Share

บทที่ 9

Author: Karawek House
last update publish date: 2025-08-15 11:47:09

น้องเล็กของนาง แม้อายุยังไม่เต็มห้าขวบปี นับว่ายังเด็กนัก กลับพูดจาฉะฉาน เซียงหรงเห็นแล้วก็ทั้งเอ็นดูทั้งปลื้มใจ นางแย้มรอยยิ้มงดงามราวกับดอกไม้ในวสันตฤดู กล่าวชื่นชมน้องเล็กเสียงใส

“น้องเล็กแม้ยังเล็กกลับดูห้าวหาญพึ่งพาได้ สมกับที่ได้ร่วมเรียนเขียนอ่านจากท่านอาจารย์เหลียงคง อาจารย์ท่านเดียวกับที่อบรมสั่งสอนพี่ใหญ่ของพวกเราจนเติบใหญ่ขึ้นมาเป็นบุรุษผู้งามสง่า เก่งกล้าสามารถ ซึ่งท่านย่า ท่านพ่อ และข้า ยิ่งกว่าภาคภูมิใจ...” เซียงหรงกล่าวประโยคเดียว ทำเอาพี่ชายน้องชายร่วมมารดาที่ถูกชมอย่างไม่ทันตั้งตัวรู้สึกตัวเบาจนเหมือนจะลอยได้ นางยังกล่าวต่อไป “วันนี้พี่ใหญ่ที่เก่งกาจงามสง่าของข้าไม่ท่องตำราโคลงกลอนให้ท่านพ่อของพวกเราฟัง กลับพาน้องเล็กมาหาข้าเช่นนี้ได้ มีเรื่องดีๆ ใดเช่นนั้นหรือ?”

ที่จริงแล้วเซียงหรงพอจะคาดเดาได้ว่าพี่ชายและน้องชายของตนมาหาเพราะเหตุใด พวกเขามาหานางก็เพราะคืนนี้เป็นคืนเทศกาลหยวนเซียว

ดังคาด พี่ใหญ่ของนางและน้องเล็กมาหาเพราะเรื่องนี้จริงๆ

“สาวใช้ที่ท่านพ่อให้มาตามตัวเจ้ากล่าวว่าปีนี้เจ้าจะไม่ไปเที่ยวชมงานเทศกาลกับพวกเรา พี่ใหญ่สังหรณ์ใจว่าเจ้าอาจมัวฝืนทำเรื่องเหลวไหลไม่เข้าท่า ทรมานตนเอง จึงรีบมาดูให้เห็นกับตา” เฉินจิ้งอี้ยังไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องผ้าปักลายพวกนั้น “หึ...แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ”

 “ข้าก็บอกท่านแล้วอย่างไรเล่า...ว่าข้าปักผ้าเหล่านี้เพื่อเป็นการระลึกถึงท่านแม่”

เฉินจิ้งอี้เห็นรอยยิ้มอ่อนหวานกับแววตากระจ่างใสของน้องสาว ก็หักใจโกรธนาง คาดคั้นเอาความจริงจากนางต่อไปไม่ลง

เอาเถิด...ถ้านางพอใจจะทำ ครั้งนี้เขาก็จะยอมปล่อยผ่านอีกสักครั้งก็ได้...

“ข้าไม่คาดคั้นเจ้าแล้วก็ได้” เฉินจิ้งอี้ทอดถอนใจ “ทว่ายามนี้น้องสาวคนดีของข้าคงปวดตาแย่แล้วกระมัง? ท่านอาจารย์ของข้ากล่าวว่าสตรีเมื่อถึงวัยก็ล้วนต้องแต่งออกจากตระกูล ข้าใคร่ครวญดูแล้ว เวลาที่พวกเราพี่น้องจะใช้ด้วยกันเหลือไม่มากนัก วันนี้ไม่สู้เจ้าละวางเรื่องผ้าปักพวกนั้นสักคืน ออกไปเที่ยวเล่นกับพวกเราพี่น้องอีกปีดีหรือไม่”

ข้าไม่มีความคิดจะแต่งออกจากจวนสักหน่อย...

