Share

7.ผ่อนคลาย

last update Petsa ng paglalathala: 2025-10-06 23:39:34

จิ่นหรงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมนานกว่าหนึ่งก้านธูป  จนกระทั่งเสียงหวานของสนมเกาแว่วมาให้ได้ยิน  ร่างสูงจึงรีบลุกพรวดแล้วเดินขึ้นเรือนชายาของตนไปในทันที  ทำเอาสนมคนงามได้แต่ยืนนิ่งงัน  เพราะไม่กล้าตามขึ้นไป  

“บ้าจริง  ข้ามาช้าไปหรือนี่” นางบ่นพึมพำ  ก่อนจะเดินย่ำเท้าย้อนกลับไปยังเรือนพักด้วยอาการหงุดหงิด

ส่วนคนที่หนีขึ้นเรือนมาก็กำลังเดินตรงมายังห้องนอน  เมื่อเห็นเพียงสาวใช้ของชายาตนอยู่ก็ไม่เอ่ยถามอันใด  เพราะคิดว่าตันหยางคงกำลังอาบน้ำ  จิ่นหรงจึงเอ่ยสั่งว่า  

“เจ้าไปเอาชุดที่ตำหนักมาให้ข้าที”

“เพคะ”  มู่หลิงรับคำแล้วก็ออกไปจากห้อง  เมื่อประตูปิดลงร่างสูงก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังมุมห้องเพื่อเข้าไปยังห้องอาบน้ำ

“อยากดูก็เดินเข้ามาสิเพคะ ไม่เห็นต้องทำตัวเป็นพวกถ้ำมองเลย”  เสียงตำหนิดังขึ้นตั้งแต่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ก้าวขาเข้ามาเสียด้วยซ้ำ  ร่างสูงจึงชะงักเล็กน้อยแต่ก็เดินต่อ

จนมาหยุดที่ข้างขอบบ่อที่กว้างกว่าเตียงนอนเป็นเท่าตัว

“จะอาบด้วยกันไหมเพคะ”  ตันหยางเอ่ยเชิญชวน  เพราะนางไม่ได้เปลือยผ้าอาบเหมือนผู้อื่น  ยังมีผ้าพันผูกรอบกายอยู่  ทว่าหากนางลุกขึ้นมันย่อมเผยทรวดทรงองเอวให้เห็นเด่นชัดแน่

จิ่นหรงยกยิ้ม  หากเป็นแต่ก่อนเขาคงนึกรังเกียจคำเชิญชวนของนาง  ทว่าหลายคราแล้วที่เขาเห็นมู่ตันหยางทำท่าเชิญชวน  ใจหนึ่งเลยอยากรู้ว่านางปรารถนาอย่างปากพูดหรือไม่

เขาเปลื้องอาภรณ์ด้านบนต่อหน้านางจนเหลือเพียงกางเกงสีดำติดกาย  จากนั้นร่างกำยำก็ก้าวลงมาในบ่อ  และนั่งห่างจากนางไปเพียงแค่หนึ่งช่วงแขน

ตันหยางยกยิ้มก่อนจะปิดเปลือกตาลง  มือก็กวักน้ำใส่ตัวเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย  ราวกับในห้องนี้มีนางผู้เดียว

ด้านจิ่นหรงยามนี้เขาเอาแต่จ้องใบหน้างามที่พรมไปด้วยหยดน้ำปละปลาย  และเลื่อนต่ำลงมาที่ไหปลาร้า  กระทั่งถึงเนินขาวอวบที่ผูกผ้าเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่  หากนางลุกขึ้นมันจะหลุดไหมนะ  จู่ ๆ เขาก็มีความคิดสัปดนผุดขึ้นมา  มือเรียวจึงรีบกวักน้ำล้างหน้าตนเอง  เพื่อให้สติกลับคืนมา

ตันหยางหันมามองเขาเล็กน้อย  คิ้วสวยเริ่มชนกันอย่างไม่เข้าใจ  เพราะบัดนี้สามีเอาหัวจุ่มน้ำไปแล้ว

“ร้อนหรือเพคะ  ถึงได้ทำเช่นนั้น”  ใบหน้างามเอียงมอง

จิ่นหรงยกมือลูบหน้าตนก่อนจะหันมาหาชายาที่ยังคงจ้องตนอยู่  “ตั้งแต่วันนั้นยังไม่ได้อาบน้ำดีดีเลย”  เขาเอ่ยแก้ตัว

