราะคิดถึงผู้เป็นแม่ เสือกล้าและบุหงาจึงปล่อยให้อยู่ในนั้นจนกว่าจะคุยรู้เรื่อง
“คิดจะอยู่ในนั้นจนตายรึไงกัน”
เสียงเข้มดังมาจากฝั่งประตู ทำให้คนที่กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้สะดุ้งโหยง หันไปมองก็พบว่าเสือกล้านำข้าวมาให้เหมือนทุกวัน ซึ่งเธอไม่เคยกินมันเลยสักครั้ง
“ฉันไม่หิว เอาออกไปเถอะ”
“เอ็งจะตายจริง ๆ ก็คราวนี้ล่ะ ทำไมถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ จันทร์คนที่ข้าเคยรู้จักไม่ใช่อย่างนี้”
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่คนที่ชื่อจันทร์”
“ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ มากินข้าวกินปลาก่อนเร็ว”
จะว่าไม่หิวก็ไม่ใช่ เพราะตอนนี้ท้องเธอกำลังปั่นป่วน แถมส่งเสียงออกมาทำให้อับอายขายขี้หน้าอีกต่างหาก เสือกล้ายิ้มกริ่ม ยืนกอดอกโชว์ความล่ำโดยใส่เพียงแค่กางเกงตัวเดียวต่อหน้าคนเป็นเมีย
“กินก็ได้”
“กินก็เขยิบเข้ามาสิ ข้าไม่ทำอะไรเอ็งหรอก เอ็งเป็นเมียข้านะจันทร์”
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ชื่อจันทร์ แล้วก็ไม่ได้เป็นเมียนายด้วย ถึงนายจะช่วยฉันไว้ก็เถอะ ยังไงฉันก็ไม่ไว้ใจนายหรอก”
“ก็ได้ ๆ ข้าขี้เกียจเถียงกับเอ็งแล้ว มาสิมากินข้าว” คนพูดนั่งลงแล้วจัดแจงข้าวกับจานปลาไหลย่างร้อน ๆ ให้กับผู้เป็นเมีย
“ไม่ต้องนั่งเฝ้าก็ได้ ฉันกินเองได้น่า”
“ข้าอยากจะนั่งคุยกับเอ็งบ้าง ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเรายังไม่ได้คุยกันเลยนะ”
กลิ่นแก้วยังไม่ได้สนใจคำพูดเขาเลยด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้สายตาเธอจ้องมองไปยังจานกับข้าว ที่มีเพียงปลาไหลย่างตัวเดียวเท่านั้น เธอเคยกินมันซะที่ไหนกันล่ะ
“นี่มันปลาไหลใช่ไหม?”
“ใช่ ทำไมรึ”
“ก็ฉันไม่เคยกินนี่นา ไม่มีพวกอาหารตามสั่งหรือร้านอาหารบ้างเหรอ”
“อะไรนะอะ...อาหารตามสั่ง ร้านอาหาร มันคืออะไร ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” เสือกล้าเกาศีรษะแกร็ก ๆ ด้วยความสงสัย
“โอยย ฉันอยากจะบ้าตาย ทำไมคนที่นี่ถึงได้แปลกกันนัก พูดจาก็แปลก แต่งตัวก็โบราณ แถมยังไม่รู้จักอาหารตามสั่งอีก สรุปว่าฉันย้อนมาอยู่ในอดีตใช่ไหมเนี่ยยย!!” เธอบ่นกับตัวเองเสียงดัง ผู้เป็นสามีเอาแต่มองด้วยแววตาฉงน
“ทำไมเอ็งถึงได้ขี้โวยวายนัก จันทร์คนเดิมของข้าหายไปไหนแล้ว คนที่เคยพูดจาอ่อนหวาน กิริยามารยาทเรียบร้อย”
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่จันทร์เมียนาย ฉันชื่อแก้ว”
“แก้ว? แล้วในความทรงจำของเอ็งพอมีข้าบ้างไหม”
“ไม่เลยยยย ฉันเพิ่งจะมาเจอนายที่นี่ แล้วไอ้หมู่บ้านดงไพรเนี่ยก็ไม่เคยรู้จัก มันตั้งอยู่ที่ไหน จังหวัดอะไร”
“สุพรรณบุรี”
“สุพรรณบุรี! ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ได้เนี่ย มันเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่ได้ฝันใช่ไหม”
“ข้าจะทำให้เอ็งรู้ว่าไม่ได้ฝัน เผื่อว่าสติเอ็งจะกลับคืนมาบ้าง”
ว่าแล้วเสือกล้าก็รั้งท้ายทอยผู้เป็นเมียเข้ามาประกบจูบ กลิ่นแก้วเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ กำมือทุบที่แผงอกกำยำล่ำสันของฝ่ายชายรัว ๆ ทว่าเขากลับแข็งแกร่งเกินกว่าจะสะทกสะท้าน
“อื้อ...”
