LOGINเช้าวันแรกของการเป็นนางลัยลา ทิวากร นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก เพราะหลังจากตื่นนอนตอนเช้าคุณสามีก็ลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน เธอลุกตามเขามา อาศัยจังหวะที่เขาอยู่ในห้องน้ำเดินไปหยิบเอาเสื้อคลุมจากในตู้เสื้อผ้ามาสวมคลุมร่างเปล่าเปลือย
ลัยลาเพิ่งได้มีโอกาสมองสำรวจห้องของเขา เพราะเธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เต็มตัววันแรก ข้าวของเธอก็ยังเอามาไม่ครบดีนักเพราะคุณวิชิตบิดาของเมฆาบอกให้เธอย้ายเข้ามาแต่ตัวก่อนเพื่อให้ทันงานแต่งเมื่อวาน ส่วนข้าวของค่อยไปเอาทีหลัง เธอเลยยัดแต่เสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินเข้าบ้านไม่ต่างจากพจมานเดินเข้าบ้านทรายทอง ผิดแต่เธอไม่มีชะลอม มีเพียงกระเป๋าลากหนึ่งใบ
ตอนเธอเข้ามาที่บ้านเมื่อสองวันก่อนจัดงานแต่งงาน เมฆาไม่ได้สนใจมาดูแล เขายังคงไปทำงานตามปกติ มีแต่คุณวิชิตที่สั่งให้แม่บ้านนำกระเป๋าของเธอมาเก็บในห้อง แล้วก็เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวในวันรุ่งขึ้น
ลัยลาอดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างมันดูเร่งรีบ ฉุกละหุกไปหมด ไม่เหมือนงานแต่งงานของคนทั่วไปที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวรักใคร่กันดี แต่อย่างว่าเธอมันเป็นภรรยาม้ามืดของเขานี่ จะไปหวังอะไรได้อีก นอกจากทำหน้าที่ภรรยาตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านี้เจ้าของร่างสูงกำยำก็เดินออกมาจากห้องน้ำ หยดน้ำเกาะพราวเต็มตัว สายตาคมเข้มของคุณหมอสุดหล่อที่มองตรงมา พร้อมกับเลิกคิ้วสูงทำเอาลัยลาขัดเขินอย่างที่ไม่เคยเขินผู้ชายคนไหนมาก่อน
“คุณ...อ้อ ผมลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว” เสียงติดรำคาญพูดขึ้น แล้วเดินไปทางโซนห้องแต่งตัว เขาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดผมพอหมาดๆ เสร็จแล้วก็ไปหยิบไดร์มาเป่าให้แห้ง ไม่ได้สนใจการมีชีวิตอยู่ของลัยลาเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ชินชาเสียแล้ว จึงไม่คิดจะหาความกับเขาในเรื่องนี้
“คุณจะออกไปไหนคะ”
“ถามทำไม” เขาถามกลับเสียงเรียบ เพราะไม่ชินกับการมีใครมาตรวจเช็กว่าจะไปไหนมาไหน
“ไม่ทำไมหรอกค่ะ คุณจะไปไหนก็ตามสบาย ฉันเองก็จะออกไปข้างนอกเหมือนกัน”
“ไปไหน” เป็นเมฆาที่หันกลับมาถามบ้าง
“ถามทำไมล่ะคะ” เธอย้อนคำถามเขา
“ผมไม่ชอบให้ย้อน แต่ถ้าไม่อยากบอกก็ตามใจ เราแฟร์ๆ กัน”
“คุณหมอพูดแบบนี้ไม่ได้นะคะ แต่งงานกับฉันแล้ว ก็ต้องคุยกัน มีอะไรก็ต้องบอกกัน ฉันไม่อยากถูกใครมองว่าเป็นภรรยาหลวงที่ถูกลืมไว้ที่บ้าน” ถึงอย่างไรแล้วการแต่งงานครั้งนี้จะว่าไปมันก็ถูกต้องที่เขาต้องรับผิดชอบต่อผู้หญิงอย่างเธอที่ไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน มีเขาเป็นชายคนแรก
