Share

บทที่ 4

Author: อิ๋นอู้
เวลานี้เซิ่งเจิงโจวอนุญาตกลายๆ ให้ขนข้าวของของซูจื้อเหยาเข้ามา เป็นการเปิดเผยให้ทุกคนได้เห็นถึงความน่าสมเพชและความล้มเหลวของเธอในฐานะคุณนายเซิ่งอย่างไม่คิดจะหลบซ่อน

แต่ต่อให้เธอจะหย่ากับเซิ่งเจิงโจว

และต่อให้เซิ่งเจิงโจวจะร้อนรนอยากจะให้สถานะกับซูจื้อเหยาซึ่งเป็นอดีตว่าที่น้องสะใภ้ขนาดไหน เธอก็จะไม่มีวันยอมให้ใครมาหยามเกียรติเธอแบบนี้ในขณะที่ยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน!

เธอเดินเข้าไปทีละก้าว มองดูเหล่าคนงานด้วยท่าทีที่ค่อนข้างสงบนิ่ง แล้วชี้นิ้วไปยังสิ่งของที่ถูกขนเข้ามาทีละชิ้น “เฟอร์นิเจอร์พวกนี้มีมูลค่าไม่น้อย ยกให้พวกคุณทั้งหมดเลยค่ะ เอาไปขายต่อมือสองก็ได้ราคาดี รบกวนช่วยขนออกไปให้ด้วยนะคะ”

คนงานพวกนี้ถูกจ้างมา

พอได้ยินเรื่องดีๆ แบบนี้ ก็ย่อมเต็มใจทำตามคำสั่งของเหวินซูซึ่งเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง จึงรีบตอบรับด้วยความยินดีทันที

เซิ่งซือเหนียนห้ามไม่ทัน เขาโกรธจนยกนิ้วขึ้นชี้หน้าเหวินซูแล้วด่าว่า “เธอเป็นใครกัน? นี่คือของขวัญที่แม่ฉันให้พี่สะใภ้! เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์มาตัดสินใจเหรอ? พี่ชายฉันจะไล่ตะเพิดเธอออกไป!”

เหวินซูเข้าใจแล้ว

เบื้องหลังเรื่องนี้ นอกจากเซิ่งเจิงโจวแล้ว ยังมีคำสั่งจากเจียงหรูผู้เป็นแม่สามีของเธออีกคน

เธอก้มลงมองเซิ่งซือเหนียน แล้วพูดทีละคำว่า “ได้ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่โรงเรียนของเธอ ไปบอกเพื่อนๆ เธอว่าเธอเป็นคนจัดฉากให้พี่ชายตัวเองไปเป็นชู้กับเมียของลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ตระกูลเซิ่งมีนิสัยชอบนอกใจ ยึดถือความเสื่อมทรามทางศีลธรรมเป็นเรื่องน่าภูมิใจ ในเมื่อเธอชอบซูจื้อเหยานัก ฉันจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้เธอเอง จะได้ดังในโรงเรียน ดีไหม?”

คำพูดของเหวินซูนั้นหยาบคายจริง ๆ

ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยดุดันใส่เขาแบบนี้มาก่อน ปกติมีแต่คอยเอาใจ ทำให้เซิ่งซือเหนียนตกตะลึงจนตาค้าง

ใบหน้าแดงก่ำ “เธอเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจจริงๆ! เธอกล้าเหรอ!”

เหวินซูยักไหล่

ดูสิ

ใครว่าเด็กอายุน้อยไม่ประสีประสา แล้วจะไม่มีคำพูดที่ทำร้ายจิตใจคนอื่น

พอดาบปักลงบนตัวเขาเองบ้าง ถึงได้รู้ว่าเจ็บ

ไม่ถือสาเด็กเหรอ?

ใครเป็นคนกำหนด?

ดูเหมือนเสียงโวยวายจะทำให้มีคนตื่นขึ้นมา

เจียงหรูเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา “เกิดอะไรขึ้น?”

พูดพลางมองไปที่เหวินซูแล้วขมวดคิ้ว “จะสิบโมงแล้ว ทำไมวันนี้ตื่นสายขนาดนี้? อาหารสมุนไพรจีนยังไม่เสร็จอีกเหรอ? แล้วฉันจะกินอะไร? เหยาเหยาจะกินอะไร?”

