Share

บทที่ 7

เมื่อพวกเขานำโสมป่าที่ขุดได้กลับมาถึงบ้าน ก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนในครอบครัวไม่น้อย ไป๋กั๋วเฉียงและซ่งซูเฟินแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองกับสมบัติล้ำค่าที่ลูก ๆ นำกลับมา

แต่ผู้ที่ยินดีมากที่สุดก็คือย่า... หญิงวัยกลางคนไม่ได้ดีใจเพราะมูลค่าของมัน แต่เป็นเพราะท่านได้เห็นความรักใคร่สามัคคีและความเติบโตของหลานทั้งสองคนต่างหาก

ดังนั้นบรรยากาศในบ้านตระกูลไป๋ในช่วงเที่ยงของวันจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ... เป็นความสุขที่ห่างหายไปนานมาก แต่แล้ว... ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน

ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งกินมื้อกลางวันกันอย่างเอร็ดอร่อย ท้องฟ้าที่เคยสดใสก็เริ่มแปรปรวน เมฆฝนสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ ลมเริ่มกระโชกแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานนัก สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้ารั่ว เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องจนน่าหวาดหวั่น มันไม่ใช่แค่พายุฝนธรรมดา แต่เป็นพายุฤดูร้อนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงทุบประตูอย่างร้อนรนและสิ้นหวังดังแข่งกับเสียงพายุ ทำให้ทุกคนในบ้านที่กำลังจะพักผ่อนสะดุ้งตกใจหลังจากกินอิ่มจากอาหารกลางวัน

“ใครมาตอนนี้นะ!” ไป๋กั๋วเฉียงพึมพำอย่างสงสัย ก่อนจะเดินไปเปิดประตู ภาพที่ปรากฏคือหวังเทียนผู้ใหญ่บ้านในสภาพเปียกปอนไปทั้งตัว ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“ป้าหลิว! แย่แล้ว! รีบไปช่วยผมทีเถอะ”

“เกิดอะไรขึ้นพี่ชายหวัง! ใจเย็น ๆ ก่อน!”

“เสี่ยวเหมยเมียของไอ้ต้าหลี่ กำลังจะคลอดลูก! น้ำเดินมาหลายชั่วโมงแล้วแต่เด็กยังไม่ออกเลย! หมอตำแยในหมู่บ้านก็ดันไปบ้านญาติที่เมืองอื่นอีก!” หวังเทียนพูดลิ้นพันกันด้วยความตื่นตระหนก

หัวใจของไป๋เหวินซีกระตุกวูบ ทั้งนี้เป็นเพราะการคลอดที่ยาวนานและผิดปกติมักเป็นสัญญาณอันตรายเสมอ

“แล้วทำไมไม่รีบพาไปโรงหมอในเมืองล่ะ!” ไป๋กั๋วเฉียงถามขึ้นอย่างสงสัย

“ไปไม่ได้แล้ว!” หวังเทียนตะโกนแข่งกับเสียงฝนเสียงฟ้า “ฝนตกหนักจนน้ำป่าจากภูเขาไหลทะลักลงมา ตอนนี้ลำธารท้ายหมู่บ้านกลายเป็นแม่น้ำไปแล้ว ถนนที่เชื่อมกับเมือง... ถูกตัดขาดทั้งหมด!”

คำพูดนี้ของเขาราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของทุกคน ในขณะที่พ่อแม่ของสองเด็กแฝดชายหญิงกำลังยืนตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก จิตวิญญาณของแพทย์หญิงหลินเว่ยในร่างของไป๋เหวินซีก็เข้าควบคุมร่างกายของเธอโดยอัตโนมัติ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ทำสิ่งใด

“เอาอย่างนี้เดี๋ยวฉันไปดูเอง” น้ำเสียงของหลิวซื่อเหม่ยก็ได้ดังขึ้นเสียก่อน เนื่องจากในตอนนี้เธอนับได้ว่าเป็นหมอสมุนไพรประจำหมู่บ้านเพียงคนเดียว

“ย่าคะ หนูไปด้วย” เสียงของไป๋เหวินซีดังขึ้น หญิงวัยกลางคนหันไปพยักหน้ารับให้หลานสาวของตน

“ผมเองก็จะไปด้วยครับ” ไป๋เหวินหยางส่งเสียงออกมาบ้าง

“ดี! ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ยิ่งปล่อยเวลาให้เนิ่นนานเท่าไหร่ เสี่ยวเหมยก็จะยิ่งเป็นอันตรายมากเท่านั้น”

