Share

บทที่ 10

Author: Karawek House
last update Huling Na-update: 2025-08-15 11:48:09

ถูกแล้ว น้องสาวตัวน้อยคนนี้ไม่ใช่คนเขลา แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องปักผ้า ทำขนม พิณ ภาพ หมาก อักษร โคลงกลอน กับหลักคุณธรรมจริยามารยาทเท่านั้น... กับเรื่องการใช้ชีวิต กับเรื่องสันดานร้ายเร้นในจิตใจปุถุชน ตลอดจนเล่ห์เหลี่ยมของพวกใจบาปหยาบช้า นางกลับไม่เคยรู้จัก ไม่รู้เท่าทันสักนิด

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เซียงหรงก็คอยแต่จะคิดไปในทางที่ดี จิตใจนางสะอาดบริสุทธิ์ราวกับหยาดน้ำค้าง นางที่ไหนจะคิดได้ว่าตนเองกำลังถูกกลั่นแกล้งรังแก ถูกเหล่าสตรีเจ้ามารยาจอมเสแสร้งเหล่านั้นเจตนาทำให้ต้องลำบาก ทั้งยังโดนเบียดบัง แย่งชิงเอาของของนางไปแทบทั้งหมด!

นึกถึงเสื้อผ้าของหรงเอ๋อร์ แม้เสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมจะดูดีอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับเสื้อผ้าของพี่สาวน้องสาวจากเรือนอื่นแล้วกลับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคุณหนูที่มาจากตระกูลอันร่ำรวยกับคุณหนูที่เกิดในตระกูลยาจก เฉินจิ้งอี้ก็ยิ่งขุ่นเคืองยิ่งขึ้น

หากโตขึ้น มีกำลังและความสามารถมากพอ พี่ชายอย่างเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมารังแกหรงเอ๋อร์ มาเบียดบัง มาแย่งชิงเอาข้าวของของนางไปง่ายๆ เช่นนี้แน่

ต่อไปหากมีเงินทองในมือมากกว่านี้ เขาจะซื้อของให้หรงเอ๋อร์ให้มากๆ และหากมีอำนาจในมือมากพอเมื่อใด พี่ชายอย่างเขาก็จะจัดการคนเหล่านั้นที่มารังแกหรงเอ๋อร์ให้หมดทุกคน เขาจะสั่งสอนบทเรียนอันเจ็บแสบ จนคนเหล่านั้นไม่กล้ามากลั่นแกล้งรังแกน้องสาวของเขาอีกเลย ไม่เชื่อก็คอยดู!

“พี่ใหญ่” จู่ๆ น้องเล็กก็พูดขึ้นมา น้องเล็กเฉินจิ้งเสียนตัวน้อยย่นหัวคิ้วเข้าหากัน  กล่าวอย่างหนักใจ “ข้ามาคิดๆ ดูแล้ว ก็รู้สึกว่าพี่หญิงสามอ่อนต่อโลกเกินไปสักเล็กน้อย วันหนึ่งหากพี่หญิงสามที่เป็นเช่นนี้แต่งออกจากตระกูลไปอย่างที่ท่านอาจารย์ของพวกเรากล่าว อาจมีผู้กลั่นแกล้งรังแกนาง ไม่สู้...พวกเราช่วยกันพูดกับท่านพ่อ ขอให้พี่หญิงสามไปร่วมศึกษาเล่าเรียนกับพวกเราเหล่าบุรุษ ดีหรือไม่?”

เฉินจิ้งอี้เข้าใจความคิดน้องเล็กของตนเองทันที...

กระทั่งน้องเล็กก็ยังดูออกว่าพี่สาวของตนเองโดนผู้อื่นกลั่นแกล้งรังแก

ทุกเรื่องล้วนโจ่งแจ้งชัดเจนถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าตัวกลับทำเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวกับใครเขาเสียบ้าง?

นี่ต้องเรียกว่าอ่อนต่อโลกเกินไป หรือเป็นคนเรียบง่ายทั้งยังจิตใจดีเสียจนน่าใจหาย จึงไม่รู้จักถือสาผู้ใดเลยสักนิด?