“เป็นยังไงรึ ยังคิดว่าตัวเองฝันไปอยู่ไหม” เขาว่าหลังจากผละใบหน้าออกมาแล้ว มองใบหน้าสวยพลางยิ้มอย่างเอ็นดู
“ไอ้คนฉวยโอกาส ฉันไม่ใช่เมียนายนะ”
“ใครบอกว่าไม่ใช่ เอ็งชื่อกลิ่นจันทร์ เป็นเมียข้ามานานหลายปีแล้ว ทุกซอกทุกมุมในตัวเอ็งข้าสัมผัสมาหมดแล้ว อย่างนี้จะไม่ใช่ได้ยังไง”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นกลิ่นแก้วก็กอดตัวเองไว้ มองค้อนชายหนุ่มหน้าหล่อที่อยู่ตรงหน้า เขาหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าตื่นกลัวของเธอ
“หัวเราะอะไร”
“ข้าเปล่า แค่คิดว่าเอ็งคนใหม่ก็น่าแกล้งดี ทำให้ข้ารู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก”
“อย่าหวังว่าจะทำอะไรฉันได้ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย ออกไปสิ!” ด้วยความโมโหกลิ่นแก้วจึงคว้าเอาหมอนโยนไปที่ตัวเขา ขับไล่ให้ออกไปจากห้อง
“ข้าไปก็ได้ แล้วอย่าลืมกินข้าวล่ะ เดี๋ยวก็ไม่มีแรงมาร่วมรักกับข้าคืนนี้หรอก"
“ออกไปเลย! ไอ้คนลามก ไอ้ทุเรศ”
แม้ฝ่ายชายจะออกไปแล้วแต่กลิ่นแก้วยังคงจ้องมองที่บานประตูไม้ไผ่ ใบหน้าสวยบึ้งตึง ยกมือขึ้นมาสัมผัสที่ริมฝีปากตัวเอง พลางนึกถึงใบหน้าคมนั่น ทำไมเธอถึงได้ร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้าอย่างนี้
“อีตาบ้า นายมาขโมยจูบแรกของฉันได้ยังไงกัน”
บ่นให้เขาแต่ก็เผลอยิ้มออกมา เมื่อรู้ตัวก็รีบจับที่มุมปากตัวเองดึงลงมา ความหิวทำให้ท้องร้องโครกคราก เตือนว่าถึงเวลาที่จะต้องหาอะไรลงไปสังเวยแล้ว แม้จะไม่เคยกินปลาไหลย่างมาก่อน แต่เธอก็ยอมกินมันลงไปเพื่อประทังความหิว จะได้มีแรงสู้กับอะไรรอบตัวที่ไม่คุ้นชินเลยแม้แต่น้อย
หลังจากพูดคุยกับผู้ใหญ่แล้ว ก็ถึงเวลาที่กวินภพจะพาแขกผู้มาเยือนเยี่ยมชมภายในบ้าน ซึ่งดูเหมือนว่ากลิ่นแก้วจะสนใจเรื่องราวของคุณปู่ชายหนุ่มเป็นพิเศษเขาพาเธอเดินเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัวของผู้เป็นปู่ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีคนพักอาศัยอยู่แล้ว กลายเป็นห้องเก็บความทรงจำดี ๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ระลึกถึงเท่านั้นกลิ่นแก้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งของมีทั้งอายุและคุณค่าทางจิตใจ กรอบรูปถูกติดไว้บนผนังห้องจำนวนมาก ข้าวของเครื่องใช้ที่ดูยังไงก็ไม่เป็นที่นิยมในยุคนี้ เธอไม่นึกเลยว่าจากเด็กบ้านนอกตัวมอมในป่าในเขา จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ถึงเมืองหลวงได้อย่างนี้“คุณปู่ท่านเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่าเอาไว้ ท่านสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้ลูกหลานคนไหนขายมันไปเด็ดขาด”“ท่านเป็นคนมีรสนิยมนะคะ ของแต่ละอย่างน่าสนใจทั้งนั้น ว่าแต่ท่านเป็นคนสุพรรณแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ยังไงคะ” เธอถามขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมรอบห้องอย่างสบายใจ“พอท่านเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็ไปสมัครเป็นทหารครับ คุณปู่ท่านเป็นคนขยันและนิสัยดีทำให้เจ้านายรักเลยส่งเสียให้เรียนต่อเป
