Share

บทที่ 10

Author: Karawek House
last update publish date: 2025-08-15 11:48:09

ถูกแล้ว น้องสาวตัวน้อยคนนี้ไม่ใช่คนเขลา แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องปักผ้า ทำขนม พิณ ภาพ หมาก อักษร โคลงกลอน กับหลักคุณธรรมจริยามารยาทเท่านั้น... กับเรื่องการใช้ชีวิต กับเรื่องสันดานร้ายเร้นในจิตใจปุถุชน ตลอดจนเล่ห์เหลี่ยมของพวกใจบาปหยาบช้า นางกลับไม่เคยรู้จัก ไม่รู้เท่าทันสักนิด

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เซียงหรงก็คอยแต่จะคิดไปในทางที่ดี จิตใจนางสะอาดบริสุทธิ์ราวกับหยาดน้ำค้าง นางที่ไหนจะคิดได้ว่าตนเองกำลังถูกกลั่นแกล้งรังแก ถูกเหล่าสตรีเจ้ามารยาจอมเสแสร้งเหล่านั้นเจตนาทำให้ต้องลำบาก ทั้งยังโดนเบียดบัง แย่งชิงเอาของของนางไปแทบทั้งหมด!

นึกถึงเสื้อผ้าของหรงเอ๋อร์ แม้เสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมจะดูดีอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับเสื้อผ้าของพี่สาวน้องสาวจากเรือนอื่นแล้วกลับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคุณหนูที่มาจากตระกูลอันร่ำรวยกับคุณหนูที่เกิดในตระกูลยาจก เฉินจิ้งอี้ก็ยิ่งขุ่นเคืองยิ่งขึ้น

หากโตขึ้น มีกำลังและความสามารถมากพอ พี่ชายอย่างเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมารังแกหรงเอ๋อร์ มาเบียดบัง มาแย่งชิงเอาข้าวของของนางไปง่ายๆ เช่นนี้แน่

ต่อไปหากมีเงินทองในมือมากกว่านี้ เขาจะซื้อของให้หรงเอ๋อร์ให้มากๆ และหากมีอำนาจในมือมากพอเมื่อใด พี่ชายอย่างเขาก็จะจัดการคนเหล่านั้นที่มารังแกหรงเอ๋อร์ให้หมดทุกคน เขาจะสั่งสอนบทเรียนอันเจ็บแสบ จนคนเหล่านั้นไม่กล้ามากลั่นแกล้งรังแกน้องสาวของเขาอีกเลย ไม่เชื่อก็คอยดู!

“พี่ใหญ่” จู่ๆ น้องเล็กก็พูดขึ้นมา น้องเล็กเฉินจิ้งเสียนตัวน้อยย่นหัวคิ้วเข้าหากัน  กล่าวอย่างหนักใจ “ข้ามาคิดๆ ดูแล้ว ก็รู้สึกว่าพี่หญิงสามอ่อนต่อโลกเกินไปสักเล็กน้อย วันหนึ่งหากพี่หญิงสามที่เป็นเช่นนี้แต่งออกจากตระกูลไปอย่างที่ท่านอาจารย์ของพวกเรากล่าว อาจมีผู้กลั่นแกล้งรังแกนาง ไม่สู้...พวกเราช่วยกันพูดกับท่านพ่อ ขอให้พี่หญิงสามไปร่วมศึกษาเล่าเรียนกับพวกเราเหล่าบุรุษ ดีหรือไม่?”

เฉินจิ้งอี้เข้าใจความคิดน้องเล็กของตนเองทันที...

กระทั่งน้องเล็กก็ยังดูออกว่าพี่สาวของตนเองโดนผู้อื่นกลั่นแกล้งรังแก

ทุกเรื่องล้วนโจ่งแจ้งชัดเจนถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าตัวกลับทำเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวกับใครเขาเสียบ้าง?

นี่ต้องเรียกว่าอ่อนต่อโลกเกินไป หรือเป็นคนเรียบง่ายทั้งยังจิตใจดีเสียจนน่าใจหาย จึงไม่รู้จักถือสาผู้ใดเลยสักนิด?

