مشاركة

4

last update تاريخ النشر: 2026-08-05 21:29:37

ร่างเล็กของเด็กชายวัยย่างสี่ขวบเดินออกมาจากห้องนอนในกลางดึกสงัด เพราะหลับตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจึงไหวตัวตื่นเร็วกว่าปกติ

การันต์หนีบตุ๊กตาพี่หมีสีน้ำตาลไว้ข้างลำตัวก่อนจะเขย่งปลายเท้าเอื้อมสุดแขนจับลูกบิดประตูปิดลงไว้ตามเดิม ทุกครั้งที่ตื่นมากลางดึกการันต์มักจะไปหาแม่ คืนนี้ก็เช่นกัน

ปลายเท้าเล็กหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างของมารดาปรากฏตัวอยู่หน้าห้องนอนก่อนแล้ว ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อแย้มยิ้มเมื่อรู้ว่าแม่เองก็ยังไม่นอน

ทว่าภาพในการมองเห็นของเด็กชายค่อนข้างแปลกประหลาด แม่ยืนหลับตานิ่งทั้งตัวสั่นเทิ้มคล้ายคนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง อีกทั้งบรรยากาศในยามนี้ค่อนข้างเงียบสงัดจึงได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากภายในห้องนอนใหญ่ได้อย่างชัดเจน

เหตุการณ์นี้คุ้นนักคล้ายเคยได้เห็น เคยได้ยินมาก่อน...

อ้อ! จำได้แล้ว พี่ๆ สาวใช้ในบ้านเองก็เคยทำเช่นนี้ ปิดประตูตีปีเตอร์ เจ้าแมลงตัวเล็กมีลำตัวสีน้ำตาลเข้มปรากฏตัวที่ไหนก็เรียกเสียงกรีดร้องจากผู้อื่นได้เสมอ ป้าแววเคยบอกว่ามันเป็นแมลงที่มีเชื้อโรคเยอะมาก

ดังนั้นเด็กชายการันต์คิดว่าแม่เขาก็น่าจะกลัวมันเช่นเดียวกันถึงได้ออกมายืนหลบคนเดียวหน้าห้อง ส่วนพ่อคงไล่จับมันอยู่ข้างในสินะ อืมๆ เขาคิดว่าเข้าใจแล้วละ เขาควรไปช่วยแม่

ยังไม่ทันก้าวขา ท่อนแขนเล็กก็ถูกคว้าไว้เสียก่อนเมื่อเอี้ยวคอมองก็เห็นป้าแววมีสีหน้าตกใจ

เพราะตื่นมาไม่เห็นคุณหนูใจก็หล่นหายนับว่าโชคดีที่เด็กชายไม่ได้ไปไหนไกล ป้าแววยอบตัวลงจับหัวไหล่เล็กทั้งสองข้าง “คนเก่งของป้าแวว ออกมาทำอะไรตรงนี้คะ”

“น้องจะไปนอนกับคุณแม่ฮะ น้องอยากกอดคุณแม่” ดวงตาใสซื่อจ้องตอบเปิดเปลือยความรู้สึกไร้การปรุงแต่ง

ได้ฟังคำตอบเช่นนั้นป้าแววก็เงยหน้าขึ้นมองคุณผู้หญิงจากอีกฟากหนึ่งของโถงทางเดิน เสียงข้าวของแตกกระจายที่ดังมาจากในห้องนอนก็เดาได้ทันทีว่าคุณๆ ทั้งสองคงทะเลาะกันอีกแล้ว ป้าแววลอบถอนหายใจปลงตก สงสารก็แต่คุณหนูของเธอช่างไม่รู้เรื่องอะไรเสียเลย

หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ดารินมักมานอนกับลูกเสมอ หนนี้ก็คงไม่ต่าง ป้าแววจึงตอบกลับอย่างอ่อนโยนพลางลูบศีรษะเล็ก “รอที่ห้องดีกว่าค่ะ เดี๋ยวคุณแม่ก็มา”

“แม่จะมานอนกับน้องเหรอ”

ป้าแววพยักหน้ายิ้มๆ ทว่าการันต์ก็ยังคงมีคำถาม

“เป็นเพราะแม่กลัวปีเตอร์ใช่มั้ยครับ” คนถูกถามมีสีหน้าสงสัย แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร หล่อนเพียงลุกขึ้นยืนจูงมือเล็กเดินกลับเข้าห้องตามเดิม

ผ่านไปราวยี่สิบนาทีประตูห้องนอนถูกใครบางคนค่อยๆ แง้มออก การันต์ที่นอนเล่นกับพี่หมีเมื่อเห็นร่างของมารดาปรากฏตัวก็ดีดตัวลุกขึ้นวิ่งไปสวมกอดหน้าขาผู้เป็นแม่ทันที