เซียงหรงลอบมองหีบผ้าปักอย่างเสียดาย

“ไปเถอะเจ้าค่ะคุณหนู” ซู่ซินสนับสนุนเต็มที่ “คุณหนูสามของพวกเรา นานทีปีหนจะได้ออกไปข้างนอกสักครั้ง หากพลาดโอกาสนี้ กว่าจะได้ออกนอกจวนอีกครั้งก็ไม่วายต้องเป็นปีหน้าเลยนะเจ้าคะ”

ที่พี่ซู่ซินพูดมาก็มีเหตุผล ทว่านาง...ทว่านางต้องปักผ้า...

เอาเถิด...หากนางไม่ตามออกไป พี่ชายใหญ่กับน้องเล็กของนางคงไม่ยอมเป็นแน่

“พี่ซู่ซินกล่าวถูกต้องแล้ว พี่จิ้งอี้ น้องเล็ก ได้โปรดรอสักครู่ ข้าขอตัวเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสักเดี๋ยวแล้วจะรีบกลับออกมา หากออกไปนอกจวนด้วยเสื้อผ้าเช่นนี้ เกรงว่าท่านพ่อและจวนสกุลเฉินคงต้องขายหน้าแล้ว...” เซียงหรงแม้ยังเล็กแต่ก็รู้ความยิ่งนัก นางส่งยิ้มให้ซู่ซินและชิงเสียซึ่งเป็นสาวใช้คนใหม่ที่ท่านย่ามอบให้ ทั้งสองพลันรีบขยับเข้ามาช่วยประคองคุณหนูของตนอย่างเข้าใจ พยายามฝืนเดินตัวตรงทั้งที่ขาชาจนแทบจะก้าวขาเดินไม่ไหว

อา...ระยะนี้พอปักผ้าเพลินๆ ก็ลืมขยับขาขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง...เห็นทีนับจากนี้คงต้องบอกให้พี่ซู่ซินกับพี่ชิงเสียคอยช่วยเตือนให้นางลุกขึ้นขยับเนื้อขยับตัวเป็นระยะ ไม่เช่นนั้น หากพลาดลุกขึ้นล้มลงต่อหน้าท่านย่า ท่านพ่อ พี่ใหญ่ หรือน้องเล็ก ทุกคนคงไม่วายต้องกังวลกันแย่แล้ว...

เซียงหรงประเมินพี่ชายใหญ่ของตนต่ำเกินไป

เพียงเห็นว่าน้องสาวร่วมครรภ์มารดาของตนต้องใช้สาวใช้ถึงสองคนช่วยประคอง เฉินจิ้งอี้ก็กำหมัดแน่น ได้แต่แค้นใจที่ไม่ว่าตนจะบอกกล่าวเล่าเรื่องใดให้ฟัง ท่านพ่อผู้มองโลกและผู้คนในแง่ดีของตนก็กล่าวว่า “เจ้าไม่อาจใส่ความผู้อื่น พูดจาเรื่อยเจื้อยทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐาน” และยังกล่าวอีกว่า “พ่อก็ไม่เห็นว่าน้องสามของเจ้าจะทุกข์ร้อนอะไรอย่างที่เจ้าว่ามาสักนิด ยามพ่อเรียกมาถาม น้องสามของเจ้าก็แย้มยิ้มสดใส ตอบทุกถ้อยคำได้อย่างไม่มีติดขัดอึดอัดใจใดใด แต่ละคำที่พูดออกมาล้วนสวนทางกับสิ่งที่เจ้ากล่าวออกมาทั้งนั้น หรงเอ๋อร์ยังเด็กนัก หากนางโดนกลั่นแกล้งรังแกถึงเพียงนั้น เหตุใดนางจะไม่ปริปากบอกผู้เป็นบิดาอย่างพ่อสักคำ น้องสาวของเจ้าคนนี้มิใช่เด็กโง่เขลา เพิ่งจะอายุเจ็ดขวบครึ่งเท่านั้น พิณ ภาพ หมาก อักษร กลับล้วนฝึกหัดจนชำนาญสิ้นแล้วทุกอย่าง ท่านย่าอบรมสอนสั่งนางมาดีแค่ไหน เจ้าก็เห็น”