สมควรออกปากขอเรื่องนี้กับท่านพ่อและท่านย่าจริงๆ นั่นละ...

ถ้าหากหรงเอ๋อร์ของเขาได้ร่ำเรียนความรู้นอกตำราจากท่านอาจารย์เหลียงคงเช่นพี่ใหญ่อย่างตนและน้องเล็ก ไม่แน่ว่าอะไรๆ อาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้...

สำคัญที่ว่าบุรุษหัวโบราณคร่ำครึผู้มองโลก มองผู้คน มองอะไรต่อมิอะไรในแง่ดีแต่ถ่ายเดียวอย่างท่านพ่อของเขาจะยอมหรือไม่...

นึกถึงตรงนี้แล้ว เฉินจิ้งอี้ก็ทั้งเหนื่อยหน่ายและสะท้อนใจยิ่งนัก

งานเทศกาลหยวนเซียวของเมืองหลวงเทียนจินยิ่งกว่ายิ่งใหญ่งามตระการ ทั่วทุกตรอก ทั่วทุกสะพาน ล้วนประดับประดาเอาไว้ด้วยโคมไฟ ทั้งยังมีการปล่อยโคมลอยเป็นระยะ สองข้างทางในย่านร้านค้าใจกลางเมืองมีร้านรวงต่างๆ เปิดร้านทำการค้าผิดไปจากทุกวัน ทั้งยังมีผู้มาตั้งแผงออกร้านให้เสี่ยงโชค ทายปริศนา และต่อบทกวีชิงรางวัล ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือร้านขายโคม ร้านขายขนม เป็นต้นว่าถังหูลู่[1] ซานจา[2] น้ำตาลปั้น[3] เซาปิ่ง[4] ทั้งยังมีหมั่นโถว[5]อุ่นร้อนและขนมซึ่งมีเฉพาะในเทศกาลหยวนเซียวอย่าง ‘หยวนจึ[6]’ ที่สมัยก่อนมีทำขึ้นเฉพาะในวังหลวงขายอยู่หลายร้าน ครึกครื้นยิ่ง

ในเทศกาลหยวนเซียว คล้ายกับว่าช่องว่างระหว่างชายหญิงจะลดลงอย่างไรอย่างนั้น ยังไม่นับอีกว่าเซียงหรงและเฉินจิ้งอี้เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา วันนี้ผู้ที่คอยจูงมือน้อยๆ ของนางจึงมิใช่สาวใช้ข้างกาย แต่เป็นพี่ใหญ่อย่างเขา

นับตั้งแต่นั่งรถม้าออกจากจวนมา เฉินจิ้งอี้ก็จูงมือน้องชายน้องสาวร่วมมารดาเอาไว้ไม่ปล่อย ทำหน้าที่พี่ชายใหญ่ได้ทั้งสมบูรณ์แบบและลำเอียงต่อพี่น้องต่างมารดาเป็นอย่างยิ่ง

ทว่าเฉินจิ้งอี้ก็คือเฉินจิ้งอี้ เขามีความคิดเป็นของเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซ้ำนับตั้งแต่มารดาตายจาก ท่านย่ายังพร่ำสอนให้เขารู้จักปกป้องน้องชายและน้องสาว ยังกล่าวอีกว่าเขาซึ่งเป็นพี่ชายใหญ่จะรักน้องชายน้องสาวร่วมมารดาลำเอียงสักเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงพะวงเรื่องพี่น้องในเรือนอื่นที่มีมารดาปกป้องให้มากนัก

สิ่งที่ท่านย่ากล่าว เหตุใดเขาจะไม่เข้าใจ

เป็นธรรมดาที่ปุถุชนย่อมรักปกป้องสายเลือดของตนเอง สนับสนุนส่งเสริมสายเลือดของตนเองเป็นอันดับแรก อนุหาน อนุซู และอนุจาง ที่ไหนเลยจะเห็นเขาและน้องชายน้องสาวที่เกิดจากฟูเหรินผู้ล่วงลับดีกว่าบุตรชายบุตรสาวของตน

บิดาเป็นกั๋วกง มักงานยุ่งอยู่เสมอ ในเมื่ออยู่ในจวนไร้มารดาคอยปกป้อง ตัวเขาที่เป็นพี่ใหญ่ก็ต้องกระทำหน้าที่แทนมารดา คอยปกป้องน้องๆ ของตนเอาไว้ให้ดี

เซียงหรงก้มลงมองมือที่พี่ใหญ่กุมเอาไว้แล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้

ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน...มือของพี่ใหญ่ช่างอบอุ่นยิ่งนัก...

