Mag-log inหมิงซั่วเดินออกจากโรงน้ำชาด้วยสีหน้าปวดหัว เพราะปัญหาที่เขาต้องการจะแก้กลับลุกลามไปกันใหญ่ แค่เขาทนเห็นผู้หญิงโดนรังแกไม่ได้ แต่คนกลับไปตีความว่า
'ผู้กองคงหวงน่าดู' 'ไล่ตะเพิดไปเลยเห็นไหม' 'ก็ใครให้ไปยุ่งกับผู้หญิงของผู้กองล่ะ' "บ้าชะมัด!" หมิงซั่วสบถออกมา เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะช่วยอะไรเขาไม่ได้ การที่เธอบอกให้อยู่นิ่งๆ และปล่อยให้ข่าวลือแพร่สะพัดต่อไป มันทำให้เขารู้สึกเหมือนถูก 'มัดมือชก' ให้ยอมรับว่าข่าวลือเป็นเรื่องจริง 'มองโลกในแง่ดีสิคะ' จะให้เขามองโลกในแง่ดีได้ยังไง ในเมื่อชีวิตที่เคยสงบสุขของเขาตอนนี้วุ่นวายมาก เดินไปทางไหนก็ได้ยินแต่เสียงซุบซิบกัน เขาก็แค่อยากอยู่เงียบๆ ให้เวลากับตัวเองสักพัก ทำไมต้องมาเจอ 'ข่าวลือ' ชวนให้ปวดหัวกัน ป้าหลี่อะไรนั่นน่าจับมาเข้าคุกโทษฐาน 'ก่อความไม่สงบ' ให้ชีวิตเขาจริงๆ ขณะที่... หมิงซั่วกำลังคิดหาวิธีจัดการกับข่าวลือที่น่ารำคาญ สายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นใครบางคนที่คุ้นเคยเดินอยู่ข้างหน้า หัวใจของเขาเริ่มเต้นผิดจังหวะ เมื่อเห็นว่าคนๆ นั้นก็คือ 'เซียวเหิง' เพื่อนสนิทของเขา และที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ 'จินเหมย' ผู้หญิงที่หักอกเขาก็เดินเคียงคู่มาด้วยกัน ใบหน้าสวยๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ขณะที่เซียวเหิงก็ดูมีความสุขไม่แพ้กัน ช่างเป็นคู่รักที่ดูเหมาะสมราวกับ 'กิ่งทองใบหยก' จริงๆ 'ฉันขอโทษค่ะ' ประโยคที่จินเหมยปฏิเสธเขาในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่ได้ สองขาหยุดนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกหมุดตรึงไว้ แผลของเขายังสดใหม่ เมื่อมาเห็นภาพที่บาดตามันก็ต้องรู้สึกเจ็บจนอยากเดินหนีไป แต่ก็คงสายเกินไปเมื่อเซียวเหิงเห็นเขาเข้าซะก่อน "หมิงซั่ว!" เซียวเหิงทักพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาจับมือของจินเหมยเดินเข้ามาหาอย่างเป็นธรรมชาติ ใครมองก็รู้ว่าทั้งคู่เป็นคู่รักกัน แม้ใจจะเจ็บช้ำแต่ก็ต้องฝืนปั้นหน้าว่าปกติดี "มาทำอะไรแถวนี้ดึกๆ ดื่นๆ วะ" หมิงซั่วและเซียวเหิงเป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน พอเรียนจบมหาวิทยาลัยหมิงซั่วรับราชการส่วนเซียวเหิงก็รับช่วงต่อธุรกิจร้านอาหารของทางบ้าน กิจการขยายใหญ่โต "ผู้กองหมิงซั่วสบายดีไหมคะ" ในเมื่อคนหนึ่งทัก อีกคนก็ต้องทักด้วย รอยยิ้มของจินเหมยทำให้หมิงซั่วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่เง่า