กระทั่งท่านย่าของเขามาบอกกล่าวสิ่งใด ท่านพ่อก็เอาแต่กล่าวตอบกลับไปเช่นเดียวกับที่บอกกับบุตรชายเช่นเขา ทำเอาท่านย่าได้แต่ทอดถอนใจ สุดท้ายก็ทำได้เพียงกลับเรือนไปปลอบโยนหรงเอ๋อร์ที่ไม่รู้อะไรเลยสักนิด

ตัวเขาอยากบอกท่านพ่อยิ่งนัก ว่าหรงเอ๋อร์ก็เป็นเช่นท่านพ่อนั่นแหละ ที่มองโลกและผู้คนในแง่ดีเกินไป!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (จบ)

    4.5 องค์ชายสาม หลี่หยางเหวินในยามเช้าที่แสงอรุณอ่อนละมุนลอดผ่านม่านมุกขาวนวลตา มีเสียงนกร้องพาให้รู้สึกได้ว่าแผ่นดินนี้ช่างสงบสุข กลับมีเสียงโวยวายดังกลบเสียงนกเหล่านั้น ทำเอาเหล่าข้ารับใช้ตกใจแตกตื่นกันไปหมด“พวกเจ้าอีกแล้ว! มาขโมยกินผลท้อของข้าอีกแล้ว!”เสียงตะโกนปานจะถล่มวังเป็นของเด็กชายร่างเล็กผู้หนึ่งมือข้างหนึ่งของเขาถือหน้าไม้อันเล็กที่พี่ชายฝาแฝดทำให้ อีกข้างกำสายหนังที่ใช้รัดกระบอกใส่ลูกดอกหน้าไม้ไว้แน่น ในยามที่เหล่าข้ารับใช้ช่วย กันเปิดหน้าต่างรับลมยามเช้า เขากลับปีนขึ้นต้นไม้ไปเรียบร้อยแล้วเด็กชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นองค์ชายสาม ‘หลี่หยางเหวิน’ ทายาทองค์ที่ห้าของหวงตี้ แฝดชายขององค์ชายหลี่อวี่เหวิน...หากแฝดชายผู้พี่อย่างหลี่อวี่เหวินเป็นหมึกที่ซึมลงบนกระดาษ หลี่หยางเหวินก็คือฝีพู่กันที่ถูกสะบัดสาดไร้ทิศทาง หากพี่ชายฝาแฝดอย่างหลี่อวี่เหวินเป็นแม่น้ำสงบนิ่ง หลี่หยางเหวินก็เป็นลำธารเชี่ยวกรากที่ไม่เคยหยุดนิ่งเขาไม่ได้สนใจตำราหรือกังวลยศศักดิ์ แต่กลับรู้ว่าต้นเหมยหลังตำ หนักต้องปีนขึ้นอย่างไรเปลือกไม้จึงจะไม่ถลอก รู้ว่าปลาตะเพียนในสระชอบกินไส้เดือนมากกว่าข้าวสุก และ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (2)

    4.3 องค์หญิงรอง หลี่ลี่ซินในยามย่ำรุ่ง เพียงแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าไหมเนื้อบางปักลายดอกเหมยสีครามอ่อนที่ห้อยอยู่เหนือหน้าต่าง ไม่ทันที่นกสักตัวจะส่งเสียงร้อง องค์หญิงรอง ‘หลี่ลี่ซิน’ ก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้วนางอายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น แต่ผิวพรรณผุดผ่องละมุนละไม จริตกิริยานิ่มนวลไม่ต่างจากหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกหลี รอยยิ้มของนางเปรียบได้ดั่งแสงอ่อนแรกของยามเช้า ยามข้ารับใช้พบเจอล้วนแล้วแต่รู้สึกว่าองค์หญิงรองช่างเติบโตมาได้ดียิ่งนักไม่ใช่ว่าองค์หญิงและองค์ชายองค์อื่นไม่ดี เพียงแต่องค์หญิงรองของพวกเขาเหล่าข้ารับใช้อ่อนโยนใจดีกับทุกคนเป็นที่หนึ่ง ราวกับเป็นพระโพธิสัตว์มาจุติก็ไม่ปานทุกเช้าลี่ซินมักจะเตรียมของใช้ ‘จำเป็น’ ของเหล่าพี่น้องให้เรียบร้อย ไม่เว้นแม้แต่ขององค์ชายหยางเหวินผู้นิยมแอบหนีไปปีนต้นไม้ บ้างก็ยิงนก บ้างก็ตกปลา มากกว่ามานั่งอ่านตำราหรือสนทนากับเหล่าพี่น้องลี่ซินไม่เพียงแต่รู้จักเตรียมพร้อม แต่ยังตาไวยิ่งนักทันทีที่เห็นหน้าน้องชายสาม หยางเหวิน นางก็ทอดถอนใจ ก่อนเอ่ย“เสื้อเจ้าขาดตรงชายอีกแล้ว...ยื่นมาเถอะ ข้าจะปะให้เจ้า”“ขาดอีกแล้วหรือ...” หยางเหวินหัวเราะแหะๆ พลางยื่นแขนเสื้