เซียงหรงไม่รู้ตัวว่ารอยยิ้มนั้นละลายหัวใจใครหลายคนในบริเวณนั้น ต่างอดคิดกันไม่ได้ว่าคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงที่บิดาหวงแหนจะต้องเติบใหญ่ขึ้นเป็นโฉมงามอันดับหนึ่ง ไม่ผิดแน่

แม้จะยังเยาว์นัก ทว่ารูปลักษณ์เช่นนี้...ราวกับจะล่มบ้านล่มเมืองได้เลยทีเดียว... มิน่าเล่า เฉินกั๋วกงจึงได้รักและหวงแหนบุตรสาวคนนี้ ไม่ยอมรับการหมั้นหมายจากตระกูลพี่ภรรยาอย่างจวิ้นหวังเถี่ยเม่าจื่อ[7]เพียงหนึ่งเดียวของเทียนจินเราเสียที อืม...

ระยะนี้นั่งปักผ้าหลังขดหลังแข็งอยู่ทุกวัน มาวันนี้ได้ออกมาเที่ยวเล่นถึงนอกจวน เซียงหรงทั้งตื่นเต้น ทั้งมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง เสียดายเพียงอย่างเดียวที่ถุงเงินที่ท่านย่าและท่านพ่อมอบให้ ล้วนถูกน้องหญิงสี่และน้องหญิงห้าขอไปแล้ว ยามนี้นางจึงไม่มีเงินติดตัวเลยสักนิด ต่อให้อยากกินขนมเลิศรสใดก็ต้องอดทน ไม่กล้ารบกวนพี่ชายใหญ่ที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับงานเทศกาล

เห็นน้องเล็กของตนคล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ดูเหม่อลอย เฉินจิ้งอี้ก็เข้าใจไปว่านางเกิดเบื่อหน่ายขึ้นมาจนอยากกลับไปนั่งปักผ้าในเรือนแล้ว

ขณะกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดีนั้น หางตาเฉินจิ้งอี้ก็สังเกตเห็นร้านทายปริศนาชิงโคมไฟ ความคิดดีๆ จึงพลันบังเกิดขึ้นมาทันที

“น้องเล็ก ทางโน้นมีผู้ออกร้านให้ทายปริศนาชิงโคมไฟ คืนนี้พี่ใหญ่จะใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาจากท่านอาจารย์เหลียงคง ชิงโคมไฟที่งดงามแปลกตาให้เจ้ากับน้องเล็กเยอะๆ ดีหรือไม่!”

โคมไฟหรือ?

เซียงหรงมองตามสายตาของพี่ชายใหญ่ ก็เห็นโคมกระต่ายน่ารักน่าเอ็นดูแขวนอยู่อย่างโดดเด่น

“เจ้าอยากได้โคมกระต่ายนั่นหรือ” เฉินจิ้งอี้คาดเดาได้ไม่ยาก

[1] คือขนมที่ทำขึ้นโดยการเอาผลไม้ เช่นพุทธรา หรือแอปเปิ้ล มาเคลือบน้ำตาล

[2] ผลไม้ที่ฝานเป็นแผ่นๆ แล้วเอาไปตากให้แห้ง

[3] ขนมที่ทำขึ้นโดยการเอาน้ำตาลมาผสมสี น้ำ และแบะแซ เคี่ยวให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเอามาปั้นเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปมังกร รูปนกกระเรียน รูปหงส์ รูปคนนั่งตกปลา เป็นต้น

[4] ขนมแป้งทอด ภายในแป้งมักใส่ไส้ต่างๆ เช่น ไส้มัน ไส้เผือก ไส้ถั่วเหลือง ที่นำมาต้มและบด  บางคนอาจคลุกเคล้ากับน้ำตาลลงไปด้วย เป็นต้น