“หน้าที่ของเธอก็มีแค่ที่บนเตียงในบ้าน อย่างอื่นเราไม่เกี่ยวกัน” เขาพูดอย่างไร้เยื่อใยทำให้คนฟังได้แต่ยืนเม้มปากแน่น ไม่คิดว่าคนมาดอบอุ่นอย่างเขา เอาเข้าจริงแล้ว…
‘เลือดเย็นชะมัด’
‘คนใจร้าย’
“โอเคค่ะ ฉันเข้าใจอารมณ์ของคุณดีว่าไม่พอใจที่ต้องแต่งงานกับฉัน แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันเลยอยากขอความร่วมมือจากคุณค่ะ”
“ความร่วมมืออะไรกัน” เขามองหน้าเธอแล้วเลิกคิ้วขึ้น
“ก็คือว่าฉันจะไม่ถาม ไม่ตาม แต่ว่าเราสองคนจะไม่ทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าหรือเสื่อมเสียดีไหมคะ”
“หึ เธอพูดแบบนี้กะดักคอไม่ให้ฉันมองสาวที่ไหนเลยใช่ไหม เธอนี่มันแผนสูงนะ หน้าตาไม่เหมือนเดิม นิสัยยังดูเจ้าแผนการขึ้นด้วย” ตั้งแต่ศัลยกรรมกลับมาเป็นหน้าเดิมไม่เหมือนหน้าที่คล้ายผู้หญิงที่เขาหลงรัก เธอก็ยิ่งชัดในความเป็นลัยลาที่กล้าตีฝีปากกับเขา ที่จริง เขาไม่ได้คิดมองสาวที่ไหนอยู่แล้ว วันๆ แค่ทำงานก็หมดเวลาแล้ว แค่พูดดักคอไปงั้น
“ฉันไม่ได้มีแผนอะไรเลยค่ะ ไม่ได้ดักคอด้วย แค่คิดว่าสามีภรรยาก็ควรต้องให้เกียรติกันและกัน คุณหมอก็คิดแบบเดียวกันใช่ไหมคะ พอมีลูกสักคนให้คุณลุงคุณป้าพอใจแล้ว หลังจากนั้นฉันจะหย่าให้ค่ะ” พวกท่านมีพระคุณกับเธอไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ยอมทำทุกอย่างที่ทำให้พวกท่านมีความสุข
เมฆาบดกรามแน่น นี่เธอมโนอะไรของเธออยู่ เขาไม่เคยคิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอก ต้องมีลูกกับเด็กนี่ด้วยเหรอ มีเมียเด็กก็ปวดหัวพอแล้ว ถ้าต้องเลี้ยงเด็กอีก หมออย่างเขางานยุ่งจะตาย ไหนจะธุรกิจครอบครัว หาเวลาให้ตัวเองยังยาก แต่ช่างเถอะ จะว่าไปอายุของเขามันก็สมควรที่จะต้องมีทายาทเอาไว้สืบสกุล
เมฆาทำทีเป็นถอนหายใจ “ก็ดีเหมือนกันที่เธอพูดชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าต่อไปเราไปกันไม่ได้ ฉันก็พร้อมจะหย่าให้”
“ค่ะ ฉันรับทราบ และยอมรับ” แม้ว่าภายในหัวใจดวงน้อยลึกๆ จะรู้สึกแปลบๆ ขึ้นมา
สองสามีภรรยาป้ายแดงที่เพิ่งแต่งงานได้วันเดียวคุยกันถึงเรื่องหย่าจบแล้วก็ต่างฝ่ายต่างเมินหน้าหนีใส่กัน ลัยลาเดินเข้าห้องน้ำแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอควรบอกเขาเสียหน่อย “ที่ว่าฉันจะออกไปข้างนอก ฉันจะกลับบ้านค่ะ”
ร่างกำยำที่ยังไม่ทันแต่งตัวเสร็จหมุนตัวมาหาคนตัวเล็ก
“จะกลับบ้านงั้นเหรอ เพิ่งแต่งงานกันก็จะขนกระเป๋าหนีกลับบ้านแล้ว ฉันก็นึกว่าเธอจะแน่จริง”
“ฉันไม่ได้ขนกระเป๋าหนีกลับบ้านค่ะ แต่ว่าฉันจะไปขนกระเป๋ามาเพิ่มต่างหาก คุณคงไม่ได้สังเกตว่าฉันไม่ได้ขนของมาเลย เพราะคุณลุงวิชิตให้ฉันรีบย้ายมาก่อน ฉันมีแต่เสื้อผ้ามาเท่านั้น”
เมฆาเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม “อืม” คุณหมอหนุ่มหล่อตอบรับในลำคอแล้วมองร่างอ้อนแอ้นของเมียเด็กก้าวเข้าห้องน้ำ เขาไม่ชินที่มีใครอีกคนมาแชร์ห้อง แต่เมื่อคิดว่าคนคนนั้นคือภรรยา ถึงจะเป็นภรรยาม้ามืดที่เข้าวินมาท่ามกลางความงงของทุกคนก็ตาม ก็ทำให้เขามีความรู้สึกประหลาดกับคำนี้
‘ลัยลาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา’
ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องแต่งงานมาก่อน และสเปกที่เขาชอบก็ห่างไกลจากลัยลามาก เขาชอบคนสวย อ่อนหวาน น่ารัก เหมือนไอรดา แต่ลัยลานั้นสวยเปรี้ยว เธอไม่เข้าใกล้คำนั้นเลย กระนั้นทำไมเขารู้สึกว่าเมื่อคืนนี้เธอทำให้เขามีความสุขมาก จนบางอย่างกลางกายคึกคักขึ้นมา น้องชายตัวดีคึกคักพร้อมชักธงรบกับสาวน้อยลัยลาอีกแล้ว
‘บ้าสิ เขาไม่มีวันหลงเมียเด็กหรอก’
หมอเมฆไม่อยากให้ลัยลารู้ว่าเขามีปฏิกิริยาต่อเมียสาว สงสัยเขาจะห่างหายเรื่องอย่างว่ามานาน เลยมีอาการของขึ้นได้ง่าย เมฆาให้เหตุผลกับตัวเองแล้วรีบแต่งตัว
ขณะที่ลัยลาเข้าห้องน้ำมาแล้วก็ยืนมองของใช้ตรงหน้ากระจกครู่หนึ่ง เพราะความรีบร้อนเลยไม่ได้เอาของใช้ส่วนตัวมาเลย ทั้งแป้ง ยาสระผม แปรงสีฟัน
หัวใจคนวัยสี่สิบพองโต มันเต้นรัวแรงเสียยิ่งกว่าตอนสอบได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์เสียอีก เพราะเขาเชื่อว่าลูกที่เกิดขึ้นมา ล้วนเกิดจากความรักของเขาที่มีต่อแม่เด็ก ไม่ใช่ความหลงแบบที่เขาถูกเพื่อนฝูงในวงการหมอชอบแหย่แซวว่าช่วงนี้หมอเมฆากำลัง‘หน้ามืด หลงเมียเด็ก’เพราะเลิกตรวจก็ขับรถกลับบ้านทันที ไม่เคยแวะเถลไถลไปไหน “โว้ๆ ฉันจะมีลูกแล้วเหรอนี่ คุณพ่อ คุณแม่ ต้องดีใจมากๆ ขอบใจเธอมากนะลัยลา”ลัยลายิ้มให้สามี “เดือนกว่าๆ แล้วค่ะ”ดวงหน้าหล่อใสตรงข้ามกับวัยสี่สิบผุดยิ้มกว้างออกมาให้เมียด้วยความปลาบปลื้มใจ “ขอบใจนะยัยม้ามืด”ลัยลาเบะปาก “หมอใจร้าย เรียกแบบนี้อีกแล้ว”“งั้นไม่เรียกม้ามืด เรียก Dark Horse แทน”หากไม่ใช่คนใกล้ชิดแนบสนิทกับเขาอย่างเธอคงไม่รู้ว่าภายใต้สีหน้านิ่งขรึมเวลาอยู่ในห้องตรวจ ช่างแตกต่างกับบนเตียงสิ้นเชิง หมอเมฆานั้นชอบแกล้งเมียมาก พอเห็นเมียสาวหน้ามุ่ยแล้วมองไปทางอื่น คนหล่อก็อ้าแขนคว้าร่างเมียมากอด“โธ่ ฉันล้อเล่นน่า รู้ไหม ตัวเต็งๆ น่ะแพ้หม