“เช่นนั้นอยากสระผมหรือไม่เพคะ หม่อมฉันจะจัดการให้  มีสมุนไพรที่เราทำขึ้นเองอยู่หลายกลิ่น  อยากลองไหมเพคะ”

“เจ้าหมายถึงจะล้างหัวให้ข้าหรือ”

“ตามนั้นแหละเพคะ”  ตันหยางยิ้มอ่อนให้อย่างเป็นมิตร  ทว่าอีกฝ่ายกลับยังคงนิ่ง  กระทั่งเขาตัดสินใจเอ่ย

“เมื่อครู่เจ้าไม่โกรธข้าหรือ”

“โกรธ!” ตันหยางหยุดคำพูดของตนไว้ก่อนจะเอ่ยอีก “แล้วได้อะไรหรือเพคะ  คำพูดคนไม่รู้จักคิด  ถือสาไปก็หนักเปล่า”

จิ่นหรงถึงกับสะอึกจนพูดอันใดไม่ออก  ชายาตัวน้อยจึงเอ่ยขึ้นมาเองว่า “มานั่งตรงนี้เพคะ  จะล้างผมให้”  น้ำเสียงนางยังคงราบเรียบ  แต่ก็แฝงความอบอุ่นเจือปนติดมา

และไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด  รัชทายาทจึงได้เชื่อฟังขยับเข้ามาใกล้  ก่อนจะถูกมือเล็กดันไหล่ให้เขาหันหลังแทน  จากนั้นร่างอรชรก็ลุกขึ้นนั่งบนขอบบ่อ  แล้วรั้งไหล่เขาพิงมาที่หว่างขาตน

“หลับตาไว้นะเพคะ ประเดี๋ยวสมุนไพรเข้าตามันจะแสบ”  บอกเขาเสียงอ่อน  อีกฝ่ายก็ทำตามราวกับต้องมนต์

จากนั้นตันหยางก็เทน้ำสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมลงบนฝ่ามือ  เมื่อถูจนเกิดฟองเล็กน้อยนางก็วางลงบนศีรษะเขา  นวดคลึงไปมาอยู่หลายหน  เพราะผมของจิ่นหรงนั้นหนามาก  เมื่อปล่อยสยายลงมายาสระขวดเดียวจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ

หลังจากศีรษะเต็มไปด้วยฟอง  กลิ่นหอมของสมุนไพรก็เริ่มโชยมาให้ได้สูดดม  บวกกับการนวดคลึงและเกาเบา ๆ องค์รัชทายาทก็ถึงกับครางพอใจในลำคอ

“ชอบหรือเพคะ”  

“อืม…” ตอบกลับเสียงแผ่ว ยามนี้เขาแทบจะหลับเลยก็ว่าได้  เพราะตลอดสองวันมานี้มีเรื่องเครียดมากมาย  เขาแทบจะหลับไม่เต็มอิ่มเลยด้วยซ้ำ  เมื่อถูกสัมผัสเบาสบายจึงทำให้เขาเผลอหลับไปในที่สุด  แต่ก็เพียงแค่หนึ่งเค่อ ตันหยางก็เอาน้ำราดเพื่อทำให้อีกฝ่ายตื่น เพราะเกรงแช่น้ำนานไปเขาจะเป็นหวัด

“ไยเจ้าไม่ปลุกข้า”

“ก็เห็นพระองค์ทรงหลับสบายจึงไม่อยากกวน ทรงถอยออกไปก่อนเพคะ ขอหม่อมฉันขยับขาหน่อย” นางรีบบอกเขา  เพราะผู้เป็นสามีเอนพิงมาทั้งตัวจนขาชาไปหมดแล้ว

ร่างกำยำจึงรีบเคลื่อนตัวออกมานั่งห่างนิดเดียว  พร้อมกับมองนางอย่างรู้สึกผิด  “ขอโทษ”

“เรื่องไหนล่ะเพคะ”  ตันหยางจ้องหน้าเขา

“ทุกเรื่อง”  เอ่ยแล้วใบหน้าคมคายก็หันหนี

“เพคะ” ตอบรับอย่างไม่ยี่หระ ทำเอาคนเอ่ยถึงกับหน้าเจื่อนไปเอง เพราะท่าทางของตันหยางดูไม่ใส่ใจจริง ๆ

