LOGIN“คุณแม่! คุณพ่อ!”เสียงเรียกของจ้าวซินเยว่ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด สองสามีภรรยาหันกลับไปมอง ก็เห็นลูก ๆ หลาน ๆ เดินขึ้นมาบนดาดฟ้ากันพร้อมหน้าจ้าวซินเยว่ในชุดสูททำงานดูทะมัดทะแมง เดินมาพร้อมกับจ้าวเฉินอวี่ที่ยังสวมชุดกาวน์ตามมาด้วย ไป๋เจ๋อในชุดสครับสีเขียว“พวกเราตามหาตั้งนาน นึกว่าแอบหนีไปเดทกันสองค
หนึ่งสัปดาห์หลังจากงานวันเกิด... บนดาดฟ้าอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเครือโรงพยาบาลเวหา... ในขณะที่สายลมเย็นฉ่ำของยามเช้าพัดผ่านยอดตึกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหานครจิงตู เบื้องล่างคือเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัยแต่เบื้องบนนี้... คืออาณาจักรแห่งความหวังที่ไป๋เหวินซี
“เฮ้อ...” จางเหว่ยถอนหายใจยาว “พวกนายดูสิ... ทำไมลี่หลินถึงไม่ยอมไปเป็นหมอเหมือนฉัน หรือเป็นนักข่าวสายลุยเหมือนแม่นะ... ดันอยากเป็นไอดอลซะงั้น แล้วดูกระโปรงนั่นสิ! ฉันบอกแล้วว่าให้เพิ่มความยาวอีก 2 นิ้วก็ไม่ยอม!”“โอ๊ย! คุณหมอจาง!” ซุนเผิงตบไหล่เพื่อนดังป้าบ “อย่าหัวโบราณน่า ลูกนายสวย เก่ง มีความสาม
กลับมายังปัจจุบัน เวลาเย็นย่ำท่ามกลางแสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟระย้าและไฟประดับในสวนกำลังสาดส่องกระทบแก้วไวน์คริสตัลจนเกิดประกายระยิบระยับคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงเบา ๆ ผสมผสานไปกับเสียงหัวเราะพูดคุยที่ดังเซ็งแซ่ซึ่งวันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของไป๋เหวินซีที่ไม่ได้จัดขึ้นอย่างหรูหราฟู่ฟ่าเพื่อ
“หนูทำได้ค่ะ!” จ้าวซินเยว่รับคำเสียงหนักผิดกับเด็กสาวทั่วไป “หนูสัญญา... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูจะปกป้องตระกูลจ้าวและตระกูลไป๋ด้วยชีวิต หนูจะเป็นพี่สาวที่ดูแลน้อง ๆ เองค่ะ!”สุดท้าย... สายตาของหญิงชราก็เคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ จ้าวเฉินอวี่ เหลนคนกลางที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่เงียบ ๆ ข้างเตียง เด็กชายผ
ซ่งซูเฟินที่ยืนกลั้นสะอื้นอยู่ด้านหลังสามี รีบขยับเข้ามาใกล้ “ฉันอยู่นี่ค่ะคุณแม่”“มาใกล้ ๆ แม่สิ”ซ่งซูเฟินคุกเข่าลงข้างสามี กุมมืออีกข้างของแม่สามีไว้ “คุณแม่คะ...”“ขอบใจนะซูเฟิน...” หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา “ขอบใจที่เข้ามาเติมเต็มบ้านหลังนี้... ขอบใจที่ช่วยดูแลกั๋วเฉียง และดูแลคนแก่อย
ตัดภาพมาที่ริมสนาม หลินเฟิงยืนกอดอกมองดูความวุ่นวายด้วยสายตาว่างเปล่า ข้าง ๆ เขาคือไป๋เหวินซีที่ยังคงถือกล่องเหล็กใบเดิมยืนนิ่งอยู่“เธอไม่ไปวิ่งกับเขาหรือไง?” หลินเฟิงถามโดยไม่หันมามอง“หนูเป็นหัวหน้าหลักสูตรภาควิชาการค่ะ หน้าที่หนูคือประเมินผล” ไป๋เหวินซีตอบตามจริง“เหรอ...” หลินเฟิงลากเสียงยาวหัน
“เอาน่า อย่ามัวแต่ทำซึ้ง พวกเรามันชายโสดรีบไปกันดีกว่า” จางเหว่ยพูดขึ้นก่อนจะลากเพื่อนอีกสองคนให้เดินไปพร้อมกัน“จะว่าไปเฉียนหมิงกับจางเหมยนี่คบกันแล้วใช่ไหม” ซุนเผิงอดไม่ได้ที่จะถามออกมาอย่างพาซื่อขณะที่พวกเขากำลังเดินกอดคอกันไปที่ร้านเกม“เจ้าผอมซุนนายเพิ่งจะรู้เหรอครับ” จางเหว่ยตบหน้าผากตัวเองดัง
“สุดยอดไปเลยหัวหน้า! ใจเด็ดมาก!” จางเหว่ยยกนิ้วโป้งให้แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ เสียงทรงพลังเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง“เป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดมาก...”กลุ่มนักศึกษาแพทย์ปี 1 สะดุ้งโหยง หันขวับไปมองต้นเสียง... และพวกเขาก็พบกับชายสูงวัยสวมแว่นตาหนาเตอะที่ดูภูมิฐานและน่าเกรงขามยืนเอามือไพล่หล
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังมีความสุขและตื่นเต้นกับการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันอยู่นั้น ไป๋เหวินซีกลับสังเกตเห็นว่าน้องชายของเธอ... ดูเงียบขรึมผิดปกติ ทั้งที่เรื่องที่คุยกันเมื่อครู่เป็นเรื่องที่น่าจะทำให้เขาสนุกสนาน“มีอะไรหรือเปล่าหยางหยาง” เธอกระซิบถามน้องชายเสียงเบาเมื่อเห็นว่าเพื่อนคนอื่นกำลังคุยกันเร