สมควรออกปากขอเรื่องนี้กับท่านพ่อและท่านย่าจริงๆ นั่นละ...

ถ้าหากหรงเอ๋อร์ของเขาได้ร่ำเรียนความรู้นอกตำราจากท่านอาจารย์เหลียงคงเช่นพี่ใหญ่อย่างตนและน้องเล็ก ไม่แน่ว่าอะไรๆ อาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้...

สำคัญที่ว่าบุรุษหัวโบราณคร่ำครึผู้มองโลก มองผู้คน มองอะไรต่อมิอะไรในแง่ดีแต่ถ่ายเดียวอย่างท่านพ่อของเขาจะยอมหรือไม่...

นึกถึงตรงนี้แล้ว เฉินจิ้งอี้ก็ทั้งเหนื่อยหน่ายและสะท้อนใจยิ่งนัก

งานเทศกาลหยวนเซียวของเมืองหลวงเทียนจินยิ่งกว่ายิ่งใหญ่งามตระการ ทั่วทุกตรอก ทั่วทุกสะพาน ล้วนประดับประดาเอาไว้ด้วยโคมไฟ ทั้งยังมีการปล่อยโคมลอยเป็นระยะ สองข้างทางในย่านร้านค้าใจกลางเมืองมีร้านรวงต่างๆ เปิดร้านทำการค้าผิดไปจากทุกวัน ทั้งยังมีผู้มาตั้งแผงออกร้านให้เสี่ยงโชค ทายปริศนา และต่อบทกวีชิงรางวัล ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือร้านขายโคม ร้านขายขนม เป็นต้นว่าถังหูลู่[1] ซานจา[2] น้ำตาลปั้น[3] เซาปิ่ง[4] ทั้งยังมีหมั่นโถว[5]อุ่นร้อนและขนมซึ่งมีเฉพาะในเทศกาลหยวนเซียวอย่าง ‘หยวนจึ[6]’ ที่สมัยก่อนมีทำขึ้นเฉพาะในวังหลวงขายอยู่หลายร้าน ครึกครื้นยิ่ง

ในเทศกาลหยวนเซียว คล้ายกับว่าช่องว่างระหว่างชายหญิงจะลดลงอย่างไรอย่างนั้น ยังไม่นับอีกว่าเซียงหรงและเฉินจิ้งอี้เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา วันนี้ผู้ที่คอยจูงมือน้อยๆ ของนางจึงมิใช่สาวใช้ข้างกาย แต่เป็นพี่ใหญ่อย่างเขา

นับตั้งแต่นั่งรถม้าออกจากจวนมา เฉินจิ้งอี้ก็จูงมือน้องชายน้องสาวร่วมมารดาเอาไว้ไม่ปล่อย ทำหน้าที่พี่ชายใหญ่ได้ทั้งสมบูรณ์แบบและลำเอียงต่อพี่น้องต่างมารดาเป็นอย่างยิ่ง

ทว่าเฉินจิ้งอี้ก็คือเฉินจิ้งอี้ เขามีความคิดเป็นของเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซ้ำนับตั้งแต่มารดาตายจาก ท่านย่ายังพร่ำสอนให้เขารู้จักปกป้องน้องชายและน้องสาว ยังกล่าวอีกว่าเขาซึ่งเป็นพี่ชายใหญ่จะรักน้องชายน้องสาวร่วมมารดาลำเอียงสักเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงพะวงเรื่องพี่น้องในเรือนอื่นที่มีมารดาปกป้องให้มากนัก

สิ่งที่ท่านย่ากล่าว เหตุใดเขาจะไม่เข้าใจ

เป็นธรรมดาที่ปุถุชนย่อมรักปกป้องสายเลือดของตนเอง สนับสนุนส่งเสริมสายเลือดของตนเองเป็นอันดับแรก อนุหาน อนุซู และอนุจาง ที่ไหนเลยจะเห็นเขาและน้องชายน้องสาวที่เกิดจากฟูเหรินผู้ล่วงลับดีกว่าบุตรชายบุตรสาวของตน

บิดาเป็นกั๋วกง มักงานยุ่งอยู่เสมอ ในเมื่ออยู่ในจวนไร้มารดาคอยปกป้อง ตัวเขาที่เป็นพี่ใหญ่ก็ต้องกระทำหน้าที่แทนมารดา คอยปกป้องน้องๆ ของตนเอาไว้ให้ดี

เซียงหรงก้มลงมองมือที่พี่ใหญ่กุมเอาไว้แล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้

ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน...มือของพี่ใหญ่ช่างอบอุ่นยิ่งนัก...