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (1)

    4.1 องค์ชายใหญ่ หลี่หลงหานใต้ร่มอู่ถงต้นใหญ่โตหลังตำหนักคุนหนิงของหวงโฮ่ว องค์ชายใหญ่ ‘หลี่หลงหาน’ ในวัยสิบเอ็ดชันษา ประทับนิ่งอยู่กลางศาลา โบกพัดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆมงคลในมือเบาๆ ขณะกวาดสายตาที่ดูสงบไว้สง่าไปยังน้องๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างอลหม่าน"บุรุษพึงสงบเยี่ยงภูผา อารมณ์มั่นคงดุจสายน้ำ...ผู้นำสมควรวางตนเป็นเสาหลักของแผ่นดิน..." องค์ชายกล่าวกับถ้วยชาเบื้องหน้า ทว่าในมือกลับซ่อนหนังสือนิยายที่ลอบหยิบมาจากตำหนักคุนหนิงเอาไว้แฝดสี่ที่กำลังแย่งขนมดอกเหมยกันอยู่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ถกเถียงกันยืดยาวก็ไม่จบไม่สิ้น องค์ชายใหญ่ฟังจนปวดหัว สุดท้ายก็ทอดถอนใจออกมาเขาผินหน้ามองน้องๆ ทั้งสี่ เอ่ยเสียงขรึม “พวกเจ้า…รู้ฐานะตนเองหรือไม่ เป็นเพียงแค่ขนมไม่กี่ชิ้นเท่านั้น อย่าให้ขนมไม่กี่ชิ้นทำให้บรรยากาศเงียบสงบของวังหลวงต้องเสียไป”องค์ชายสามหลี่หยางเหวินยิ้มเผล่ทันที “ท่านพี่ เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินท่านหัวเราะตอนพลิกหน้านิยายของเสด็จแม่อ่านนะ!”องค์ชายใหญ่สะดุ้ง หน้าขาวผ่องขึ้นสีแดงจางๆ ทันทีพระองค์กระแอมสองครั้ง ก่อนกล่าวอย่างองอาจ “ข้าเพียงตรวจสอบการเล่าเรื่องเพื่อเตรียมสอนเจ้าทั้งหลาย นิ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 3 ครอบครัว (จบ)

