เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์มาถึงเร็วกว่าที่คิด แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องลงมา ปลุกทุกชีวิตในหมู่บ้านเหิงหลงให้ตื่นขึ้น บรรยากาศหลังฝนตกทำให้อากาศสดชื่นเป็นพิเศษ กลิ่นหอมของดินชื้นและใบไม้ใหม่ ๆ ลอยเข้ามาในหน้าต่าง เปิดโอกาสให้สายลมเย็นบางเบาพัดผ่าน
ไป๋เหวินซีตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เธอไม่ได้ขี้เกียจเหมือนเด็กสาวทั่วไป แต่กลับเคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระเฉงและมีเป้าหมายชัดเจน
เด็กหญิงเริ่มจัดเตรียมข้าวของสำหรับบทเรียนแรกของวันนี้อย่างละเอียดรอบคอบและมีระเบียบลงในย่ามผ้าใบเก่าของพ่อที่กลางห้องโถงของตัวบ้าน นอกจากในนั้นจะมีขวดน้ำต้มสุกและมันเผาอีกสองสามหัวแล้ว
เธอยังบรรจุผ้าสะอาด ขวดแก้วขนาดเล็กใส่น้ำเกลือต้มสุกสำหรับล้างแผล และเชือกป่านหนึ่งม้วน อีกทั้งยังมีสิ่งของอีกมากมายที่เธอคิดว่าน่าจะจำเป็นสำหรับเป็นชุดปฐมพยาบาลภาคสนามเบื้องต้นฉบับทำเองที่สะท้อนถึงความรอบคอบและความเป็นมืออาชีพซึ่งฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของแพทย์หญิงหลินเว่ยในชาติก่อน
เมื่อไป๋เหวินหยางเดินออกมาจากห้องนอนในสภาพที่ยังงัวเงียเล็กน้อย เขาก็เห็นพี่สาวเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ทั้งย่าม ผ้าสะอาด และอุปกรณ์เล็ก ๆ สำหรับบทเรียนที่เธอตั้งใจจัดไว้ ความตื่นเต้นทำให้ดวงตาของเขาสว่างขึ้นทันที
“ไปกันเลยไหมพี่!” เสียงแหบพร่าเล็กน้อยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเขาถามขึ้น
ไป๋เหวินซีส่งยิ้มมาทางเขาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ฉันว่านายไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีไหม”
หนุ่มน้อยวัยสิบสี่ยกมือขึ้นลูบหัวแก้เก้อ ทำหน้าตาเหมือนเพิ่งรู้ตัว
“ถ้างั้นพี่รอก่อนนะ”
“โอเค” หลังสิ้นคำตอบรับ ไป๋เหวินหยางก็รีบเดินไปล้างหน้าที่ด้านนอกของตัวบ้านอย่างรวดเร็ว
“พี่ผมพร้อมแล้ว”
ไป๋เหวินซีมองสภาพของน้องชาย ก่อนจะพยักหน้ารับให้เขาอย่างเอ็นดูในความกระตือรือร้นของเจ้าตัว
“ถ้างั้นก็ไปกัน” ไป๋เหวินซีกล่าวพลางยื่นมันเผาให้เขาหัวหนึ่ง “กินรองท้องไปก่อน”
เมื่อพ่อกับแม่ที่เห็นลูก ๆ เตรียมตัวออกจากบ้านแต่เช้าก็มองมาอย่างแปลกใจ แต่เมื่อพวกเขานึกถึงคำพูดของหญิงวัยกลางคนประมุขประจำบ้าน คนทั้งคู่ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามปราม... ทำเพียงแค่กำชับให้ระมัดระวังตัวเพียงเท่านั้น
สองพี่น้องเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังป่าโปร่งที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสถานที่... ที่พวกเขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แต่ในวันนี้ ป่าที่เคยเป็นเพียงสนามเด็กเล่นกำลังจะกลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ
เมื่อเดินลึกเข้ามาในป่า แสงแดดที่ส่องผ่านเรือนยอดไม้ลงมาทำให้เกิดลำแสงสวยงาม เสียงนกและแมลงร้องระงมไปทั่วทำให้พวกเขาพลันรู้สึกถึงธรรมชาติอันสงบและสะอาด
โดยเฉพาะกับไป๋เหวินซีผู้มีร่างของจิตวิญญาณเป็นคุณหมอมาจากโลกอนาคตที่เธอแทบไม่เคยจะสัมผัสถึงบรรยากาศเช่นนี้
“เอาละ บทเรียนแรก” เหวินซีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “ก่อนจะเรียนรู้ว่าอะไรคือยา... เราต้องเรียนรู้ก่อนว่าอะไรคือยาพิษ นายเห็นพืชเถาที่เลื้อยอยู่บนต้นไม้นั่นไหม?”
