LOGINคำพูดของเผยจืออวี้ทำให้ทุกคนหันไปมองเซิ่งเจิงโจวเป็นตาเดียวเหวินซูเหลือบมองเผยจืออวี้แวบหนึ่งเธอเข้าใจเจตนาของเผยจืออวี้เขากำลังปกป้องเธอเพื่อไม่ให้เธอตกเป็นเป้าโจมตีของทุกคน และเพื่อไม่ให้เธอเป็นฝ่ายเปิดเผยตัวตนของเซิ่งเจิงโจวต่อหน้าคนหมู่มากจนทำให้เซิ่งเจิงโจวไม่พอใจเขาจึงโยนคำถามกลับไปหาคนต้นเรื่องโดยตรงส่วนเซิ่งเจิงโจวจะตอบอย่างไร...“ผมจำเป็นต้องสนใจเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ?”น้ำเสียงเรียบเฉยของชายหนุ่มปราศจากอารมณ์ใดๆ แต่เมื่อเข้าหูแต่ละคนกลับตีความได้แตกต่างกันไปผู้ชายหลายคนจากภาควิชาเภสัชวิทยามองหน้ากัน พลันเข้าใจได้ในทันที “จริงด้วย ประธานเซิ่งเป็นใครกัน จะไปสนใจคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองทำไม”แต่เหวินซูเข้าใจดีคำตอบของเซิ่งเจิงโจวเป็นทั้งการปฏิเสธความสัมพันธ์กับเธอ ตัดโอกาสที่เธอจะเปิดโปงซูจื้อเหยา และในอีกนัยหนึ่งก็เหมือนกำลังบอกว่า เขาก็เป็นเขาแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามพรรค์นี้คำพูดของเขาไม่เคยเปิดช่องโหว่ให้ใครจับผิดคำตอบนี้ทำให้หลายคนรู้ว่าเซิ่งเจิงโจวไม่สนใจหัวข้อแบบนี้ จึงเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรู้กาลเทศะจบบทสนทนานี้ในที่สุดเผยจืออวี้มองเหวิน
ทีมมหาวิทยาลัยจิงเห็นซูจื้อเหยามาถึงต่างก็หันไปมองด้วยความยินดี “พี่จื้อเหยา ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกเราต้องขอบคุณแฟนของพี่ด้วยซ้ำที่เป็นสปอนเซอร์ให้งานนี้”“ใช่แล้ว ถ้าไม่ได้พี่ พวกเราจะได้รางวัลดีงามขนาดนี้ได้ยังไง”“ตอนนี้พี่ไม่ต่างอะไรจากเถ้าแก่เนี้ยของพวกเราแล้ว” ใครบางคนทั้งทอดถอนใจและพูดประจบก็นั่นน่ะสิ?ประธานเซิ่งเป็นสปอนเซอร์ให้ซูจื้อเหยา เท่ากับเป็นทั้งเจ้านายและคนให้ข้าวให้น้ำของพวกเขา ถ้าอย่างนั้นซูจื้อเหยาก็คู่ควรกับคำว่า ‘เถ้าแก่เนี้ย’ เหมือนกัน!ซูจื้อเหยายกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ ความยินดีในดวงตาปิดไว้ไม่มิด“ทุกคนพูดเกินไปแล้ว อย่าเกรงใจกันเกินไปเลยค่ะ”เหวินซูเอนพิงพนักเก้าอี้ มองความสัมพันธ์นอกสมรสที่ทุกคนต่างพากันสรรเสริญราวกับตัวเองเป็นคนนอกสายตาเผลอไปหยุดที่เซิ่งเจิงโจวที่คอยปกป้องอยู่ข้างกายและดูแลซูจื้อเหยาไปเสียทุกอย่างรอยยิ้มบางประดับอยู่บนริมฝีปากของชายหนุ่มเขาไม่ได้ปฏิเสธคำว่า “เถ้าแก่เนี้ย” เลยสักคำทุ่มเททั้งหัวใจให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งสูงส่งและจับตาส่วนเธอที่เป็นคุณนายเซิ่งมาถึงเจ็ดปีกลับไม่ต่างอะไรจากคนไร้ตัวตนอาการปวดประจำเดือนบิดเกร็งในท้อ
เหวินซูถึงขั้นไม่มีแก่ใจมาใคร่ครวญว่าทำไมเซิ่งเจิงโจวถึงยังเคยชินกับการนอนร่วมเตียงกับเธอตามประสาคนเป็นสามีภรรยาด้วยซ้ำเธอรู้สึกเพียงว่าภาพในหัวทำให้คลื่นไส้อย่างรุนแรงเธอพลิกตัวแล้วหันไปอาเจียนแห้งๆ ใส่ถังขยะสองสามทีร่างกายของเธอต่อต้านโดยอัตโนมัติ!แค่นึกถึงเรื่องระหว่างเขากับซูจื้อเหยา เธอก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนที่เซิ่งเจิงโจวเดินออกมาก็เห็นภาพนี้พอดีดวงตาสีดำลุ่มลึกไร้ประกายของเขาค่อยๆ เลื่อนมาหยุดที่ท้องน้อยของเธอ “คุณท้อง?”