พูดถึงเรื่องนี้ เหวินซูรู้สึกจุกในลำคอจนเจ็บแปลบ

เธอเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ทุกสัปดาห์ที่กลับมา เธอจะช่วยดูแลสุขภาพคนในตระกูลเซิ่งทั้งหมด อาหารสมุนไพรจีนทุกอย่างล้วนผ่านมือเธอ ต้องคำนึงถึงสภาพร่างกายและความชอบที่แตกต่างกันของทุกคนในบ้าน เธอต้องตื่นมาจัดการตั้งแต่ตีห้า เพื่อให้เสร็จทันก่อนจะไปทำงาน

แล้วค่อยให้คนส่งกลับไปที่คฤหาสน์ให้บ้านใหญ่ บ้านรอง และคุณย่าทาน

รวมถึงส่วนของซูจื้อเหยาด้วย

ก่อนหน้านี้ที่เจียงหรูดีกับซูจื้อเหยาเป็นพิเศษ เธอคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะซูจื้อเหยามีความสามารถ หน้าตาสวย และเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี ถึงได้เป็นที่รักของเจียงหรู

ตอนนี้พอนึกดู... เรื่องนี้มีเค้าลางมานานแล้วไม่ใช่หรือ?

เจียงหรูรู้มานานแล้วว่าซูจื้อเหยาคือคนที่เซิ่งเจิงโจวรักสุดหัวใจ ถึงได้ให้ความรักกับซูจื้อเหยาเป็นพิเศษ ยิ่งหลังจากที่คู่หมั้นของซูจื้อเหยาติดคุก เธอยิ่งช่วยจับคู่ทั้งทางตรงและทางอ้อม

เธอถูกหลอกให้รับใช้เมียน้อยของสามีตัวเองมาตลอดทั้งปี

เหมือนตัวตลกที่ถูกปั่นหัวไปมา

พวกเขาไม่เคยให้เกียรติเธอในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

เหวินซูไม่อยากอดทนอีกต่อไป เธอตอบกลับอย่างสงบนิ่งเป็นประโยคสุดท้ายว่า “ถ้าขาดฉันแล้วจะตายกันให้ได้ งั้นก็ไปตายกันซะเถอะ”

เจียงหรูสีหน้าเปลี่ยนเป็นดำมืด

จ้องมองแผ่นหลังของเหวินซูที่เดินจากไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ

แม้แต่แม่บ้านข้างๆ ยังต้องสูดปากด้วยความตกใจ

คุณนายอิจฉาคุณซู อิจฉาจนบ้าไปแล้วหรือ?

ทำไมถึงกล้าพูดจาอกตัญญูต่อแม่สามีขนาดนี้?

เจียงหรูตั้งสติได้ในไม่ช้า เธอแสยะยิ้มเย็น “การกระทำที่ออกหน้าออกตาไม่ได้ มีปัญญาแค่นี้ยังจะคิดรั้งใจสามีเอาไว้ ฝันกลางวันชัดๆ!”

......

เหวินซูจัดการสัมภาระเรียบร้อย แล้วไปที่โรงพยาบาลที่ทำงานมาสี่ปีเพื่อยื่นใบลาออก

ที่เลือกทำงานในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานทั่วไปแห่งนี้แต่แรก ก็เพราะมันอยู่ไม่ไกลจากบริษัทเซิ่งชวงของเซิ่งเจิงโจว

ในเมื่อเธอไม่ต้องการเขาแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่อีก

เธอไม่เคยสิ้นไร้หนทางอยู่แล้ว ย่อมมีที่ไปที่ดีกว่านี้...

นัดกับฮั่วอี้ไว้ว่าตอนบ่ายจะไปทานข้าวกัน

ฮั่วอี้ส่งตำแหน่งที่ตั้งมาให้เธอแล้ว

อยู่ใกล้ๆ นี้เอง

พอเดินเข้าร้านอาหาร ฮั่วอี้ก็โบกมือให้เธอแล้วเทน้ำชายื่นมาให้ “จัดการเรื่องลาออกเรียบร้อยแล้วเหรอ?”