ดารินถอยหลังผงะเล็กน้อยเมื่อถูกสวมกอดโดยไม่ทันตั้งตัว เธอหันมองป้าแววมีเครื่องหมายคำถามในดวงตาคู่สวยว่าเหตุใดการันต์ถึงตื่นมาในเวลานี้

ป้าแววเองก็มีสีหน้าลำบากใจทำได้เพียงส่งยิ้มบางๆ

“ทำไมถึงยังไม่นอนล่ะลูก” เธออุ้มการันต์ขึ้นแนบอก จากนั้นเดินไปยังเตียงนอนหย่อนสะโพกนั่งลงโดยมีการันต์อยู่บนหน้าตัก

“ป้าแววบอกว่าแม่จะมา เป็นเพราะปีเตอร์ใช่มั้ยฮะ แม่เลยมานอนกับน้อง” ดารินเลิกคิ้วสงสัย

 การันต์จึงพูดต่อ “น้องได้ยินเสียงดังมาจากในห้องเห็นแม่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตู แต่ไม่เป็นไรนะน้องจะปกป้องแม่เอง” 

การันต์ยืนยันคำพูดนั้นด้วยการปีนลงจากตัก ยืนบนเตียงยืดตัวขึ้นอ้าแขนออกกว้างคว้าลำคอแม่เข้ามาซบแผ่นอกเล็กๆ จากนั้นใช้มือลูบเส้นผมมารดาแผ่วเบาอย่างที่เขาเคยได้รับจากคนรอบข้างเสมอ บัดนี้ความอ่อนโยนทั้งหมดกำลังถูกส่งต่อให้มารดา

หวังปลอบประโลมให้แม่หายหวาดกลัว...

ป้าแววมองคุณหนูของบ้านโชติพิสุทธิ์เมธาด้วยสายตาปลาบปลื้ม น้ำตารื้นขึ้นมาเสียดื้อๆ พ่อทูนหัวของหล่อนช่างเป็นเด็กชายที่อ่อนโยนเหลือเกิน ทั้งที่พ่อแม่ไม่ลงรอยกันแท้ๆ 

ไม่อยากรบกวนเวลาแม่ลูก หล่อนจึงเดินออกมาจากห้องเงียบๆ

ดารินรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกขึ้นในลำคอ ไม่รู้จะตอบลูกอย่างไร เธอกะพริบตาขับไล่ความร้อนผ่าวรอบดวงตา

“แล้วพ่อมานอนกับเราด้วยมั้ยฮะ พ่อก็น่าจะกลัวเหมือนกัน หรือเราควรออกไปช่วยพ่อดี”

ดารินผละตัวออกจากร่างเล็ก เธอส่ายศีรษะไปมา

“...พ่อเก่งจะตาย สู้กับปีเตอร์ได้อยู่แล้ว น้องอยากฟังนิทานมั้ย”

พอถูกถามเช่นนั้นการันต์ก็ดวงตาเป็นประกายวิบวับพยักหน้าเร็วๆ “เอาเรื่องลูกหมูสามตัวฮะ”

“เรื่องนี้อีกแล้วไม่เบื่อหรือไง” หนังสือนิทานมีมากมาย แต่การันต์ชอบเรื่องนี้มากที่สุดทั้งยังเป็นเรื่องแรกที่เธอเล่าให้ลูกฟังตั้งแต่สมัยการันต์อายุขวบเศษ

“ไม่เบื่อฮะ น้องชอบฟัง”

ลูกหมูสามตัวออกจากอ้อมอกแม่เพื่อไปสร้างบ้านอยู่ด้วยตัวเอง แต่กลับถูกหมาป่าระรานด้วยรากฐานของบ้านที่ไม่แข็งแรง หลังจากเล่าจบการันต์ก็เอ่ยถามมารดา

“ทำไมพวกเขาต้องแยกกันอยู่ด้วยฮะแม่ ทำไมไม่ช่วยกันสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ อยู่ด้วยกัน เอาแม่หมูมาด้วย ถ้าเราเป็นครอบครัวใหญ่หมาป่าก็ทำอะไรเราไม่ได้ ใช่มั้ยฮะ...แต่น้องอยากรู้จังทำไมในนิทานไม่พูดถึงพ่อหมูเลย”

ดารินหัวเราะในลำคอก้มลงจุ๊บหน้าผากเล็กก่อนเอื้อมมือปิดโคมไฟข้างหัวเตียง

“ฝันดีนะคนเก่งของแม่”

 และไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนั้น...

เมฆินทร์สะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนที่ป้าแววเคาะประตูเรียกให้ลงไปทานข้าว ความรู้สึกแรกหลังตื่นนอนคือมึนหัวมากถึงกับครางในลำคอ ปวดเมื่อยทั่วร่างกายคล้ายแบกหามของหนักมาทั้งคืน หลังจากปรับโฟกัสการมองเห็น เขายกนาฬิกาเรือนหลายล้านบนข้อมือขึ้นมาเพ่ง 

เขาต้องพาเด็กๆ ไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้านใหญ่ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อเห็นว่าสายมากแล้วเมฆินทร์จึงตื่นเต็มตาเรียวขายาวก้าวลงจากเตียงนอน ทว่าเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างพอมองรอบห้องให้ดีถึงกับสบถคำหยาบออกมา 

“เหี้ยอะไรวะเนี่ย”

เพราะมันดูไม่จืดเอาซะเลย...