และคิดว่าเขาควรจะตอบกลับไปว่าอะไร เธออยากฟังความจริงหรือคำโกหกเพื่อให้สบายใจ ดวงตาคู่คมซ่อนความเจ็บเอาไว้ รู้ทั้งรู้ว่าควรตอบออกไป แต่มันเจ็บจนไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ "จินเหมยถามนายอยู่นะ" เซียวเหิงพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ตอบ ก็มีเสียงหวานๆ ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับมือเรียวเล็กที่โอบรอบท่อนแขนของเขาราวกับสนิทสนม "ที่รักคะ..." "ฉันตามหาคุณตั้งนานแน่ะ" หมิงซั่วหันไปมองด้วยความตกใจ และเมื่อเห็นว่าเป็นคนที่มีข่าวลือด้วยก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ เธอยืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆ มือนุ่มนิ่มเกาะท่อนแขนเขาไว้ พร้อมส่งสายตาเป็นนัยๆ ให้ 'เขา' อ่านปากที่ขมุบขมิบว่า "เล่นตามน้ำหน่อยสิคะผู้กอง" เซียวเหิงที่เห็นก็ตกใจไม่แพ้กัน เขามองหญิงสาวกับหมิงซั่วสลับกันไปมาด้วยความงงงวย "คุณมาทำอะไรตรงนี้" หมิงซั่วกระซิบถามเสียงลอดไรฟัน แววตาคมกริบที่มองถึงจะน่ากลัวแต่เธอก็ยิ้มสู้ฟัด เธอแค่อยากมาขอบคุณเขาอย่างจริงจังก็เลยเดินตามมา แต่ก็ได้มาเห็นเหตุการณ์ที่ โอ้ย!! สงสารพระรองเหลือเกิน ไม่ได้ๆๆๆ ฉันต้องเข้าไปช่วย! อารมณ์ 'ติ่ง' ที่เป็นห่วงพระรองจะให้ยืนดูเฉยๆ ก็คงทำไม่ได้ พระเอก พระรอง มาเผชิญหน้ากันโดยมีนางเอกคั่นกลางเป็นสถานการณ์ชวนให้ปวดใจ พระรองของเธอยืนนิ่งอย่างกับท่อนไม้ ฮือ~ หมิงซั่วฉันจะช่วยคุณเอง คิดปุ๊บ ทำปั๊บ เรื่องโดนพระรองว่าเดี๋ยวค่อยแก้ตัวทีหลัง ซื่อหยาจึงพาตัวเองที่เป็นแค่ตัวประกอบตอนเดียวมายืนตรงหน้าพระเอกนางเอกที่กำลังทำให้พระรองของเธออึดอัด 'เซียวเหิง' หล่อมาก ส่วนจินเหมยก็ดูตัวเล็กๆ มองแล้วน่ารัก เป็นนางเอกที่ผิวขาวและ 'ยิ้ม' สวยมาก มิน่าล่ะ! พระรองของเธอถึงได้ 'เจ็บ' หนัก แต่ฉันเชื่อว่าคุณจะผ่านไปได้หมิงซั่ว! "ผมถามว่าคุณไม่ได้ยินรึไง" หมิงซั่วถามย้ำ แต่ซื่อหยาแสร้งทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินและหันไปส่งยิ้มหวานให้เซียวเหิงพร้อมกับเบียดตัวเข้าหาผู้กองหมิงซั่วให้ดูแนบแน่นยิ่งขึ้น "สวัสดีค่ะ" ซื่อหยาทักอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทางที่แสดงออกมานั้นทำให้ดูเหมือนเธอเป็นคนรักของหมิงซั่วจริงๆ "นี่...." "ใครกันเหรอคะหมิงซั่ว" จินเหมยถามขึ้น น้ำเสียงเย็นลงเล็กน้อย เธอใช้สายตามองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังประเมินบางอย่างในใจ แต่ไม่ทันที่หมิงซั่วจะได้อธิบาย ซื่อหยาก็ชิงพูดขึ้นก่อนด้วยรอยยิ้มหวานหยดว่า "ฉันซื่อหยาค่ะ" ดวงตาของซื่อหยาเป็นประกายวิบวับ เมื่อเห็นพระเอก นางเอก ในนิยาย เซียวเหิงดูหล่อเหมือนที่บรรยาย แต่เมื่อเทียบกับหมิงซั่วของเธอแล้ว เธอยกให้ 'หมิงซั่ว' กร้าวใจกว่าเยอะเลย "คุณคือ..." จินเหมยที่อยากรู้ให้แน่ชัดว่า 'ผู้หญิง' ตรงหน้าคือใครถามต่อด้วยสีหน้าที่คาดเดาไม่ได้ เธอมองหน้าของหมิงซั่วสลับกับ 'อีกคน' ที่ยิ้มสดใส ในใจของเธอรู้สึกขุ่นมัวไม่พอใจเแต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มซื่อใสที่สามารถทำให้หัวใจหนุ่มๆ ละลายได้ในไม่กี่วินาที "ฉันเป็นคนรักของผู้กองหมิงซั่วค่ะ" คำแนะนำตัวของซื่อหยาทำเอาผู้กองหนุ่มตั้งตัวไม่ทัน เขาหันขวับมามองหน้าของคนที่พยายามสวมรอยเป็น 'คนรัก' ในใจพลันเกิดคำถามว่า 'ทำไปเพื่ออะไร' เขาส่งสายตาเชิงตำหนิไป แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจเลย "จริงเหรอเนี่ยหมิงซั่ว" เซียวเหิงถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ไม่คิดเลยว่านายจะมีคนรักแล้ว ชอบคนสวยก็ไม่บอก แอบไปคบกันมานานแล้วใช่ไหมเนี่ย" เซียวเหิงอดแซวเพื่อนสนิทไม่ได้ จินเหมยเมื่อได้ยินก็นิ่งไป เธอมองหน้าของหมิงซั่วสลับกับใบหน้าของซื่อหยาหวังจะได้ยินคำยืนยัน "จริง...เหรอคะ?" หมิงซั่วรู้สึกเหมือนถูกมัดมือชก เขาอยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขของเซียวเหิง เขาก็รู้สึกว่าควรจะตัดใจได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ทำปากขมุบขมิบกดดันว่า 'ห้ามปฏิเสธนะ!' "เอ่อ...ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ" หมิงซั่วตอบปัดๆ ด้วยน้ำเสียงกระอึกกระอัก ไม่รู้จะหาคำพูดอะไรมาอธิบายดี จินเหมยฝืนยิ้มให้ ถึงแม้เธอจะเลือกเซียวเหิงมาเคียงข้างกายแต่พอรู้ว่าหมิงซั่วมีคนรักแล้วนั้นอยู่ๆ หัวใจก็เจ็บแปลบยังไงพิกล "ยินดีด้วยนะคะ" เป็นคำพูดที่ตรงข้ามกับใจ เธอมองผู้หญิงตรงหน้าที่สวมชุดกี่เพ้าราคาถูกพลันนึกเปรียบเทียบกับหมิงซั่วที่ดีพร้อมในใจว่า 'ไม่มีอะไรที่เหมาะสมกันเลยจริงๆ' "พวกเราคงต้องขอตัวก่อนนะคะ พอดีมีธุระต้องรีบไปจัดการต่อ" ถึงจะยังอยากคุยกับพระนางในนิยายต่อ แต่เธอก็ให้ความสำคัญกับพระรองที่น่าสงสารมากกว่า ซื่อหยาก็เลยอ้างเหตุผลเพื่อดึงหมิงซั่วที่ไม่สมหวังในความรักออกมา การที่ต้องมายืนตรงหน้าผู้หญิงที่ไม่รักเราคงเจ็บปวดจริงๆ "ที่รักคะ เราไปกันเถอะค่ะ" ซื่อหยาพูดพร้อมออกแรงดึงแขนหมิงซั่วให้เดินตามเธอไป ถึงสองขาขยับ แต่สมองยังตื้อตันเพราะประมวลผลยังไม่ได้ ภาพของจินเหมยกับเซียวเหิงยังคงวนเวียนไม่ไปไหน แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ ทำไม... เธอต้องสวมรอยเป็นคนรักเขา! เมื่อแน่ใจว่าเดินพ้นสายตาของเพื่อนสนิทอย่างเซียวเหิงเและจินเหมยแล้ว หมิงซั่วก็รีบแกะมือของซื่อหยาออกจากแขนของเขา "คุณทำอะไรลงไปเนี่ย!" เขาถามเสียงเข้ม "ก็ช่วยผู้กองไงคะ" ซื่อหยาตอบกลับไป "นี่เรียกว่าช่วยเหรอ?" หมิงซั่วไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ เขามองเธอราวกับจับผิด พลันมองในแง่ลบใส่คนที่หาเรื่องมาให้ ช่วยในความหมายเธอคือช่วยทำให้เขาปวดหัวหนักกว่าเดิมสินะ! "ผู้กองอย่าลืมสิคะว่าตอนนี้ข่าวลือมันโดนใส่สีตีไข่ไปไกลมาก ถ้าเรายอมรับว่าคบหากันจริงๆ เดี๋ยวสักพักคนเขาก็เลิกสนใจ แต่ถ้าเราฝืนปฏิเสธ คนเขาก็ยิ่งสงสัย ยิ่งจะจ้องจับผิดไม่รู้จบ ผู้กองชอบอย่างนั้นเหรอคะ?" "แต่มันไม่ใช่เรื่องจริง!" "แล้วไงคะ??" "ผมไม่ชอบโกหก" "แต่คำโกหกของฉันเมื่อกี้ก็ช่วยให้ผู้กองหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจมาได้ไม่ใช่เหรอคะ" "คุณรู้ได้ยังไงว่าผมอึดอัดใจ" หมิงซั่วหรี่ตามองคนที่รู้ลึกไปถึงจิตใจ ทั้งๆ ที่เขาคิดว่าเก็บอาการได้ ไม่มีใครรู้ แม้แต่เซียวเหิงด้วยซ้ำไป แล้วทำไมเธอถึงได้มองเขาอย่างทะลุปรุโปร่งกัน "ฉะ...ฉัน" ซวยแล้วๆ ซื่อหยาพูดกับตัวเองที่ลืมคิดไปว่า พระรองไม่ได้รู้เรื่องที่เธอทะลุมิติเข้ามา และเธอในฐานะนักร้องในโรงน้ำชาจะรู้จักเซียวเหิงและจินเหมยได้อย่างไร โอ้ยๆ ฉันนี่มัวแต่ห่วงพระรองจนลืมความจริงข้อนี้ไป ต้องรีบแถเอาตัวรอดแล้ว "กะ กะ ก็..อย่างน้อยๆ คนจะได้ไม่สงสัยว่าทำไมคืนนั้นผู้กองถึงได้เมาหัวราน้ำจนกลับบ้านเองคนเดียวไม่ไหว คุณก็รู้ว่าปากป้าหลี่ร้ายกาจแค่ไหน เชื่อฉันเถอะค่ะผู้กองว่าวิธีนี้ดีที่สุดแล้ว" ถึงแววตาและน้ำเสียงจะเลิ่กลั่กไปบ้าง แต่ในใจลึกๆ ก็คงต้องยอมรับว่าสิ่งที่เธอทำช่วยให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ ถ้าเธอไม่มา เขาจะตอบอะไรไป บางทีมันอาจจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิม "แล้วเราจะทำยังไงต่อล่ะ" หมิงซั่วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "ก็ต้องปล่อยให้เรื่องมันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็นไงคะ บางที...