แผ่นหลังนวลเนียนที่แนบกับที่นอนกำลังจะพยุงกายลุกขึ้นไปทำอาหารเช้าและชงกาแฟให้สามี ทว่า แขนยาวกว่าก็เกี่ยวเอวบางของเมียให้แนบลู่ล้มลงมาบนแผ่นอกเขา“จะรีบไปไหน”“ทำอาหารให้พี่หมอไงคะ” เธอเลิกคิ้ว“ไม่ต้องรีบหรอก ลืมใช่ไหม วันนี้ฉันหยุด”ช่วงนี้ เธอมีอะไรให้คิดเยอะจนลืมไปเลยว่าวันนี้เขามีเวรหยุด “แต่ก็ต้องไปเตรียมอาหารให้อยู่ดี”“เช้านี้ไม่ต้องตั้งโต๊ะนะ”“ทำไมคะ”เขาเลื่อนสายตาลงมายังลำคอระหงขาวผ่องแล้วไม่ประวิงเวลาในการพาปลายจมูกไปซุกกับซอกคอหอมกรุ่นจนลัยลาส่ายหน้าหวือ“พี่หมออย่าบอกนะคะ ว่าจะกินฉันเป็นอาหารเช้าบนเตียง”“หือ” คนหล่อขมวดคิ้วเข้ม “เหมือนเธอจะหลอน กลัวฉันจะจับกิน”เขามองหน้าตกตะลึงปนเคอะเขินของเมียแล้วยิ้มใส่ ก่อนเคลื่อนสายตาลงไปยังทรวงอกที่เธอยกมือกอดอกไว้ ทว่า มันก็ทะลักออกมาอวดสายตาเขาอยู่ดี“ที่ไม่ให้ตั้งโต๊ะ เพราะเธอดูแลฉันทุกวัน วันนี้ฉันหยุด เลยตั้งใจจะทำออมเล็ตให้เธอกิน ใส่น
“อืม...ลดแล้วเหลือประมาณเก้าแสนกว่าๆ”“พี่หมอจะซื้อมาทำไม กระเป๋ากุชชีที่ซื้อให้ลัยลาเดือนก่อนยังไม่โทรมเลย”“ไม่รู้ละ ตอนนี้ เธอมีหนี้เพิ่มอีกเก้าแสน ของเก่ายังใช้ไม่หมด หนี้ใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว ตอนนี้ เธอต้องเพิ่มให้ฉันก่อนกินข้าวอีกรอบ ขยันๆ หน่อย หนี้จะได้ลดเร็วๆ”“พี่หมอเขี้ยว ซื้ออะไรให้ไม่ปรึกษา แล้วก็มาลงบัญชียาวเป็นหางว่าว”ดวงตาคมมองกลีบปากนุ่มๆ ที่ขยับต่อว่าเขา ริมฝีปากร้อนแตะลงไปบดกลีบปากนุ่มหอมของเมีย “ก็เมียเด็กอร่อย โคแก่หน้าอ่อนอย่างฉันตั้งใจจะหาหนี้ให้เธอต้องชดใช้ไปถึงชาติหน้าเลย”“พี่หมอ”ลัยลาถอนใจ บางทีภาพลักษณ์คนเราที่เห็นอาจจะเป็นภาพลวง “หมอไอรดาคงไม่รู้ตัวว่าโชคดีแล้ว ที่รอดพ้นเงื้อมมือคนหื่นอย่างพี่หมอไปได้”“งั้นเธอโชคร้ายเหรอที่ได้สามีอย่างฉัน พูดแบบนี้ ฉันต้องลงโทษเมียปากดีแบบเธอสักหน่อยแล้วลัยลา”คนตัวเล็กกว่างุนงง ไม่รู้ว่ากระโปรงตัวสั้นถูกถอดหล่นไปกองที่ปลายเท้าตอนไหน รู้ตัวอีกที่เมื่อแพนตี้ที่สวมอยู่หลุ
น้ำเสียงหวานของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าภรรยาสุดที่รัก ช่างทำให้การทำงานอันเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวันดูจะหายเป็นปลิดทิ้ง วันนี้ บ้านเงียบกว่าทุกวัน เป็นเพราะแม่บ้านของเขากับตุ๊กตาเด็กรับใช้ไปช่วยทำความสะอาดที่บ้านใหญ่ เนื่องจากแม่บ้านที่นั่นเกิดอุบัติเหตุตกบันได ทำให้ภรรยาต้องตั้งโต๊ะอาหารและจัดเสิร์ฟเองทันทีที่ร่างสวยปรากฏกายพร้อมช่วยถือกระเป๋าเอกสาร เขาอยากจะรั้งร่างเมียในชุดเดรสสั้นสีหวานน่ารักเข้ามากอด แต่ต้องยับยั้งห้ามใจตัวเองไว้“เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน”“ดีค่ะ อาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวนะคะ วันนี้ทำแกงส้มต้านโรคเอาไว้ให้ค่ะ” สามีบอกให้เธอฟังว่าผักหลายชนิดมีคุณสมบัติยับยั้งพวกไวรัสได้ ในเครื่องแกงของไทยก็มีพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดวงตาปราบคมปรากฏมองเมียสวมเดรสสั้นกุด ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร ริมฝีปากสีแดงเข้มเม้มเข้าหากัน ยิ่งมองขาเรียวๆ ของเมีย ภายในหัวพลันปรากฏแผนการบางอย่างแล้วเดินผ่านลัยลาที่กำลังง่วนกับการเตรียมอาหารตั้งโต๊ะ แล้วไม่ลืมถ่ายภาพที่ทำให้สามีเก็บไว้เป็นที่ระลึก&ld
