LOGIN"คุณนอนต่อก็ได้นะ"
ซางเหยียนบอกภรรยาที่อยู่ๆ ก็เงียบไป อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ตกค้างในร่างกายทำให้เธอเหมือนคนที่จำอะไรไม่ค่อยได้ แววตาของเธอที่มองเขาก็ดูต่างออกไป ความเฉยชาที่เคยสัมผัสได้มันเลือนหายไป ปกติเธอมองหน้าเขานานขนาดนี้ไหม เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจ ระยะห่างที่เธอสร้างไว้ทำให้เขาถามออกมา "หน้าผมมีอะไรติดหรือเปล่า" เสียงทุ้มถาม "ปะ...เปล่าคะ" ซิงอีส่ายหน้า เธอเผลอลืมตัวจ้องหน้าเขานานเกินไป ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะสงสัย เพราะซิงอีในอดีตมองเขาไม่ต่างจากท่อนไม้ ความสัมพันธ์เรื่อยๆ ต่างคนต่างอยู่ไป สามีไม่เรียกร้องอะไร ส่วนเธอที่แต่งเป็นสะใภ้ตระกูล 'โจว' ก็ยังจำฝังใจกับรักแรก ไม่เคยลืม "จริงเหรอ" ดวงตาคมเคลือบแฝงไปด้วยความสงสัย ปกติภรรยาของเขาจะชอบทำหน้านิ่งไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใดๆ หากแต่วันนี้ดูผิดแปลกไป มีหลายครั้งที่เขาจับได้ว่าเธอแอบมอง!! 'ผมชื่อซางเหยียน' เขาจำวันแรกที่เจอเธอได้ วันนั้นเขาไม่ค่อยจะเห็นด้วยเรื่องการดูตัวสักเท่าไหร่ แต่ทนบิดามารดารบเร้าไม่ไหว เขาไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่จังหวะที่ได้เห็นคู่ดูตัว หัวใจของเขาก็เต้นแรง 'มองไม่วางตาเลยนะ' 'น้องน่ารักใช่ไหม' 'ถ้าชอบพ่อจะจัดการให้' บิดาที่รู้ทันว่าบุตรชายของตนพึงพอใจก็สะกิดภรรยาที่ยิ้มหน้าบาน ทั้งคู่ต่างอยากอุ้มหลาน ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน และพูดเข้าประเด็นทันที การดูตัวราบรื่นดี และเขาก็ไม่ปฏิเสธอะไร คิดว่าจะทำความรู้จักกันไป แต่เหมือนเธอจะไม่ค่อยเปิดใจให้เขาที่พยายามเข้าหาเลย 'เรียกผมว่าพี่ซางเหยียนก็ได้' เขาบอกเธอไปเพื่อที่จะได้ดูเป็นกันเอง 'แต่ฉันถนัดเรียกอย่างเดิมมากกว่า' ตอนแรกเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้แสดงท่าทีห่างเหินทั้งที่เพิ่งแต่งงานกัน มันเหมือนมีแผ่นกั้นบางๆ ที่เขาไม่สามารถก้าวข้ามไป เธอไม่พูด ไม่อธิบายอะไร ส่วนเขาเองก็ไม่อยากไปจู้จี้ให้อีกฝ่ายรำคาญ วันคืนผันผ่าน ความสัมพันธ์ 'สามีภรรยา' ก็ยังย่ำอยู่ที่เดิม 'ฉันจะกลับบ้านนะคะ' 'เดี๋ยวผมไปส่ง' 'ไม่เป็นไรค่ะ' ปกติคนที่แต่งงานอยู่กินกัน จะขอกลับบ้านอาทิตย์ละหลายครั้งขนาดนี้ไหม แรกๆ เขาก็ไม่ติงอะไร แต่พอมันบ่อยเกินไป ชาวบ้านก็นินทา พาลให้ขุดเรื่องราวในอดีตขึ้นมา ซึ่งเขาก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเธอเคยมี 'คนรัก' มาก่อนแต่งงาน หากแต่พ่อของซิงอีไม่เคยปริปาก