เข้าสู่ระบบทานข้าวแล้วก็รู้สึกเหนียวตัว กลิ่นแก้วเดินออกมาจากห้องเป็นครั้งแรก ก่อนจะเจอกับเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ตรงหน้าบ้าน กำลังใช้หนังสติ๊กยิงนกบนต้นไม้ เธอกวาดสายตามองหาเสือกล้าแต่ก็ไม่เจอ จึงเดินเข้าไปหาเด็กชายคนนั้น
“นี่หนู”
“อ้าวพี่จันทร์ ออกมาได้สักที อยู่แต่ในห้องไม่เบื่อรึไงจ๊ะ” เด็กชายผิวคล้ำอายุอานามน่าจะเจ็ดขวบได้ ไว้ผมแกละดูน่ารักตามประสาเด็กบ้านป่า
“หนูรู้จักพี่ด้วยเหรอ”
“ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ ก็หนูเป็นน้องชายพี่กล้า ส่วนพี่ก็เป็นพี่สะใภ้หนูไง”
“อ้าวเหรอแล้วหนูชื่ออะไรล่ะ”
“หนูชื่อแกละจ้ะ พี่จันทร์จำอะไรไม่ได้เลยเหรอจ๊ะ”
“จำได้สิ ฉันจำได้หมดทุกอย่างเลยนะ แต่ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงน่ะสิ”
“พี่จันทร์ดูเปลี่ยนไปเยอะเลย ก็อย่างว่าคนตายแล้วฟื้นมันก็คงจะเป็นอย่างนี้ล่ะ”
“ตายแล้วฟื้น พี่เนี่ยนะ” ว่าพลางชี้มาที่ตัวเอง
“ใช่ พี่ตายไปตั้งสามวันแล้วเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาตอนจะเผา คนในหมู่บ้านแทบไม่อยากจะเข้าใกล้เรือนเราเลยล่ะ เพราะกลัวพี่”
“จะบ้าเหรอ พี่ไม่ใช่ผีจะกลัวทำไม แกละจ๊ะ แถวนี้มีห้องน้ำไหม ฉันอยากอาบน้ำน่ะ”
“ไม่มีหรอกจ้ะ ถ้าอยากอาบน้ำก็ไปอาบที่ลำธารโน่น”
“อ้าว! แล้วอย่างนี้เวลาจะขี้จะเยี่ยวไปที่ไหนล่ะ”
“ก็เข้าไปในป่าไง”
“เฮ้อ ล้าหลังสุด ๆ ส่วนไหนของเมืองสุพรรณเนี่ย ว่าแต่ลำธารไปทางไหน” เธอบ่นพลางถอนหายใจเบา ๆ
“พี่จันทร์ก็รู้จักนี่นา แล้วทำไมต้องถามด้วยล่ะ”
“บ้า! พี่เพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกนะ”
“ช่างเถอะ เดี๋ยวหนูพาไปละกัน”
“โอเค ๆ รอพี่แปบนะ”
กลิ่นแก้วรีบกลับเข้าไปหยิบผ้าขาวม้าที่บุหงาเตรียมไว้ให้ ออกมาแล้วก็เดินเข้าไปหาเด็กชาย เพื่อให้นำทางไปยังลำธารที่ว่า
เธอรู้สึกสบายใจที่จะคุยกับเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้ทั้งสองคุยกันได้ถูกคอได้อย่างรวดเร็ว เดินมาแค่ไม่นานก็ถึงลำธาร ที่นี่อยู่ท่ามกลางป่าธรรมชาติ ทำให้มองไปทางไหนก็เจอกับสีเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า เสียงน้ำไหลบวกกับเสียงนกร้อง แถมอากาศก็เย็นสบาย ทำให้รู้สึกสดชื่นมาก ๆ
“ถึงแล้วจ้ะ”
“ว้าว! สวยจังเลย น้ำไหลมาจากทางโน้นแสดงว่ามีน้ำตกใช่ไหม”
“ใช่จ้ะพี่จันทร์”
“แกละไปเล่นแถวนี้รอก่อนนะ พี่ขออาบน้ำก่อน”
“จ๊ะพี่ ถ้าอาบเสร็จแล้วตะโกนเรียกหนูนะ”
“จ้า”
เด็กชายเดินหายเข้าไปในป่าเล่นตามประสาเด็ก ส่วนกลิ่นแก้ววางผ้าลงบนโขดหิน มองซ้ายมองขวาก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้า นำผ้าถุงมานุ่งกระโจมอก เดินบนลานหินก้อนเล็ก ๆ ไปที่ริมลำธาร แล้วนั่งลงชะโงกหน้าลงไปมองดูสภาพตัวเองในผืนน้ำใส
“ว้าย!”
