Share

บทที่ 11

Author: Karawek House
last update publish date: 2025-08-15 11:48:55

เด็กสาวที่ไหนๆ ก็ชอบของน่ารักๆ เช่นนี้ทั้งนั้น เขามั่นใจว่าตนเองเดาไม่ผิด

และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เสี่ยวเซียงหรงพยักหน้าเล็กๆ ดูจิ้มลิ้ม กล่าวเสียงหวาน สำเนียงติดจะอ้อน

“พี่ใหญ่...โคมกระต่ายอันนั้นน่ารักมากจริงๆ”

เห็นนัยน์ตาสุกสกาวของน้องสาวแล้ว เฉินจิ้งอี้ก็ยิ่งฮึกเหิม

ในที่สุดน้องสาวตัวน้อยของเขาก็เลิกเหม่อลอยแล้ว!

“ดี! ในเมื่อเจ้าอยากได้ พี่ใหญ่ก็จะชิงโคมกระต่ายมาให้เจ้า!” เฉินจิ้งอี้จูงมือน้องชายน้องสาวแยกจากคนอื่นๆ มุ่งหน้าไปทายปริศนาชิงโคมไฟทันที

หึ...คนอื่นๆ ก็ล้วนมีคนติดตามกันทั้งนั้น เหมือนๆ กับที่เขาและน้องชายน้องสาวมี เหตุใดเขาจะต้องใส่ใจคนเหล่านั้น?

คนเหล่านั้นยามอยู่ในจวนล้วนเก่งกาจ หาเหตุมากลั่นแกล้งรังแกหรงเอ๋อร์ของเขาได้ทุกวัน ส่วนท่านพ่อแม้จะรักเอ็นดูเขาและน้องชายน้องสาวแล้วอย่างไร? วันทั้งวันท่านพ่อผู้นั้นก็เอาแต่ใส่ใจงานราชการ ไม่สนใจเรื่องในเรือนสักนิด เขาบอกกล่าวสิ่งใดกลับดุว่า กล่าวว่าบุรุษเช่นเขาสมควรใส่ใจศึกษาหาความรู้และความเจริญก้าวหน้า มิใช่คอยกล่าวหาคนในเรือนทั้งๆ ที่ไม่มีมูลเช่นนี้ ยามนี้ออกมานอกจวนก็เชิญเหล่าคนที่เก่งกาจทั้งหลายดูแลตนเองและกันและกันให้ดีก็แล้วกัน ส่วนบิดาที่เอาแต่หมกตัวอยู่กับงานราชการและเอาแต่มองทุกสิ่งทุกอย่างในแง่ดี ไม่เคยคิดจะฟังเขาผู้นั้น ให้เป็นห่วงกังวลเสียบ้างก็ดี! นอกจากน้องสาวและน้องชายของเขาสองคนนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกนึกคิดหรือชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้อื่นก็คือของผู้อื่น หาใช่ธุระกงการอะไรของเขาเฉินจิ้งอี้ไม่!

คุณชายใหญ่ คุณหนูสาม คุณชายสาม แยกออกไปเช่นนี้ ซู่ซินที่ติดตามมาดูแลร่วมกับชิงเสียพร้อมกับบ่าวรับใช้ของคุณชายใหญ่และคุณชายสาม รีบส่งสายตาพยักหน้าให้ผู้ติดตามคนหนึ่งของคุณชายใหญ่ นึกไม่ถึงว่าผู้ติดตามของคุณชายใหญ่กลับหันไปมองชิงเสีย บุ้ยใบ้ให้ชิงเสียซึ่งเป็นสาวใช้ที่อ่อนอาวุโสที่สุดในกลุ่มเป็นผู้ไปรายงานต่อท่านกั๋วกงที่กำลังต่อบทกวีชิงรางวัล โดยมีอนุภรรยาทั้งสามและบุตรสาวบุตรชายคนอื่นๆ คอยเอาใจช่วยอยู่ข้างๆ

“เป็นดั่งสหายชอบล้อเลียน แม้บางครั้งไม่แสดงตัว กลับไม่เคยห่างหาย ตีไม่ตาย ฟันไม่เข้า...” เฉินจิ้งอี้อ่านปริศนาที่คนอื่นๆ กำลังขบคิดแล้วใคร่ครวญ

ชอบล้อเลียน...บางครั้งไม่แสดงตัวแต่ไม่เคยห่างหาย ซ้ำยังตีไม่ตาย ฟันไม่เข้า...