[5] ขนมแป้งนึ่งชนิดหนึ่งที่มีสีขาวและมีสัมผัสอ่อนนุ่ม มักไม่มีไส้

[6] ก็คือขนมหยวนเซียว หรือขนมบัวลอยนั่นเอง

[7] อ๋องหมวกเหล็ก(แปลตามคำ) หมายถึงท่านอ๋องที่สามารถส่งต่อบรรดาศักดิ์ของตนให้ทายาทได้ ทั้งๆ ที่ปกติแล้ว เมื่อมาถึงรุ่นทายาท บรรดาศักดิ์จะถูกลดลงหนึ่งขั้น ไม่ได้เป็นจวิ้นหวังเหมือนบิดา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (จบ)

    4.5 องค์ชายสาม หลี่หยางเหวินในยามเช้าที่แสงอรุณอ่อนละมุนลอดผ่านม่านมุกขาวนวลตา มีเสียงนกร้องพาให้รู้สึกได้ว่าแผ่นดินนี้ช่างสงบสุข กลับมีเสียงโวยวายดังกลบเสียงนกเหล่านั้น ทำเอาเหล่าข้ารับใช้ตกใจแตกตื่นกันไปหมด“พวกเจ้าอีกแล้ว! มาขโมยกินผลท้อของข้าอีกแล้ว!”เสียงตะโกนปานจะถล่มวังเป็นของเด็กชายร่างเล็กผู้หนึ่งมือข้างหนึ่งของเขาถือหน้าไม้อันเล็กที่พี่ชายฝาแฝดทำให้ อีกข้างกำสายหนังที่ใช้รัดกระบอกใส่ลูกดอกหน้าไม้ไว้แน่น ในยามที่เหล่าข้ารับใช้ช่วย กันเปิดหน้าต่างรับลมยามเช้า เขากลับปีนขึ้นต้นไม้ไปเรียบร้อยแล้วเด็กชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นองค์ชายสาม ‘หลี่หยางเหวิน’ ทายาทองค์ที่ห้าของหวงตี้ แฝดชายขององค์ชายหลี่อวี่เหวิน...หากแฝดชายผู้พี่อย่างหลี่อวี่เหวินเป็นหมึกที่ซึมลงบนกระดาษ หลี่หยางเหวินก็คือฝีพู่กันที่ถูกสะบัดสาดไร้ทิศทาง หากพี่ชายฝาแฝดอย่างหลี่อวี่เหวินเป็นแม่น้ำสงบนิ่ง หลี่หยางเหวินก็เป็นลำธารเชี่ยวกรากที่ไม่เคยหยุดนิ่งเขาไม่ได้สนใจตำราหรือกังวลยศศักดิ์ แต่กลับรู้ว่าต้นเหมยหลังตำ หนักต้องปีนขึ้นอย่างไรเปลือกไม้จึงจะไม่ถลอก รู้ว่าปลาตะเพียนในสระชอบกินไส้เดือนมากกว่าข้าวสุก และ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (2)

    4.3 องค์หญิงรอง หลี่ลี่ซินในยามย่ำรุ่ง เพียงแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าไหมเนื้อบางปักลายดอกเหมยสีครามอ่อนที่ห้อยอยู่เหนือหน้าต่าง ไม่ทันที่นกสักตัวจะส่งเสียงร้อง องค์หญิงรอง ‘หลี่ลี่ซิน’ ก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้วนางอายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น แต่ผิวพรรณผุดผ่องละมุนละไม จริตกิริยานิ่มนวลไม่ต่างจากหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกหลี รอยยิ้มของนางเปรียบได้ดั่งแสงอ่อนแรกของยามเช้า ยามข้ารับใช้พบเจอล้วนแล้วแต่รู้สึกว่าองค์หญิงรองช่างเติบโตมาได้ดียิ่งนักไม่ใช่ว่าองค์หญิงและองค์ชายองค์อื่นไม่ดี เพียงแต่องค์หญิงรองของพวกเขาเหล่าข้ารับใช้อ่อนโยนใจดีกับทุกคนเป็นที่หนึ่ง ราวกับเป็นพระโพธิสัตว์มาจุติก็ไม่ปานทุกเช้าลี่ซินมักจะเตรียมของใช้ ‘จำเป็น’ ของเหล่าพี่น้องให้เรียบร้อย ไม่เว้นแม้แต่ขององค์ชายหยางเหวินผู้นิยมแอบหนีไปปีนต้นไม้ บ้างก็ยิงนก บ้างก็ตกปลา มากกว่ามานั่งอ่านตำราหรือสนทนากับเหล่าพี่น้องลี่ซินไม่เพียงแต่รู้จักเตรียมพร้อม แต่ยังตาไวยิ่งนักทันทีที่เห็นหน้าน้องชายสาม หยางเหวิน นางก็ทอดถอนใจ ก่อนเอ่ย“เสื้อเจ้าขาดตรงชายอีกแล้ว...ยื่นมาเถอะ ข้าจะปะให้เจ้า”“ขาดอีกแล้วหรือ...” หยางเหวินหัวเราะแหะๆ พลางยื่นแขนเสื้