สิ้นคำพูดของหญิงวัยกลางคน พวกเขาก็เตรียมตัวลุยฝ่าพายุออกไปทันที โดยมีไป๋กั๋วเฉียงและหวังเทียนผู้ใหญ่บ้านคอยเป็นผู้ถือไฟฉายช่วยส่องทาง

เส้นทางไปยังบ้านของหวังต้าหลี่หลานชายของหวังเทียนที่ปกติใช้เวลาเดินเพียงไม่นาน บัดนี้กลับดูยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย ถนนดินลูกรังกลายเป็นทะเลโคลนที่ดูดทุกย่างก้าว สายลมและสายฝนเปรียบเหมือนแส้ที่เฆี่ยนตีพวกเขาอย่างไม่ปรานีถึงกระนั้นก็ไม่มีใครคิดยอมแพ้

เมื่อไปถึงบ้านของต้าหลี่ ภาพที่เห็นก็คือความโกลาหลหวังเจิ้นกั๋วและจางซิ่วอิงพ่อแม่ของต้าหลี่ กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ เนื่องจากเสี่ยวเหมยหญิงสาวผู้เป็นลูกสะใภ้กำลังนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและอ่อนเพลียอยู่บนเตียง... เหงื่อกาฬของเธอแตกพลั่ก... ใบหน้าซีดเผือด

“ป้าหลิว! ป้ามาแล้ว” หวังต้าหลี่รีบวิ่งเข้ามาหาหญิงวัยกลางคนด้วยความดีใจราวกับเห็นแสงสว่าง หลิวซื่อเหม่ยไม่ได้พูดอะไรทำเพียงพยักหน้ารับให้เขา

ก่อนที่หล่อนจะรีบเดินตรงไปที่ข้างเตียงของหงเหมยทันที ซึ่งความสงบของท่านได้ช่วยให้บรรยากาศที่ตื่นตระหนกในตอนนี้พอจะทุเลาลงได้บ้าง

มือของหญิงวัยกลางคนจับชีพจรที่ข้อมือของหญิงสาวที่กำลังส่งเสียงร้องอย่างชำนาญตามแบบฉบับของแพทย์แผนโบราณ จากนั้นจึงค่อย ๆ วางมือลงบนหน้าท้องเพื่อประเมินท่าทางของทารกในครรภ์

ไป๋เหวินซีที่ยืนอยู่ข้างหลังพยายามทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ดี แต่ในขณะเดียวกันสายตาของเธอก็กำลังกวาดสำรวจคนไข้อย่างรวดเร็วไปด้วย และในใจก็สั่งการระบบไปพร้อมกัน

[ระบบ สแกนวินิจฉัยเดี๋ยวนี้]

ติ๊ง!

[กำลังสแกนวินิจฉัย... คำเตือนระดับสีแดง ตรวจพบทารกในครรภ์อยู่ในท่าก้น ร่วมกับภาวะสายสะดือพันคอหนึ่งรอบ! อัตราการเต้นของหัวใจทารกเริ่มลดลง!]

หัวใจของไป๋เหวินซีกระตุกวูบ! เพราะนี่มันอันตรายมากเกินกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก!

ในขณะเดียวกันหลิวซื่อเหม่ยก็เงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แย่แล้ว! ดูเหมือนว่าเด็กจะไม่ยอมกลับหัว นี่เป็นการคลอดท่าก้นที่ยากลำบากมาก”

หญิงวัยกลางคนกล่าวจากประสบการณ์ของตน แต่ที่หล่อนไม่มีทางรู้เลยก็คือตอนนี้ได้มีสายสะดือพันรอบคอของทารกน้อยอยู่หนึ่งรอบด้วย!

“แล้ว... แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะพี่สะใภ้ไป๋” หวังเจิ้นกั๋ว ถามเสียงสั่น หลิวซื่อเหม่ยหลับตาลงครู่หนึ่ง

“ฉันจะพยายามใช้สมุนไพรช่วยเร่งคลอด... แต่ก็ต้องทำใจไว้บ้าง... เพราะมันค่อนข้างเสี่ยง”

ในตอนนี้เองจิตวิญญาณของคุณหมอสาวก็คิดขึ้นในใจอย่างร้อนรน (ไม่ได้! รอไม่ได้เด็ดขาด! ถ้าปล่อยให้คลอดตามธรรมชาติ เด็กอาจจะขาดอากาศหายใจตาย!)