เหวินซูพยักหน้า “เกือบเรียบร้อยแล้ว”

“เธอขอหย่าแล้ว เซิ่งเจิงโจวมีท่าทียังไง?” เรื่องนี้ฮั่วอี้ยังคงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง

เพราะด้วยนิสัยของผู้ชายประเภทนั้น เกรงว่าเขาอาจจะรู้สึกว่าการที่เหวินซูเป็นฝ่ายขอหย่าทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นชายของเขาเสียหายเสียด้วยซ้ำมั้ง?

เหวินซูมองดูถ้วยชาที่มีไอระเหยจางๆ แล้วส่ายหน้า “เขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเลย”

แม้แต่จะนั่งคุยเรื่องการหย่าร้างกับเธอดีๆ ก็ยังไม่มี

ต่อให้เธอจะทนไม่ไหวจนขอหย่า เขาก็ยังคงเพิกเฉยกับเธอต่อได้

จะว่าไปแล้ว สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายก็น่าตลกจริงๆ เขาทิ้งเธอได้ แต่เธอห้ามทิ้งเขาก่อน

ฮั่วอี้โกรธจนกัดฟัน “หัวใจของอีตานี่ทำมาจากลูกตุ้มเหล็กหรือไง? เจ็ดปีนะ! เป็นคนยังไงก็น่าจะมีปฏิกิริยาอะไรบ้างสิ!”

เหวินซูไม่รู้ว่าควรจะร้องไห้หรือหัวเราะดี

ความล้มเหลวของตัวเอง ความน่าสมเพชที่ความจริงใจถูกเหยียบย่ำ มันชัดเจนจนไม่อาจหลบเลี่ยงได้แม้แต่น้อย

ความขมขื่นทรมานตลอดเจ็ดปี มีเพียงเธอที่รู้ดี

น้ำตาก็เหือดแห้งไปนานแล้ว

เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนที่ต้องคอยอ้อนวอนขอความรักอันน้อยนิดจากเซิ่งเจิงโจวเพื่อประทังชีวิตอีกต่อไป

ฮั่วอี้ถามเหวินซูอีกว่าเพราะอะไรถึงตัดสินใจหย่าได้เด็ดขาดขนาดนี้

เหวินซูไม่ได้ปิดบัง เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องฉุกเฉินให้ฟังตามความเป็นจริง

ฮั่วอี้หน้าเขียวทันที เธอตบโต๊ะลุกขึ้นยืน “ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ไม่รู้จักหลบหูหลบตาคนเลยเหรอ?! ซูจื้อเหยานั่นน่ะมียางอายบ้างไหม? คู่หมั้นเพิ่งเข้าคุกไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็... ก็ทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้กับลูกพี่ลูกน้องของคู่หมั้นตัวเอง! แถมยังปล่อยให้ท้องอีก?”

เธออยู่ป่านนี้ก็เพิ่งจะได้เปิดหูเปิดตาเป็นครั้งแรก!

เหวินซูรู้ว่าฮั่วอี้มีนิสัยตรงไปตรงมา พอตื่นเต้นเสียงก็จะดังขึ้นมาเล็กน้อย

เธอรีบดึงตัวฮั่วอี้ไว้ทันที

รายละเอียดที่แน่ชัดของสถานการณ์เมื่อคืน เธอเองก็ไม่รู้แน่ชัด

เพียงแต่พยาบาลพูดแบบนั้น เธอจึงเล่าให้ฮั่วอี้ฟังเพียงคร่าวๆ

สภาพร่างกายของซูจื้อเหยา แม้แต่การตรวจเธอยังไม่มีโอกาสได้ทำ อีกฝ่ายดูถูกวิชาแพทย์ของเธอ แถมยังระแวดระวังเธออย่างหนัก

แต่ก็สายไปเสียแล้ว

เหวินซูได้ยินเสียงแค่นหัวเราะดังมาจากด้านหลัง

เธอหันกลับไป และเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่หลังฉากกั้น

เธอรู้จักเขาดี

อวี้เหยี่ยนเหวย หนึ่งในเพื่อนสนิทไม่กี่คนของเซิ่งเจิงโจว

แววตาเยาะเย้ยและรังเกียจของอวี้เหยี่ยนเหวยไม่ได้ปิดบังเลย เห็นได้ชัดว่าเขาได้ยินคำพูดของฮั่วอี้เมื่อครู่อย่างชัดเจน

ต่อมา... เขากลับคิดว่าเป็นเหวินซูที่จงใจเที่ยวป่าวประกาศเรื่องอื้อฉาวนี้

“เหวินซู ฉันไม่นึกเลยว่าความประพฤติของเธอจะต่ำตมได้ถึงขนาดนี้”