เซียงหรงไม่รู้ตัวว่ารอยยิ้มนั้นละลายหัวใจใครหลายคนในบริเวณนั้น ต่างอดคิดกันไม่ได้ว่าคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงที่บิดาหวงแหนจะต้องเติบใหญ่ขึ้นเป็นโฉมงามอันดับหนึ่ง ไม่ผิดแน่

แม้จะยังเยาว์นัก ทว่ารูปลักษณ์เช่นนี้...ราวกับจะล่มบ้านล่มเมืองได้เลยทีเดียว... มิน่าเล่า เฉินกั๋วกงจึงได้รักและหวงแหนบุตรสาวคนนี้ ไม่ยอมรับการหมั้นหมายจากตระกูลพี่ภรรยาอย่างจวิ้นหวังเถี่ยเม่าจื่อ[7]เพียงหนึ่งเดียวของเทียนจินเราเสียที อืม...

ระยะนี้นั่งปักผ้าหลังขดหลังแข็งอยู่ทุกวัน มาวันนี้ได้ออกมาเที่ยวเล่นถึงนอกจวน เซียงหรงทั้งตื่นเต้น ทั้งมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง เสียดายเพียงอย่างเดียวที่ถุงเงินที่ท่านย่าและท่านพ่อมอบให้ ล้วนถูกน้องหญิงสี่และน้องหญิงห้าขอไปแล้ว ยามนี้นางจึงไม่มีเงินติดตัวเลยสักนิด ต่อให้อยากกินขนมเลิศรสใดก็ต้องอดทน ไม่กล้ารบกวนพี่ชายใหญ่ที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับงานเทศกาล

เห็นน้องเล็กของตนคล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ดูเหม่อลอย เฉินจิ้งอี้ก็เข้าใจไปว่านางเกิดเบื่อหน่ายขึ้นมาจนอยากกลับไปนั่งปักผ้าในเรือนแล้ว

ขณะกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดีนั้น หางตาเฉินจิ้งอี้ก็สังเกตเห็นร้านทายปริศนาชิงโคมไฟ ความคิดดีๆ จึงพลันบังเกิดขึ้นมาทันที

“น้องเล็ก ทางโน้นมีผู้ออกร้านให้ทายปริศนาชิงโคมไฟ คืนนี้พี่ใหญ่จะใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาจากท่านอาจารย์เหลียงคง ชิงโคมไฟที่งดงามแปลกตาให้เจ้ากับน้องเล็กเยอะๆ ดีหรือไม่!”

โคมไฟหรือ?

เซียงหรงมองตามสายตาของพี่ชายใหญ่ ก็เห็นโคมกระต่ายน่ารักน่าเอ็นดูแขวนอยู่อย่างโดดเด่น

“เจ้าอยากได้โคมกระต่ายนั่นหรือ” เฉินจิ้งอี้คาดเดาได้ไม่ยาก

[1] คือขนมที่ทำขึ้นโดยการเอาผลไม้ เช่นพุทธรา หรือแอปเปิ้ล มาเคลือบน้ำตาล

[2] ผลไม้ที่ฝานเป็นแผ่นๆ แล้วเอาไปตากให้แห้ง

[3] ขนมที่ทำขึ้นโดยการเอาน้ำตาลมาผสมสี น้ำ และแบะแซ เคี่ยวให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเอามาปั้นเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปมังกร รูปนกกระเรียน รูปหงส์ รูปคนนั่งตกปลา เป็นต้น

