Share

บทที่ 11

หลังจากที่เธอพูดเช่นนั้นออกไป ไป๋เหวินซีก็ได้กลับมาดูอาการของเด็กชายอีกครั้ง “พ่อคะ ช่วยมาอุ้มน้องเขาไปในบ้านของเราก่อนเถอะค่ะ”

ไป๋กั๋วเฉียงไม่รอช้ารีบทำตามที่ลูกสาวต้องการทันที เขาก้มลงช้อนร่างเล็ก ๆ ของเด็กชายขึ้นมาอุ้มไว้อย่างแผ่วเบา แล้วเดินนำทุกคนกลับไปยังบ้านตระกูลไป๋

เมื่อมาถึงบ้าน ไป๋เหวินซีได้จัดให้เด็กนอนพักบนเตียงของเธอเอง บรรยากาศเงียบสงบลง มีเพียงครอบครัวไป๋และแม่ของเด็กที่ยังคงเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ในตอนนั้นเองที่เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของเธอ

ติ๊ง!

[ภารกิจฉุกเฉิน: ปฐมพยาบาลผู้ป่วยถูกงูพิษกัดสำเร็จ!]

[ประเมินผล: ปฏิบัติการถูกต้องตามหลักการแพทย์สมัยใหม่และประยุกต์ใช้สมุนไพรได้อย่างเหมาะสม สามารถชะลอการแพร่กระจายของพิษและซื้อเวลาให้ผู้ป่วยได้สำเร็จ]

[มอบรางวัล: แต้มทักษะ +50 แต้ม]

(แต้มคงเหลือ 630 แต้ม) เธอคำนวณในใจ แต่ความโล่งใจอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเธอสังเกตเห็นว่าอาการบวมที่ข้อเท้าของเด็กชายไม่ได้ลดลงเลย และสีผิวที่คล้ำก็เริ่มขยายวงกว้างขึ้นด้วย

(การปฐมพยาบาล... มันแค่การซื้อเวลาจริง ๆ นั่นแหละ) เธอคิดอย่างเคร่งเครียด พิษของงูเขียวหางไหม้มีผลต่อระบบเลือดโดยตรง หากไม่ได้รับเซรุ่มต้านพิษเพื่อเข้าไปทำลายพิษโดยตรง อวัยวะภายในจะเริ่มล้มเหลวและเสียชีวิตได้ในที่สุด... และเธอจะไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!

[ระบบ!] เธอไม่รอช้า ไป๋เหวินซีจึงได้ส่งเสียงเรียกระบบอย่างเร่งด่วน [ฉันต้องการเซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้! ใช้แต้มแลกได้ไหม?!]

[กำลังค้นหา... ตรวจพบเซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้ ในคลังข้อมูลระดับสูง... ต้องการ 100 แต้มทักษะในการแลกเปลี่ยน ยืนยันหรือไม่?]

(แพงมาก! แต่ก็ต้องแลก! เพราะไม่มีอะไรสำคัญมากกว่าชีวิตของเด็กคนนี้อีกแล้ว) เธอคิดอย่างแน่วแน่

[แลก!]

[ยืนยันการแลกเปลี่ยน... แต้มคงเหลือ 530 แต้ม]

“ทุกคนคะ ช่วยออกไปข้างนอกก่อนนะคะ หนูจะเปลี่ยนยาให้น้องค่ะ หากว่าทุกคนอยู่จะไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่” คำกล่าวของเด็กหญิงทำให้ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

แม้ว่าแม่ของเด็กอยากจะอยู่ด้วยแต่เมื่อนางเห็นว่าลูกของตนตอนนี้มีลมหายใจสม่ำเสมอจากการช่วยเหลือของเด็กหญิง เธอก็ได้แต่จำใจยอมเดินออกไปตามครอบครัวไป๋ และในขณะที่เหวินหยางจะออกไปนั่นเอง เสียงของไป๋เหวินซีก็ดังขึ้นเสียก่อน

“หยางหยาง นายมาช่วยพี่”

ไป๋เหวินหยางผงกหัวลงรับคำ ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความประหม่าและความภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่สาว

หลังจากที่ประตูห้องถูกปิดลง ตัดขาดจากสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของคนด้านนอก บรรยากาศภายในห้องก็พลันเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่ตึงเครียด มีเพียงเสียงหายใจของเด็กชายที่นอนอยู่บนเตียงเท่านั้น