อวี้เหยี่ยนเหวยแสยะยิ้ม สายตามองเหยียดจากบนลงล่าง ก่อนจะแค่นหัวเราะและก้าวยาวๆ ขึ้นบันไดไป

ไม่เปิดโอกาสให้เหวินซูได้ตอบโต้เลยสักนิด

ท่าทีของอีกฝ่ายที่ราวกับว่าเธอเป็นคนทำผิดเสียเองนั้น

เหวินซูอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

ฮั่วอี้โมโหจนทนไม่ไหว “อะไรของมัน! พวกมันทำเรื่องแบบนั้นยังไม่รู้จักอาย แล้วจะมากลัวคนอื่นพูดทำไม? น่าจะเอาป้ายไปกางประจานหน้าตึกเซิ่งชวงซะเลย! ถ้าทำหุ้นพวกมันร่วงไม่ได้ถือว่าแพ้!”

เหวินซูรู้ว่านั่นมันเป็นไปไม่ได้

เว้นแต่ว่าเธอไม่อยากอยู่ในประเทศนี้อีกต่อไป

ตระกูลเซิ่งมีวิธีจัดการที่เด็ดขาด ก่อนที่เธอจะยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เธอจะไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับใครให้มากเกินไป

ถึงอย่างไรเธอก็รู้ว่าตัวเองไร้อำนาจ และยังต้องปกป้องลิ่งอี๋ เธอไม่ได้โง่ขนาดนั้น

ส่วนเรื่องอวี้เหยี่ยนเหวย เธอไม่คิดจะใส่ใจ

ชั้นบน

อวี้เหยี่ยนเหวยผลักประตูเข้ามา ใบหน้าเย็นชา

ในห้องส่วนตัวอันหรูหรามีคนนั่งกันอยู่เต็มโต๊ะ

หัวโต๊ะย่อมเป็นเซิ่งเจิงโจว

ท่าทางการนั่งของเขาสง่างามโดยธรรมชาติ ดูมีอำนาจในตัวโดยไม่ต้องแสดงอาการ เหลือบสายตามองมา

ที่นั่งติดกับเขาคือซูจื้อเหยา

เธอยิ้มบางๆ แล้วมองไปที่อวี้เหยี่ยนเหวย “ใครทำให้คุณอารมณ์เสียคะ?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 100

    คำพูดของเผยจืออวี้ทำให้ทุกคนหันไปมองเซิ่งเจิงโจวเป็นตาเดียวเหวินซูเหลือบมองเผยจืออวี้แวบหนึ่งเธอเข้าใจเจตนาของเผยจืออวี้เขากำลังปกป้องเธอเพื่อไม่ให้เธอตกเป็นเป้าโจมตีของทุกคน และเพื่อไม่ให้เธอเป็นฝ่ายเปิดเผยตัวตนของเซิ่งเจิงโจวต่อหน้าคนหมู่มากจนทำให้เซิ่งเจิงโจวไม่พอใจเขาจึงโยนคำถามกลับไปหาคนต้นเรื่องโดยตรงส่วนเซิ่งเจิงโจวจะตอบอย่างไร...“ผมจำเป็นต้องสนใจเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ?”น้ำเสียงเรียบเฉยของชายหนุ่มปราศจากอารมณ์ใดๆ แต่เมื่อเข้าหูแต่ละคนกลับตีความได้แตกต่างกันไปผู้ชายหลายคนจากภาควิชาเภสัชวิทยามองหน้ากัน พลันเข้าใจได้ในทันที “จริงด้วย ประธานเซิ่งเป็นใครกัน จะไปสนใจคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองทำไม”แต่เหวินซูเข้าใจดีคำตอบของเซิ่งเจิงโจวเป็นทั้งการปฏิเสธความสัมพันธ์กับเธอ ตัดโอกาสที่เธอจะเปิดโปงซูจื้อเหยา และในอีกนัยหนึ่งก็เหมือนกำลังบอกว่า เขาก็เป็นเขาแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามพรรค์นี้คำพูดของเขาไม่เคยเปิดช่องโหว่ให้ใครจับผิดคำตอบนี้ทำให้หลายคนรู้ว่าเซิ่งเจิงโจวไม่สนใจหัวข้อแบบนี้ จึงเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรู้กาลเทศะจบบทสนทนานี้ในที่สุดเผยจืออวี้มองเหวิน