เหวินหยางมองตามแล้วพยักหน้า
“นั่นเรียกว่าหมาเฉียนจื่อ[1] ผลของมันดูคล้าย ๆ มะนาวแต่ห้ามกินเด็ดขาดเพราะพิษของมันร้ายแรงมากแค่ผลเดียวก็ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้เลย” เธออธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ข้อมูลเหล่านี้คือสิ่งที่ระบบแพทย์อรุณรุ่งแสดงผลให้ ไป๋เหวินซีเห็น แต่เธอได้ถ่ายทอดมันออกมาอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเป็นความรู้ที่ติดตัวมานานแล้ว เหวินหยางเบิกตากว้างและรีบจดรายละเอียดลักษณะของพืชพิษชนิดนี้ลงไปในสมุดบันทึกของตนทันที
ก่อนที่พวกเขาจะออกเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ โดยที่เหวินซีจะคอยชี้ชวนให้น้องชายดูพืชพรรณต่าง ๆ พร้อมกับอธิบายสรรพคุณที่เธอรู้อย่างน่าอัศจรรย์
“อย่างต้นนี้คือตี้หวง[2] รากของมันเอาไปต้มช่วยบำรุงเลือดได้ดีมาก” “ส่วนดอกไม้สีม่วงเล็ก ๆ นั่นคือจื่อฮัวตี้ติงใช้พอกแก้พิษแมลงกัดต่อยได้”
ไป๋เหวินหยางฟังสิ่งที่พี่สาวบอกอย่างตั้งใจและจดทุกอย่างโดยไม่ลืมวาดรูปกำกับลงไปด้วย และในตอนนี้เจ้าตัวก็รู้สึกทึ่งในความรู้ของผู้เป็นพี่เป็นอย่างมาก ดังนั้นเด็กชายจึงได้เริ่มถามคำถามที่ซับซ้อนขึ้น
“พี่ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าต้องใช้ส่วนไหนของต้นไม้เป็นยา แล้วปริมาณเท่าไหร่ ใช้มากไปจะเป็นอันตรายไหม?”
“เป็นคำถามที่ดีมาก” ไป๋เหวินซีเอ่ยชม “นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของการใช้สมุนไพรเลยละเสี่ยวหยาง... ความรู้ที่ถูกต้อง”
ขณะที่บทเรียนนอกตำรากำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนานนั้นเอง สายตาของเหวินซีก็พลันไปสะดุดกับบางสิ่งที่ขึ้นอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ห่างจากทางเดินเข้าไปเล็กน้อย
(ลักษณะใบแบบนี้... ลำต้นแบบนี้ yasei ninjin/ยาเซ นินจิน) ความคิดแวบหนึ่งผุดขึ้นในหัวเป็นภาษาญี่ปุ่นซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาษาที่หลินเว่ยเชี่ยวชาญ ก่อนที่เสียงของระบบจะดังขึ้นยืนยัน
ติ๊ง!
[ตรวจพบพืชสมุนไพรหายาก: เหรินเซิน (โสมป่า) อายุประมาณ 10-15 ปี สรรพคุณ: บำรุงพลังชีวิตขั้นสูง ฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนเพลียรุนแรง มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง]
“เสี่ยวหยาง... มานี่เร็วเข้า” ไป๋เหวินซีรีบเอ่ยเรียกน้องชายเสียงเบา
และเมื่อไป๋เหวินหยางเดินมาทางคนเป็นพี่ เด็กชายก็เห็นเพียงต้นหญ้าธรรมดา ๆ ต้นหนึ่ง
“มีอะไรเหรอพี่?”