เหวินซูลุกขึ้นนั่ง แก้มยังคงร้อนผ่าว “เปล่า”จะให้บอกหรือไงว่าเป็นกรดไหลย้อนแค่เพราะนึกถึงฉากสืบพันธุ์ของคนน่ะ?เซิ่งเจิงโจวละสายตากลับอย่างเฉยเมย พลางก้มหน้าติดกระดุมข้อมือสีเขียวมรกต “ผมจะช่วยนัดตรวจให้”“...” เหวินซูไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร เพราะถึงแม้ช่วงนี้พวกเขาจะกำลังหย่ากัน แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันอยู่ดังนั้นที่เซิ่งเจิงโจวสงสัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก“ฉันเป็นหมอ หรือคุณเป็นหมอกันแน่? วางใจเถอะค่ะ” เธอลุกขึ้นสบตากับเขา ลักยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมยิ้มปลอบใจให้เขา “เราสองคนไม่มีลูกด้วยกันหรอก”ดังนั้นเซิ่งเจิงโจ
เซิ่งเจิงโจวนั่งลงบนโซฟาหนังพลางเหลือบมองกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนพรม “คุณมาทำอะไรล่ะ?”“มาลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งผลิตสมุนไพร” เหวินซูเม้มริมฝีปากแน่นเขาเงยขนตายาวขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มบาง “ในเมื่อเป็นเรื่องงาน ผมหลอกคุณตรงไหน?”“...”เหวินซูพูดไม่ออกแม้เธอกับเซิ่งเจิงโจวแทบไม่เคยทะเลาะกัน แต่เธอรู้มาตลอดว่าฝีปากของเขารับมือได้ยากที่สุดแล้ว เวลาเอาจริงขึ้นมาก็พูดจนอีกฝ่ายเถียงไม่ออกเธอไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมเซิ่งเจิงโจวจึงต้องการให้เธอมาฉลองปีใหม่กับตระกูลเซิ่งที่นี่ให้ได้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสามีภรรยาดีถึงขั้นต้องตัวติดกันตลอดเวลาเลยหรือ?การแสดงละครแบบนี้เกินความจำเป็นเกินไป“แล้วคืนนี้คุณจะนอนที่ไหน?” ช่วงสองวันนี้เหวินซูมีประจำเดือน อาการปวดท้องทำให้เธอไม่มีแรงจะเถียงกับเขาจึงอดจะถามไม่ได้เซิ่งเจิงโจวก้มหน้าตอบข้อความในโทรศัพท์ ขณะมองหน้าจอ รอยยิ้มบางๆ ก็ผุดขึ้นตรงมุมปากจากนั้นเขาจึงเงยหน้ามองเธออีกครั้งด้วยสีหน้าผ่อนคลาย “คุณคิดว่าผมควรนอนที่ไหนล่ะ”เขาถามออกมาอย่างสบายๆราวกับจะแฝงการเสียดสีอยู่น้อยๆแน่นอนว่าเหวินซูสังเกตเห็นว่าเขาอารมณ์ดีเพราะกำลังคุยกับคน
โชคดีที่ซูจื้อเหยาไม่ได้ถือสาหาความกับเหวินซูไม่อย่างนั้นด้วยอิทธิพลของซูจื้อเหยาบนโลกออนไลน์ เหวินซูคงถูกชาวเน็ตรุมโจมตีจนเงยหน้าไม่ขึ้นเลยทีเดียวเขาอาจเคยประทับใจเหวินซูตั้งแต่แรกเห็นแต่ตอนนี้...เขาจะไม่มีวันถูกผู้หญิงคนนี้หลอกได้อีกเป็นอันขาด!......เมื่อกลับถึงเฮ่อจื้อ เหวินซูก็ไปหมกตัวอยู่ในห้องทดลองเพื่อวิเคราะห์ยาพยายามไม่ปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่านห้องทดลองร่วมนี้สร้างขึ้นจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจิง เธอเป็นผู้ควบคุมทิศทางหลักของทีมในฐานะหัวหน้าโครงการ ความรับผิดชอบจึงหนักอึ้งไม่เพียงต้องดูแลการพัฒนายา ควบคุมความคืบหน้า ประเมินความเสี่ยงของแผนงาน แต่ยังต้องประสานงานกับฝ่ายทดลองทางคลินิกและการขึ้นทะเบียนยาอีกด้วยงานมากพอที่จะทำให้เธอไม่มีเวลาปล่อยให้เรื่องของเซิ่งเจิงโจวมากระทบความรู้สึกตั้งแต่เธอปฏิเสธคำชวนไปฉลองปีใหม่กับครอบครัวตระกูลเซิ่งที่มณฑลทางใต้ของเซิ่งเจิงโจว เขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลยแต่เหวินซูยังคงครุ่นคิดอยู่ตลอดว่าจะเอาสินเจ้าสาวของคุณยายกลับคืนมาได้อย่างไรเมื่อใกล้ถึงช่วงปีใหม่ บริษัทต่างๆ ก็ทยอยปิดทำการเดิมทีเหวินซูตั้งใจจะไปฉลองปีใหม