‘นางไม่มีหัวใจหรืออย่างไร’  นึกในใจอย่างฉงน

“ขยับมาเพคะ  จะได้ล้างผม”  เสียงอ่อนเอ่ยขึ้น อีกฝ่ายก็ขยับมาใกล้ ปล่อยให้นางตักน้ำใส่ศีรษะพร้อมกับนวดคลึงอีกหน กระทั่งแล้วเสร็จ  นางก็ม้วนผมแล้วบีบน้ำออกให้  

“เอาผ้าคลุมไว้ก่อนนะเพคะ ขึ้นจากน้ำแล้วค่อยเช็ด” เอ่ยบอกเขาพร้อมกับดันร่างกำยำออกห่าง จากนั้นนางก็ลงมาแช่น้ำเพื่อล้างเนื้อตัว ส่วนผู้เป็นสามีก็ก้าวขึ้นด้านบน และเปลี่ยนอาภรณ์ตรงฉากกั้นไม่นานก็แล้วเสร็จ ทว่าเขายังไม่ยอมออกไป

“จะอยู่ทำไมเพคะ”

“ทำไม  ไม่กล้าเดินขึ้นมาหรือ”  จิ่นหรงท้าทาย  

ตันหยางหลับตาค้อนไปหนึ่งที ก่อนจะลุกพรวดขึ้นจากน้ำโดยไม่ยำเกรงสายตาอีกฝ่ายแม้แต่น้อย จิ่นหรงก็ได้แต่ยืนนิ่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เมื่อได้เห็นรูปร่างของชายาตนที่ถูกผ้าเปียกแนบติดเนื้อกายจนเผยให้เห็นทุกสัดส่วน  

“คนชีกอ  สัปดน”  ตันหยางก่นด่าเขาซึ่งหน้า

ก่อนจะเดินเลี่ยงมาเปลี่ยนอาภรณ์ที่ถูกตระเตรียมเอาไว้แล้ว โดยมีพระสวามียืนนิ่งอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมมาก็คือโลหิตที่ไหลออกทางจมูก จนเขาต้องรีบเงยหน้าขึ้น เมื่อตันหยางเดินออกมาเห็นอาการเขาก็ได้แต่เม้มปากกลั้นขำ

“ไหวไหมเพคะ”  ริมฝีปากอิ่มเผยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยว่า“ไม่น่าจะไหลแล้วเพคะ  ออกไปเช็คผมเถิด  หม่อมฉันง่วงแล้ว”  

“นอนตั้งสองวันยังจะง่วงอีกหรือ”

“ง่วงเพคะ” ตันหยางหันกลับมาตอบเขา  ผู้ที่เดินตามมาจึงหยุดชะงัก  ทำให้ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดติดกันโดยไม่ตั้งใจ ร่างอรชรจึงรีบขยับถอยแล้วหมุนตัวก้าวหนีออกไป

จิ่นหรงยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินตามนางไปที่ริมหน้าต่าง  ซึ่งตันหยางนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเอาผ้าถูผมตนเอง

เขายืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ในใจอยากเอื้อนเอ่ยอาสาทำให้  ทว่าปากมันก็หนักเสียเหลือเกิน 'ไม่ได้  หากเราพูดไป  นางต้องคิดว่าข้าสนใจนางเป็นแน่’  นึกในใจก่อนจะเดินย้อนกลับมาที่โต๊ะ แล้วเขาก็นั่งเช็ดผมตนเองพร้อมกับเหลือบมองนางไปด้วย  และในบางครั้งทั้งคู่ก็สบตากันโดยไม่ได้ตั้งใจ  

“มานั่งตรงนี้เพคะ โดนลมจะได้แห้งไวไว”  ตันหยางร้องเรียกอีกฝ่ายที่ยังคงเช็ดผมอย่างเบามือ

 ร่างสูงจึงก้าวเดินไปนั่งตรงข้ามกัน  แต่ก็ถูกชายาตัวน้อยดันไหล่ให้หันไปทางอื่น  จากนั้นนางก็แย่งเอาผ้าในมือเขาไปเช็ดให้  บางครานางก็ใช้มือสางเพื่อไม่ให้มันยุ่งเหยิง

“หอมไหมเพคะ”  มือขาวจับกลุ่มผมมาให้เขาดม

“อืม…สมุนไพรนี่เจ้าทำเองหรือ”  เมื่อได้โอกาสชวนคุย  เขาจึงรีบเอ่ยทำลายความเงียบเสีย