เบื้องหน้ามีแสงสว่างจากโคมไฟ เบื้องหลังพวกเขาจึงมีสหายตามติด เฉินจิ้งอี้พลันยกมุมปากยิ้ม กล่าวอย่างมั่นใจ

“เถ้าแก่ คำตอบของปริศนาข้อนี้ก็คือ ‘เงา’

“ถูกต้อง!” เจ้าของร้านเฉลยพลางยกโคมในมือขึ้นโบกซ้ายขวาอย่างช้าๆ “สิ่งที่ตามติดไม่ห่าง คอยล้อเลียนผู้คนอย่างน่าโมโห ทว่าทั้งข้าและพวกท่านต่างไม่อาจทำสิ่งใดได้ก็คือเงา!”

ผู้คนโดยรอบพลันโห่ร้องสรรเสริญทันที

“ที่แท้คำตอบกลับอยู่ใกล้ตัวถึงเพียงนี้! คุณชายท่านนี้อายุยังน้อยแต่ปราดเปรื่องยิ่งนัก พวกเราเหล่าผู้ใหญ่ต้องขายหน้าแล้ว!”

เฉินจิ้งอี้ประสานมือคำนับรับคำสรรเสริญ กล่าวใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“มิกล้า มิกล้า เพียงแต่โชคดีตอบถูกเท่านั้น”

เซียงหรงแย้มยิ้มดีใจ ภาคภูมิใจในตัวพี่ชายใหญ่ยิ่งนัก

“เฒ่าแก่ ข้าอยากไขปริศนาชิงโคมกระต่ายอันนั้น” เฉินจิ้งอี้ชี้ไปยังโคมกระต่ายที่น้องเล็กของตนเคยจ้องมอง

จู่ๆ ก็เกิดมีคุณชายที่ยังเยาว์ผู้หนึ่ง ก้าวขาออกมาทายปริศนาที่ไม่มีผู้ใดตอบได้ ซ้ำยังตอบถูกในครั้งเดียวจนได้โคมดอกบัวที่งดงามคู่หนึ่งไปครอง ได้แล้วก็ยังอยากได้เพิ่ม ร้องขอทายปริศนาชิงโคมกระต่ายที่แขวนอยู่ด้านบน เถ้าแก่นึกเอ็นดูคุณชายทั้งสองและคุณหนูรูปโฉมงดงามกลุ่มนี้ ทว่ากฎที่ตั้งไว้ก็มีอยู่ หากให้คุณชายน้อยที่เฉลียวฉลาดผู้นี้ได้สมใจโดยง่ายก็จะดูลำเอียงเกินไปหน่อย ซ้ำผู้ออกร้านเช่นเขา ยามนี้ร้านของตนกำลังได้รับความสนใจ ที่ไหนเลยจะไม่อยากสร้างความบันเทิงให้ตนเองและผู้คน หลังขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ลูบเคราแพะของตน กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

“ที่จริงแล้ว ร้านของข้ามีกฎอยู่ว่า ผู้ใดทายถูกแล้ว จะไม่ให้ทายอีก ทว่าเห็นแก่คุณชายที่อายุยังน้อย ซ้ำยังรูปงามเกินวัย ข้าจะอนุโลมให้ท่านเป็นกรณีพิเศษ หากคุณชายทายปริศนาของข้าได้ถูกต้องถึงห้าข้อติดต่อกัน และทายปริศนาบนโคมกระต่ายที่ท่านต้องการได้ถูกต้อง ข้าจะมอบโคมกระต่ายนี้ให้ท่านก็แล้วกัน!”