มันอาจจะดีกว่าที่คิดก็ได้นะคะ" ซื่อหยาตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน "คุณไม่ได้มีแผนอะไรใช่ไหม" เพราะเป็นตำรวจก็เลยไม่ค่อยไว้ใจ เธอชอบโผล่เข้ามาตอนที่เขากำลังมีปัญหา มันดูเหมือนบังเอิญเกินไป ดวงตาคมจับจ้องหน้าสวยๆ ที่ส่ายไปมาเพื่อปฏิเสธสิ่งที่เขาสงสัย "ไม่มีค่ะ ฉันแค่อยากช่วยผู้กองจริงๆ" เธอส่งยิ้มให้กับพระรองที่ขี้สงสัย เธอจะไปมีแผนกง แผนการอะไร ที่ผ่านมาเธอช่วยเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ติ่งอย่างเธอถึงจะเป็นแค่ตัวประกอบก็จะต้องทำให้พระรองดีขึ้นให้ได้ บางทีเธอควรขอบใจป้าหลี่ด้วยซ้ำไปที่ทำให้ 'เธอ' มีข้ออ้างเข้าหาเขาได้มากขึ้น "ผู้กองไว้ใจฉันได้เลยค่ะ" ยิ่งเธอยืนยันเขาก็ยิ่งหวั่นใจ เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่เขารู้ตอนนี้คือ ชีวิตที่เคยสงบสุขมาตลอดของเขากำลังจะวุ่นวาย เพราะ.... นักร้องสาวตรงหน้านี่เอง!งานแต่งงานของผู้กองหมิงซั่วและซื่อหยาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ บ้านพักของฝ่ายชาย ซื่อหยาในชุดกี่เพ้าสีแดงปักลวดลายดอกไม้ เธอแต่งหน้าบางๆ แต่ความสวยกินขาดไม่เผื่อใคร หมิงซั่วในชุดเจ้าบ่าวก็หล่อจนว่าที่ภรรยาอย่างเธอใจละลาย ไม่ว่าหมิงซั่วจะใส่อะไรก็ดูดี ดูเท่ ไปหมดจริงๆ"ตื่นเต้นรึเปล่า"หมิงซั่วถามเสียงอ่อนโยน แววตาห่วงใย เธอต้องตื่นแต่เช้าจะเหนื่อยขนาดไหน เขากลัวว่าเธอจะเป็นลมเพราะแดดที่ร้อนเกินไป เดี๋ยวนี้หายใจเข้าออกก็เรียกหาแต่ 'ซื่อหยา' คนเดียว"นิดหน่อยค่ะ"เธอส่งยิ้มให้เจ้าบ่าวที่ใส่ใจ มือหนายื่นมาจับมือเรียวไว้ ตั้งแต่ที่เขาเปิดใจ ไม่มีวันไหนที่เขาปล่อยให้เธอรู้สึกเหงาอยู่คนเดียว"ดีขึ้นไหมครับ""อื้อ!"เจ้าสาวพยักหน้า เธอชอบหมิงซั่วในตอนนี้ที่แสดงความรู้สึกออกมา รอยยิ้มแห่งความสุขฉายชัดในแววตาของบ่าวสาวที่ยืนเคียงคู่กันหลังพิธีการก็ถึงช่วงเวลาของการเลี้ยงฉลอง เสียงโห่ร้องแซวคู่บ่าวสาวดังระงม เหล่าเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องตำรวจที่สนิทสนมต่างพากันยกขบวนมา 'แกล้ง' ผู้กองหนุ่มมาดเข้มที่หนีไปมีภรรยาก่อนเพื่อน"ผู้กองครับ เพื่อเป็นการแสดงความยินดี ผู้กองต้องดื่มใ
คำตอบของซื่อหยา เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของหมิงซั่วพังทลาย แววตาที่เชื้อเชิญกำลังทำให้เขาลืมคำว่า 'สุภาพบุรุษ' ไป ท่าทีที่เต็มใจทำเขาพ่ายแพ้ให้กับความต้องการของตัวเอง"อือ...หมิงซั่ว"ริมฝีปากหยักกดจูบลงมาอย่างหนักแน่นและเร่าร้อนรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ซื่อหยาตอบรับจูบที่ซาบซ่านนั้นด้วยความเต็มใจ แขนเรียวโอบรัดรอบลำคอเขาไว้ การจูบครั้งนี้ไม่มีการขออนุญาต ไม่มีคำพูดใดๆ มีแต่เสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวประสานกันตึกตัก ตึกตักซื่ิอหยารับรู้ได้ถึงความเป็นชาย มันตื่นตัวและคงกำลังต้องการปลดปล่อยให้ได้ ความร้อนแรงของจูบค่อย ๆ ลุกลามไปทั่วทั้งร่างกาย ริมฝีปากหยักได้รูปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวเนียนของเธอ"คุณหอมไปทั้งตัวเลยซื่อหยา"เสียงทุ้มแหบพร่า ตัวเธอทั้งนุ่ม ทั้งนิ่มและหอมมาก สติของเขาตอนนี้แทบไม่อยู่กับตัวแล้ว"อ๊ะ!"