    ณ ค่ำคืนหนึ่งก่อนวันประสูติไม่กี่เดือน เมื่อลมตะวันตกเย็นยะเยือกพัดผ่านกำแพงสูงของวังหลวงเข้าสู่ตำหนักคุนหนิง...ใต้แสงจันทร์สลัว รถม้าธรรมดาไร้ตราประจำตระกูลแล่นเข้าสู่เขตเมืองหลวงโดยสะดวก เนื่องด้วยเหล่าทหารรักษาเมืองล้วนจดจำคนบนรถม้าได้ดี จึงต่างพร้อมใจน้อมกายหลีกทางให้“หมอเทวดาสือกลับมาแล้ว!”เหล่าทหารรักษาประตูเมืองซึ่งเคยติดตามหวงตี้ไปผจญโรคระบาดในอดีตต่างยินดีเป็นอย่างมากชายชราในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบเรียบง่ายมีสายตาลุ่มลึกและเฉียบคมอย่างคนผ่านการเห็นความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน แม้จะไร้ยศตำแหน่ง แต่ชื่อของเขา ‘สือหมิน’ ก็โด่งดังไปทั่วหล้า ผู้คนต่างรู้ว่าคนผู้นี้คือหมอเทวดาที่ช่วยแก้โรคระบาดฝีเมล็ดถั่วให้หวงตี้ซึ่งยามนั้นยังเป็นจวิ้นหวังจ๋างจื่อ รวมถึงทหารและชาวต้าเทียนจำนวนมาก ก่อนหายตัวไปเมื่อราวสองสามปีก่อนบัดนี้ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อสตรีผู้หนึ่งณ ตำหนักคุนหนิง เฉินเซียงหรงหวงโฮ่วนั่งพิงหมอนหยกใหญ่โตที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ ใต้เสื้อคลุมผ้าแพรปักลายหงส์สีทอง หน้าท้องของพระนางใหญ่โตเป็นอย่างมาก แม้ใบหน้างดงามยังอิ่มเอิบแต่ดวงตากลับแฝงความเคร่งเครียด โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ใต้ผ้าห่ม

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 3 ครอบครัว (1)

    เสียงหัวเราะ เสียงร้องเรียก เสียงโต้เถียง และเสียงฝีเท้าซุกซน ไม่เคยขาดหายไปจากตำหนักใน…เหล่านี้คือบรรยากาศที่ไม่อาจพบในวังหลวงใดตั้งแต่ยามรุ่งสางที่ตะวันทอแสงจางๆ สาดเข้ามายังตำหนักคุนหนิง สรรพเสียงก็กึกก้องขึ้นทั่ววังหลังราวกับมีทัพม้าบุกเข้าวังทั้งเสียงนางกำนัลไล่จับองค์หญิงใหญ่ผู้พยายามทำเรื่องซุกซนในห้องเครื่องเสียงองค์ชายรองเถียงองค์ชายใหญ่เรื่องลำดับความฉลาดเสียงองค์ชายสามพยายามอ้อนวอนให้บิดาสอนฝึกยุทธเสียงร้องไห้ขององค์หญิงสาม องค์หญิงสี่ ที่ทะเลาะกันเพราะแบ่งขนมดอกเหมยที่มารดาทำให้ไม่ลงตัวและเสียงองค์หญิงรองคอยห้ามปราม คอยปลอบโยน ทั้งยังช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องระหว่างพวกเขาทั้งหกไม่มีวันใดเลยที่วังหลังจะเงียบสงบ นับแต่วันที่เฉินเซียงหรงให้กำเนิดองค์ชายและองค์หญิงถึงเจ็ดพระองค์!ใครเล่าจะคาดคิด ว่าหลี่จือหลินหวงตี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตั้งสัตย์ปฏิญาณแน่วแน่ ว่าจะไม่ปล่อยให้ภรรยารักต้องทรมานเพราะการคลอดบุตรเกินกว่า สี่คน จะกลายเป็นบิดาขององค์ชายและองค์หญิงน้อยทั้งเจ็ดใช่ว่าพระองค์ไม่ปรารถนาจะมีบุตร แต่เป็นเพราะรักภรรยามากเกิน ไป ทั้งยังรู้ดีว่ายามตั้งครรภ์ ภรรยามักแสร้งว่ายิ้ม