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (1)

    4.1 องค์ชายใหญ่ หลี่หลงหานใต้ร่มอู่ถงต้นใหญ่โตหลังตำหนักคุนหนิงของหวงโฮ่ว องค์ชายใหญ่ ‘หลี่หลงหาน’ ในวัยสิบเอ็ดชันษา ประทับนิ่งอยู่กลางศาลา โบกพัดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆมงคลในมือเบาๆ ขณะกวาดสายตาที่ดูสงบไว้สง่าไปยังน้องๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างอลหม่าน"บุรุษพึงสงบเยี่ยงภูผา อารมณ์มั่นคงดุจสายน้ำ...ผู้นำสมควรวางตนเป็นเสาหลักของแผ่นดิน..." องค์ชายกล่าวกับถ้วยชาเบื้องหน้า ทว่าในมือกลับซ่อนหนังสือนิยายที่ลอบหยิบมาจากตำหนักคุนหนิงเอาไว้แฝดสี่ที่กำลังแย่งขนมดอกเหมยกันอยู่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ถกเถียงกันยืดยาวก็ไม่จบไม่สิ้น องค์ชายใหญ่ฟังจนปวดหัว สุดท้ายก็ทอดถอนใจออกมาเขาผินหน้ามองน้องๆ ทั้งสี่ เอ่ยเสียงขรึม “พวกเจ้า…รู้ฐานะตนเองหรือไม่ เป็นเพียงแค่ขนมไม่กี่ชิ้นเท่านั้น อย่าให้ขนมไม่กี่ชิ้นทำให้บรรยากาศเงียบสงบของวังหลวงต้องเสียไป”องค์ชายสามหลี่หยางเหวินยิ้มเผล่ทันที “ท่านพี่ เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินท่านหัวเราะตอนพลิกหน้านิยายของเสด็จแม่อ่านนะ!”องค์ชายใหญ่สะดุ้ง หน้าขาวผ่องขึ้นสีแดงจางๆ ทันทีพระองค์กระแอมสองครั้ง ก่อนกล่าวอย่างองอาจ “ข้าเพียงตรวจสอบการเล่าเรื่องเพื่อเตรียมสอนเจ้าทั้งหลาย นิ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 3 ครอบครัว (จบ)