และเร่งเร้าอยากให้มาสู่ขอเร็วๆ 'ก็แค่ผู้ชายกระจอก' พ่อตาบอกเขาอย่างนั้น และบอกว่าเขาไม่ต้องคิดมาก รีบๆ มีหลานให้คนแก่อุ้มก็พอแล้ว 'ฉันยังไม่พร้อม' พอเขายกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเธอก็จะบ่ายเบี่ยงว่า 'ไม่พร้อม' ทุกที แต่งงานอยู่กินกันมาสามปีไร้ซึ่งวี่แววว่าสะใภ้ตระกูลโจวจะตั้งครรภ์ 'เมื่อไหร่เมียแกจะท้อง' 'คนอื่นเขาพูดว่าแกมันไร้น้ำยา' 'พ่อละขายขี้หน้าจริงๆ' เป็นเขาที่ต้องแบกรับทุกอย่าง เขาที่เป็นคนกลางน้ำท่วมปากพูดไม่ออกจริงๆ "ผมต้องลงไปเปิดร้านแล้ว" ซางเหยียนบอกภรรยาที่พอเขาเงียบ เธอก็เงียบเหมือนกัน เขามองสบตาคู่นั้น แล้วก็ถอนหายใจ มีสักครั้งไหมที่เธอจะชวนเขาคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยทั่วไป ความสัมพันธ์ทางร่างกายก็เหมือนหน้าที่ที่ต้องทำ "เดี๋ยวค่ะ" ซิงอีรั้งสามีในอดีตไว้ ถึงเขาไม่ได้พูดอะไร หากแต่แววตาคู่นั้นกลับซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ คนที่เคยเจ็บมาย่อมเข้าใจ แล้วเธอจะปล่อยเขาไปทั้งอย่างนี้ก็ดูใจร้ายเกิน "...." ซางเหยียนที่โดนดึงชายเสื้อไว้ เลิกคิ้วมองหน้าของภรรยาที่เหมือนอยากพูดอะไร ดูสีหน้าของเธอดูลังเลใจ เหมือนกำลังคิดว่าควรจะพูดหรือไม่พูดดี "มีอะไรรึเปล่าครับ" เสียงทุ้มถามออกไป หากช้ากว่านี้น้ำที่เขาต้มไว้อาบคงใกล้จะเย็นแล้ว "คือฉัน..." ด้วยความที่ใจร้อน อยากแก้ไขสิ่งที่ซิงอีคนเก่าได้ทำลงไป อดีตที่พลั้งพลาดไป เธอพร้อมจะเปลี่ยนแปลงและแก้ไข ผู้หญิงที่ชื่อ 'ซิงอี' จะไม่เป็นภรรยาที่มีจิตใจแปรผันอีกต่อไป ช่องว่างที่เคยสร้างไว้เธอจะใช้สองมือคู่นี้ถมให้เต็มเอง "ฉัน..." กล้าๆ หน่อยซิงอี บอกตัวเองที่กำชายเสื้อของสามีไว้ การจะเพิ่มความสนิทสนมระหว่างสามีภรรยาได้ ก็คงต้องเริ่มจากตัดความอายทิ้งไปเป็นสิ่งแรก "ฉัน..." หญิงสาวพูดค้างไว้ ขณะเดียวกันก็สูดลมหายใจ บอกตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย ภรรยาบ้านไหนเขาก็ทำกัน ริมฝีปากบางขยับเป็นคำ พลันริ้วแดงก็ฉาบที่แก้มนวล "ฉันอยากถูหลังให้คุณค่ะ""โอ้ย! ตาแก่ฉันตื่นเต้น"โจวจินเหมยเดินไปเดินมา ดวงตาจับจ้องที่หน้าห้องคลอดด้วยความเป็นห่วงสะใภ้ที่เข้าไปข้างในนานกว่าครึ่งวัน ส่วนโจวซางเหยียนที่นั่งกระวนกระวายใจนั่นก็ไม่ยอมเดินไปไหน เขาสามารถนั่งรอเป็นวันโดยไม่กินอะไรก็ได้ หากทำให้ภรรยาของเขาเจ็บปวดน้อยลง"ฉันอยากให้เจ้าตัวน้อยในท้องหน้าเหมือนคุณ นิสัยดีเหมือนคุณ รักฉันมากๆ เหมือนคุณ และก็อ้วนท้วนแข็งแรง"เขาจำทุกคำพูดของภรรยาได้ เธอดูแลเจ้าตัวน้อยในท้องเป็นอย่างดี