และในเสี้ยววินาทีนั่นเอง ไป๋เหวินซีก็ได้ส่งเสียงเรียกหญิงวัยกลางคนออกมา

“ย่าคะ!” ทุกสายตาต่างหันมามองเธอเป็นทางเดียว

เด็กหญิงรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วพูดออกไป “มันไม่ใช่แค่นั้นค่ะ... เหมือนว่าจะมีสายสะดือพันคอเด็กอยู่ด้วย! ตอนนี้หัวใจของเด็กเริ่มเต้นช้าลงแล้ว”

ไป๋เหวินซีย่อมรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีคำถามมากมายตามมา ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อาจจะปล่อยให้เกิดอันตรายต่อทั้งแม่และเด็กได้อย่างเด็ดขาด

“หลานรู้ได้ยังไง” น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนไม่ได้เป็นการคาดคั้นแต่ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด เนื่องจากหล่อนเองก็เคยมีประสบการณ์ทำคลอดมาบ้างแต่เรื่องสายสะดือพันคอเด็กเช่นนี้มันไม่มีทางรู้ได้เลยหากว่าไม่มีเครื่องมือแพทย์

“ย่าคะ” ไป๋เหวินซีพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนแต่ยังคงความชัดเจนไว้ “ตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบายแล้วค่ะ! ย่าลองฟังเสียงหัวใจของเด็กสิคะ... มันแผ่วลงเรื่อย ๆ!”

เธอไม่พูดเปล่าเจ้าตัวยังทำในสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้น คือการโน้มตัวลงไปแล้วแนบหูเข้ากับหน้าท้องของเสี่ยวเหมยโดยตรง แสร้งทำเป็นฟังเสียงหัวใจของทารก ทั้งที่ความจริงแล้วข้อมูลทั้งหมดกำลังถูกป้อนเข้ามาในหัวของเธอโดยตรงจากระบบ

“เหลวไหล!” หวังเจิ้นกั๋วพ่อของต้าหลี่ตวาดขึ้นมา “เด็กอย่างเธอจะไปรู้อะไร! อย่ามาทำเรื่องเล่น ๆ กับชีวิตหลานชายของฉัน”

“หนูเข้าใจความกังวลของปู่หวังค่ะ” เธอกล่าวอย่างใจเย็น “แต่ตอนนี้เรามีเวลาไม่มากแล้ว ปู่ไม่เห็นหรือคะว่าน้าเหมยกำลังจะแย่ หนูไม่ได้ขอให้ทุกคนเชื่อหนูในทันที แต่ตอนนี้เราไม่มีวิธีอื่นดังนั้นได้โปรดเชื่อหนูสักครั้ง” คำกล่าวของเด็กหญิงตรงหน้าเต็มไปด้วยความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว จึงทำให้ทุกคนในที่แห่งนี้กับนิ่งอึ้งไป

หลิวซื่อเหม่ยมองลึกเข้าไปในดวงตาของหลานสาว ก่อนที่หล่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตในฐานะหมอสมุนไพร

“ซีซี บอกย่ามาว่าเราต้องทำยังไง”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 277

    “คุณแม่! คุณพ่อ!”เสียงเรียกของจ้าวซินเยว่ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด สองสามีภรรยาหันกลับไปมอง ก็เห็นลูก ๆ หลาน ๆ เดินขึ้นมาบนดาดฟ้ากันพร้อมหน้าจ้าวซินเยว่ในชุดสูททำงานดูทะมัดทะแมง เดินมาพร้อมกับจ้าวเฉินอวี่ที่ยังสวมชุดกาวน์ตามมาด้วย ไป๋เจ๋อในชุดสครับสีเขียว“พวกเราตามหาตั้งนาน นึกว่าแอบหนีไปเดทกันสองค

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 276

    หนึ่งสัปดาห์หลังจากงานวันเกิด... บนดาดฟ้าอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเครือโรงพยาบาลเวหา... ในขณะที่สายลมเย็นฉ่ำของยามเช้าพัดผ่านยอดตึกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหานครจิงตู เบื้องล่างคือเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัยแต่เบื้องบนนี้... คืออาณาจักรแห่งความหวังที่ไป๋เหวินซี

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 275

    “เฮ้อ...” จางเหว่ยถอนหายใจยาว “พวกนายดูสิ... ทำไมลี่หลินถึงไม่ยอมไปเป็นหมอเหมือนฉัน หรือเป็นนักข่าวสายลุยเหมือนแม่นะ... ดันอยากเป็นไอดอลซะงั้น แล้วดูกระโปรงนั่นสิ! ฉันบอกแล้วว่าให้เพิ่มความยาวอีก 2 นิ้วก็ไม่ยอม!”“โอ๊ย! คุณหมอจาง!” ซุนเผิงตบไหล่เพื่อนดังป้าบ “อย่าหัวโบราณน่า ลูกนายสวย เก่ง มีความสาม