“ใช่  หม่อมฉันกับพี่ตันหยงทำเก็บไว้ใช้ตั้งแต่อยู่เมืองผิงแล้ว เรากำลังคิดอยู่ว่าเมื่อใดที่หอการค้าเราเปิด หม่อมฉันจะทำเครื่องประทินโฉมเหล่านี้ขาย ทว่ายามนี้แต่งงานเข้าวังแล้ว ไม่รู้จะทำได้หรือไม่”  น้ำเสียงช่วงท้ายแผ่วลง

“หากเจ้าอยากทำก็แค่ลงมือ  ขอแค่ทำให้มันถูกต้องตามกระบวนการของกฏหมายบ้านเมืองก็เพียงพอ”

“ได้จริงหรือ?”  ตันหยางรีบขยับมานั่งข้างเขาจนแทบจะเกยเข่า  “มิได้ห้ามให้คนในราชวงศ์ทำการค้าหรือเพคะ”

“คะ… ใครบอกเจ้า  ราชวงศ์เจิ้งของเราไม่เคยห่วงห้าม  ขอเพียงจ่ายภาษีและไม่ขายสินค้าที่มีราคาสูงเกิน  ย่อมสามารถขายได้อยู่แล้ว” จิ่นหรงบอกกล่าวเสียงติดขัด  เพราะยามนี้เขากับนางใกล้กันมากเหลือเกิน  และเหมือนตันหยางจะรู้ตัวแล้ว  นางจึงรีบขยับลุกมายืนด้านหลังเพื่อเช็ดผมต่อ  

 

 

 

 

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   30. ความสุขของต่วประกอบ

    สายวันใหม่…จิ่นหรงก็พาชายารักตนกลับเข้าวัง เพราะการอยู่ข้างนอกนาน ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำในช่วงเวลานี้เมื่อมาถึงตำหนักทั้งคู่ก็พบกับสนมชิงที่นั่งรออยู่ในศาลา คาดว่าเมื่อวานนางก็คงมารอพวกเขาด้วยกระมังพอตันหยางเห็นอีกฝ่าย จึงนึกขึ้นได้ว่าสนมชิงผู้นี้มีเรื่องต้องการพูดกับพระสวามี นางจึงพารัชทายาทเดินมาด้วย“ถวายพระพรรัชทายาทและพระชายาเพคะ” ชิงอวี้หรูย่อตัวให้ทั้งสอง ก่อนจะมองมายังตันหยางเป็นเชิงถาม“เจ้าพูดเลย” ตันหยางเอ่ย เพราะนางไม่อยากกล่าวเอง เกิดอีกฝ่ายบอกไม่ใช่ ตนคงถูกมองว่ามีใจริษยาเป็นแน่“ว่ามา เจ้าอยากได้สิ่งใด” จิ่นหรงถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นท่าทางอึกอักเป็นกังวลของสนมตัวน้อยที่มีมากเหลือเกิน“หม่อมฉันอยากให้รัชทายาททรงปลดหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเป็นสนมพระองค์แล้ว” สิ้นคำนางก็พ่นลมแรงๆ“ก็แค่นี้เอง เหตุใดต้องทำเหมือนเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ได้ เช่นนั้นวันพรุ่งข้าจะจัดให้ ไม่ต้องห่วงข้าจะหาสามีดีดีให้เจ้าเอง ว่าแต่เจ้าพึงใจใครบ้างหรือไม่” จิ่นหรงถามเสียงอ่อนลงตันหยางจึงหันมาหาสตรีตัวเท่ากัน ทว่าบัดนี้นางกลับเอาแต่ก้มหน้าและมีท่าทางเขินอายจนสองสามีภรรยาต้องขมวดคิ้ว“ทำหน้าเ