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 99

    ทีมมหาวิทยาลัยจิงเห็นซูจื้อเหยามาถึงต่างก็หันไปมองด้วยความยินดี “พี่จื้อเหยา ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกเราต้องขอบคุณแฟนของพี่ด้วยซ้ำที่เป็นสปอนเซอร์ให้งานนี้”“ใช่แล้ว ถ้าไม่ได้พี่ พวกเราจะได้รางวัลดีงามขนาดนี้ได้ยังไง”“ตอนนี้พี่ไม่ต่างอะไรจากเถ้าแก่เนี้ยของพวกเราแล้ว” ใครบางคนทั้งทอดถอนใจและพูดประจบก็นั่นน่ะสิ?ประธานเซิ่งเป็นสปอนเซอร์ให้ซูจื้อเหยา เท่ากับเป็นทั้งเจ้านายและคนให้ข้าวให้น้ำของพวกเขา ถ้าอย่างนั้นซูจื้อเหยาก็คู่ควรกับคำว่า ‘เถ้าแก่เนี้ย’ เหมือนกัน!ซูจื้อเหยายกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ ความยินดีในดวงตาปิดไว้ไม่มิด“ทุกคนพูดเกินไปแล้ว อย่าเกรงใจกันเกินไปเลยค่ะ”เหวินซูเอนพิงพนักเก้าอี้ มองความสัมพันธ์นอกสมรสที่ทุกคนต่างพากันสรรเสริญราวกับตัวเองเป็นคนนอกสายตาเผลอไปหยุดที่เซิ่งเจิงโจวที่คอยปกป้องอยู่ข้างกายและดูแลซูจื้อเหยาไปเสียทุกอย่างรอยยิ้มบางประดับอยู่บนริมฝีปากของชายหนุ่มเขาไม่ได้ปฏิเสธคำว่า “เถ้าแก่เนี้ย” เลยสักคำทุ่มเททั้งหัวใจให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งสูงส่งและจับตาส่วนเธอที่เป็นคุณนายเซิ่งมาถึงเจ็ดปีกลับไม่ต่างอะไรจากคนไร้ตัวตนอาการปวดประจำเดือนบิดเกร็งในท้อ

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 98

    เหวินซูถึงขั้นไม่มีแก่ใจมาใคร่ครวญว่าทำไมเซิ่งเจิงโจวถึงยังเคยชินกับการนอนร่วมเตียงกับเธอตามประสาคนเป็นสามีภรรยาด้วยซ้ำเธอรู้สึกเพียงว่าภาพในหัวทำให้คลื่นไส้อย่างรุนแรงเธอพลิกตัวแล้วหันไปอาเจียนแห้งๆ ใส่ถังขยะสองสามทีร่างกายของเธอต่อต้านโดยอัตโนมัติ!แค่นึกถึงเรื่องระหว่างเขากับซูจื้อเหยา เธอก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนที่เซิ่งเจิงโจวเดินออกมาก็เห็นภาพนี้พอดีดวงตาสีดำลุ่มลึกไร้ประกายของเขาค่อยๆ เลื่อนมาหยุดที่ท้องน้อยของเธอ “คุณท้อง?”เหวินซูลุกขึ้นนั่ง แก้มยังคงร้อนผ่าว “เปล่า”จะให้บอกหรือไงว่าเป็นกรดไหลย้อนแค่เพราะนึกถึงฉากสืบพันธุ์ของคนน่ะ?เซิ่งเจิงโจวละสายตากลับอย่างเฉยเมย พลางก้มหน้าติดกระดุมข้อมือสีเขียวมรกต “ผมจะช่วยนัดตรวจให้”“...” เหวินซูไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร เพราะถึงแม้ช่วงนี้พวกเขาจะกำลังหย่ากัน แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันอยู่ดังนั้นที่เซิ่งเจิงโจวสงสัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก“ฉันเป็นหมอ หรือคุณเป็นหมอกันแน่? วางใจเถอะค่ะ” เธอลุกขึ้นสบตากับเขา ลักยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมยิ้มปลอบใจให้เขา “เราสองคนไม่มีลูกด้วยกันหรอก”ดังนั้นเซิ่งเจิงโจ