นมทุกแก้วที่เขาชงมาให้ดื่มก่อนนอนเธอไม่เคยลืมสักวัน ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังกินยาบำรุงครรภ์ไม่เคยขาดสักเม็ดเดียว'ออกแรงเบ่งอีกนิดค่ะ''ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ''อีกนิดเดียวค่ะ อีกนิดเดียว'เสียงในห้องคลอดดูวุ่นวาย ซิงอีกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ เธอกำลังจะเปลี่ยนสถานะเป็น 'มารดา' ของเจ้าก้อนแป้งที่พออกมาจากท้องก็แหกปากร้องไห้ คุณหมอวางเจ้าตัวน้อยตัวสีแดงแจ๊ดแจ๋ไว้เอาไว้แต่ทำไม...เธอถึงยังปวดท้องอยู่เลย"คุณหมอฉันยังปวดท้องอยู่ค่ะ"เธอบอกหมอที่ทำคลอดให้ ความรู้สึกเหมือนยังอยากเบ่งเพื่อให้โล่งสบาย ไม่ทันที่หมอจะพูดอะไร เธอก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเบ่งออกมา"อุแว้ อุแ
"ไม่อยากเชื่อเลย""ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกซะแล้ว""น่าอับอายแทนตระกูลตงจริงๆ""ฉันคิดเอาไว้ไม่ผิดจริงๆ"ชาวบ้านที่มามุงดูซุบซิบพูดคุยกัน ที่ทุกคนมารวมตัวกันเพราะมีคนปล่อยข่าวลือว่ามีเรื่องสนุกๆ ให้ดูที่ห้องเช่าท้ายหมู่บ้าน นิสัยของคนอยากรู้ อยากเห็น มีหรือจะปล่อยผ่าน คนนั้นกระจายข่าว คนนี้เอาไปพูดปากต่อปาก ผลก็อย่างที่เห็นเลย"ไม่ใช่นะ"ตงเหมยฮวาปฏิเสธหน้าซีด หากแต่ภาพที่ปรากฎต่อทุกสายตากลับค้านกับคำพูดของเธอ"กอดกันขนาดนี้ยังไม่ยอมรับอีก""ฉันเคยเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกัน""แล้วดูสภาพของผู้ชายสิ"เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก อธิบายอะไรไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อและเห็นใจและตีความว่าเธอกับเกาหมิงทำเรื่องอับอาย"มันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ"ตงเหมยฮวากรีดร้องเสียงดัง ปากคอสั่นด้วยความโมโหจนทนไม่ไหว เธอผลักเกาหมิงออกไปและปรี่เข้ามาหวังจะตบหน้าซิงอีที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าอับอายนี้ แต่พอได้ยินเสียงตะโกนว่า"หยุดเดี๋ยวนี้!!"เท้าสองข้างของตงเหมยฮวาก็หยุดชะงักทันที แค่เสียงๆ นี้ก็ทำเธอหายใจไม่ทั่วท้องจนหน้าซีดเผือดทีเดียว"พะ...พ่อ"เพี้ย!!มือของบิดาที่โกรธจัดฟ
'ให้ผมไปกับคุณนะ''ไม่ได้ค่ะ''แต่ผมเป็น...'