“นายเห็นตรงนั้นไหม” ไป๋เหวินซีถามพร้อมกับชี้นิ้วให้น้องชายดู “เห็นสิ มันก็เป็นแค่ต้นหญ้าธรรมดาไม่ใช่เหรอ” เขาถามพลางมองหน้าพี่สาวอย่างงุนงง
“ใช่ที่ไหนกันล่ะ นั่นคือโสมป่า... ที่เป็นของล้ำค่าเลยต่างหาก”
ทันที... ที่ได้ยินคำว่าโสมป่า ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ทั้งนี้เพราะเขาเคยได้ยินราคาของมันมาบ้าง ซึ่งโสมป่าหนึ่งรากมีราคาสูงยิ่งกว่าเงินเดือนทั้งปีของพ่อเสียอีก!
เมื่อไป๋เหวินซีเห็นใบหน้าของน้องชายเธอก็รู้แล้วว่าเขาเข้าใจ
“เราต้องขุดมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด ห้ามให้รากฝอยของมันขาดเด็ดขาด” เธอสั่งการอย่างรวดเร็ว
“นายค่อย ๆ ใช้เสียมเล็ก ๆ ขุดดินรอบ ๆ ออกไปก่อน ขุดให้เป็นวงกว้างไว้นะ ส่วนฉันจะคอยดูรากให้เอง”
“ได้เลย” เด็กชายรับคำด้วยแววตาแน่วแน่ จากนั้นสองพี่น้องก็เริ่มต้นปฏิบัติภารกิจครั้งแรกร่วมกันอย่างจริงจัง ไป๋เหวินซีคอยชี้นำด้วยความรู้ที่แม่นยำ
ส่วนไป๋เหวินหยางก็ลงมือขุดดินด้วยความระมัดระวัง เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็สามารถนำรากโสมสีขาวนวลที่มีรูปร่างคล้ายคนออกมาจากพื้นดินได้สำเร็จ ทั้งสองคนมองสมบัติล้ำค่าในมือด้วยความตื่นเต้นและเหนื่อยหอบ
“เราจะทำยังไงกับมันดีพี่”
“เก็บไว้ให้ย่าต้มเป็นยาบำรุงร่างกายดีกว่า” เด็กหญิงตอบโดยไม่ลังเล “เงินหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สุขภาพของย่าสำคัญที่สุด”
คำตอบของพี่สาวทำให้หนุ่มน้อยยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ เขารู้สึกว่าการตัดสินใจเชื่อมั่นในตัวพี่สาวเมื่อวานนี้ คือการตัดสินใจที่ถูกต้องมากที่สุดในชีวิต
และกว่าที่สองพี่น้องจะเดินทางกลับหมู่บ้านดวงอาทิตย์ก็ลอยเด่นอยู่เหนือกลางศีรษะของพวกเขาพอดี แม้ว่าเนื้อตัวของพวกเขาจะมอมแมมไปด้วยดินโคลน แต่ในย่ามผ้าใบเก่าไม่ได้มีเพียงมันเผาอีกต่อไป
แต่มีทั้งสมุนไพรต่าง ๆ รวมถึงโสมป่าล้ำค่าอีกหนึ่งราก... และที่สำคัญที่สุด คือความรู้สึกของการเป็นทีมที่ถูกหล่อหลอมขึ้นเป็นครั้งแรก
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[1] หมาเฉียนจื่อ เป็นไม้เถาเลื้อย เถาจะพันไปตามต้นไม้ใหญ่ ใบสีเขียวเข้ม หนา มันวาว รูปรีคล้ายใบโพธิ์ ผลกลมขนาดเท่าลูกมะนาว เปลือกแข็ง สีเขียวอมเหลือง พอแก่จะออกน้ำตาลทอง เมล็ดด้านในแข็ง กลมแบน คล้ายเหรียญโบราณ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “เฉียนจื่อ” (เหรียญเงิน) พิษร้ายแรง เมล็ดมีสาร “สตริกนิน” → ถ้ากินเข้าไปแบบสด ๆ ร่างกายจะเกร็ง ชัก และอาจถึงตาย แต่แพทย์จีนใช้วิธีคั่วหรือแช่น้ำเกลือเพื่อลดพิษ → แล้วใช้เป็นยาแก้อัมพาต แก้ปวดข้อ หรือถอนพิษงู
[2] ตี้หวงหรือโกศเชียง พืชสมุนไพรที่ใช้ในยาแผนจีนเพื่อบำรุงเลือดและไต