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 97

    เซิ่งเจิงโจวนั่งลงบนโซฟาหนังพลางเหลือบมองกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนพรม “คุณมาทำอะไรล่ะ?”“มาลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งผลิตสมุนไพร” เหวินซูเม้มริมฝีปากแน่นเขาเงยขนตายาวขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มบาง “ในเมื่อเป็นเรื่องงาน ผมหลอกคุณตรงไหน?”“...”เหวินซูพูดไม่ออกแม้เธอกับเซิ่งเจิงโจวแทบไม่เคยทะเลาะกัน แต่เธอรู้มาตลอดว่าฝีปากของเขารับมือได้ยากที่สุดแล้ว เวลาเอาจริงขึ้นมาก็พูดจนอีกฝ่ายเถียงไม่ออกเธอไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมเซิ่งเจิงโจวจึงต้องการให้เธอมาฉลองปีใหม่กับตระกูลเซิ่งที่นี่ให้ได้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสามีภรรยาดีถึงขั้นต้องตัวติดกันตลอดเวลาเลยหรือ?การแสดงละครแบบนี้เกินความจำเป็นเกินไป“แล้วคืนนี้คุณจะนอนที่ไหน?” ช่วงสองวันนี้เหวินซูมีประจำเดือน อาการปวดท้องทำให้เธอไม่มีแรงจะเถียงกับเขาจึงอดจะถามไม่ได้เซิ่งเจิงโจวก้มหน้าตอบข้อความในโทรศัพท์ ขณะมองหน้าจอ รอยยิ้มบางๆ ก็ผุดขึ้นตรงมุมปากจากนั้นเขาจึงเงยหน้ามองเธออีกครั้งด้วยสีหน้าผ่อนคลาย “คุณคิดว่าผมควรนอนที่ไหนล่ะ”เขาถามออกมาอย่างสบายๆราวกับจะแฝงการเสียดสีอยู่น้อยๆแน่นอนว่าเหวินซูสังเกตเห็นว่าเขาอารมณ์ดีเพราะกำลังคุยกับคน

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 96

    โชคดีที่ซูจื้อเหยาไม่ได้ถือสาหาความกับเหวินซูไม่อย่างนั้นด้วยอิทธิพลของซูจื้อเหยาบนโลกออนไลน์ เหวินซูคงถูกชาวเน็ตรุมโจมตีจนเงยหน้าไม่ขึ้นเลยทีเดียวเขาอาจเคยประทับใจเหวินซูตั้งแต่แรกเห็นแต่ตอนนี้...เขาจะไม่มีวันถูกผู้หญิงคนนี้หลอกได้อีกเป็นอันขาด!......เมื่อกลับถึงเฮ่อจื้อ เหวินซูก็ไปหมกตัวอยู่ในห้องทดลองเพื่อวิเคราะห์ยาพยายามไม่ปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่านห้องทดลองร่วมนี้สร้างขึ้นจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจิง เธอเป็นผู้ควบคุมทิศทางหลักของทีมในฐานะหัวหน้าโครงการ ความรับผิดชอบจึงหนักอึ้งไม่เพียงต้องดูแลการพัฒนายา ควบคุมความคืบหน้า ประเมินความเสี่ยงของแผนงาน แต่ยังต้องประสานงานกับฝ่ายทดลองทางคลินิกและการขึ้นทะเบียนยาอีกด้วยงานมากพอที่จะทำให้เธอไม่มีเวลาปล่อยให้เรื่องของเซิ่งเจิงโจวมากระทบความรู้สึกตั้งแต่เธอปฏิเสธคำชวนไปฉลองปีใหม่กับครอบครัวตระกูลเซิ่งที่มณฑลทางใต้ของเซิ่งเจิงโจว เขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลยแต่เหวินซูยังคงครุ่นคิดอยู่ตลอดว่าจะเอาสินเจ้าสาวของคุณยายกลับคืนมาได้อย่างไรเมื่อใกล้ถึงช่วงปีใหม่ บริษัทต่างๆ ก็ทยอยปิดทำการเดิมทีเหวินซูตั้งใจจะไปฉลองปีใหม