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   29. หลงจนโงหัวไม่ขึ้น

    ตันหยางขมวดคิ้วด้วยความมึนงง เพราะเท่าที่นางทราบ แม่ทัพที่เก่งกาจของแคว้นก็มีอยู่สองคนหลัก ๆ นั่นคือพี่ชายนางและแม่ทัพเล่ย ที่เหลือก็เป็นแม่ทัพที่กุมอำนาจเอาไว้เพื่อให้มันสมดุล ฝีมือยังอ่อนหัดหากเทียบกับแม่ทัพทั้งสอง“หมายความว่าอย่างไรเพคะ หากมิใช่พี่ชายหม่อมฉันผู้ใดจะนำทัพ แม่ทัพเล่ยหรือเพคะ หรือพระองค์จะยกทัพไปเอง เสด็จพ่อจะยอมหรือเพคะ” ตันหยางมองสามีอย่างฉงนจิ่นหรงยิ้มก่อนจะตอบให้นางเบาใจ เพราะยามนี้คิ้วงามผูกกันเป็นปมแล้ว “เสด็จอาจะเป็นผู้นำทัพเอง”“เอ๋! ฉินอ๋องมิได้ทรงวุ่นอยู่กับการสร้างเขื่อนหรือเพคะ แล้วพระองค์จะทรงนำทัพได้เยี่ยงไรกัน” นางยังถามต่อ“ไม่ผิด เสด็จอายังคงวุ่นวายกับการสร้างเขื่อนอยู่ ทว่าหากต้องรบกันจริง ๆ เสด็จอาจะเป็นผู้นำทัพเอง เอาล่ะ… อย่าใส่ใจเรื่องไกลตัวเลยนะ วางสิ่งที่เจ้ากังวลลงเถิด สงครามมิใช่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ แต่ถ้ารบจริงเราก็ไม่มีทางแพ้แน่”“ทรงมั่นใจเหลือเกินนะเพคะ” ตันหยางคว่ำปากใส่ท่าทางของพระสวามี ก่อนจะตีเข้าที่อกเขาอย่างหยอกเย้า“แน่นอนสิ ก็ข้างกายพี่มีชายาที่แสนเฉลียวฉลาดอยู่ด้วย ทำสิ่งใดก็ย่อมสำเร็จอยู่แล้ว” จิ่นหรงขยับตัวโยกไปมา ทำให้ร่างเ

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   28. ไม่ยอมห่าง

    หลังจากวันนั้น คนที่บอกว่าจะค้างแรมที่เรือนชายาเพียงแค่สามวัน กลับไม่ยอมทำอย่างที่พูดเอาไว้ และเหมือนยามนี้ องค์รัชทายาทจะไม่ยอมห่างชายารักของตนเลยแม้แต่ยามหารือวางแผน เขาก็ยังพานางมานั่งข้าง ๆ ด้วยณ ห้องโถงในเรือนลับของรัชทายาท ยามนี้มีขุนศึกสามคนร่วมหารืออยู่ หนึ่งคือฟู่อินโหวผู้ชำนาญการรบ ทว่าตั้งแต่รับตำแหน่งโหว เขาก็ไม่ค่อยได้ลงสนามสักเท่าไหร่ หากไม่มีศึกสงคราม ก็จะช่วยราชสำนักเสียมากกว่า ส่วนอีกสองคนคือ แม่ทัพเล่ยซีกวนและแม่ทัพมู่ตานชุย พี่ชายของพระชายามู่ตันหยาง และยังมีหัวหน้าองครักษ์ทั้งสองหน่วยรวมอยู่ด้วย “น้องหญิงบอกว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งเคยคุ้มกันสินค้าให้กับอ๋องลี่จาง สถานที่รับของอยู่ที่เมืองเจียง ฉะนั้นพวกมันต้องผลิตอาวุธอยู่ระแวกใกล้เคียงเป็นแน่” จิ่นหรงเอ่ยบอกแม่ทัพทั้งสอง ซึ่งยามนี้กำลังเดินวนรอบโต๊ะตัวใหญ่ที่ถูกยกเอามาตั้งไว้เป็นแผนผังเพื่อใช้ในการสำรวจดูว่าจุดไหนจะเป็นตำแหน่งผลิตอาวุธ“กระหม่อมอยู่ใกล้เมืองนี้ เมื่อกลับไปแล้วจะส่งทหารเข้ากวาดล้างทั่วทุกมุมมืองทันทีพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพเล่ยเอ่ยขึ้น“หากเราลงมือกวาดล้างจะไม่เป็นผลเสียมากกว่าดีหรือท่านแม่ทัพ” ซ่งเทียนทักท