หญิงสาวร้องตกใจเมื่อถูกหมิงซั่วเปลี่ยนท่ากระทันหัน แววตาที่มองเธอคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ความต้องการ เสียงทุ้มต่ำที่เสนอว่า 'ผมจะพาคุณไปที่เตียง' มันช่างชวนให้จินตนาการจนหน้าสวยๆ แดงไม่ไหว เธอซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้างหวังจะซ่อนความเขินอาย แต่นั้นกลับยิ่งทำให้หมิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดหมิงซั่วก็ได้ออกจากโรงพยาบาล อาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นมาก ซึ่งการที่เขาร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เร็วนั้นเป็นเพราะซื่อหยาที่ดูแลเอาใจใส่ล้วนๆ "ผู้กองค่อยๆ เดินนะคะ"ถึงแม้หมอจะอนุญาติให้กลับไปพักต่อที่บ้านได้ แต่ซื่อหยาก็ยังไม่วางใจ อาจเพราะเธอกลัวว่าเขาจะไม่ระมัดระวังพอจนทำให้แผลปริได้ ความเป็นห่วงของเธอทำให้หมิงซั่วรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ รอยยิ้มหวานๆ ที่ส่งให้เหมือนเป็นยาชั้นดี"ผมรบกวนคุณเกินไปรึเปล่า"หมิงซั่วถาม แววตาเกรงใจ ถึงสถานะของเธอจะเป็น 'คนรัก' แต่เขาก็ไม่อยากจะรบกวนเธอมากเกินไป ซื่อหยาอ่านสีหน้าของหมิงซั่วออกและรู้ว่าเขาคิดอะไร เฮ้อ! ทำไมถึงได้ขี้เกรงใจขนาดนี้กัน"ไม่เลยค่ะ ฉันเต็มใจ"เป็นคำตอบที่ทำให้หมิงซั่วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าได้ ซื่อหยาช่วยจัดการเอกสารและข้าวของทุกอย่างให้เขาอย่างเรียบร้อยราวกับเป็นภรรยาที่เอาใจใส่ มือที่จับกันมาตลอดช่างบาดตาและบาดใจคนที่มาช่วยขับรถให้อย่างเสิ่นตู้จริงๆหลังจากที่เสิ่นตู้ขับรถมาส่งหมิงซั่วถึงบ้าน ซื่อหยาก็เสนอตัวที่จะอยู่ดูแลเขาต่ออย่างเต็มใจ เธอไม่สนว่าใครจะพูดอย่างไร คนตรงหน้าเธอสำคัญกว่าขี้ปาก
หลังจากสารภาพรัก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผู้กองหนุ่มที่ปากแข็ง มาดนิ่งที่แสดงความรู้สึกไม่เก่งคนนั้น ตอนนี้กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มที่กล้าเผยความรู้สึกมากขึ้นแล้ว"วันนี้ผู้กองดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ"ซื่อหยาเอ่ยแซวขณะยื่นแอปเปิ้ลชิ้นพอดีคำให้หมิงซั่วอ้าปากรับอย่างว่าง่าย แอปเปิ้ลที่เธอป้อนรสชาติหวานยิ่งกว่าที่ไหน ความรักทำให้คนที่เก็บความรู้สึกเก่งเปลี่ยนไป บรรยากาศในห้องพักฟื้นตอนนี้เปี่ยมไปด้วยกรุ่นไอรักอบอวล"งั้นเหรอ?"