โจวซางเหยียนพูดไม่ทันจบประโยคนิ้วเรียวของภรรยาก็ยื่นมาปิดปากของเขาซะก่อน เขาจึงต้องลองใช้แววตาอ้อนวอน แต่ซิงอีก็ไม่ใจอ่อนให้เลย'ฉันไม่เป็นหรอกค่ะ'ซิงอีพูดยิ้มๆ กับสามีที่ดูจะเป็นห่วงเธอมากเกินไป ทั้งที่เธอบอกเขาอย่างดิบดีแล้วว่าเธอใช้เงินของสามีไปว่าจ้างคนที่เชื่อใจได้ให้ติดตามดูแลอยู่ห่างๆ ด้วย'คุณต้องอยู่ที่นี่และทำตัวให้ปกติเข้าไว้ ซึ่ง แผนการของฉันจะสำเร็จได้คุณก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย'ซิงอีย้ำกับสามีที่ต้องทำตามแผนการ หากเขาตามเธอไปมีหรือที่ตงเหมยฮวาจะไม่สงสัย ผู้หญิงคนนั้นมีแผนการชั่วร้ายในใจซึ่งเธอเดาว่าต้องมาเป่าหูให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดแน่ๆ'ฉันดูเป็นคนโง่เหรอคะ'คำถามนั้นทำให้โจวซางเหยียนส่ายหน้า'ไว้ใจฉันนะคะ'เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเธอจะต้องทำให้ทั้งสองคนนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเข้ามาแทรกกลาง หญิงสาวผุดรอยยิ้มบางๆ เมื่อคิดว่าแผนการนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับหญิงร้ายชายเลวหลังจากภรรยาแต่งตัวออกจากบ้านไป โจวซางเหยียนก็นั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไหร่ เขาเฝ้ามองนาฬิกาพลันนึกเป็นห่วงภรรยาสุดหัวใจ หากแต่ก็ต้องอดทนนั่งที่เก้าอี้ต่อไปเพื
"ซิงอีผมคิดถึงคุณ"พอเจอหน้ากัน เกาหมิงก็พ่นคำหวานหูใส่ มือหนายื่นมาจับมือเรียวบางไว้ การกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวเกินไปทำให้ซิงอีอยากจะดึงมือกลับจริงๆ"ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ"ซิงอีการละครได้เริ่มต้นการแสดงนับจากวินาทีนี้ไป และดูเหมือนจะทำได้ดีมากซะด้วย"ทำไมคุณถึงไม่ติดต่อมาเลย""คุณเพิ่งเรียนจบ ยังมีอนาคตอีกไกล ฉันไม่อยากเอาตัวเองไปเป็นภาระของคุณค่ะ"ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้เกาหมิงฟัง ซึ่งเนื้อหาที่แต่งเติมใส่ไข่ไปนั้นไม่ได้มาจากใจจริงของเธอสักนิดเดียว"เพราะเหตุผลนี้หรอกหรือ"พอได้ฟังเหตุผล เกาหมิงที่โดนสั่งให้วางยานอนหลับซิงอีก็เริ่มลังเลใจ เขาควรทำเรื่องนี้ต่อไปไหม ชายหนุ่มเริ่มชั่งใจ แต่เมื่อคิดถึงหน้าของตงเหมยฮวาที่กุมความลับไว้จึงทำให้เขารู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก 'ต้องทำ' เพราะถ้าเขาไม่ทำ เรื่องผิดพลาดในคืนนั้นก็ต้องแดงออกมา เขาไม่อยากรับผิดชอบด้วยการต้องแต่งงานกับตงเหมยฮวา สุดท้ายแล้วเขาก็รักตัวเองมากกว่าซิงอี"เดี๋ยวฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ""ครับ"ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ทำตามแผนที่ตงเหมยฮวาวางไว้ ใบหน้าหล่อเหลาหันมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสนใจ จึงหยิบห่อ
เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จดหมายที่ส่งมาให้นั้นไม่ได้ประสงค์ดีแต่ประสงค์ร้าย คำถามของสามีบ่งบอกว่าเขารู้เรื่องในอดีตที่ซิงอีคนก่อนทำไว้ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงขณะครุ่นคิดว่าเป็นฝีมือใคร ซึ่งมีหนึ่งชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจนั่นก็คือ 'เกาหมิง' อดีตคนรักเก่าที่ดูเหมือนจะตัดใจไม่ลงแน่นอนว่าเธอไม่ได้กล่าวหา แต่มันมีความเป็นไปได้ ถ้าหากไม่ใช่เกาหมิงแล้วจะเป็นใคร คำถามนี้มันทำให้เธอแน่ใจ จึงถามสามีด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า'ซางเหยียนคุณรู้อะไรมา ถ้าคุณรักฉันจริงคุณต้องให้โอกาสฉันได้อธิบาย หากคุณคิดว่าฉันไม่รักคุณ ไม่มีความจริงใจ ฉันและเจ้าตัวเล็กในท้องพร้อมจะเดินออกไปจากตระกูลโจวเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย'ในเมื่อสิ่งที่เธอเคยกลัวย้อนมาทำร้ายความสัมพันธ์จะให้เธอแสร้งทำไม่รู้ปิดบังต่อก็คงไม่ใช่ ซิงอีในอดีตเคยทำเรื่องร้ายๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป เธอพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง'คุณยังคิดว่าฉันมีใจให้เขาเหรอคะ'ซิงอีถามพลันมองดูกล่องไม้ที่มีจดหมายหลายฉบับเก็บเอาไว้ข้างใน มันคือการกระทำในอดีตที่เธอแก้ไขไม่ได้ เธอเองก็รู้สึกผิดที่ต้องเห็นผู้ชายดีๆ คนหนึ่งน้ำตาตกใน ซิงอีในอดีตไม่รู้จักคำว่า 'ยับยั้งชั่งใจ' ถึงมีสาม
"ถ้าอยากได้ซิงอีกลับคืนมาคุณต้องทำ""เกาหมิงคุณต้องเชื่อใจฉัน""ฉันจะทำให้คุณสมหวังเอง"ตงเหมยฮวายุยงให้เกาหมิงทำตามแผนการ จัดฉากให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ซึ่งเกาหมิงที่อยากได้คนรักเก่ากลับคืนมาสู่อ้อมอกนั้นก็คล้อยตามคำพูดที่โน้มน้าวใจ ซองยานอนหลับที่ตงเหมยฮวายื่นให้คือหนึ่งในสิ่งที่เขาต้องลงมือ "ซิงอีจะไม่เป็นไรใช่ไหม"เกาหมิงถามอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ"ก็แค่ยานอนหลับ"ตงเหมยฮวาตอบ เธอยื่นมือไปจับที่ไหล่ของเกาหมิงเพื่อเพิ่มความมั่นใจ หากเกาหมิงมีท่าทีจะปฏิเสธไม่อยากร่วมมือเมื่อไหร่เธอจะใช้เรื่องในคืนนั้นมาขู่เขาให้กลัว"ถ้าคุณไม่ทำ คุณก็รู้นี่ว่าจะเจอกับอะไร"ถือเป็นการเตือนกรายๆ รอยยิ้มที่ส่งให้มีความหมายขู่ให้เกาหมิงรู้ตัว"ผมจะทำ"เกาหมิงตอบ"ดีแล้วที่คุณไม่โง่"คำชมของตงเหมยฮวาไม่ได้จริงใจ เกาหมิงก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากโดนสิ่งที่ทำผิดพลาดผูกมัดเอาไว้ และนั่นมันทำให้เธอสามารถจูงจมูกเขาได้ง่าย ซิงอีที่โดนวางยาสลบจะถูกพามาที่ห้องเช่าที่เธอเช่าไว้ ชายหญิงสองคนนอนร่วมเตียงในห้องในสภาพไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ หากโจวซางเหยียนเข้ามาเห็นจะทำหน้าเช่นไรแค่คิ