[4] ขนมแป้งทอด ภายในแป้งมักใส่ไส้ต่างๆ เช่น ไส้มัน ไส้เผือก ไส้ถั่วเหลือง ที่นำมาต้มและบด  บางคนอาจคลุกเคล้ากับน้ำตาลลงไปด้วย เป็นต้น

[5] ขนมแป้งนึ่งชนิดหนึ่งที่มีสีขาวและมีสัมผัสอ่อนนุ่ม มักไม่มีไส้

[6] ก็คือขนมหยวนเซียว หรือขนมบัวลอยนั่นเอง

[7] อ๋องหมวกเหล็ก(แปลตามคำ) หมายถึงท่านอ๋องที่สามารถส่งต่อบรรดาศักดิ์ของตนให้ทายาทได้ ทั้งๆ ที่ปกติแล้ว เมื่อมาถึงรุ่นทายาท บรรดาศักดิ์จะถูกลดลงหนึ่งขั้น ไม่ได้เป็นจวิ้นหวังเหมือนบิดา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 161

    “แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 160

    องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 159

    เซียงหรงถูกพาไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าคลุมสีแดงปักลายยวนยาง ตอนนั้นเองที่จวิ้นหวังเฟยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมบุตรชายที่ยามนี้ทุกคนในตำหนักได้เห็นแล้วว่าจ๋างจื่อของพวกตนช่างยิ้มได้งดงามนัก จวิ้นหวังเฟยรับจานเกี๊ยวมาจากแม่สื่อ ก่อนคีบป้อนสะใภ้หมาดๆ ของตนเองผ่านผ้าคลุมหน้า เซียงหรงได้แต่อ้าปากรับ ก่อนจะเคี้ยวแล้วเบิกตาโพลง …คายออกได้หรือไม่ มันยังดิบอยู่เลย... จวิ้นหวังเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนถาม “ดิบหรือไม่” เซียงหรงไม่กล้าเบ้ปาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ดิบเจ้าค่ะ” “ดีแล้ว ดิบก็ดีแล้ว” สตรีที่แต่งงานแล้วทุกคนในที่นั้นหัวเราะเสียงใส ก่อนที่พระชายาจะวางเกี๊ยวกลับไปให้กับแม่สื่อ “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด จือหลิน เจ้ายังคงต้องไปรับแขกอยู่นะ” “ขอรับท่านแม่” เขาพยักหน้า รอจนกระทั่งมารดาและคนอื่นๆ เดินออกไป หลี่จือหลินจึงหันกลับมาหาเจ้าสาวของตนเองอีกครั้ง พลางยกน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ “ค่อยๆ ดื่ม อาหารเหล่านี้เจ้ากินได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องรอข้ากลับมาหรอก หากง่วงก็นอนก่อนเสีย” “…เกี๊ยวเมื่อครู่ไม่เห็นอร่อยสักน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 158

    เฉินเหม่ยลี่กับเฉินชิวเยว่ ผู้หนึ่งเตรียมตัวก่อเรื่อง ผู้หนึ่งหวังชมเรื่องสนุก ต่างฝ่ายต่างแย้มยิ้มให้กันขณะนั่งร่วมเกี้ยวเล็กๆ ตามเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ดูรักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างมาก จนเฉินเหม่ยเซียงและเฉินหมิงเยว่อดตะขิดตะขวงใจแทนไม่ได้ขบวนแห่เจ้าสาวครั้งนี้ยาวเหยียด มีผู้คนมาโห่ร้องยินดีมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเห็นขบวนสินเดิมเจ้าสาวที่กล่าวกันว่ายาวหลายลี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อบ้านของตำหนักจวิ้นหวังช่างมือหนัก โปรยเหรียญมงคลให้กับผู้ที่อำนวยพรคู่บ่าวสาวไม่หยุดหย่อนเพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคำอวยพรยินดี มาถึงตรงนี้ เหล่าบุตรสาวสกุลเฉินในเกี้ยวต่างสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาฉายแววริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง แม้เฉินชิวเยว่เองจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยไปกว่าเฉินเซียงหรงที่ใด ซ้ำคู่ครองในอนาคตของนาง ก็ยังเป็นถึงผู้สูงศักดิ์ที่จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังอย่างหลี่จือหลินเทียบไม่ติด แต่นางกลับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าองค์ชายสามจะทุ่มเทให้กับนาง ดังเช่นที่จวิ้นหวังจ๋างจื่อทำให้น้องสามสารเลวสมควรตายหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเฉินเหม่ยลี่ ที่ยามนี้ผ้าเช็ดหน้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 157