โคมไฟหักเป็นสองท่อนหลอดแก้วด้านในแตกละเอียด ชั้นวางของก็ล้มระเนระนาดไหนจะเครื่องสำอางเมียที่เกลื่อนกลาดทั่วพื้นห้องไปหมด บางชิ้นก็ถูกเหยียบจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก...

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาเป็นฉากๆ ร่างสูงทรุดตัวลงกับพื้นนั่งชันเข่ายกมือคลึงขมับแรงๆ ดวงตาสีเข้มมองข้าวของตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง ตอนยกมือขึ้นมากอดเข่าทันได้เห็นรอยบาดแผลทางยาวบนหลังมือ เลือดมันแห้งกรังหมดแล้ว

แต่เขาไม่เจ็บเลยสักนิด อาจเป็นเพราะถูกความรู้สึกผิดกลบความเจ็บปวดนั้นจนหมดสิ้น เมาแล้วชอบทำลายข้าวของเป็นสันดานที่แก้ได้ยากจริงๆ

ถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะลุกขึ้นหยิบเครื่องสำอางของเมียขึ้นมาเก็บไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งตามเดิมถึงบางอย่างจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม...

ค่อยให้เงินไปซื้อใหม่แล้วกัน

เมฆินทร์เดินลงมาจากบันไดด้วยชุดลำลอง เสื้อยืดคอกลมกับกางเกงชิโนทรงกระบอก อาการเมาค้างยังมีอยู่นิดๆ เพราะแบบนั้นก่อนเดินมาถึงโต๊ะอาหารเขาสั่งสาวใช้ให้ทำซุปร้อนๆ อะไรก็ได้มาเสิร์ฟบนโต๊ะด้วย

“คุณดาเธอทำซุปไก่มันฝรั่งไว้ค่ะ” คำตอบที่ได้รับทำร่างสูงหยุดชะงัก

 ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองว่า ยายเมียตัวร้ายก็ยังสนใจกันอยู่บ้าง แต่คิดดูอีกทีเธอก็คงทำให้ลูกนั่นแหละ

ซุปไก่มันฝรั่งนอกจากจะเป็นของโปรดยามเขาเมาค้างก็ยังเป็นเมนูสุดโปรดของเจ้าแฝดด้วย...

ถึงจะสายมากแล้ว แต่บนโต๊ะอาหารยังคงครื้นเครงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหยอกล้อของเด็กๆ เมฆินทร์เดินไปหอมแก้มเจ้าแฝดคนละฟอดและปิดท้ายด้วยการันต์ก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้หัวโต๊ะสุดข้างกันกับดาริน

“พ่อยังไม่ได้หอมแม่เลยนี่นา” ภูเบศวร์เอ่ยท้วงเมื่อเห็นว่าพ่อเดินเลยแม่ไปเฉยๆ

“พี่ภีมอาหารยังเต็มปากอยู่เลยลูก” ดารินตำหนิหวังเบี่ยงเบนความสนใจ แทนที่จะกลัวเจ้าตัวดีกลับรีบเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วเอ่ยถึงความตั้งใจแรก

“พ่อยังไม่ได้หอมแม่เลย อย่าขี้โกงสิเห็นมั้ยแม่งอนแล้ว” พลางยักคิ้วหลิ่วตามาทางคุณแม่คนสวย

คนถูกพาดพิงขมวดคิ้วเข้าหากัน ตรงไหนบนใบหน้าเธอหนอที่บ่งบอกอารมณ์นั้น ส่วนเมฆินทร์หัวเราะในลำคอกับท่าทางเล่นหูเล่นตาของลูกชาย

สำเนาถูกต้องได้พ่อเต็มๆ! 

เขาเหลือบตามองเสี้ยวหน้าภรรยาก่อนโน้มตัวไปข้างหน้าทำไวๆ ก่อนกลับมาตีหน้านิ่งตามเดิม

จุ๊บ! ที่มาพร้อมกับเสียงปนน้ำลายหน่อยๆ ทำเอาดารินหน้าตึงทันที แต่เพราะเด็กๆ นั่งมองอยู่เลยไม่ได้ยกมือขึ้นมาเช็ดแต่อย่างใด เพียงกัดฟันยิ้มให้สามีเท่านั้น

เมฆินทร์ทำเป็นมองไม่เห็น “ไม่มีใครรอทานข้าวพร้อมพ่อเลยเหรอเนี่ยน้อยใจชะมัด”