กลิ่นแก้วสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เมื่อภาพที่สะท้อนอยู่ในน้ำไม่ใช่เธอ เป็นใบหน้าของผู้หญิงอีกคนที่แม้จะสวยแต่ดูมีอายุกว่าเธอมาก
“ไม่จริง! นี่ไม่ใช่ฉัน” มือเรียวยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าตัวเองอย่างลนลาน ก่อนจะตั้งสติแล้วชะโงกหน้าไปลงไปที่ผืนน้ำอีกครั้ง เพื่อดูให้ชัด ๆ ว่าสิ่งที่เห็นครั้งแรกไม่ผิดเพี้ยน
“มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม ฉันเข้ามาอยู่ในร่างคนอื่นได้ยังไงกัน ฮึก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เธอตกใจจนน้ำตาไหลไม่นึกฝันว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นกับตัวเองจริง ๆ สิ่งที่ผู้คนรอบตัวเข้าใจมันถูกแล้ว มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่เข้าใจผิดมาโดยตลอด
กลิ่นแก้วนั่งร้องไห้อยู่บนโขดหินคนเดียวอยู่นาน ก่อนที่เธอจะพยายามตั้งสติแล้วลงไปอาบน้ำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น คงทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามอยู่ในร่างนี้ให้ปลอดภัยที่สุด เธอกลัวว่าหากคนอื่นรู้ความจริงเรื่องนี้ อาจจะทำให้เป็นอันตรายก็ได้
น้ำเย็น ๆ จากธรรมชาติทำให้กลิ่นแก้วคลายความวิตกกังวลลงไปได้มากพอสมควร ใบหน้าสวยหวานเริ่มมีรอยยิ้ม ขณะใช้มือลูบไล้ผิวกายอันขาวนวลเนียน ท่ามกลางมวลน้ำใสที่ไหลช้า ๆ โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมองอยู่
“จันทร์จ๊ะ”
หลังจากพูดคุยกับผู้ใหญ่แล้ว ก็ถึงเวลาที่กวินภพจะพาแขกผู้มาเยือนเยี่ยมชมภายในบ้าน ซึ่งดูเหมือนว่ากลิ่นแก้วจะสนใจเรื่องราวของคุณปู่ชายหนุ่มเป็นพิเศษเขาพาเธอเดินเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัวของผู้เป็นปู่ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีคนพักอาศัยอยู่แล้ว กลายเป็นห้องเก็บความทรงจำดี ๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ระลึกถึงเท่านั้นกลิ่นแก้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งของมีทั้งอายุและคุณค่าทางจิตใจ กรอบรูปถูกติดไว้บนผนังห้องจำนวนมาก ข้าวของเครื่องใช้ที่ดูยังไงก็ไม่เป็นที่นิยมในยุคนี้ เธอไม่นึกเลยว่าจากเด็กบ้านนอกตัวมอมในป่าในเขา จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ถึงเมืองหลวงได้อย่างนี้“คุณปู่ท่านเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่าเอาไว้ ท่านสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้ลูกหลานคนไหนขายมันไปเด็ดขาด”“ท่านเป็นคนมีรสนิยมนะคะ ของแต่ละอย่างน่าสนใจทั้งนั้น ว่าแต่ท่านเป็นคนสุพรรณแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ยังไงคะ” เธอถามขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมรอบห้องอย่างสบายใจ“พอท่านเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็ไปสมัครเป็นทหารครับ คุณปู่ท่านเป็นคนขยันและนิสัยดีทำให้เจ้านายรักเลยส่งเสียให้เรียนต่อเป
กลิ่นแก้วเดินตามหลังชายหนุ่มขึ้นมาบนเรือนไม้ ก็เจอกับผู้หญิงสองคนกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่ที่ศาลากลางเรือนแผ่นหลังทั้งสองนั้นช่างคุ้นตาเสียจริง ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน“คุณแม่ครับ พี่ตาล ผมมาแล้ว”เสียงนั่นทำให้เจ้าหล่อนทั้งสองหันมามอง เมื่อเห็นใบหน้าคนทั้งสองอย่างถนัดตา ดวงตาสวยก็เบิกโพลงด้วยความตกใจปนดีใจ คนทั้งสองมีใบหน้าคล้ายกับคนที่เธอเคยรู้จักในหมู่บ้านดงไพรมากเหลือเกิน ราวกับคนเดียวกัน“อ้าวมาแล้วหรือภพ” คนเป็นแม่ส่งยิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเอ็นดู“สวัสดีค่ะ” กลิ่นแก้วยกมือไหว้คนทั้งสองอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำกำลังจะร้องไห้ เมื่อเห็นบุหงาและกลิ่นจันทร์อยู่ตรงหน้านี้อีกครั้ง แม้ว่าคนทั้งสองจะจำไม่ได้ แต่เธอจำได้แม่น และคิดว่าต้องใช่แน่ ๆ คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ได้มาเจอทุกคนในภพปัจจุบันทุกอย่างจะต้องถูกลิขิตไว้หมดแล้ว...“หนูเป็นอะไรลูก ทำไมร้องไห้อย่างนั้นล่ะ” กานดาเอ่ยด้วยความรู้สึกตกใจ เมื่อเห็นผู้มาใหม่ร้องไห้เมื่อเจอกั