ไป๋เหวินซีไม่ได้ลงมือในทันที แต่หันไปมองหน้าน้องชายของตน “ดูให้ดีนะหยางหยาง นี่ก็คือหนึ่งในบทเรียนที่นายต้องรู้”

ไป๋เหวินซีสูดหายใจลึกเพื่อรวบรวมสมาธิ มือของเธอเคลื่อนไปหยิบขวดเซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้ที่เพิ่งแลกมาจากระบบ เธอตรวจสอบฉลากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าเป็นเซรุ่มที่ถูกต้องสำหรับพิษของงูเขียวหางไหม้

“หยางหยาง” เธอหันไปพูดกับน้องชายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “การให้เซรุ่มต้านพิษงูไม่เหมือนการฉีดยาทั่วไป มันต้องให้ทางหลอดเลือดดำเพื่อให้ออกฤทธิ์เร็ว และเราต้องระวังอาการแพ้อย่างใกล้ชิด”

เธอวางขวดเซรุ่มลงบนโต๊ะที่จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้างกันนั้นมีถาดเล็กที่วางอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างสายน้ำเกลือ เข็มฉีดยา ผ้าก๊อซ น้ำเกลือ และแอลกอฮอล์ 70%

“ก่อนอื่น เราต้องเจือจางเซรุ่ม” เธออธิบายขณะเปิดขวดน้ำเกลือ “เซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้มักต้องผสมกับน้ำเกลือในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายรับยาได้อย่างปลอดภัย”

ไป๋เหวินซีค่อย ๆ ดูดน้ำเกลือด้วยเข็มฉีดยา แล้วฉีดเข้าไปในขวดเซรุ่ม เขย่าขวดเบา ๆ เพื่อให้ยาผสมกันดี

“หยางหยาง จดไว้นะ การให้ยาทางหลอดเลือดดำต้องใช้สายน้ำเกลือ และต้องควบคุมความเร็วในการหยด ถ้าเร็วเกินไปอาจทำให้ช็อกได้” เธอต่อสายน้ำเกลือเข้ากับถุงน้ำเกลือที่ผสมเซรุ่มเรียบร้อยแล้ว แล้วแขวนถุงขึ้นบนขาตั้งข้างเตียง

“ต่อไปคือการหาเส้นเลือด” เธอกล่าวขณะเช็ดผิวหนังบริเวณแขนของเด็กชายด้วยแอลกอฮอล์ เธอเลือกบริเวณข้อพับแขนด้านในที่มีเส้นเลือดชัดเจน

“ต้องเช็ดให้สะอาดและรอให้แห้ง มิฉะนั้นอาจติดเชื้อได้” เธอสอดเข็มน้ำเกลือเข้าไปในเส้นเลือดด้วยความชำนาญ มือของเธอนิ่งสมกับเป็นศัลยแพทย์ผู้มากประสบการณ์จากชาติก่อน

“น้องชาย ผ่อนคลายไว้นะ เจ็บนิดเดียว... เดี๋ยวหนูก็หายแล้ว” ในระหว่างที่เธอกล่อมเด็กตัวน้อยที่ลืมตาจากความเย็นของแอลกอฮอล์ ยังไม่ทันที่เขาจะส่งเสียงร้องมือของเธอก็สอดเข็มเข้ากับข้อพับของเขาเรียบร้อยแล้ว และเมื่อเธอเห็นเลือดไหลย้อนกลับในสาย เธอจึงยึดเข็มด้วยเทปทางการแพทย์และต่อสายน้ำเกลือเข้ากับถุงเซรุ่ม

“ไม่เจ็บเลยใช่ไหมจ๊ะ หนูห้ามดึงนะ อีกไม่นานเธอก็จะหายดี” ไป๋เหวินซียังคงปลอบคนตัวเล็กกว่าด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน ในขณะที่เจ้าตัวกำลังจะเบะปากร้องไป๋เหวินหยางก็ได้พยายามหลอกล่อเขาด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา โดยที่สายตาของเจ้าตัวก็ชำเลืองมองพี่ไปด้วยพร้อมกับหูก็ตั้งใจฟัง

“ตอนนี้เราจะเริ่มหยดยา” เธอปรับวาล์วของสายน้ำเกลือให้ยาหยดช้า ๆ “ต้องเริ่มช้า ๆ ในช่วง 10-15 นาทีแรก เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่” เธอหันไปมองเด็กชายที่ตอนนี้เริ่มจะปรือตาลงซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเกิดจากอาการอ่อนเพลีย