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   27. ปรับความเข้าใจ

    ตันหยางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ตนเคยได้ยินมาในช่วงที่เดินทางคุ้มกันสินค้า ซึ่งตนต้องพบเจอผู้คนมากมายหลากหลายประเภท และสาเหตุที่นางรู้เรื่องนี้ก็เพราะคนงานตนมีแต่บุรุษ บางคราพวกเขาก็พูดคุยถึงเรื่องสัปดนเหล่านี้ตามประสา และคนงานหนุ่มผู้หนึ่งก็เคยประสบปัญหาเฉกเช่นที่รัชทายาทพบเจอมา ต่างกันแค่ชายผู้นั้นไม่ได้หยุดเพียงเพราะมันเจ็บ ยามเมื่อมีโอกาสมีเงินพวกเขาก็ชักชวนกันไปหอนางโลมเช่นเคยแต่แล้วเหตุใดกันคนที่มีสตรีรายล้อมมากมายอย่างองค์รัชทายาทถึงได้เข็ดขยาดกับเรื่องพวกนี้กันเล่าแล้วมันเพราะเหตุใดกัน วันนี้ไยเขาถึงได้ยอมทำกับนาง เพราะอารมณ์มันชักนำให้เขาอยากลองอีกสักครั้งกระนั้นหรือ‘ถามดีไหมนะ’ ตันหยงมองหน้าเขา แววตานางมันสื่อความต้องการอย่างชัดเจน ผู้เป็นสามีจึงยิ้มอ่อนส่งให้“สงสัยอันใดอีกฮึ” น้ำเสียงเขาอ่อนโยนัก ตันหยางจึงยิ้มแป้นให้เขา ก่อนจะพ่นลมหายใจแรงแล้วเอ่ยถามออกไป“แล้วเหตุใดวันนี้รัชทายาทถึงได้ทำกับหม่อมฉัน ทั้งที่ในใจยังคงหวาดกลัวว่ามันจะเจ็บเพคะ” ถามจบนางก็รู้สึกโล่งจิ่นหรงนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยบอกสิ่งที่เขาคิดให้ชายาตัวน้อยฟัง “พอคิดว่าทำกับเจ้า พี่ก็ไม่รู้สึกกลัว คิด

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   26. มีเหตุผล

    แม้จิ่นหรงจะบอกกับชายาตนว่าไปที่เตียง ครั้นเมื่อเขากระเตงนางขึ้นกลับไม่ยอมก้าวเดิน เพราะท่วงท่าที่เป็นอยู่มันชวนให้เขาอยากขยับทำอย่างอื่นมากกว่า“อื้อ… เสด็จพี่เช่นนี้มัน อ๊ะ!... อ่า…” ตันหยางเผลอครางเมื่อร่างแกร่งขยับตัวนางโยกขึ้นลงอย่างเชื่องช้าจิ่นหรงยกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงชายาตัวน้อยตนครางหวาน พร้อมกันนั้นเขาก็ร้องขอบางอย่างกับนาง“อ่า…น้องหญิงจูบพี่ที พี่ต้องการลิ้นของเจ้า”ตันหยางสบสายตาเว้าวอนของพระสวามี พรางขยับเข้าหาราวกับกำลังต้องมนต์ นางทำตามที่เขาเอ่ยอย่างว่าง่าย อึดใจต่อมา เสียงจูบผสานกับเสียงเนื้อกระทบกันด้านล่างก็ดังมาให้ได้ยิน มันช่างน่าขนลุกนัก ทว่ากลับเป็นที่ถูกใจผู้ที่ยืนเสยแท่งหยก เพราะเสียงนี้มันกระตุ้นกำหนัดได้ดีเหลือเกิน ยิ่งเขาก้าวเดินไป ร่างกายของทั้งคู่ก็เหมือนจะหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อร่างกำยำเปลือยเปล่าพาชายามาหยุดที่โต๊ะมุมห้องจิ่นหรงก็ไม่รีรอที่จะขยับสะโพกหนาเข้าหานางในท่วงท่าที่ดูหยาบโลนยิ่งนัก มองจากด้านหลังจะเห็นเพียงส่วนขาเรียวขาวอ้าออกกว้าง ร่างกายเย้ายวนของตันหยางถูกบังปิดด้วยร่างกำยำเปลือยเปล่า ซึ่งยามนี้มันกำลังขยับเข้าใส