“พ่อตื่นสายนี่ครับ” ภูมินทร์ตอบพลางส่งไส้กรอกชิ้นสุดท้ายเข้าปากเป็นจังหวะเดี๋ยวกับป้าแววนำถ้วยซุปร้อนๆ มาให้ไอควันลอยคลุ้งทั้งยังส่งกลิ่นหอมเครื่องเทศตลบอบอวล พานทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

“คุณดาเธอตื่นมาทำแต่เช้าเลยค่ะ”

เมฆินทร์ปรายตามองภรรยา เห็นอีกฝ่ายเพียงนั่งป้อนข้าวการันต์เงียบๆ ไม่มีทีท่าอะไรเป็นพิเศษเขาก็เลิกสนใจหันมาใช้ช้อนตักน้ำซุปขึ้นมาซดแทน

อาการเมาค้างแทบหายเป็นปลิดทิ้ง สดชื่นดีจริงๆ รสมือเมียเนี่ย

 “เจ็บมั้ยฮะ” 

“หืม?” 

“แผลบนหลังมือพ่อไง” ดวงตาใสซื่อของการันต์จดจ้องบาดแผลบนหลังมือบิดา

เขาเผลอมองหน้าดารินก่อนจะเอามือข้างนั้นหลบลงใต้โต๊ะ หัวเราะเสียงแผ่วแล้วบอกการันต์ว่า

“เจ็บอะไรกัน พ่อไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“เมื่อคืนน้องรู้นะ” หนนี้เมฆินทร์เบิกตากว้างหน้าซีดเผือด เกือบจะลนลานอธิบายกับลูกอยู่แล้วเชียวหากการันต์ไม่พูดขึ้นมาก่อน

“ปีเตอร์บุกห้องพ่อใช่มั้ยฮะ น้องได้ยินเสียงพ่อไล่มัน...แม่กลัวมากเลยต้องมานอนกับน้อง”

ป้าแววเห็นท่าไม่ดีตั้งใจชวนการันต์ไปเดินย่อยอาหาร แต่เมฆินทร์ส่ายหน้าเชิงบอกว่าไม่เป็นอะไร เขาจะคุยกับลูกเอง

“ใช่ครับ พ่อเองก็...กลัวแทบแย่” ช่วงประโยคท้ายดวงตาคู่คมเงยขึ้นสบตาภรรยาเสมือนมีความหมายมากมายอัดแน่นอยู่ในนั้น ดารินไม่อาจทำความเข้าใจกับมันได้เธอกดหน้าลงต่ำไม่สบตาเขาอีก

ภูมินทร์ ภูเบศวร์ที่นั่งฟังอยู่นานเริ่มขนลุก เพราะพวกเขาเองก็ไม่ชอบปีเตอร์หรือเจ้าแมลงสาบนั่นเลย

“ภีมเกลียดแมลงสาบ”

“ภูมิก็ไม่ชอบ มันสกปรก พ่อต้องให้คนขึ้นไปทำความสะอาดห้องครั้งใหญ่แล้วละครับ”

เมฆินทร์กลืนน้ำลายลงคอดังอึก ถูกเศษกระจกบาดจนได้เลือดยังเทียบไม่ได้กับคำพูดเจ้าแฝดสักนิด !

แมลงสาบที่ว่ามันมีที่ไหนกันเล่า มีแต่ไอ้หมาบ้าเมาเหล้าตัวนี่ละ พูดถึงแมลงสาบก็พานกระเดือกข้าวไม่ลง หัวข้อสนทนาจึงเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นแทน

“วันนี้เราจะไปหาคุณปู่คุณย่าเด็กๆ เตรียมของฝากหรือยังเอ่ย”

เด็กๆ ที่ว่าต่างผสานเสียงออกมาอย่างพร้อมเพรียง “ยางค้าบบบบ” เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นมาจากการันต์พานทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารยิ้มตามไปด้วย

มีเพียงดารินแม้อยากร่วมวงหัวเราะกับลูกแค่ไหนก็ทำได้เพียงฝืนยิ้มออกมา เพราะนั่นหมายถึงเธอต้องไปเผชิญหน้ากับคนครอบครัวโชติพิสุทธิ์เมธาอีกครั้ง แม้ไม่อยากไปเลยสักนิดก็ตาม...

เป็นเรื่องจริงที่ว่า...หลังจากคนเราหมดผลประโยชน์ต่อกัน ความสำคัญก็มักถูกลดทอนลงไปด้วย ชัชวาลย์ถูกปลดลงจากตำแหน่งทุกอย่างก็ไม่ได้สวยงามดั่งกลีบดอกไม้ที่ถูกโปรยปรายขนาบบนเส้นทางอย่างในตอนแรก

 พ่อสามีเธอน่ะกระหายในอำนาจเสียยิ่งกว่าอะไร และหากดารินไม่ใช่ลูกสาวท่าน สส. เธอคงไม่มีวันถูกคนบ้านโชติพิสุทธิ์เมธายอมรับโดยง่าย