ภายในพิพิธภัณฑ์มีคนเดินไปมาขวักไขว่เซิ่งเจิงโจวซื้อเสร็จก็เดินลงไปชั้นล่างเหวินซูวิ่งตามไปโดยแทบไม่ต้องคิด“เซิ่งเจิงโจว เดี๋ยวก่อน”เหวินซูย่ำรองเท้าส้นสูงไล่ตามฝีเท้าที่รวดเร็วจนแทบตามไม่ทันของเซิ่งเจิงโจวเซิ่งเจิงโจวหันกลับมาจากเชิงบันไดรถจอดรออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ฉินฮั่วลงจากรถมาเปิดประตูให้เหวินซูไม่เห็นเงาของซูจื้อเหยา และไม่มีเวลาจะสนใจ เธอจ้องดวงตาลุ่มลึกของชายหนุ่มเขม็ง “ของโบราณชิ้นนั้นเป็นของตระกูลเหวิน เป็นสินเจ้าสาวของคุณยายฉัน”“อืม แล้วไง?”อารมณ์ของเซิ่งเจิงโจวไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยเธอมองออกว่า เขาไม่ได้รู้สึกเลยว่าการยกสินเจ้าสาวของคุณยายให้ซูจื้อเหยาจะมีปัญหาอะไรความรู้สึกว่าเป็นเรื่องสมควรนั้นทิ่มแทงเข้าไปในอกของเหวินซูอย่างรุนแรงเธออยากอาละวาดด่าทอเขาวูบหนึ่ง แต่สายตาเย็นชาของเซิ่งเจิงโจวกลับกลายเป็นคมมีดที่ดึงสติเธอไว้“จะเป็นอะไรก็ได้ ต่อให้คุณจะเด็ดดาวเด็ดเดือนมาให้ซูจื้อเหยาก็ไม่เกี่ยวกับฉัน แต่ของของตระกูลเหวิน ฉันยอมไม่ได้จริงๆ ” เธอสูดหายใจลึก พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “เซิ่งเจิงโจว ฉันไม่เคยขออะไรจากคุณเลย มีแค่ครั้งนี้...”เห็นได้ชัด
หลังจากแต่งงาน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ต้นเซิ่งเจิงโจวแทบจะไม่กลับบ้าน เดือนหนึ่งจะมีกิจกรรมทางเพศระหว่างสามีภรรยาสักสองครั้งก็นับว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องการพูดคุยสื่อสารในชีวิตประจำวันเลยทว่าในช่วงปลายปีแรกหลังแต่งงาน เซิ่งเจิงโจวต้องเดินทางไปประจำที่สาข
พยาบาลสาวชะงักกึก สีหน้าเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนไม่นึกเลยว่าเหวินซูจะแฉความลับของสามีตัวเองได้หน้าตาเฉยขนาดนี้แถมยังรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นเรื่องจริงไม่อย่างนั้นจะมีใครที่แต่งงานกันมาเจ็ดปีแล้วยังไม่มีลูกกันล่ะ?ถึงขนาดทำให้สายตาที่มองเหวินซูดูเห็นอกเห็นใจมากขึ้นไปอีกเหวินซูไม่ได้บอกความจร
ภายในระยะเวลาเจ็ดปีที่แต่งงาน เหวินซูแอบคลอดลูกออกมาคนหนึ่งเด็กคนนี้ปีนี้อายุห้าขวบแล้วแต่สามีของเธอกลับไม่ระแคะระคายเลยเธอไม่ได้ให้โอกาสเซิ่งเจิงโจวได้ทำหน้าที่พ่อช่วงว่างในตอนพักของกะดึก เหวินซูฟังข้อความเสียงนุ่มนิ่มไร้เดียงสาที่ส่งมาจากลูกสาวซึ่งแอบเลี้ยงไว้ในเมืองเอกของมณฑลข้างเคียงว่า
เพื่อนสนิทอีกคนข้างๆ ชื่อลู่เฟยก็ถามยิ้มๆ ว่า “จริงด้วย ทำไมทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะ?”หลังจากอวี้เหยี่ยนเหวยนั่งลง เขามองไปทางซูจื้อเหยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงสาวดูสง่างามเป็นธรรมชาติ ทั้งยังรู้จักกาลเทศะในการคบหากับพวกเขาเสมอมา เป็นคนที่วางตัวได้ไร้ที่ติ แต่กลับถูกเหวินซูเอาไปนินทาว่าร้ายลับหลังแ






![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