“หยางหยาง นายเฝ้าดูอาการเขาเอาไว้นะ ถ้ามีผื่นแดง หายใจติดขัด หรือตัวสั่น รีบบอกพี่ทันที”

เหวินหยางพยักหน้ารับอย่างจริงจัง ดวงตาของเขาจับจ้องที่เด็กชายตัวน้อยราวกับเป็นยามที่ซื่อสัตย์

“พี่ น้องเขาจะหายไหม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

“ถ้าเราให้เซรุ่มทันเวลา และไม่มีอาการแพ้รุนแรง โอกาสหายสูงมาก” เธอตอบด้วยรอยยิ้มบางเพื่อให้กำลังใจน้องชาย

“พิษของงูเขียวหางไหม้ส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรงถึงตายถ้ารักษาเร็ว แต่เราต้องระวังเรื่องเลือดออกภายในและภาวะไตวาย”

ในขณะที่เซรุ่มหยดลงสู่ร่างของเด็กน้อย ไป๋เหวินซีก็ตรวจชีพจรและการหายใจของเขาทุก ๆ สองสามนาที เธอสังเกตว่าอาการบวมที่ข้อเท้าเริ่มชะลอการลุกลาม และสีผิวที่คล้ำเริ่มจางลงเล็กน้อย

“ดูเหมือนเซรุ่มจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว” เธอพึมพำกับตัวเอง ความตึงเครียดในอกของเธอเองก็เริ่มคลายลงเช่นกัน

ทันใดนั้น เสียงติ๊ง! ก็ได้ดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง

[ภารกิจย่อย: บริหารเซรุ่มต้านพิษงูเขียวหางไหม้สำเร็จ!]

[ประเมินผล: การให้เซรุ่มทางหลอดเลือดดำถูกต้องตามหลักการแพทย์สมัยใหม่ และมีการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด]

[มอบรางวัล: แต้มทักษะ +30 แต้ม]

(แต้มคงเหลือ: 560 แต้ม) ไป๋เหวินซีคิดพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เธอรู้ว่างานยังไม่จบ เพราะเธอต้องเฝ้าดูเด็กชายอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าเซรุ่มทำงานเต็มที่และไม่มีภาวะแทรกซ้อน เธอหันไปมองไป๋เหวินหยาง ที่ยังยืนนิ่งอยู่เคียงข้างคนตัวเล็ก

“หยางหยาง นายไปบอกทุกคนข้างนอกว่าน้องเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่เรายังต้องดูอาการต่อ และบอกทุกคนว่ายังไม่สามารถให้ใครเข้ามาดูอาการของเขาตอนนี้ได้”

ไป๋เหวินหยางพยักหน้าแล้วรีบวิ่งออกไป ปล่อยให้ไป๋เหวินซีนั่งเฝ้าข้างเตียง ความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ เธอจับมือเล็ก ๆ ของเด็กชายไว้เบา ๆ และกระซิบข้างหูของเขา

“สู้ ๆ นะน้องชาย เธอจะต้องหายดีแน่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 277

    “คุณแม่! คุณพ่อ!”เสียงเรียกของจ้าวซินเยว่ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด สองสามีภรรยาหันกลับไปมอง ก็เห็นลูก ๆ หลาน ๆ เดินขึ้นมาบนดาดฟ้ากันพร้อมหน้าจ้าวซินเยว่ในชุดสูททำงานดูทะมัดทะแมง เดินมาพร้อมกับจ้าวเฉินอวี่ที่ยังสวมชุดกาวน์ตามมาด้วย ไป๋เจ๋อในชุดสครับสีเขียว“พวกเราตามหาตั้งนาน นึกว่าแอบหนีไปเดทกันสองค

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 276

    หนึ่งสัปดาห์หลังจากงานวันเกิด... บนดาดฟ้าอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเครือโรงพยาบาลเวหา... ในขณะที่สายลมเย็นฉ่ำของยามเช้าพัดผ่านยอดตึกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหานครจิงตู เบื้องล่างคือเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัยแต่เบื้องบนนี้... คืออาณาจักรแห่งความหวังที่ไป๋เหวินซี