    เซียงหรงเม้มปากแน่น แต่นางถอยหลังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นแม้ว่าเทียนจินในยามนี้จะมิได้เคร่งครัดในเรื่องการยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกเช่นรัชสมัยอื่นๆ แต่ว่านางก็หวังไม่ให้บิดาดำเนินไปในทางผิดมากกว่านี้...อนุหานไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนกั๋วกงได้จริงๆเซียงหรงตามองจมูก จมูกมองใจ [1]นางได้ยินเสียงบิดาพูดอวยพร ทว่ากลับฟังไม่รู้ความแล้วสักคำนางไร้มารดา จึงมีเพียงแต่ป้ายวิญญาณเท่านั้นที่นางเคารพกราบไหว้แม้ว่าอนุหานจะนั่งอยู่ด้านข้างเฉินกั๋วกง สวมชุดสีเดียวกับอาทิตย์อัสดงที่เกือบคล้ายสีแดงสด ทว่าอนุผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการคารวะจากคุณหนูสายตรงเช่นนางกว่าที่เซียงหรงจะรู้ตัวอีกที ก็ถูกพี่ชายใหญ่แบกขึ้นหลัง พาเดินออกจากจวนกั๋วกงทีละก้าวๆ ด้วยฝีเท้ามั่นคงชั่วอึดใจนั้น ร่างบอบบางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย นางจับเสื้อเขาเอาไว้แน่น น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาทีละหยดตกต้องบ่าของคุณชายใหญ่แห่งจวนเฉินกั๋วกง“จำไว้ หรงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาที่นี่ได้เสมอ” พี่ชายนาง เฉินจิ้งอี้ พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าได้กลัว อย่าได้กังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จวนเฉินกั๋วกงและพี่ใหญ่จะยืนเคียงข้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 156

    อนุหาน หานชิงเยว่ รีบฉวยโอกาสขณะเฉินกั๋วกงกำลังรับคำแสดงความยินดีจากอดีตเสนาบดีสวีผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของสวีหวงโฮ่ว ซึ่งกำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และท่านปู่กับท่านลุงของนาง มุ่งหน้าไปบอกกล่าวหว่านล้อมขออนุญาตให้ ‘บุตรสาว’ อีกสี่คนสามารถติดตามขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปส่งตัวพี่หญิงน้องหญิงของตนออกเรือนได้ ขณะที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะ เสียงหัวเราะเฮฮาประสมกันเมื่อพี่ชายน้องชายของเจ้าสาวทดสอบว่าที่ท่านเขยของตนเองด้วยปัญหาเชาว์เซียงหรงได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของหลี่จือหลินตอบคำถามแต่ละข้อจนครบ ร่ายบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ ต่อหน้าผู้ทดสอบและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานคนอื่นๆเสียงของผู้คนมากมายเริ่มย้ายไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อหลี่จือหลิน ต้องคำนับบรรพบุรุษในจวนกั๋วกงเพื่อบอกกล่าวว่าเขาได้มารับเจ้าสาวสกุลเฉินแล้ว แล้วจึงกลับมารอเจ้าสาวของตนที่หน้าห้องโถงพิธี รอให้นางออกไปกราบไหว้บิดามารดาอีกครั้งแล้วจึงออกขบวนเซียงหรงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหวไปตามการจับจูงของผู้คน เริ่มจากฟูเหรินมงคล จากนั้นก็เป็นมือใหญ่ของหลี่จือหลินที่รอรับอยู่อย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะพานางไปกราบไหว้บิ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status