โชติพิสุทธิ์เมธาเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกหลายคนในพื้นที่อันกว้างขวาง คฤหาสน์เมธาตั้งเด่นตระหง่านตรงกลาง ส่วนปีกซ้ายและขวามีเรือนเล็กที่อาจใหญ่โตสำหรับคนทั่วไปขนาบข้าง

 เป็นที่รู้กันดีว่าท่านชัยพลมีเมียทั้งหมดสามคน แต่ละคนล้วนให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาว ส่วนเมฆินทร์เป็นลูกที่เกิดจากเมียหลวงอย่างคุณหญิงสุมณีจึงเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมมากกว่าลูกคนอื่น

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทุกคนจะมารวมตัวกันที่บ้านใหญ่ ทันทีที่เมฆินทร์กับภรรยามาถึง คุณหญิงสุมณีก็รีบเดินออกไปต้อนรับหลานๆ

“สวัสดีค่ะคุณแม่”

ดารินยกมือไหว้แม่สามีทว่าอีกฝ่ายเพียงปรายตามองเท่านั้น ก่อนจะหันกลับไปสนใจเด็กๆ ดารินยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยหาได้รู้สึกสะเทือนใจแต่อย่างใด เธอโดนเมินเช่นนี้จนชินเสียแล้ว ส่วนเมฆินทร์เปิดท้ายรถให้สาวใช้นำของฝากไปเก็บ

ดวงตาคู่คมแปลกใจยามเห็นภรรยายังคงยืนอยู่ที่เดิมทั้งที่มารดาจูงมือเด็กๆ เข้าบ้านไปกันหมดแล้ว

“ยืนรออะไรไม่ทราบ หรือรอไอ้เจมส์คงผิดหวังแล้วละ ได้ข่าวว่าวันนี้มันไม่มาซะด้วยสิ”

 ดารินกระแทกลมหายใจพึมพำเสียงเบาว่า “เพ้อเจ้อ” ก่อนจะเดินนำหน้าเขาไปโดยไม่คิดอยู่รอฟังคำพูดใดอีก

จิรันตน์เป็นบุตรชายของท่านชัยพล เกิดจากเมียคนที่สอง และคลอดก่อนเมฆินทร์ถึงสามเดือน และถึงแม้เกิดจากบิดาคนเดียวกัน หากแต่คนทั้งสองไม่กินเส้นกันตามมารดาผู้ให้กำเนิด หากเป็นครอบครัวอื่นได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาคงจะเต็มไปด้วยความสุข แต่ไม่ใช่สำหรับครอบครัวนี้...

ภูมินทร์ ภูเบศวร์ และการันต์คือหลานที่เกิดจากลูกชายคนโปรดจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะถูกเอ็นดูจากคุณหญิงสุมณี เด็กๆ อยู่เล่นกับคุณย่าพักใหญ่ก่อนจะถูกส่งต่อให้สาวใช้พาไปเล่นสวนหลังบ้าน เนื่องจากมีเครื่องเล่นสไลเดอร์ที่ท่านสั่งทำให้หลานๆ โดยเฉพาะ

บรรยากาศที่ไร้เสียงพูดคุยของเด็กๆ ทำให้ห้องรับแขกดูตึงเครียดขึ้นมาทันตา

“ชัชวาลย์เป็นยังไงบ้างล่ะช่วงนี้” ชัยพลเปิดบทสนทนาแรกกับลูกสะใภ้พลางยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ

“สบายดีค่ะ”

เมื่อได้รับคำตอบสั้นๆ เหมือนไม่ใส่ใจจะพูดถึง คุณหญิงสุมณีก็ตำหนิ “แม่คนนี้ ถามคำตอบคำ ดีที่ว่าน่ะเป็นยังไงช่วยขยายความด้วย”

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “คุณพ่อกำลังก่อตั้งมูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าค่ะ ช่วงนี้เลยยุ่งๆ ไม่ค่อยได้พบปะใคร”

ชัยพลพยักหน้ารับช้าๆ ดวงตาคมดุสบตากับลูกสะใภ้ สายตาคู่นั้นคล้ายมองกันอย่างทะลุปรุโปร่ง ดารินเองก็ยังนึกหวั่นเกรง

“เพราะงั้นเองสินะ หลายวันก่อนถึงมาหยิบยืมฉันหลายล้านเชียว” วางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะใช้มือข้างเดียวกันดึงเช็คเงินสดจากกระเป๋าเสื้อโปโล

 “มารับไปสิ”

ดารินนั่งอึ้งเธอไม่รู้มาก่อนว่าบิดามาหยิบยืมท่านชัยพลด้วย...เมื่อไรพ่อจะเลิกทำให้เธออับอายเสียที

เธอแทบจะมองหน้าคนบ้านสามีไม่ติดอยู่แล้ว!