กลิ่นแก้วเดินตามหลังชายหนุ่มขึ้นมาบนเรือนไม้ ก็เจอกับผู้หญิงสองคนกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่ที่ศาลากลางเรือนแผ่นหลังทั้งสองนั้นช่างคุ้นตาเสียจริง ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน“คุณแม่ครับ พี่ตาล ผมมาแล้ว”เสียงนั่นทำให้เจ้าหล่อนทั้งสองหันมามอง เมื่อเห็นใบหน้าคนทั้งสองอย่างถนัดตา ดวงตาสวยก็เบิกโพลงด้วยความตกใจปนดีใจ คนทั้งสองมีใบหน้าคล้ายกับคนที่เธอเคยรู้จักในหมู่บ้านดงไพรมากเหลือเกิน ราวกับคนเดียวกัน“อ้าวมาแล้วหรือภพ” คนเป็นแม่ส่งยิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเอ็นดู“สวัสดีค่ะ” กลิ่นแก้วยกมือไหว้คนทั้งสองอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำกำลังจะร้องไห้ เมื่อเห็นบุหงาและกลิ่นจันทร์อยู่ตรงหน้านี้อีกครั้ง แม้ว่าคนทั้งสองจะจำไม่ได้ แต่เธอจำได้แม่น และคิดว่าต้องใช่แน่ ๆ คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ได้มาเจอทุกคนในภพปัจจุบันทุกอย่างจะต้องถูกลิขิตไว้หมดแล้ว...“หนูเป็นอะไรลูก ทำไมร้องไห้อย่างนั้นล่ะ” กานดาเอ่ยด้วยความรู้สึกตกใจ เมื่อเห็นผู้มาใหม่ร้องไห้เมื่อเจอกั
วันเวลาล่วงผ่าน ทุกชีวิตบนโลกล้วนแต่ดำเนินไปตามวิถีของใครมัน ตามแต่จะออกแบบและขีดเส้นให้กับตัวเอง ก็เหมือนตอนนี้ที่กลิ่นแก้วกำลังลิขิตชีวิตรักของตัวเอง โดยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกวินภพให้มากยิ่งขึ้นตอนนี้เธอรักษาตัวจนหายเป็นปกติทุกอย่างแล้ว และได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตวัยเรียนอย่างเป็นทางการเสียที การพบปะเพื่อนใหม่ทำให้คลายความคิดถึงหมู่บ้านดงไพรไปได้เยอะพอสมควร แม้ในบางคืนอาจจะฝันร้ายอยู่บ้างก็ตามที“แม่คะ แก้วไปมหา’ ลัยก่อนนะคะ”“อ้าว! ไหนบอกแม่ว่าวันนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรือ”“พอดีว่าคุณภพจะพาไปเยี่ยมบ้านเขาน่ะค่ะ”“รู้สึกว่าช่วงนี้คุณภพจะแวะเวียนมาบ้านเราบ่อยนะ มีอะไรยังไม่ได้บอกแม่หรือเปล่าเนี่ย” จันทร์ระวีมองหน้าพลางยิ้มให้ลูกสาว ที่ตอนนี้ยืนสะพายกระเป๋าผ้าใบโตในชุดนักศึกษาเรียบร้อย“แก้วรักคุณภพค่ะแม่ รักมาตั้งนานแล้ว แต่เรายังไม่ได้คบกันหรอกค่ะ” เธอบอกความจริงอย่างไม่เคอะเขิน เพราะมั่นใจแล้วว่าถึงอย่างไรก็จะคบกับผู้ชายคนนี้ให้ได้“แ