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 2 สตรีที่งดงามที่สุด

    หลังพิธีวิวาห์ที่ตำหนักจวิ้นหวังจัดให้อย่างอบอุ่น ตงหลินก็ไม่รอช้า พาซู่ซินออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วแผ่นดิน เพื่อชดเชยวันเวลาที่นางคล้ายเคยถูกจำกัดให้อยู่เพียงในเรือนหลังของจวนสกุลเฉินนับตั้งแต่รู้ความ ซู่ซินถูกขายเข้าจวนสกุลเฉิน ต่อมาเมื่อโตขึ้นได้รับความเมตตาจากเฉินฟูเหริน หลี่เซียงเหลียน กลายเป็นสาวใช้ข้างกายที่เฉินฟูเหรินรักถนอมที่สุด นั่นเป็นช่วงเวลาที่นางมีความสุขเป็นอย่างมากใครจะนึกว่าความสุขนั้นจะอยู่เพียงไม่นาน ฟูเหรินที่น่าสงสารต้องกลของอนุ ถูกวางยาสังหาร นับแต่นั้นนางจึงสาบานว่าจะปกป้องดูแล ‘คุณหนูสาม’ บุตรสาวเพียงคนเดียวที่ฟูเหรินเหลือทิ้งไว้ แม้ฟูเหรินจะเคยทำลายสัญญาขายตัวของนางทิ้งไปนานแล้วก็ตามเมื่อสิ้นฟูเหริน นางรับหน้าที่เป็นสาวใช้ข้างกายคุณหนูสามผู้มีชะตาอาภัพ ถูกอนุของบิดาใส่ร้ายจนถูกกักขังไว้ในจวน แต่ละวันต้องทนถูกผู้อื่นข่มเหงเอาเปรียบคุณหนูสามของนางไร้เดียงสาจิตใจงดงามยิ่งนัก แม้จะมีผู้มารังแก คุณหนูสามก็ไม่เคยโต้กลับ ทั้งยังยอมยกข้าวของดีๆ ของตนให้พี่หญิงน้องหญิงที่เกิดจากอนุภรรยา ทนใช้เสื้อผ้าเก่าๆ เรียบๆ โดยไม่ปริปากบ่น...เห็นคุณหนูสามเป็นเช่นนี้ แม้จะมีค

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 82

    ชั่วขณะแรกที่เปิดประตูเข้ามาเห็นว่าบนเตียง มีสตรีผิวขาวจัดรูปร่างอ้อนแอ้นบอบบางนอนแนบชิดอยู่ในอ้อมกอด ‘บ่าวรับใช้’ ซ้ำในห้องยังอัดแน่นไปด้วยกลิ่นกามาน่ารังเกียจ หานชิงเยว่และเฉินชิวเยว่ดีใจนักเสียงกรีดร้องเรียก ‘น้องสาม’ เมื่อครู่ แปดส่วนคือความยินดี อีกสองส่วนที่เ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 81

    “ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน คุณชายใหญ่เกรงใจเกินไปแล้ว” จวิ้นหวังกล่าวเสียงนุ่ม“ถูกแล้ว” จวิ้นหวังเฟยยิ้มน้อยๆ พลางกล่าวเสริม “ธรรมดาสตรีที่ยังเยาว์นักก็เป็นเช่นนี้ ป้าสะใภ้ได้แต่หวังว่าอาการของคุณหนูใหญ่จะดีขึ้นในเร็ววัน”เห็นเฉินจิ้งอี้ค้อมศีรษะน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 80

    ครั้นชิงเอ๋อร์ตามไปที่เรือนเหมยฮวา เห็นเงาบุรุษและสตรีกำลังกอดจูบพัวพัน ซ้ำยังส่งเสียงครางผะแผ่วออกมาเป็นระยะ ก็รีบกลับมากระซิบกระซาบรายงานเนื่องจากชิงเอ๋อร์สะเพร่า ไม่ได้แง้มประตูดูให้แน่ชัดว่าผู้ที่อยู่ในห้องเป็นใคร แต่แรกเฉินชิวเยว่จึงยังคงหวั่นใจอยู่บ้าง ว่าเรื่องราวอาจผิดพลาดดังที่กั

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 77

    จวิ้นหวังเห็นท่าทีบุตรชายแล้วก็พลันหัวเราะ เอ่ยอย่างอารมณ์ดี“บุตรชายของข้าเองก็นับเป็นผู้รักในรสสุราผู้หนึ่งเช่นกัน แม้ปกติยามอยู่ในสนามรบจะไม่แตะต้องสุรา ทว่ายามเสร็จสิ้นสงคราม เป็นต้องร่ำสุราบรรเลงฉินอยู่ผู้เดียวทุกครั้ง”“ดื่มผู้เดียวหรือ” เฉินจิ้งอี้ถามอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status