เซียงหรงไม่อยากให้พี่ชายใหญ่ต้องเผชิญเรื่องยุ่งยากวุ่นวาย นางรีบบอกเสียงใส “พี่จิ้งอี้ โคมดอกบัวนี้ก็งดงามไม่น้อย ไม่สู้พวกเรา...”

“เจ้าอย่าห้ามข้า วันนี้พี่ใหญ่จะต้องชิงโคมกระต่ายมาให้เจ้าให้จงได้!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 186

    ทว่า...ถึงขั้นมีบุตรชายบุตรสาวด้วยกันแล้ว บิดาก็ยังไม่มีใจรักใคร่ผูกพันต่อท่านแม่และอนุจาง อนุซู บ้างเลยหรือ? ไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม มารดาก็ขยับริมฝีปากเล่าต่อไป ไม่สนใจนางสักนิด คล้ายกำลังจ่อมจงลงในอดีต เฉินชิวเยว่จึงทำเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยขัด“หลี่เซียงเหลียนก็เหมือนเฉินเซียงหรงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เป็นโฉมงามยอดเมธีผู้บริสุทธิ์งดงาม จิตใจใสสะอาด...ครั้นเมื่อรับอนุภรรยาเข้ามาถึงสามคน ตนเองกลับตั้งครรภ์ นางไม่เพียงไม่ตีอกชกลม ยังเผื่อแผ่บิดาเจ้ามาให้ข้า ซูเหมยเหนียง จางเหม่ยเหมย ราวกับจะทำทาน บิดาเจ้าถูกหลี่เซียงเหลียนผลักไสมากเข้าก็ประชดด้วยการทำตามอย่างนางว่า สุดท้ายซูเหมยเหนียง ข้า กับจางเหม่ยเหมยก็ตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ข้ามีเจ้า ส่วนจางเหม่ยเหมยก็มีเฉินเหม่ยลี่...นังแพศยาสารเลวที่ยามนี้ยังตามไปรบกวนชีวิตเจ้าถึงในวัง”ฟังถึงตรงนี้ เฉินชิวเยว่ก็แค้นใจยิ่งนัก นางพึมพำเสียงเบา “ฟ้าส่งให้ข้ามาเกิดก็พอแล้ว เหตุใดยังต้องส่งเฉินเหม่ยลี่มาเกิดในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนั้นด้วย!”อนุหานแค่นหัวเราะ แต่ไม่รู้ว่าเยาะเย้ยผู้ใดกันแน่ นางเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม ทว่าในเนื้อเสียงแฝงความ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 185

    วันที่สาม เจ้าสาวต้องกลับบ้านเดิมเดิมองค์ชายสามควรกลับบ้านมาด้วยกันกับเฉินชิวเยว่ ทว่าเขากลับติดภารกิจ ต้องเดินทางออกนอกเมืองกะทันหัน จึงให้ชายาของตนเองกลับไปยังจวนเฉินกั๋วกงเพียงลำพังแม้ว่าเฉินชิวเยว่จะขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย ทว่านางไม่ได้แสดงออกมากนักอีกประการหนึ่ง การที่นางได้กลับบ้านเดิมเพียงลำพัง กลับสะดวกต่อนางนักสองวันที่ผ่านมาองค์ชายเอาแต่คลอเคลียอยู่กับเฉินเหม่ยลี่ไม่ยอมห่าง ด้วยเห่อบุตรคนโตที่เกิดจากท้องของนางคนชั้นต่ำนั่นยิ่งนัก แต่ละวันคอยพะเน้าพะนอเอาใจเฉินเหม่ยลี่ไม่ห่าง จนกระทั่งดึกดื่นจึงได้กลับมายังห้องหอ รสชาติของการถูกกระทำราวกับตนเป็นเพียงอนุเสียเองเช่นนี้ ทำให้เฉินชิวเยว่สุดจะทนนางทนไม่ได้ และจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วด้วย!สองวันมานี้สร้างความเคียดแค้นจนถึงขั้นหมายเอาชีวิตเฉินเหม่ยลี่เฉินชิวเยว่ตรึกตรองหาหนทาง ก่อนที่ใจจะคิดถึงการตายที่มีเงื่อนงำของฟูเหรินจวนสกุลเฉินนางไม่เคยกล้าคิดมาก่อน แต่เมื่อตอนที่มารดาพูดถึงเรื่องการตายของท่านย่า...หากท่านย่ายัง...แล้วมารดาของเฉินเซียงหรงเล่า...หานชิงเยว่ได้แต่ทอดถอนใจเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเองไม่ได้มีความสุขเท่าที่เคย ทั้ง