“อ้อ รู้จักกันมาพักใหญ่แล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณทำงานอะไร”“ผมเป็นนักสังคมสงเคราะห์ครับ”“ว้าว! จริงหรือคะ แสดงว่าคุณเป็นคนที่จิตใจดีมาก ๆ”“แก้วก็ชมผมเกินไป ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่...กำลังอ่านอะไรอยู่หรือครับ” ชายหนุ่มอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นหนังสือที่เจ้าหล่อนถืออยู่ มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน“กำลังอ่านประวัติขุนโจรของเมืองไทยในอดีตค่ะ” เธอว่าพลางยกหนังสือขึ้นมาให้ฝ่ายชายดูเห็นแล้วกวินภพก็ยิ้มกริ่มออกมา เขาจำได้ดีว่านั่นคือหนึ่งในหนังสือที่คุณปู่ได้เขียนเอาไว้ก่อนจะสิ้นใจ“ชอบธรรม กลิ่นสุพรรณ บังเอิญจังเลยนะครับ หนังสือเล่มนี้คุณปู่ของผมเป็นคนเขียนเอง”“จริงหรือคะ บังเอิญมาก ๆ เลย ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้หลานของคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ จะมานั่งอยู่ตรงหน้าฉัน”“ผมดีใจนะที่คุณชอบหนังสือเล่มนี้ คุณปู่ของผมท่านตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาก เพราะมันมาจากประสบการณ์โดยตรงของท่านเอง”“หมายความว่า...คุณปู่ของคุณเคยเป็นโจรมาก่อนอย่างนั
เสียงนั่นทำให้ทั้งจันทร์ระวีและชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่จ้องหน้ากันอย่างุนงง แล้วหันไปมองหน้าคนที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียง“เรียกผมหรือครับ” ชายหนุ่มชี้เข้าที่ตัวเอง สีหน้ายังคงฉายความสงสัยอยู่เช่นเดิม“พี่กล้าจำฉันไม่ได้หรือจ๊ะ”“ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย ผมดีใจนะที่คุณฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่คิดว่าหลังจากนี้คงต้องดูแลกันต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหายเป็นปกติ” เขาว่ายิ้ม ๆ แล้ววางช่อดอกไม้ไว้บนโต๊ะ“แก้วเคยรู้จักคุณภพหรือลูก”“คุณภพ?” เจ้าหล่อนหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่พลางขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย“ใช่จ้ะ คุณภพเป็นคนที่ขับรถชนลูกยังไงล่ะ ตอนที่ลูกหลับไปคุณภพคอยมาดูแลรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าไข้และค่าใช้จ่ายทั้งหมด”“งั้นหรอกหรือคะ ถ้าอย่างนั้นหนูคงจำคนผิดแล้วล่ะ” เมื่อได้ยินผู้เป็นแม่อธิบายเจ้าหล่อนก็ถึงบางอ้อ แต่สายตาของเธอยังคงจับจ้องมองชายหนุ่มตลอดเวลา เพราะใบหน้านี้ช่างเหมือนเสือกล้าที่เธอเคยรู้จักเหลือเกิน เหมือนราวกับคนเดียวกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ท
