หลังจากที่เธอพูดเช่นนั้นออกไป ไป๋เหวินซีก็ได้กลับมาดูอาการของเด็กชายอีกครั้ง “พ่อคะ ช่วยมาอุ้มน้องเขาไปในบ้านของเราก่อนเถอะค่ะ”
ไป๋กั๋วเฉียงไม่รอช้ารีบทำตามที่ลูกสาวต้องการทันที เขาก้มลงช้อนร่างเล็ก ๆ ของเด็กชายขึ้นมาอุ้มไว้อย่างแผ่วเบา แล้วเดินนำทุกคนกลับไปยังบ้านตระกูลไป๋
เมื่อมาถึงบ้าน ไป๋เหวินซีได้จัดให้เด็กนอนพักบนเตียงของเธอเอง บรรยากาศเงียบสงบลง มีเพียงครอบครัวไป๋และแม่ของเด็กที่ยังคงเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
ในตอนนั้นเองที่เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของเธอ
ติ๊ง!
[ภารกิจฉุกเฉิน: ปฐมพยาบาลผู้ป่วยถูกงูพิษกัดสำเร็จ!]
[ประเมินผล: ปฏิบัติการถูกต้องตามหลักการแพทย์สมัยใหม่และประยุกต์ใช้สมุนไพรได้อย่างเหมาะสม สามารถชะลอการแพร่กระจายของพิษและซื้อเวลาให้ผู้ป่วยได้สำเร็จ]
[มอบรางวัล: แต้มทักษะ +50 แต้ม]
(แต้มคงเหลือ 630 แต้ม) เธอคำนวณในใจ แต่ความโล่งใจอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเธอสังเกตเห็นว่าอาการบวมที่ข้อเท้าของเด็กชายไม่ได้ลดลงเลย และสีผิวที่คล้ำก็เริ่มขยายวงกว้างขึ้นด้วย
(การปฐมพยาบาล... มันแค่การซื้อเวลาจริง ๆ นั่นแหละ) เธอคิดอย่างเคร่งเครียด พิษของงูเขียวหางไหม้มีผลต่อระบบเลือดโดยตรง หากไม่ได้รับเซรุ่มต้านพิษเพื่อเข้าไปทำลายพิษโดยตรง อวัยวะภายในจะเริ่มล้มเหลวและเสียชีวิตได้ในที่สุด... และเธอจะไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!
[ระบบ!] เธอไม่รอช้า ไป๋เหวินซีจึงได้ส่งเสียงเรียกระบบอย่างเร่งด่วน [ฉันต้องการเซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้! ใช้แต้มแลกได้ไหม?!]
[กำลังค้นหา... ตรวจพบเซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้ ในคลังข้อมูลระดับสูง... ต้องการ 100 แต้มทักษะในการแลกเปลี่ยน ยืนยันหรือไม่?]
(แพงมาก! แต่ก็ต้องแลก! เพราะไม่มีอะไรสำคัญมากกว่าชีวิตของเด็กคนนี้อีกแล้ว) เธอคิดอย่างแน่วแน่
[แลก!]
[ยืนยันการแลกเปลี่ยน... แต้มคงเหลือ 530 แต้ม]
“ทุกคนคะ ช่วยออกไปข้างนอกก่อนนะคะ หนูจะเปลี่ยนยาให้น้องค่ะ หากว่าทุกคนอยู่จะไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่” คำกล่าวของเด็กหญิงทำให้ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
แม้ว่าแม่ของเด็กอยากจะอยู่ด้วยแต่เมื่อนางเห็นว่าลูกของตนตอนนี้มีลมหายใจสม่ำเสมอจากการช่วยเหลือของเด็กหญิง เธอก็ได้แต่จำใจยอมเดินออกไปตามครอบครัวไป๋ และในขณะที่เหวินหยางจะออกไปนั่นเอง เสียงของไป๋เหวินซีก็ดังขึ้นเสียก่อน
“หยางหยาง นายมาช่วยพี่”
ไป๋เหวินหยางผงกหัวลงรับคำ ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความประหม่าและความภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่สาว
หลังจากที่ประตูห้องถูกปิดลง ตัดขาดจากสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของคนด้านนอก บรรยากาศภายในห้องก็พลันเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่ตึงเครียด มีเพียงเสียงหายใจของเด็กชายที่นอนอยู่บนเตียงเท่านั้น
ไป๋เหวินซีไม่ได้ลงมือในทันที แต่หันไปมองหน้าน้องชายของตน “ดูให้ดีนะหยางหยาง นี่ก็คือหนึ่งในบทเรียนที่นายต้องรู้”
ไป๋เหวินซีสูดหายใจลึกเพื่อรวบรวมสมาธิ มือของเธอเคลื่อนไปหยิบขวดเซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้ที่เพิ่งแลกมาจากระบบ เธอตรวจสอบฉลากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าเป็นเซรุ่มที่ถูกต้องสำหรับพิษของงูเขียวหางไหม้
“หยางหยาง” เธอหันไปพูดกับน้องชายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “การให้เซรุ่มต้านพิษงูไม่เหมือนการฉีดยาทั่วไป มันต้องให้ทางหลอดเลือดดำเพื่อให้ออกฤทธิ์เร็ว และเราต้องระวังอาการแพ้อย่างใกล้ชิด”
เธอวางขวดเซรุ่มลงบนโต๊ะที่จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้างกันนั้นมีถาดเล็กที่วางอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างสายน้ำเกลือ เข็มฉีดยา ผ้าก๊อซ น้ำเกลือ และแอลกอฮอล์ 70%
“ก่อนอื่น เราต้องเจือจางเซรุ่ม” เธออธิบายขณะเปิดขวดน้ำเกลือ “เซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้มักต้องผสมกับน้ำเกลือในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายรับยาได้อย่างปลอดภัย”
ไป๋เหวินซีค่อย ๆ ดูดน้ำเกลือด้วยเข็มฉีดยา แล้วฉีดเข้าไปในขวดเซรุ่ม เขย่าขวดเบา ๆ เพื่อให้ยาผสมกันดี
“หยางหยาง จดไว้นะ การให้ยาทางหลอดเลือดดำต้องใช้สายน้ำเกลือ และต้องควบคุมความเร็วในการหยด ถ้าเร็วเกินไปอาจทำให้ช็อกได้” เธอต่อสายน้ำเกลือเข้ากับถุงน้ำเกลือที่ผสมเซรุ่มเรียบร้อยแล้ว แล้วแขวนถุงขึ้นบนขาตั้งข้างเตียง
“ต่อไปคือการหาเส้นเลือด” เธอกล่าวขณะเช็ดผิวหนังบริเวณแขนของเด็กชายด้วยแอลกอฮอล์ เธอเลือกบริเวณข้อพับแขนด้านในที่มีเส้นเลือดชัดเจน
“ต้องเช็ดให้สะอาดและรอให้แห้ง มิฉะนั้นอาจติดเชื้อได้” เธอสอดเข็มน้ำเกลือเข้าไปในเส้นเลือดด้วยความชำนาญ มือของเธอนิ่งสมกับเป็นศัลยแพทย์ผู้มากประสบการณ์จากชาติก่อน
“น้องชาย ผ่อนคลายไว้นะ เจ็บนิดเดียว... เดี๋ยวหนูก็หายแล้ว” ในระหว่างที่เธอกล่อมเด็กตัวน้อยที่ลืมตาจากความเย็นของแอลกอฮอล์ ยังไม่ทันที่เขาจะส่งเสียงร้องมือของเธอก็สอดเข็มเข้ากับข้อพับของเขาเรียบร้อยแล้ว และเมื่อเธอเห็นเลือดไหลย้อนกลับในสาย เธอจึงยึดเข็มด้วยเทปทางการแพทย์และต่อสายน้ำเกลือเข้ากับถุงเซรุ่ม
“ไม่เจ็บเลยใช่ไหมจ๊ะ หนูห้ามดึงนะ อีกไม่นานเธอก็จะหายดี” ไป๋เหวินซียังคงปลอบคนตัวเล็กกว่าด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน ในขณะที่เจ้าตัวกำลังจะเบะปากร้องไป๋เหวินหยางก็ได้พยายามหลอกล่อเขาด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา โดยที่สายตาของเจ้าตัวก็ชำเลืองมองพี่ไปด้วยพร้อมกับหูก็ตั้งใจฟัง
“ตอนนี้เราจะเริ่มหยดยา” เธอปรับวาล์วของสายน้ำเกลือให้ยาหยดช้า ๆ “ต้องเริ่มช้า ๆ ในช่วง 10-15 นาทีแรก เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่” เธอหันไปมองเด็กชายที่ตอนนี้เริ่มจะปรือตาลงซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเกิดจากอาการอ่อนเพลีย
“หยางหยาง นายเฝ้าดูอาการเขาเอาไว้นะ ถ้ามีผื่นแดง หายใจติดขัด หรือตัวสั่น รีบบอกพี่ทันที”
เหวินหยางพยักหน้ารับอย่างจริงจัง ดวงตาของเขาจับจ้องที่เด็กชายตัวน้อยราวกับเป็นยามที่ซื่อสัตย์
“พี่ น้องเขาจะหายไหม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ถ้าเราให้เซรุ่มทันเวลา และไม่มีอาการแพ้รุนแรง โอกาสหายสูงมาก” เธอตอบด้วยรอยยิ้มบางเพื่อให้กำลังใจน้องชาย
“พิษของงูเขียวหางไหม้ส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรงถึงตายถ้ารักษาเร็ว แต่เราต้องระวังเรื่องเลือดออกภายในและภาวะไตวาย”
ในขณะที่เซรุ่มหยดลงสู่ร่างของเด็กน้อย ไป๋เหวินซีก็ตรวจชีพจรและการหายใจของเขาทุก ๆ สองสามนาที เธอสังเกตว่าอาการบวมที่ข้อเท้าเริ่มชะลอการลุกลาม และสีผิวที่คล้ำเริ่มจางลงเล็กน้อย
“ดูเหมือนเซรุ่มจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว” เธอพึมพำกับตัวเอง ความตึงเครียดในอกของเธอเองก็เริ่มคลายลงเช่นกัน
ทันใดนั้น เสียงติ๊ง! ก็ได้ดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง
[ภารกิจย่อย: บริหารเซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้สำเร็จ!]
[ประเมินผล: การให้เซรุ่มทางหลอดเลือดดำถูกต้องตามหลักการแพทย์สมัยใหม่ และมีการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด]
[มอบรางวัล: แต้มทักษะ +30 แต้ม]
(แต้มคงเหลือ: 560 แต้ม) ไป๋เหวินซีคิดพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เธอรู้ว่างานยังไม่จบ เพราะเธอต้องเฝ้าดูเด็กชายอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าเซรุ่มทำงานเต็มที่และไม่มีภาวะแทรกซ้อน เธอหันไปมองไป๋เหวินหยาง ที่ยังยืนนิ่งอยู่เคียงข้างคนตัวเล็ก
“หยางหยาง นายไปบอกทุกคนข้างนอกว่าน้องเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่เรายังต้องดูอาการต่อ และบอกทุกคนว่ายังไม่สามารถให้ใครเข้ามาดูอาการของเขาตอนนี้ได้”
ไป๋เหวินหยางพยักหน้าแล้วรีบวิ่งออกไป ปล่อยให้ไป๋เหวินซีนั่งเฝ้าข้างเตียง ความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ เธอจับมือเล็ก ๆ ของเด็กชายไว้เบา ๆ และกระซิบข้างหูของเขา
“สู้ ๆ นะน้องชาย เธอจะต้องหายดีแน่”