ฝ่ายเมฆาเห็นเมียเดินลิ่วไปแล้ว แถวนี้ก็ไม่มีพยาบาล เขาถึงต้องประคองน้องพลอยออกมาเอง เพราะสาวเจ้าปวดปัสสาวะแต่ข้อเท้าเจ็บ จะให้พี่ชายอย่างเขาเมินเฉยก็ทำไม่ได้ ทว่า ลำคอขาวจัดยังยืดคอมองตามหลังเมียไปอย่างห่วงๆ และรู้สึกหน่วงๆ เหมือนเมียจะงอนเขา“ลัยลา เดี๋ยวสิ เธอจะรีบไปไหน”เมฆามองคนที่กำลังประคองอยู่ ไอรดาพยักพเยิดให้เขารีบตามศรีภรรยาไป ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ “รีบตามคุณลัยลาไปสิคะพี่หมอ จะรออะไร พลอยจัดการตัวเองได้”“แต่ข้อเท้าพลอย...”“ไม่เป็นไรค่ะ “ พอดีมีพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี“คุณพัชรีครับ เชิญทางนี้หน่อย ช่วยประคองหมอไอรดาไปห้องน้ำที”“ได้ค่ะคุณหมอ” พยาบาลสาวรับอาสาอย่างแข็งขันเรีบเข้ามาประคองภรรยาผู้อำนวยการโรงพยาบาล“เดี๋ยวพัชรีพาไปค่ะหมอพลอย วันนี้ บุรุษพยาบาลงานยุ่ง เลยไม่มีผ่านมาทางนี้เลย ช่วงนี้คนไข้เยอะมาก”“พลอยเข้าใจค่ะ”“พี่หมอคะ ฉากนี้ต้องวิ่งตามเมียแล้วค่ะ ยืนงงอะไร ไม่ต้องห่วงพลอยค่
ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าโรงพยาบาล ลัยลาเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ถึงห้องตรวจของสามี พอได้คำตอบก็เดินไปยังทิศทางนั้นด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ในมือมีกล่องอาหารที่วางซ้อนกันคล้ายปิ่นโตสีสันสะอาดตา ซึ่งแพ็กเกจนี้ได้มาแบบเร่งด่วนจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์คู่ค้าของโรงแรมในเครือตระกูลทิวากร ใช้เฉพาะกิจในช่วงนี้ไปก่อน ค่อยให้ฝ่ายนั้นออกแบบปรับเปลี่ยนใหม่อีกครั้งแต่เธอมองว่าแบบนี้ก็เรียบง่าย ดูสะอาดดีแล้ว เพียงแต่รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากชานอ้อยและกระดาษเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมสูงราวสามนิ้วนี้อาจยังดูไม่เข้ากับอาหารจำพวกผัดหรือทอดเท่าไรนัก หากมีจานรูปทรงกลม รี หรือสี่เหลี่ยมมาเสริมก็น่าจะดึงดูดลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าแพ็กเกจไม่ค่อยเตะตา แต่ความปลอดภัยและผลิตจากวัสดุธรรมชาตินั้นเข้ากับเทรนด์รักษาสุขภาพปีนี้“เอ๊ะ นั่นคุณลัยลา ภรรยาคุณหมอเมฆรึเปล่าคะ”เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยทักจากด้านข้างเรียกให้เจ้าของชื่อหันไปโปรยยิ้มหวาน เธอเห็นเป็นนางพยาบาลสาวสวยคนหนึ่งหยุดยืนมองอยู่ จึงเอ่ยรับน้ำเสียงเป็นมิตร“ใช่ค่ะ”&ldquo