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 184

    ทว่าชั่วขณะนั้นเอง ทุกอย่างก็พลิกผันเฉินเหม่ยลี่สีหน้าเผือดซีดลงทันควัน มือที่ยื่นถ้วยชาออกไปตกลงกลางทาง น้ำชาร้อนๆ พลันหกรดแขนตนเองจนแดงก่ำทันตาสายตาของคนในห้องหันมาจับจ้องที่เฉินชิวเยว่เป็นตาเดียวเฉินชิวเยว่กัดฟันแน่น แม้จะขุ่นเคืองปานใด แต่ยามนี้นางไม่โง่พอที่จะแสดงออกมา นางรีบทรุดลงนั่งข้างน้องสาว ก่อนเขย่าร่างนั้นพลางเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ“น้องรอง! น้องรอง...เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้ ไปตามหมอมาเร็วเข้า ไม่รู้ว่าเหตุใด ในวันดีๆ ที่ทั่วทั้งตำหนักเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ซ้ำฝ่าบาทและหวงโฮ่วยังเสด็จมาเป็นมิ่งมงคลเช่นนี้ จู่ๆ น้องรองของข้ากลับเป็นลมล้มพับลงไปโดยไร้สาเหตุ!”ชายาจวิ้นหวังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ ขณะที่ชายารัชทายาทเอนตัวเข้าใกล้นางพลางเอ่ยเสียงเบา“ท่านน้า ท่านว่านี่เกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่นะ หวงตี้และหวงโฮ่วประทับอยู่เป็นมงคล แต่นางกลับล้มสลบไปเช่นนี้ หรือว่านางมีเงาอัปมงคลตามติด จึงได้ล้มสลบลงไปเช่นนั้น?”ชายาจวิ้นหวังฟังแล้วได้แต่ยิ้ม ทั้งที่ในใจสบถไปหลายครั้งสตรีโง่งม! มงคลอัปมงคลอะไรกัน มีแต่กลอุบายทั้งนั้น!หมอหลวงที่ตามขบวนเสด็จมารีบรี่มาตรวจอาการโดยพลัน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 183