 “พ่อเก็บไว้เถอะครับ เรื่องนั้นผมจัดการเองได้” ประโยคหลังหันมามองเสี้ยวหน้าภรรยาอย่างหัวเสียที่บอกว่าครอบครัวเมียอยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะเงินผัวอย่างเขาไม่เกินจริงเลยสักนิด พ่อตาก็เหลือเกินไม่คิดจะไว้หน้าเขาเลยสักนิดหรือไง

“เอาเถอะ เศษเงินเพียงเท่านี้ขนหน้าแข้งฉันไม่ร่วงหรอก”

คุณหญิงสุมณีเหยียดยิ้มมุมปากปรายตามองลูกสะใภ้ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาบ้าง

“รับๆ ไว้เถอะ ถือเสียว่าทำบุญทำทาน พ่อกับแม่ไม่คิดมากหรอกตาเมฆ ดีกว่าไปเป็นหนี้นอกระบบจริงไหม”

ดารินเผลอกำหมัดแน่นจนคมเล็บจิกเข้าเนื้อ พอหมดผลประโยชน์ต่อกัน เธอกับครอบครัวก็เป็นเพียงกระดูกซี่โครงไก่ชิ้นหนึ่งเท่านั้นจะชิมก็ไร้รสชาติจะทิ้งก็เสียของ 

เมฆินทร์หัวเสียเป็นเขาเองที่ลุกขึ้นดึงเช็คเงิดสดมาจากบิดา ตาคมจ้องตัวเลขบนกระดาษมีความขบขันให้ได้เห็นวันก่อนคนลูกขอไปยี่สิบล้าน วันนี้ก็คนพ่ออีกยี่สิบล้าน ดีจริงบ้านนี้ขอกันทั่วถึงดี เขาขยำมันจนยับยู่ก่อนยัดใส่กระเป๋ากางเกง

“ไหนๆ ก็มาแล้ว ฉันมีเรื่องจะหารือกับแกอยู่พอดีตาเมฆ”

“ครับ”

“แกคิดเห็นยังไงหากฉันอยากให้รับลูกสาวคุณเฉลิมชัยเป็นเมียอีกสักคน”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ภรรยาในอุดมคติ   15

    ห้าล้านสำหรับค่าตัวงั้นหรือ... เฮอะ ดีจริงๆ เมฆินทร์จ้องภรรยาตาเขม็งก่อนสอดฝ่ามือรั้งท้ายทอยเธอดึงเข้าหาด้วยแรงที่ไม่เบาเลย ดารินเผยอปากเตรียมสวดสามี แต่เขากลับไม่เว้นช่องว่างนั้นให้เธอได้เอื้อนเอ่ยคำใดขึ้นมาอีกการบดจูบที่เร่าร้อนแฝงไว้ด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน ดารินเจ็บแปลบทั่วริมฝีปากนั่นเพราะคมเขี้ยวแหลมคมขบกัดอย่างแรงเรียวลิ้นร้ายเกี่ยวกระหวัดทั้งไล่ต้อนและดูดดุน น้ำลายและหยดเลือดถูกคละเคล้าด้วยกันจนได้รสชาติขมปร่าอบอวลในโพรงปาก เสียงเฉอะแฉะดังผสานอย่างต่อเนื่อง เป็นดารินที่ไม่อาจทนไหว เธอใช้มือดันหน้าสามีให้ออกห่าง“จูบหรือจงใจฆาตกรรมกันแน่” ถามหน้าบึ้งพลางใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำลายออกจากขอบปากเมฆินทร์ยิ้มหยัน หากเขาฆ่าใครด้วยการจูบได้ เช่นนั้นเธอคงตายคาอกเขานับพันครั้ง“ตั้งห้าล้านเชียว เลือดออกนิดหน่อยทำบ่น” เขากดบั้นท้ายภรรยาไม่ให้ขยับเขยื้อนก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง ลิ้นชื้นปาดเลียตั้งแต่เนินอกลากยาวถึงยอดปทุมถันสีอ่อนจนมันลู่ไปกับผิวเนื้อ“อ๊า...” ดารินเชิดหน้าขึ้นหลุดเสียงครางแหบพร่าคนเจ้าเล่ห์เหลือบมองปลายคางมน ดวงตาคู่คมโค้งลงเป็นสระอิคล้ายถูกใจที่ทำเธอเสียการควบคุมได้ ยอดถัน

  • ภรรยาในอุดมคติ   14

    ดารินแต่งตัวภายในห้องน้ำ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอก เมื่อเปิดประตูออกมากลับพบว่า เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือกลิ่นน้ำหอมจากกายใหญ่แตะปลายจมูกสวย สายตาเธอกดต่ำมองเท้าเปลือยเลื่อนขึ้นไปยังไหล่กว้างของสามี เมฆินทร์นั่งเอนหลังบนขอบเตียง แขนทั้งสองข้างเท้ายันบนฟูกสปริงหกฟุต ใบหน้าคมคายยียวนสมเป็นเขานั่นแหละ จากสายตาดูแคลนที่จ้องมองมา เดาได้เลยว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้มาดี“แค่มาอาบน้ำเดี๋ยวก็ไปแล้ว” เอ่ยบอกเสียงห้วนเมฆินทร์แสยะยิ้มมุมปาก “จะรีบไปไหนซะล่ะ นัดใครไว้เหรอแต่งตัวสวยเชียว” “ขอละคุณเมฆ อย่าชวนทะเลาะได้ปะ” เธอไม่พร้อมปะทะฝีปากในเวลานี้ เขาก็เหลือเกิน หายใจเข้าออกก็จ้องแต่จะหาเรื่องกัน ดารินเลิกสนใจสามี หยิบกระเป๋าตั้งใจจะไม่อยู่ทะเลาะกับเขาอีก แต่เสียงเข้มกลับเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง“เธอยังไปไหนไม่ได้” มุมปากสวยกระตุกยิ้มหยัน เอี้ยวคอมองสามีที่นั่งหน้าระรื่นอยู่บนเตียง“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” “ว่าแล้วเชียวคนสวยต้องพูดคำนี้” เขาลุกจากเตียงก้าวเดินมายังภรรยา ดารินรู้สึกฉุนท่าทางสัพยอกนั้นเหลือเกินคิดจะมาไม้ไหนกันแน่แต่แล้วก็ต้องชะงัก เม

  • ภรรยาในอุดมคติ   13

    ภายในรถ ดารินกลืนน้ำตาตัวเองหลายอึก เธออธิบายทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ให้ลูกชายทั้งสองเข้าใจ การันต์ไม่ชอบใจเลยยามเห็นแม่มีน้ำตา เด็กน้อยปีนขึ้นตักมารดาใช้หลังมือป้อมๆ เช็ดคราบน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบาดารินปล่อยโฮออกมาในที่สุด เธอกอดร่างนุ่มนิ่มไว้แนบแน่น รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเดี๋ยวนั้น“แม่...แม่ไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้เลย พี่ภูมิ การันต์ แม่ขอโทษจริงๆ ถึงแม่จะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้แล้ว แต่เราก็ยังเจอกันเหมือนเดิมทุกวันนะ แม่จะไปรับที่โรงเรียนทุกวันเลยดีมั้ย เสาร์อาทิตย์เราก็ไปหาอะไรกินกันเหมือนเดิม”ภูมินทร์แม้เขาจะแค่เจ็ดขวบ แต่ก็พอทำความเข้าใจได้ และเขาไม่ได้โกรธแม่ แต่แค่ไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อกับแม่ต้องหย่ากัน“แม่ไม่ได้รักพ่อแล้วเหรอครับ” เขาถาม“...” ดารินยกมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะตอบไปว่า“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอกพี่ภูมิ แม่อยากให้พี่ภูมิมั่นใจว่า แม่จะไม่ทอดทิ้งพวกหนูอย่างแน่นอน”อ้อมแขนของดาริน ใบหน้ากลมอิ่มซบอกมารดาแขนขาอ่อนเปลี้ยด้วยเจ้าตัวเข้าสู้ห้วงนิทราไปแล้วเธอกระชับอ้อมแขนมองเจ้าก้อนอย่างอ่อนใจ เด็กก็คือเด็กจริงๆ นั่นแหละ...“ทุกคืนต่อจากนี้จะไม่มีแม่แล

  • ภรรยาในอุดมคติ   12

    ดารินมารอรับลูกชายทั้งสามตามแผนการเดิมที่วางไว้ ในขณะเดียวกันเธอรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณอกด้านซ้ายยามเห็นใบหน้ากลมแฉล้มเดินยิ้มแย้มมาแต่ไกล ริมฝีปากเธอสั่นระริก ยากเย็นเหลือเกินกว่าจะกลั่นกรองรอยยิ้มสดใสตอบรับพวกเขา“แม่มาแล้ววว” เสียงยานคางของการันต์พร้อมกับอ้อมแขนเล็กจิ๋วสวมกอดหน้าขามารดาแน่น ดารินยอบลงตัวปัดเส้นผมชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้ากลมอิ่มเรียวแขนเล็กดูบอบบาง ทว่าอุ้มการันต์ได้อย่างมั่นคง “คิดถึงจังเลยคนเก่งของแม่”ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล ดารินถามไถ่เรื่องการเรียนของเจ้าแฝดไปพลางๆ และไม่นานหลังจากนั้นการันต์ที่นั่งคาดเข็มขัดอยู่เบาะหน้ากับมารดาก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนล้า ดารินปรับเบาะให้ลูกชายเพื่อให้เจ้าตัวเล็กนอนได้ถนัดมากขึ้น ก่อนเอ่ยถามภูมินทร์กับภูเบศวร์ว่า“หิวหรือยังเด็กๆ แวะทานอะไรก่อนขึ้นไปเยี่ยมคุณยายไหม” ภูเบศวร์ “มีไก่ทอดมั้ยครับ”“ช่วงนี้อินกับไก่ทอดเหรอ” ภูมินทร์หันมองเสี้ยวหน้าน้องชายที่เกิดทีหลังเขาถึงสิบห้าวินาที“อือ อยากกิน”“พี่ภูมิล่ะเอาด้วยมั้ยคะ”“ภูมิเอาเนื้อน่องครับ เขาว่าเนื้อตรงนั้นนุ่มสุด”ภีมอ้าปากล้อเลียนพี่ชาย “เขาน่ะใครเหรอ” ไม