    ณ ค่ำคืนหนึ่งก่อนวันประสูติไม่กี่เดือน เมื่อลมตะวันตกเย็นยะเยือกพัดผ่านกำแพงสูงของวังหลวงเข้าสู่ตำหนักคุนหนิง...ใต้แสงจันทร์สลัว รถม้าธรรมดาไร้ตราประจำตระกูลแล่นเข้าสู่เขตเมืองหลวงโดยสะดวก เนื่องด้วยเหล่าทหารรักษาเมืองล้วนจดจำคนบนรถม้าได้ดี จึงต่างพร้อมใจน้อมกายหลีกทางให้“หมอเทวดาสือกลับมาแล้ว!”เหล่าทหารรักษาประตูเมืองซึ่งเคยติดตามหวงตี้ไปผจญโรคระบาดในอดีตต่างยินดีเป็นอย่างมากชายชราในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบเรียบง่ายมีสายตาลุ่มลึกและเฉียบคมอย่างคนผ่านการเห็นความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน แม้จะไร้ยศตำแหน่ง แต่ชื่อของเขา ‘สือหมิน’ ก็โด่งดังไปทั่วหล้า ผู้คนต่างรู้ว่าคนผู้นี้คือหมอเทวดาที่ช่วยแก้โรคระบาดฝีเมล็ดถั่วให้หวงตี้ซึ่งยามนั้นยังเป็นจวิ้นหวังจ๋างจื่อ รวมถึงทหารและชาวต้าเทียนจำนวนมาก ก่อนหายตัวไปเมื่อราวสองสามปีก่อนบัดนี้ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อสตรีผู้หนึ่งณ ตำหนักคุนหนิง เฉินเซียงหรงหวงโฮ่วนั่งพิงหมอนหยกใหญ่โตที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ ใต้เสื้อคลุมผ้าแพรปักลายหงส์สีทอง หน้าท้องของพระนางใหญ่โตเป็นอย่างมาก แม้ใบหน้างดงามยังอิ่มเอิบแต่ดวงตากลับแฝงความเคร่งเครียด โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ใต้ผ้าห่ม

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 3 ครอบครัว (1)

    เสียงหัวเราะ เสียงร้องเรียก เสียงโต้เถียง และเสียงฝีเท้าซุกซน ไม่เคยขาดหายไปจากตำหนักใน…เหล่านี้คือบรรยากาศที่ไม่อาจพบในวังหลวงใดตั้งแต่ยามรุ่งสางที่ตะวันทอแสงจางๆ สาดเข้ามายังตำหนักคุนหนิง สรรพเสียงก็กึกก้องขึ้นทั่ววังหลังราวกับมีทัพม้าบุกเข้าวังทั้งเสียงนางกำนัลไล่จับองค์หญิงใหญ่ผู้พยายามทำเรื่องซุกซนในห้องเครื่องเสียงองค์ชายรองเถียงองค์ชายใหญ่เรื่องลำดับความฉลาดเสียงองค์ชายสามพยายามอ้อนวอนให้บิดาสอนฝึกยุทธเสียงร้องไห้ขององค์หญิงสาม องค์หญิงสี่ ที่ทะเลาะกันเพราะแบ่งขนมดอกเหมยที่มารดาทำให้ไม่ลงตัวและเสียงองค์หญิงรองคอยห้ามปราม คอยปลอบโยน ทั้งยังช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องระหว่างพวกเขาทั้งหกไม่มีวันใดเลยที่วังหลังจะเงียบสงบ นับแต่วันที่เฉินเซียงหรงให้กำเนิดองค์ชายและองค์หญิงถึงเจ็ดพระองค์!ใครเล่าจะคาดคิด ว่าหลี่จือหลินหวงตี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตั้งสัตย์ปฏิญาณแน่วแน่ ว่าจะไม่ปล่อยให้ภรรยารักต้องทรมานเพราะการคลอดบุตรเกินกว่า สี่คน จะกลายเป็นบิดาขององค์ชายและองค์หญิงน้อยทั้งเจ็ดใช่ว่าพระองค์ไม่ปรารถนาจะมีบุตร แต่เป็นเพราะรักภรรยามากเกิน ไป ทั้งยังรู้ดีว่ายามตั้งครรภ์ ภรรยามักแสร้งว่ายิ้ม