วันเวลาล่วงผ่าน ทุกชีวิตบนโลกล้วนแต่ดำเนินไปตามวิถีของใครมัน ตามแต่จะออกแบบและขีดเส้นให้กับตัวเอง ก็เหมือนตอนนี้ที่กลิ่นแก้วกำลังลิขิตชีวิตรักของตัวเอง โดยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกวินภพให้มากยิ่งขึ้นตอนนี้เธอรักษาตัวจนหายเป็นปกติทุกอย่างแล้ว และได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตวัยเรียนอย่างเป็นทางการเสียที การพบปะเพื่อนใหม่ทำให้คลายความคิดถึงหมู่บ้านดงไพรไปได้เยอะพอสมควร แม้ในบางคืนอาจจะฝันร้ายอยู่บ้างก็ตามที“แม่คะ แก้วไปมหา’ ลัยก่อนนะคะ”“อ้าว! ไหนบอกแม่ว่าวันนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรือ”“พอดีว่าคุณภพจะพาไปเยี่ยมบ้านเขาน่ะค่ะ”“รู้สึกว่าช่วงนี้คุณภพจะแวะเวียนมาบ้านเราบ่อยนะ มีอะไรยังไม่ได้บอกแม่หรือเปล่าเนี่ย” จันทร์ระวีมองหน้าพลางยิ้มให้ลูกสาว ที่ตอนนี้ยืนสะพายกระเป๋าผ้าใบโตในชุดนักศึกษาเรียบร้อย“แก้วรักคุณภพค่ะแม่ รักมาตั้งนานแล้ว แต่เรายังไม่ได้คบกันหรอกค่ะ” เธอบอกความจริงอย่างไม่เคอะเขิน เพราะมั่นใจแล้วว่าถึงอย่างไรก็จะคบกับผู้ชายคนนี้ให้ได้“แ
“อ้อ รู้จักกันมาพักใหญ่แล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณทำงานอะไร”“ผมเป็นนักสังคมสงเคราะห์ครับ”“ว้าว! จริงหรือคะ แสดงว่าคุณเป็นคนที่จิตใจดีมาก ๆ”“แก้วก็ชมผมเกินไป ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่...กำลังอ่านอะไรอยู่หรือครับ” ชายหนุ่มอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นหนังสือที่เจ้าหล่อนถืออยู่ มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน“กำลังอ่านประวัติขุนโจรของเมืองไทยในอดีตค่ะ” เธอว่าพลางยกหนังสือขึ้นมาให้ฝ่ายชายดูเห็นแล้วกวินภพก็ยิ้มกริ่มออกมา เขาจำได้ดีว่านั่นคือหนึ่งในหนังสือที่คุณปู่ได้เขียนเอาไว้ก่อนจะสิ้นใจ“ชอบธรรม กลิ่นสุพรรณ บังเอิญจังเลยนะครับ หนังสือเล่มนี้คุณปู่ของผมเป็นคนเขียนเอง”“จริงหรือคะ บังเอิญมาก ๆ เลย ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้หลานของคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ จะมานั่งอยู่ตรงหน้าฉัน”“ผมดีใจนะที่คุณชอบหนังสือเล่มนี้ คุณปู่ของผมท่านตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาก เพราะมันมาจากประสบการณ์โดยตรงของท่านเอง”“หมายความว่า...คุณปู่ของคุณเคยเป็นโจรมาก่อนอย่างนั
เสียงนั่นทำให้ทั้งจันทร์ระวีและชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่จ้องหน้ากันอย่างุนงง แล้วหันไปมองหน้าคนที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียง“เรียกผมหรือครับ” ชายหนุ่มชี้เข้าที่ตัวเอง สีหน้ายังคงฉายความสงสัยอยู่เช่นเดิม“พี่กล้าจำฉันไม่ได้หรือจ๊ะ”“ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย ผมดีใจนะที่คุณฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่คิดว่าหลังจากนี้คงต้องดูแลกันต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหายเป็นปกติ” เขาว่ายิ้ม ๆ แล้ววางช่อดอกไม้ไว้บนโต๊ะ“แก้วเคยรู้จักคุณภพหรือลูก”“คุณภพ?” เจ้าหล่อนหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่พลางขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย“ใช่จ้ะ คุณภพเป็นคนที่ขับรถชนลูกยังไงล่ะ ตอนที่ลูกหลับไปคุณภพคอยมาดูแลรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าไข้และค่าใช้จ่ายทั้งหมด”“งั้นหรอกหรือคะ ถ้าอย่างนั้นหนูคงจำคนผิดแล้วล่ะ” เมื่อได้ยินผู้เป็นแม่อธิบายเจ้าหล่อนก็ถึงบางอ้อ แต่สายตาของเธอยังคงจับจ้องมองชายหนุ่มตลอดเวลา เพราะใบหน้านี้ช่างเหมือนเสือกล้าที่เธอเคยรู้จักเหลือเกิน เหมือนราวกับคนเดียวกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ท