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 95

    ภายในพิพิธภัณฑ์มีคนเดินไปมาขวักไขว่เซิ่งเจิงโจวซื้อเสร็จก็เดินลงไปชั้นล่างเหวินซูวิ่งตามไปโดยแทบไม่ต้องคิด“เซิ่งเจิงโจว เดี๋ยวก่อน”เหวินซูย่ำรองเท้าส้นสูงไล่ตามฝีเท้าที่รวดเร็วจนแทบตามไม่ทันของเซิ่งเจิงโจวเซิ่งเจิงโจวหันกลับมาจากเชิงบันไดรถจอดรออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ฉินฮั่วลงจากรถมาเปิดประตูให้เหวินซูไม่เห็นเงาของซูจื้อเหยา และไม่มีเวลาจะสนใจ เธอจ้องดวงตาลุ่มลึกของชายหนุ่มเขม็ง “ของโบราณชิ้นนั้นเป็นของตระกูลเหวิน เป็นสินเจ้าสาวของคุณยายฉัน”“อืม แล้วไง?”อารมณ์ของเซิ่งเจิงโจวไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยเธอมองออกว่า เขาไม่ได้รู้สึกเลยว่าการยกสินเจ้าสาวของคุณยายให้ซูจื้อเหยาจะมีปัญหาอะไรความรู้สึกว่าเป็นเรื่องสมควรนั้นทิ่มแทงเข้าไปในอกของเหวินซูอย่างรุนแรงเธออยากอาละวาดด่าทอเขาวูบหนึ่ง แต่สายตาเย็นชาของเซิ่งเจิงโจวกลับกลายเป็นคมมีดที่ดึงสติเธอไว้“จะเป็นอะไรก็ได้ ต่อให้คุณจะเด็ดดาวเด็ดเดือนมาให้ซูจื้อเหยาก็ไม่เกี่ยวกับฉัน แต่ของของตระกูลเหวิน ฉันยอมไม่ได้จริงๆ ” เธอสูดหายใจลึก พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “เซิ่งเจิงโจว ฉันไม่เคยขออะไรจากคุณเลย มีแค่ครั้งนี้...”เห็นได้ชัด

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 5

    เพื่อนสนิทอีกคนข้างๆ ชื่อลู่เฟยก็ถามยิ้มๆ ว่า “จริงด้วย ทำไมทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะ?”หลังจากอวี้เหยี่ยนเหวยนั่งลง เขามองไปทางซูจื้อเหยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงสาวดูสง่างามเป็นธรรมชาติ ทั้งยังรู้จักกาลเทศะในการคบหากับพวกเขาเสมอมา เป็นคนที่วางตัวได้ไร้ที่ติ แต่กลับถูกเหวินซูเอาไปนินทาว่าร้ายลับหลังแ

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 3

    หลังจากแต่งงาน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ต้นเซิ่งเจิงโจวแทบจะไม่กลับบ้าน เดือนหนึ่งจะมีกิจกรรมทางเพศระหว่างสามีภรรยาสักสองครั้งก็นับว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องการพูดคุยสื่อสารในชีวิตประจำวันเลยทว่าในช่วงปลายปีแรกหลังแต่งงาน เซิ่งเจิงโจวต้องเดินทางไปประจำที่สาข

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 2

    พยาบาลสาวชะงักกึก สีหน้าเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนไม่นึกเลยว่าเหวินซูจะแฉความลับของสามีตัวเองได้หน้าตาเฉยขนาดนี้แถมยังรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นเรื่องจริงไม่อย่างนั้นจะมีใครที่แต่งงานกันมาเจ็ดปีแล้วยังไม่มีลูกกันล่ะ?ถึงขนาดทำให้สายตาที่มองเหวินซูดูเห็นอกเห็นใจมากขึ้นไปอีกเหวินซูไม่ได้บอกความจร

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 1

    ภายในระยะเวลาเจ็ดปีที่แต่งงาน เหวินซูแอบคลอดลูกออกมาคนหนึ่งเด็กคนนี้ปีนี้อายุห้าขวบแล้วแต่สามีของเธอกลับไม่ระแคะระคายเลยเธอไม่ได้ให้โอกาสเซิ่งเจิงโจวได้ทำหน้าที่พ่อช่วงว่างในตอนพักของกะดึก เหวินซูฟังข้อความเสียงนุ่มนิ่มไร้เดียงสาที่ส่งมาจากลูกสาวซึ่งแอบเลี้ยงไว้ในเมืองเอกของมณฑลข้างเคียงว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status