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 2 สตรีที่งดงามที่สุด

    หลังพิธีวิวาห์ที่ตำหนักจวิ้นหวังจัดให้อย่างอบอุ่น ตงหลินก็ไม่รอช้า พาซู่ซินออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วแผ่นดิน เพื่อชดเชยวันเวลาที่นางคล้ายเคยถูกจำกัดให้อยู่เพียงในเรือนหลังของจวนสกุลเฉินนับตั้งแต่รู้ความ ซู่ซินถูกขายเข้าจวนสกุลเฉิน ต่อมาเมื่อโตขึ้นได้รับความเมตตาจากเฉินฟูเหริน หลี่เซียงเหลียน กลายเป็นสาวใช้ข้างกายที่เฉินฟูเหรินรักถนอมที่สุด นั่นเป็นช่วงเวลาที่นางมีความสุขเป็นอย่างมากใครจะนึกว่าความสุขนั้นจะอยู่เพียงไม่นาน ฟูเหรินที่น่าสงสารต้องกลของอนุ ถูกวางยาสังหาร นับแต่นั้นนางจึงสาบานว่าจะปกป้องดูแล ‘คุณหนูสาม’ บุตรสาวเพียงคนเดียวที่ฟูเหรินเหลือทิ้งไว้ แม้ฟูเหรินจะเคยทำลายสัญญาขายตัวของนางทิ้งไปนานแล้วก็ตามเมื่อสิ้นฟูเหริน นางรับหน้าที่เป็นสาวใช้ข้างกายคุณหนูสามผู้มีชะตาอาภัพ ถูกอนุของบิดาใส่ร้ายจนถูกกักขังไว้ในจวน แต่ละวันต้องทนถูกผู้อื่นข่มเหงเอาเปรียบคุณหนูสามของนางไร้เดียงสาจิตใจงดงามยิ่งนัก แม้จะมีผู้มารังแก คุณหนูสามก็ไม่เคยโต้กลับ ทั้งยังยอมยกข้าวของดีๆ ของตนให้พี่หญิงน้องหญิงที่เกิดจากอนุภรรยา ทนใช้เสื้อผ้าเก่าๆ เรียบๆ โดยไม่ปริปากบ่น...เห็นคุณหนูสามเป็นเช่นนี้ แม้จะมีค

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 1

    ย้อนกลับไปเมื่อราวสิบกว่าปีก่อน ณ จวนเฉินกั๋วกงเปรี้ยง!เสียงสายฟ้าฟาด ทำเอาคุณหนูสามตัวน้อยสะดุ้งตื่นทันที“ยัง...ยังไม่เช้าเลย...” เฉินเซียงหรงกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างหวาดๆ ยิ่งเห็นเงากิ่งไม้ด้านนอกเรือนยืดยาวขยับโยกเหมือนมีชีวิต ดวงตากลมๆ ก็ยิ่งเบิกโต ลมหายใจติดขัด สองมือน้อยๆ กอดผ้าห่มไว้แน่น

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทนำ

    เทศกาลชมบุปผาวันนี้อากาศดี ดอกไม้งาม สายน้ำเย็นใส ทว่าเฉินเซียงหรงกลับไม่เหลือแก่ใจจะชื่นชมธรรมชาติใดใดอีกแล้วนับตั้งแต่เกิดมา นางไม่เคยต้องพบความกดดันมากเท่านี้!ยามนี้ นาง ในฐานะ ‘สตรีที่งดงามที่สุด และทรงภูมิที่สุด’ ทั้งยังอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘สาวงามรุ่นเยาว์ที่สูงส่งและน่าจับตามองเป็นที่สุด’ ยื

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 162

    เฉินเซียงหรงที่ไม่รู้ตัวว่าตนเองถูกมาดหมายอย่างไร รับหนังสือจากมือซู่ซินแล้วเปิดอ่านต่ออย่างตื่นเต้นซู่ซินเห็นสาวใช้ที่ถูกคัดสรรมาให้นายหญิงของตนดูไม่ได้มีสันดานร้ายเร้นก็อมยิ้มอย่างมีความสุข ขณะที่เสี่ยวปาเดินไปยังประตู แล้วหันมาบอก ‘คุณหนู’ ที่เพิ่งจะกลายมาเป็น ‘นายหญิง’ ว่า “จ๋างจื่อฟูเหริน จวิ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 155

    เป้าหมายของเฉินเหม่ยลี่...แปดส่วนคงเป็นจวิ้นหวังจ๋างจื่อแน่แล้ว… หากเป็นเวลาปกติ นางคงยื่นมือเข้าช่วยเฉินเหม่ยลี่ไม่มากก็น้อย ทว่ายามนี้นางถูกทาบทามให้แต่งให้องค์ชายสามแล้ว เมื่อพิจารณาจากการที่รัชทายาทองค์ปัจจุบันนั้นไร้สามารถ ทำตัวอ่อนปวกเปียก ทั้งยังมีจุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ตรงที่ชั่วชีวิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status