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 274

    กลับมายังปัจจุบัน เวลาเย็นย่ำท่ามกลางแสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟระย้าและไฟประดับในสวนกำลังสาดส่องกระทบแก้วไวน์คริสตัลจนเกิดประกายระยิบระยับคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงเบา ๆ ผสมผสานไปกับเสียงหัวเราะพูดคุยที่ดังเซ็งแซ่ซึ่งวันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของไป๋เหวินซีที่ไม่ได้จัดขึ้นอย่างหรูหราฟู่ฟ่าเพื่อ

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 273

    “หนูทำได้ค่ะ!” จ้าวซินเยว่รับคำเสียงหนักผิดกับเด็กสาวทั่วไป “หนูสัญญา... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูจะปกป้องตระกูลจ้าวและตระกูลไป๋ด้วยชีวิต หนูจะเป็นพี่สาวที่ดูแลน้อง ๆ เองค่ะ!”สุดท้าย... สายตาของหญิงชราก็เคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ จ้าวเฉินอวี่ เหลนคนกลางที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่เงียบ ๆ ข้างเตียง เด็กชายผ

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 272

    ซ่งซูเฟินที่ยืนกลั้นสะอื้นอยู่ด้านหลังสามี รีบขยับเข้ามาใกล้ “ฉันอยู่นี่ค่ะคุณแม่”“มาใกล้ ๆ แม่สิ”ซ่งซูเฟินคุกเข่าลงข้างสามี กุมมืออีกข้างของแม่สามีไว้ “คุณแม่คะ...”“ขอบใจนะซูเฟิน...” หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา “ขอบใจที่เข้ามาเติมเต็มบ้านหลังนี้... ขอบใจที่ช่วยดูแลกั๋วเฉียง และดูแลคนแก่อย

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 165

    ตัดภาพมาที่ริมสนาม หลินเฟิงยืนกอดอกมองดูความวุ่นวายด้วยสายตาว่างเปล่า ข้าง ๆ เขาคือไป๋เหวินซีที่ยังคงถือกล่องเหล็กใบเดิมยืนนิ่งอยู่“เธอไม่ไปวิ่งกับเขาหรือไง?” หลินเฟิงถามโดยไม่หันมามอง“หนูเป็นหัวหน้าหลักสูตรภาควิชาการค่ะ หน้าที่หนูคือประเมินผล” ไป๋เหวินซีตอบตามจริง“เหรอ...” หลินเฟิงลากเสียงยาวหัน

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 163

    “เอาน่า อย่ามัวแต่ทำซึ้ง พวกเรามันชายโสดรีบไปกันดีกว่า” จางเหว่ยพูดขึ้นก่อนจะลากเพื่อนอีกสองคนให้เดินไปพร้อมกัน“จะว่าไปเฉียนหมิงกับจางเหมยนี่คบกันแล้วใช่ไหม” ซุนเผิงอดไม่ได้ที่จะถามออกมาอย่างพาซื่อขณะที่พวกเขากำลังเดินกอดคอกันไปที่ร้านเกม“เจ้าผอมซุนนายเพิ่งจะรู้เหรอครับ” จางเหว่ยตบหน้าผากตัวเองดัง

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 136

    “สุดยอดไปเลยหัวหน้า! ใจเด็ดมาก!” จางเหว่ยยกนิ้วโป้งให้แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ เสียงทรงพลังเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง“เป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดมาก...”กลุ่มนักศึกษาแพทย์ปี 1 สะดุ้งโหยง หันขวับไปมองต้นเสียง... และพวกเขาก็พบกับชายสูงวัยสวมแว่นตาหนาเตอะที่ดูภูมิฐานและน่าเกรงขามยืนเอามือไพล่หล

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 111

    แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังมีความสุขและตื่นเต้นกับการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันอยู่นั้น ไป๋เหวินซีกลับสังเกตเห็นว่าน้องชายของเธอ... ดูเงียบขรึมผิดปกติ ทั้งที่เรื่องที่คุยกันเมื่อครู่เป็นเรื่องที่น่าจะทำให้เขาสนุกสนาน“มีอะไรหรือเปล่าหยางหยาง” เธอกระซิบถามน้องชายเสียงเบาเมื่อเห็นว่าเพื่อนคนอื่นกำลังคุยกันเร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status