“แก้ว แก้วลูกแม่ แก้วฟื้นแล้วค่ะคุณหมอ”เสียงของใครบางคนปลุกให้ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเริ่มขยับ เปลือกตาสวยค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ภาพเบื้องหน้าเบลอแต่ก็รู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองหน้าอยู่ เธอได้ยินเพียงเสียงเรียกชื่อของตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ และเสียงนั่นไม่ใช่ใคร...เป็นเสียงแม่ของเธอนั่นเอง“มะ...แม่คะ”น้ำเสียงของเจ้าหล่อนแหบแห้ง จนคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงต้องก้มหน้าลงมาเงี่ยหูฟัง“ว่าไงลูก ฮึก แม่นึกว่าจะต้องเสียลูกไปแล้ว ทูนหัวของแม่” จันทร์ระวียิ้มทั้งน้ำตา มองดูลูกสาวด้วยความดีใจขั้นสุด หลังจากต้องทนทุกข์ทรมาน จากการที่ต้องเห็นลูกสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียงมานานนับเดือน“หมอขอตรวจคนไข้ให้ละเอียดอีกครั้งนะครับ”“เชิญค่ะคุณหมอ”จันทร์ระวีปล่อยให้คุณหมอเจ้าของไข้ตรวจร่างกายลูกสาว ยืนดูพลางฉายรอยยิ้มแห่งสุขอยู่ข้าง ๆ อย่างนั้นจนการตรวจเสร็จสิ้น“เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”“ทุกอย่างปกติดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่สมองตายแล้วจะฟื้นขื้นมาได้ เป็นเคสที่เกิดขึ้นยากมาก ๆ หนึ่
“ว่าจะถามข่าวคราวนังจันทร์หน่อย ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ”“ฉันสบายดีจ๊ะพ่อหมอ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตอนนี้ฉันเริ่มจำอะไรได้บ้างแล้วล่ะ อีกหน่อยก็คงจะเป็นปกติเหมือนเมื่อก่อน” ด้วยความฉลาดหลักแหลมกลิ่นแก้วจึงใช้ไหวพริบตอบกลับไปอย่างคล่องปาก แสดงสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร แม้จะไม่อ่อนหวานเหมือนกลิ่นจันท
“จันทร์พูดจริง ๆ เหรอจ๊ะ จันทร์คนเดิมของพี่กลับมาแล้ว พี่ดีใจที่สุดเลยรู้หรือไม่” เสือกล้ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ รีบโผเข้ากอดผู้เป็นเมีย กลิ่นแก้วได้แต่นั่งตัวเกร็งปล่อยให้เขากอดอย่างนั้น เธอรู้สึกได้ถึงความรักที่ผู้ชายคนนี้มีให้กลิ่นจันทร์ จนรู้สึกอิจฉาอย่างบอกไม่ถูก“พี่กล้าปล่อยฉันได้แล้ว ฉันหายใ
“กลิ่นแก้ว กลิ่นแก้ว ได้ยินข้าหรือไม่”เสียงเรียกของใครบางคนปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับใหลรู้สึกตัว เปลือกตาสวยเปิดขึ้นก่อนจะลุกมาเจอกับหญิงสาวผู้หนึ่ง นั่งยิ้มอยู่ทางฝั่งปลายเท้า กลิ่นแก้วเขยิบก้นถอยหลังไปเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเป็นใคร“กลิ่นจันทร์! เธอมาได้ยังไง เธอตายไ
เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของใครบางคนดังมาจากฝั่ง กลิ่นแก้วก็รีบยกมือขึ้นมาปกปิดตรงบริเวณเนินอก จ้องมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังยืนซุ่มอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ให้ชัด ๆ และแน่นอนว่าเธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักมาก่อน“นะ...นายเป็นใคร มาทำอะไรตรงนี้”“ข้าชื่อผา เป็นเพื่อนกับจันทร์ไง” ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแ