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 275

    “เฮ้อ...” จางเหว่ยถอนหายใจยาว “พวกนายดูสิ... ทำไมลี่หลินถึงไม่ยอมไปเป็นหมอเหมือนฉัน หรือเป็นนักข่าวสายลุยเหมือนแม่นะ... ดันอยากเป็นไอดอลซะงั้น แล้วดูกระโปรงนั่นสิ! ฉันบอกแล้วว่าให้เพิ่มความยาวอีก 2 นิ้วก็ไม่ยอม!”“โอ๊ย! คุณหมอจาง!” ซุนเผิงตบไหล่เพื่อนดังป้าบ “อย่าหัวโบราณน่า ลูกนายสวย เก่ง มีความสาม

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 274

    กลับมายังปัจจุบัน เวลาเย็นย่ำท่ามกลางแสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟระย้าและไฟประดับในสวนกำลังสาดส่องกระทบแก้วไวน์คริสตัลจนเกิดประกายระยิบระยับคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงเบา ๆ ผสมผสานไปกับเสียงหัวเราะพูดคุยที่ดังเซ็งแซ่ซึ่งวันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของไป๋เหวินซีที่ไม่ได้จัดขึ้นอย่างหรูหราฟู่ฟ่าเพื่อ

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 273

    “หนูทำได้ค่ะ!” จ้าวซินเยว่รับคำเสียงหนักผิดกับเด็กสาวทั่วไป “หนูสัญญา... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูจะปกป้องตระกูลจ้าวและตระกูลไป๋ด้วยชีวิต หนูจะเป็นพี่สาวที่ดูแลน้อง ๆ เองค่ะ!”สุดท้าย... สายตาของหญิงชราก็เคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ จ้าวเฉินอวี่ เหลนคนกลางที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่เงียบ ๆ ข้างเตียง เด็กชายผ

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 272

    ซ่งซูเฟินที่ยืนกลั้นสะอื้นอยู่ด้านหลังสามี รีบขยับเข้ามาใกล้ “ฉันอยู่นี่ค่ะคุณแม่”“มาใกล้ ๆ แม่สิ”ซ่งซูเฟินคุกเข่าลงข้างสามี กุมมืออีกข้างของแม่สามีไว้ “คุณแม่คะ...”“ขอบใจนะซูเฟิน...” หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา “ขอบใจที่เข้ามาเติมเต็มบ้านหลังนี้... ขอบใจที่ช่วยดูแลกั๋วเฉียง และดูแลคนแก่อย

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 9

    ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจอยู่นั้นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อไป๋เหวินซีเห็นเลือดจำนวนมากไหลทะลักออกจากช่องคลอดของเสี่ยวเหมยไม่หยุด! เลือดไหลเป็นสายราวน้ำหลากพร้อมกับผ้าปูเตียงเปียกชุ่มติ๊ง![คำเตือน: ตรวจพบภาวะตกเลือดหลังคลอด ปริมาณเลือดสูญเสียเกิน 500 มล. ภายใน 5 นาที กรุณาดำเนินกา

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 8

    คำพูดนี้ของหญิงวัยกลางคนเปรียบเสมือนการส่งมอบอำนาจและความรับผิดชอบทั้งหมดมาไว้ในมือของเธอเอง ไป๋เหวินซี มองไปทางผู้เป็นย่าด้วยแววตาแห่งความขอบคุณและซาบซึ้งใจอย่างที่สุด ก่อนที่แววตาของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตาจากความอ่อนโยนกลายเป็นความเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดอันคมกริบ เธอรู้ดีว่านี

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 7

    เมื่อพวกเขานำโสมป่าที่ขุดได้กลับมาถึงบ้าน ก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนในครอบครัวไม่น้อย ไป๋กั๋วเฉียงและซ่งซูเฟินแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองกับสมบัติล้ำค่าที่ลูก ๆ นำกลับมาแต่ผู้ที่ยินดีมากที่สุดก็คือย่า... หญิงวัยกลางคนไม่ได้ดีใจเพราะมูลค่าของมัน แต่เป็นเพราะท่านได้เห็นความรักใคร่สามัคคีและความเติบโต

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 6

    เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์มาถึงเร็วกว่าที่คิด แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องลงมา ปลุกทุกชีวิตในหมู่บ้านเหิงหลงให้ตื่นขึ้น บรรยากาศหลังฝนตกทำให้อากาศสดชื่นเป็นพิเศษ กลิ่นหอมของดินชื้นและใบไม้ใหม่ ๆ ลอยเข้ามาในหน้าต่าง เปิดโอกาสให้สายลมเย็นบางเบาพัดผ่านไป๋เหวินซีตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เธอไม่ได้ขี้เกี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status