“แก้ว แก้วลูกแม่ แก้วฟื้นแล้วค่ะคุณหมอ”เสียงของใครบางคนปลุกให้ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเริ่มขยับ เปลือกตาสวยค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ภาพเบื้องหน้าเบลอแต่ก็รู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองหน้าอยู่ เธอได้ยินเพียงเสียงเรียกชื่อของตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ และเสียงนั่นไม่ใช่ใคร...เป็นเสียงแม่ของเธอนั่นเอง“มะ...แม่คะ”น้ำเสียงของเจ้าหล่อนแหบแห้ง จนคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงต้องก้มหน้าลงมาเงี่ยหูฟัง“ว่าไงลูก ฮึก แม่นึกว่าจะต้องเสียลูกไปแล้ว ทูนหัวของแม่” จันทร์ระวียิ้มทั้งน้ำตา มองดูลูกสาวด้วยความดีใจขั้นสุด หลังจากต้องทนทุกข์ทรมาน จากการที่ต้องเห็นลูกสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียงมานานนับเดือน“หมอขอตรวจคนไข้ให้ละเอียดอีกครั้งนะครับ”“เชิญค่ะคุณหมอ”จันทร์ระวีปล่อยให้คุณหมอเจ้าของไข้ตรวจร่างกายลูกสาว ยืนดูพลางฉายรอยยิ้มแห่งสุขอยู่ข้าง ๆ อย่างนั้นจนการตรวจเสร็จสิ้น“เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”“ทุกอย่างปกติดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่สมองตายแล้วจะฟื้นขื้นมาได้ เป็นเคสที่เกิดขึ้นยากมาก ๆ หนึ่
ทานข้าวแล้วก็รู้สึกเหนียวตัว กลิ่นแก้วเดินออกมาจากห้องเป็นครั้งแรก ก่อนจะเจอกับเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ตรงหน้าบ้าน กำลังใช้หนังสติ๊กยิงนกบนต้นไม้ เธอกวาดสายตามองหาเสือกล้าแต่ก็ไม่เจอ จึงเดินเข้าไปหาเด็กชายคนนั้น“นี่หนู”“อ้าวพี่จันทร์ ออกมาได้สักที อยู่แต่ในห้องไม่เบื่อรึไงจ๊ะ” เด็กชา
“ลุงนั่นล่ะเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาทำอย่างนี้กับฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” กลิ่นแก้วพยายามสลัดมือตัวเองให้เป็นอิสระ แล้วรีบเดินห่างออกมา มองดูพ่อหมอสิงห์ด้วยแววตาที่ระแวดระวัง“นังผีตัวนี้มันร้ายกาจนัก วันนี้ข้าจะจัดการเอ็งให้อยู่หมัดเลยคอยดู” ว่าแล้วพ่อหมอสิงห์ก็จับลูกประคำขึ้น ปากก็ร่ายอาคมไปด้วย จู่ ๆ
เสียงเซ็งแซ่ของชาวบ้านดังระงมเข้าหูเสือกล้า นั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่พอใจที่แม้กลิ่นจันทร์จะตายไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังใส่ความเมียรัก เขาไม่มีทางเชื่อว่าเจ้าหล่อนจะทำอะไรพวกนั้นได้ เพราะตั้งแต่อยู่กินกันมา กลิ่นจันทร์เป็นคนจิตใจดีอยู่ในศีลในธรรมมาโดยตลอด“หุบปากเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นข้าจะเอาลูกปืนปิดปากพวกเ
“ฮือ ๆ แก้วลูกแม่ ลูกต้องไม่เป็นอะไรนะ ทำไมต้องมาเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นกับลูกสาวฉันด้วยนะ”เสียงร่ำไห้ของหญิงเลยวัยกลางคนดังขึ้น ในระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังเข็นรถนำร่างหญิงสาวที่นอนนิ่ง มีเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว ตรงไปยังห้องฉุกเฉิน หลังจากไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เธอโดนรถชนขณะกำลังเดินข้ามถนนไ