    “เจ้าว่าองค์ชายไปที่ใดนะ!”“เอ้อ...เรือนของ...เฉินอี๋เหนียงเจ้าค่ะ” หมัวมัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเดิมองค์ชายสามจะรับเฉินอี๋เหนียงเข้ามาโดยไม่สมัครใจนัก ทว่าเฉินอี๋เหนียงกลับอ่อนหวาน ช่างเอาใจ เพียรพยายามชดเชยความบกพร่องของตนด้วยการตามพระทัยองค์ชายไปหมดทุกอย่าง ทั้งยังพูดหวานขานเพราะ ช่างจำนรรจาราวกับนกน้อยก็ไม่ปาน องค์ชายสามที่แม้จะทรงเคยรังเกียจเรือนร่างแปดเปื้อนราคีของนาง เมื่อได้รับการเอาอกเอาใจ ได้รับการปลอบประโลมด้วยถ้อยคำหวานหู...รวมถึงเรื่องในห้องหอที่ถึงทรวงอย่างที่สตรีสูงศักดิ์อ่อนเดียงสาไม่อาจมอบให้ได้ เพียงเท่านั้นองค์ชายสามก็แทบจะเคล้าคลอนางทุกเมื่อเชื่อวันแล้วยามนี้บ่าวไพร่ในตำหนักองค์ชายสาม ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่า จะล่วงเกินอี๋เหนียงคนใดขององค์ชายสามก็ได้ แต่ห้ามทำให้เฉินอี๋เหนียงขุ่นเคืองใจแม้สักนิดเป็นอันขาด“เฉินเหม่ยลี่...” เฉินชิวเยว่พึมพำเสียงสั่น จิกเล็บลงกับฝ่ามือ อยากจะกรีดร้องออกมาเสียให้ดังๆ ทว่ารู้ดีว่าแม้ตนเองจะเข้าตำหนักมาในฐานะต้าหวังเฟย นางก็เพิ่งจะแต่งเข้ามาในตำหนัก ขายังไม่อาจ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 182

    ขบวนทัพเรียบง่ายใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ขณะที่ขบวนเจ้าสาวที่ออกจากจวนเฉินกั๋วกงในเวลาเดียวกันนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคลตระการตา ผู้คนสองข้างทางต่างพากันเฝ้าชมวาสนาของจวนเฉินกั๋วกงที่เลี้ยงบุตรสาวได้ดียิ่งนักคนหนึ่งได้กลายเป็นจ๋างจื่อฟูเหรินแห่งตำหนักจวิ้นหวัง อีกคนโผบินสู่กิ่งไม้ที่สูงและมั่นคงยิ่งกว่า ด้วยการแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสาม องค์ชายเพียงผู้เดียวที่ถือกำเนิดจากหวงโฮ่ว กลายเป็นต้าหวังเฟยอันทรงเกียรติของตำหนักนั้นเฉินชิวเยว่ยามนี้ไม่รู้สึกอิจฉาเฉินเซียงหรงสักนิดเป็นดังคำที่มารดากล่าวไม่มีผิด...อีกฝ่ายจะเป็นคุณหนูที่ถือกำเนิดจากฟูเหรินของจวนแล้วอย่างไร นางเป็นลูกอนุผู้หนึ่งของจวนแล้วอย่างไร ต่อให้เฉินเซียงหรงจะเป็นโฉมงามยอดเมธี แต่สุดท้ายแล้วต่อจากนี้เมื่อเฉินเซียงหรงเห็นนาง ก็ยังต้องน้อมกายคารวะ ต้องเรียกนางว่า ‘พระชายาสาม’ อย่างนอบน้อมมิใช่หรือ?ไหนจะเรื่องที่ตอนนี้หลี่จือหลินซึ่งเคยเป็นคุณชายอันดับหนึ่งที่สตรีทั้งหลายปรารถนาจะแต่งให้ กลับต้องไปออกศึก ฝ่าทะเลคมหอกคมดาบที่ไร้ตา ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาครบส่วนหรือไม่...หรือหากเคราะห์ไม่ดีก็อาจจะไม่ได้กลับมาด้วยซ้ำ นางจะยังสนใจคน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 181

    วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ หลังจากยืนยันได้แน่ชัดว่าเทียนเฉามีการเตรียมทัพ ทางเทียนจินเองก็ต้องจัดการป้องกันตนอย่างรวดเร็ว การเตรียมเสบียงทัพและการเกณฑ์ทหารใช้เวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น ทัพหลวงก็สามารถออกเดินทางไปยังชายแดนได้แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่จือหลินผู้เป็นนายทัพต้องยุ่งวุ่นวายสายตัวแทบขาด นอกจากจะต้องตรวจเสบียงทัพและเรื่องกองกำลังต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นเรื่องเครื่องนุ่งห่มของทหาร เรื่องอาวุธที่กำลังหลอม เขาก็ยังต้องตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสกินตามน้ำ หาเศษหาเลยกับการยกทัพไปชายแดนทว่าแม้จะยุ่งวุ่นวายปานใด เขาก็ยังหาเวลามาคลอเคลียกับภรรยาตัวน้อยไม่เว้นวาย แม้จะเป็นเพียงเวลาหนึ่งหรือครึ่งชั่วยามก็ไม่เคยปล่อยให้เสียเปล่าสองสามีภรรยายามนี้นับได้ว่ารักใคร่ปรองดองกันยิ่งนัก...อย่างน้อยก็ในสายตาของบ่าวไพร่ตำหนักจวิ้นหวังยามเมื่อถึงวันต้องนำทัพออกจากเมืองหลวง เซียงหรงค่อยๆ ส่งเกราะเหล็กให้กับหลี่จือหลินสวมพลางช่วยเขาผูกเกราะอย่างเบามือ“สนามรบคมดาบไร้ตา ท่านต้องระวังตัวให้มาก” นางพูดเบาๆ พลางผูกสายรัดเกราะด้านข้างให

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 143

    หลังจากนั้นไม่กี่วันต่อมา พวกเขาก็กลับไปยังเมืองหลวง เดิมหากหลี่จือหลินและเซียงหรงเดินทางมาถึงเมืองนี้ช้าไปอีกเพียงแค่ไม่กี่วัน พวกเขาคงคลาดกับขบวนของผู้แทนพระองค์อย่างกั๋วกงเป็นแน่การเดินทางกลับครั้งนี้ไม่เหมือนตอนที่ตกระกำลำบากในขาไป เซียงหรงได้นั่งรถม้าที่บุพื้นที่นั่งนุ่ม มีอาหารแล

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 142

    “...ทว่าสถานการณ์บนเขาไม่น่าไว้วางใจ อีกทั้งจ๋างจื่อยังได้รับบาดเจ็บอีกด้วย จ๋างจื่อกล่าวว่าคนของเขาช่วยเหลือพี่ซู่ซินไว้แล้ว นัดกันเอาไว้ที่หมู่บ้านเล็กๆ ในความดูแลของตำหนักจวิ้นหวัง ที่นั่นมีหมอเทวดาเจ้าค่ะ พวกเราจึงเดินทางไปสมทบกับพวกเขาที่นั่น หลังจากรักษาตัวจนดีขึ้น...ก็เป็นดังที่จ๋างจื่อกล่าว

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 141

    “หากข้ามีเพียงนางผู้เดียว ตลอดชีวิตนี้ ไม่รับอนุ ไม่รับภรรยารอง ไม่มีสาวใช้ห้องข้าง ท่านจะไว้ใจให้ข้าดูแลนางหรือไม่ ท่านจะยอมให้ข้ารักนาง ทะนุถนอมนางไว้บนฝ่ามือเพียงผู้เดียวตลอดชีวิตข้าหรือไม่”สายตาที่เคยดุกร้าวของ ‘พี่ภรรยา’ อ่อนลงเล็กน้อยเฉินจิ้งอี้ถอนหายใจยาว ก่อนมองหลี่จือหลินอย่างพินิจพิเครา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 140

    พูดกันตามตรง บุรุษและสตรีที่ไร้ความเกี่ยวพันทางสายเลือดเดินทางร่วมกันแรมเดือน ต่อให้บริสุทธิ์ใจและมีผู้ติดตามคนสนิทรวมแล้วอีกสองสามคน สตรีทำตัวประหนึ่งแม่ชี บุรุษประพฤติตนดุจนักพรตที่ละจากทางโลกมานานปี แต่คนภายนอกย่อมคิดว่าน้องสาวของเขาถูกล่วงเกินไปแล้วอย่างแน่นอน...ยิ่งคำพูดทั้งหมดของหลี่จือหลิน.

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status