  • ภรรยาในอุดมคติ   11

    เมฆินทร์นั่งรอภรรยาภายในรถชั่วโมงกว่าแล้ว ระหว่างนั้นเขาพยายามทำใจให้เย็นลงพลางกดโทร.หาดารินรอบที่เท่าไรไม่อาจนับแม้รู้เต็มอกว่า เธอปิดเครื่องหนีกันก็เถอะ กระทั่งขึ้นแจ้งเตือนว่า ปลายทางสามารถติดต่อได้ คิ้วเข้มยังคงขมวดยุ่งเหยิง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ไร้การตอบรับจากเธอนิตยสารครอบครัวเคยขอสัมภาษณ์ภรรยาของผู้บริหารเมธากรูปเมื่อปีก่อน หัวข้อเคล็ดลับของชีวิตคู่ที่ยาวนานดาริน : เราควรมีเวลาให้กันเสมอ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือความเอาใจใส่ และตบท้ายด้วยการบอกว่า'สามีของเธอน่ะน่ารักขนาดไหน' เพราะแบบนั้นจึงไม่แปลกหากคนภายนอกมองว่า ครอบครัวเขาน่ะแสนสมบูรณ์แบบ มีลูกที่น่ารัก มีภรรยาที่คอยเอาใจใส่สามีตลอดเวลาเมฆินทร์กลั้วหัวเราะ ช่างเป็นเรื่องน่าขำสิ้นดี หาความจริงในนั้นไม่ได้เลยสักนิดเดียว เคยเห็นจิ้งจกเปลี่ยนสีไหมล่ะ หากไม่เคยก็ดูเมียเขาไว้นะ นั่นแหละ ดารินเธอแสดงละครเก่งยิ่งกว่าดาราบางคนเสียอีกสิบนาทีต่อมาเขายังอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือดับเครื่องรถลงมารอข้างนอกแทน ก้านนิ้วเรียวยาวเคาะฝากระโปรงรถ ดารินต้องเฝ้าคุณหญิงกำไล ดังนั้นเขามั่นใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องลงมา สายตาคู่คมเพ่งมองประตูลิฟต์อี

  • ภรรยาในอุดมคติ   10

    แม่ยายป่วยทั้งคนมีหรือเมฆินทร์จะนิ่งดูดาย เขาสั่งให้เลขาตรวจสอบจึงทราบมาว่า คุณหญิงกำไลป่วยด้วยอาการโรคมะเร็งเต้านม แต่เพราะได้รับการรักษาทันเวลาจึงสามารถผ่าตัดเนื้อร้ายได้สำเร็จ เมฆินทร์ยังรู้มาอีกว่าเสี้ยนหนามอย่างจิรันตน์ก็ประจำการอยู่ที่นั่นด้วยเดิมทีไม่ใช่คนเชื่อใจในตัวภรรยาอยู่แล้ว ยิ่งสถานการณ์คลุมเครือที่มีใบหย่าเป็นตัวกั้นกลาง ทำให้เมฆินทร์อดคิดไม่ได้ว่า ดารินกำลังวางลู่ทางเอาไว้ หลังจากเขายอมเซ็นใบหย่า เธอคงจะหวังพึ่งพามัน... จิรันตน์ ชายหนุ่มที่ไม่ต้องทำอะไรก็ชนะเขาเสมอ แม้กระทั่งเรื่องของหัวใจ... ชายหนุ่มทั้งสองมีสายเลือดจากบิดาคนเดียวกัน จึงไม่แปลกที่หน้าตาพวกเขาจะคล้ายคลึงกันมาก ต่างกันตรงที่จิรันตน์เป็นประเภทเด็กเนิร์ดของโรงเรียน ชอบทำกิจกรรม และมักถูกส่งไปแข่งขันตอบคำถามวิชาการสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนเสมอ ต่างกับเมฆินทร์ที่เป็นเด็กหลังห้อง มักมีเรื่องชกต่อยกับเด็กในและนอกโรงเรียนเป็นประจำหากเมฆินทร์ไม่ใช่ลูกที่เกิดจากเมียหลวง ผู้ถือใบทะเบียนสมรสเหนือกว่าเมียคนอื่นๆ คาดว่าคงถูกบิดาเฉดหัวออกจากบ้านไปนานแล้ว เพราะลูกชายคนนี้มีแต่สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนจ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status