หมิงซั่วแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว"ค่ะ"ซื่อหยาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มหวานที่ส่งผลต่อหัวใจ ความสดใสของเธอเหมือนยาที่ทำให้เขาฟื้นตัวได้ไว และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอ"แล้วคุณอยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร""ก็ต้องอยากรู้สิคะ"ซื่อหยาตอบเสียงใส อะไรที่เกี่ยวกับหมิงซั่วเธอย่อมอยากรู้ อยากจดจำไว้ ชายหนุ่มกวักมือเรียกเธอให้ขยับเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มตอบอย่างจริงใจและไม่มีแม้แต่ความลังเลในแววตา"ก็เพราะมีคุณอยู่ตรงนี้ไง"เป็นครั้งแรกที่โดนผู้กองหนุ่มป้อนคำหวานแล้วใครมันจะไปต้านทานไหว ขนาดอยู่ในช่วงพักฟื้นแต่ความหล่อก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป แค่เขาพูดคำหว
"คุณซื่อหยาคงรักผู้กองมากเลยนะครับ"เสิ่นตู้แซว"ฉันรู้น่า"หมิงซั่วตอบกลับไป เสิ่นตู้ทำทีเป็นยักไหล่ ปากบอกว่า 'รู้' แต่หน้าแดงอย่างกับหนุ่มน้อยที่กำลังมีความรักอยู่เต็มหัวใจ โถๆๆๆ จะเก็กไปถึงไหนครับผู้กอง"รู้ว่าอะไรครับ ใช่รู้ว่ารักรึเปล่าน้าาา"ก่อนจะกลับก็ทิ้งระเบิดไว้ เสิ่นตู้หัวเราะก่อนเปิดประตูออกไป แต่ก็ไม่วายเอ่ยแซวซื่อหยาที่นั่งหน้าแดง"ฝากเอ็นดูผู้กองด้วยนะครับคุณซื่อหยา"หลังจากที่เสิ่นตู้กลับไป ในห้องก็เงียบงัน แต่เสียงหัวใจของทั้งคู่กลับเต้นดัง หมิงซั่วรวบรวมความกล้าอีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ใครขัดจังหวะได้อีกแล้ว"ซื่อหยา"เขาเรียกชื่อเธอเสียงทุ้มแผ่วเบา "คะ?""ผมหิวแล้ว" อันที่จริงถ้าเขาหิว เขาก็พอช่วยตัวเองได้ แต่ตอนนี้กลับใช้มันมาเป็นข้ออ้างเพื่อเรียกร้องความสนใจ ร่างสูงแสร้งทำทีจะขยับ แต่ก็ถูกเสียงหวานห้ามไว้ หมิงซั่วแอบยิ้มในใจ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ไม่ผิดเลย"อย่าเพิ่งขยับมากสิคะ"เธอดุเขาเสียงอ่อน ตรงข้ามกับแววตาที่มองด้วยความเป็นห่วง "คุณหมอสั่งไว้ว่าห้ามใช้แรงเยอะ"เธอพูดในสิ่งที่หมอกำชับ พร้อมกับเดินไปหยิบถ้วยโจ๊กยื่นให้ ชายหนุ่มรับถ้วย
ขณะที่ความสัมพันธ์ของหมิงซั่วและซื่อหยากำลังพัฒนาไปได้ดี เรื่องคดีของจินเหมยก็มีความคืบหน้าเช่นเดียวกัน บิดาของเธอพยายามใช้เงินและอำนาจช่วยเหลือทุกวิถีทาง แต่หลักฐานของตำรวจก็แน่นหนาเกินกว่าที่จะไปแทรกแซง"คุณจินเหมยยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาครับ"เสิ่นตู้รายงานให้หมิงซั่วฟังอย่างละเอียดขณะที่ซื่อหยากำลังนั่งจัดดอกไม้ใส่แจกันที่มุมห้องพักฟื้น "แต่ทางเราได้พบหลักฐานเพิ่มเติมในห้องนอนของคุณจินเหมย เป็นสมุดบันทึกที่เธอเขียนระบายถึงความเกลียดชังที่มีต่อคุณซื่อหยาครับ"เมื่อเสิ่นตู้พูดจบ ซื่อหยาก็หันไปมองหมิงซั่วด้วยสายตาที่สลดใจ จินเหมยมีทุกอย่างที่คนอื่นไม่มี แต่เธอกลับไม่พอใจ ความริษยาที่คลอบงำจิตใจทำให้เธอตามืดบอดทำเรื่องร้ายแรง"การสอบสวนยังคงทำต่อไป แต่มีแนวโน้มว่าคุณจินเหมยจะต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างแน่นอนครับ"หมิงซั่วที่นั่งฟังอยู่พยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้มว่า"จินลู่จางว่ายังไงบ้าง"เพราะเขารู้ว่าอำนาจของทางตระกูลจินมีมาก เพื่อรักษาหน้าและชื่อเสียงที่สั่งสมมา จินลู่จางจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยแน่ๆ"จินลู่จางมาที่สถานีตำรวจแล้วครับ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพราะหลักฐานชี้ชัดว่าเร
วันต่อมา....ข่าวลือเรื่องผู้กองหนุ่มซุ่มปลูกต้นรักกับสาวสวยเบอร์หนึ่งแห่งโรงน้ำชาก็ยังคงได้รับความสนใจ บวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานถูกหลายคนเห็นก็เลยพากันพูดปากต่อปากไป คราวนี้คนก็เลยยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคือเรื่องจริง'ได้ข่าวว่านักร้องสวยมาก''มิน่าล่ะ! ผู้กองถึงหวงนักหว
"นึกว่าจะเป็นแค่ข่าวลือซะอีก"เซียวเหิงพึมพำขณะที่หมิงซั่วเดินจากไป อันที่จริงเขาพอได้ยินข่าวลือเรื่องนี้มาบ้าง แต่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจริงสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาและปากของเจ้าตัวก็ยืนยันว่า 'ใช่' เดี๋ยวคงได้ยินข่าวดีเร็วๆ นี้แน่ๆ'ก็แค่นักร้องโรงน้ำชา'จินเหมยคิดในใจ ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือ
หมิงซั่วหันไปมองซื่อหยาที่ตอนนี้มองเขาด้วยแววตาขอบคุณปนซาบซึ้งใจ คนหนึ่งคิดว่าหาเรื่องให้ตัวเองต้องปวดหัวอีกจนได้ ส่วนอีกคนก็ได้แต่กรี้ดแล้วกรี้ดอีกในใจ พระรองของเธอเท่ทะลุเพดานไปเลย"มาคุยกับผมเดี๋ยวนี้!"หมิงซั่วพูดกับซื่อหยาเสียงแข็ง เพราะมีสายตาอีกหลายคู่จับจ้องทำให้เขาพูดลำบาก ก่อนจะเดินนำเธอไ
หมิงซั่วออกจากสถานีตำรวจด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่ก็ยังคงความหล่อสะท้านใจ แค่เดินผ่านสาวน้อยสาวใหญ่ก็มองตาม หากแต่ครั้งนี้ต่างไปจากทุกครั้ง เพราะหัวข้อที่พากันซุบซิบกันชวนให้เขาปวดหัวจริงๆ'ได้ข่าวว่าผู้กองมีคนรักแล้ว''เห็นว่ารักกันหวานชื่นเลยนะ''มีคนบอกว่าผู้กองหลงหัวปักหัวปำเลย''เฮ้อ! นักร้องโรงน้ำ