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   25. ข้าขอนะ

    ตันหยางทิ้งเวลาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนรู้เรื่องที่เขาลอบขโมยจูบนาง เมื่อผ่านไปหนึ่งจิบชานางก็แสร้งขยับร่างกาย“ตื่นแล้วก็ขึ้นเถิด ประเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้”“เอ๋! นี่หม่อมฉันหลับไปหรือเพคะ” นางถดตัวค่อย ๆ ถอยออกจากตัวเขา ทว่าแขนแกร่งกลับรั้งไว้“จะรีบไปไหน” จิ่นหรงยกยิ้ม แววตาที่เขามองนางดูมีเลศนัยอย่างไรชอบกล มิหนำซ้ำเขายังรั้งเอานางเข้ามาใกล้อีก ซึ่งครานี้มันต่างจากคราก่อน เพราะทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน“มะ… มีอะไรหรือเพคะ” มือขาวยกขึ้นดันอกเปลือยเปล่าของเขาทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างระคนตื่นตระหนก เมื่อมือเรียวเลื่อนจากรั้งเอวมาจับท้ายทอยตนตรึงไว้ใบหน้าเขาเริ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ และนางก็ออกแรงดันเขาตามสัญชาตญาณความตื่นกลัว แต่ไหนเลยคนที่ปรารถนาริมฝีปากนุ่ม ๆ จะยอมหยุดการกระทำ ในที่สุดมันก็แนบสัมผัสกันอย่างใจเขาต้องการ ส่วนอีกคนก็ตาโตไปแล้วจิ่นหรงในยามนี้มิอาจห้ามใจตนได้จริง ๆ หลังจากเขาได้สัมผัสความนุ่มหยุนครั้งหนึ่ง เขาก็ไม่อาจทนมองเพียงอย่างเดียวได้อีก หากไม่ทำให้นางรู้ ภายหน้าคงยากที่จะได้เชยชมอีกพอได้ลิ้มลอง เขาจึงไม่หยุดแค่การประกบปากแนบชิด เมื่อนางเริ่ม

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   4.สังหารด้วยเพลิง

    ตันหยางยืนจ้องพระสวามีที่มองตนด้วยแววตานิ่งเรียบ “พระองศ์คงไม่คิดจะให้หม่อมฉันนอนพื้นกระมัง”“เจ้าบอกเองว่าจะนอนตรงนั้นมิใช่หรือ”“ก็แค่ลมปากทรงเชื่อหรือเพคะ ขยับไป…หากไม่ขยับหม่อมฉันจะนอนทับพระองค์นะเพคะ” ตันหยางบอกกล่าวเสียงจริงจัง ผู้เป็นสามีจึงรีบทำตามที่นางบอก เพราะเขาเชื่อว่านางต้องทำจริง

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   3.ไม่เป็นดั่งหวัง /2

    ร่างสูงของเจ้าบ่าวได้หยุดยืนที่กลางห้องราวกับชั่งใจ แต่ความเป็นจริงจิ่นหรงกำลังตื่นเต้นต่างหาก“นี่ท่าน…” มู่หลิงเห็นอีกฝ่ายก็ยกนิ้วชี้หน้า“อย่าเสียมารยาท คนผู้นี้คือรัชทายาท” มู่เฟิงรีบเอ่ยบอกน้องสาวของตน ก่อนที่นางจะทำกิริยาหยาบคายใส่“ระ…รัชทายาทหรือ” คนตื่นตระหนกยังคงไม่เชื่อ“เรื่องอื่น

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   2.ใม่เป็นดั่งหวัง/1

    ณ ชานเมืองผิงทิศทางตะวันออกของแคว้นหนาน ที่นี่ถือว่าเป็นเมืองใหญ่พอสมควร เพราะอยู่ห่างเมืองหลวงแค่เพียงครึ่งวันเท่านั้น ทว่าต้องควบม้ามาจึงจะถึงได้ไวเช่นนี้ หากนั่งรถม้าก็ต้องใช้เวลาเกือบวันจึงจะถึงตัวเมืองและที่นี่ก็คือบ้านเกิดเมืองนอนของ ‘มู่ตันหยง’ บุตรสาวคนรองของโหราจารย์มู่ซางฉี ทว่ายาม

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   1.บทนำ

    บทนำ...เสียงควบม้าอย่างเร่งรีบยังคงดังก้องป่า ราวกับกลุ่มคนเหล่านี้กำลังตามล่าใครสักคน ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น พวกมันกำลังตามเอาชีวิตใครคนหนึ่งที่กำลังควบม้าหนีตาย“ตามมันให้ทัน โอกาสดีเช่นนี้มิได้หาง่าย ๆ” เสียงตะโกนดังขึ้นตามหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังตามมาส่วนกลุ่มคนด้านหน้าควบม้า

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status