Masukหมิงซั่วออกจากสถานีตำรวจด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่ก็ยังคงความหล่อสะท้านใจ แค่เดินผ่านสาวน้อยสาวใหญ่ก็มองตาม หากแต่ครั้งนี้ต่างไปจากทุกครั้ง เพราะหัวข้อที่พากันซุบซิบกันชวนให้เขาปวดหัวจริงๆ
'ได้ข่าวว่าผู้กองมีคนรักแล้ว' 'เห็นว่ารักกันหวานชื่นเลยนะ' 'มีคนบอกว่าผู้กองหลงหัวปักหัวปำเลย' 'เฮ้อ! นักร้องโรงน้ำชามีอะไรดีนะ' เอาเข้าไป! พอเขาเงียบ คนก็เอาไปพูดสนุกปากกันใหญ่ หลงหัวปักหัวปำอะไร หน้าของผู้หญิงคนนั้นเขายังจำไม่ค่อยได้ คนเพิ่งโดนหักอกมาจะไปมีกะจิตกะใจอะไรที่จะไปเริ่มต้นใหม่ ชายหนุ่มคิดพลันถอนหายใจ ทำไม... ชีวิตมันถึงได้วุ่นวายเหลือเกิน เมื่อมาถึงโรงน้ำชา บรรยากาศภายในยังคงคึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงเพลง ผู้ชายตัวสูง หน้าตาดีย่อมเป็นที่สะดุดตา และผู้ดูแลก็รีบรุดเข้ามารับรอง "สวัสดีค่ะผู้กองหมิงซั่ว" เถ้าแก่เนี้ยโรงน้ำชาส่งยิ้มเป็นกันเองให้ ตอนแรกที่ได้ยินข่าวลือเธอก็ไม่ปักใจเชื่อสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ยินประโยคที่ผู้กองถามว่า "ผมมาหาซื่อหยา" "อุ้ย!! ผู้กองมีอะไรรึเปล่าคะ" รอยยิ้มเป็นกันเองของเถ้าแก่เนี้ยยามนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นกรุ้มกริ่มแฝงความนัย พลันอดคิดไม่ได้ว่าข่าวลือที่ว่าผู้กองหลงเสน่ห์นักร้องสาวในโรงน้ำชาแห่งนี้น่าจะมีมูลความจริงซะแล้ว "ผมอยากเจอเธอ" 'อยากเจอ' ของเขากับของเถ้าแก่เนี้ยตอนนี้ได้แปลไปคนละความหมาย เขาอยากจัดการเรื่องข่าวลือบ้าๆ นี้ให้มันจบๆ ไป แต่สำหรับคนฟังที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จินตนาการไปไกลว่านักร้องตัวเด่นตัวดังของเธอช่างมีวาสนาได้เป็นคุณนายผู้กอง "ซื่อหยาของเราอยู่ตรงนู้นค่ะ" เถ้าแก่เนี้ยที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเชื่อแล้วว่าข่าวลือคือเรื่องจริงชี้นิ้วไปยังตำแหน่งที่หญิงสาวยืนอยู่ หมิงซั่วมองตามนิ้วเรียวนั้นทันที ในที่สุด... เขาก็เห็นเธอ 'เพลงนี้มอบให้แก่ทุกคนนะคะ' เสียงร้องของเธอยังคงไพเราะจับใจ วันนี้เธอสวมชุดกี่เพ้าสีชมพูอ่อนๆ ดูสดใส เมื่อรวมกับรอยยิ้มหวานๆ มีหรือหนุ่มๆ จะไม่โดนตกให้ละลาย แต่ในวินาทีนั้น หมิงซั่วแทบไม่ได้สนใจ ที่เขามาก็เพราะแค่อยากหาวิธีจบข่าวลือบ้าๆ บอๆ ขณะที่ผู้กองหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไปหา ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นแขกขาประจำของทางร้านเดินเข้าไปหาซื่อหยาที่กำลังเดินลงมาจากเวที เขาจึงชะงักเท้ารอ "คืนนี้ไปดื่มต่อกับผมนะ" ชายคนนั้นพูดขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง แววตาที่มองนักร้องสาวดูหื่นกระหายมาก แขนของชายคนนั้นโอบรอบเอวบางพร้อมกับพูดจาไม่ให้เกียรติว่า "รับรองว่าเธอจะต้องมีความสุขและได้เงินทองมากกว่ามายืนร้องเพลงจนเสียงแหบเสียงแห้งแน่ๆ" "ขอโทษค่ะ ฉันไม่สะดวก" ซื่อหยาส่ายหน้า พยายามถอยห่าง เธอเกลียดนักไอ้พวกคนที่ชอบดูถูกคนอื่นและใช้เงินมาฟาด มือที่รุ่มร่ามตรงเอวโดยไม่ได้รับอนุญาตช่างน่ารังเกียจจนอยากอ้วกจริงๆ "โอ๊ย...จะเล่นตัวอะไรนักหนา" ชายคนนั้นเริ่มแสดงท่าทีรำคาญ และบีบแขนของซื่อหยาแน่นขึ้น ก่อนจะพ่นคำดูถูกหยาบคายออกมาเป็นชุด "ก็แค่นักร้องในโรงน้ำชา จะมาแกล้งทำตัวบริสุทธิ์ผุดผ่องอะไร คนอื่นเขารู้ไปทั่วทั้งเมืองแล้วไหมว่าเธอมันใจง่ายถึงขนาดนัดเจอกับผู้ชายทุกคืน" หมิงซั่วเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขามองดูซื่อหยาที่พยายามจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่โดนทำให้ต้องอับอาย เธอตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับผู้ชาย เกิดมาไม่มีใครเคยสั่งสอนรึไงว่าห้ามรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ "ไอ้..." ผู้กองหนุ่มขบกรามเมื่อความความโมโหพุ่งในใจ ไม่ใช่เพราะข่าวลือที่เชื่อมโยงเธอกับเขาจนเกิดเรื่องวุ่นวาย แต่เป็นเพราะเขาทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้หญิงโดนรังแก "ปล่อยมือเธอเดี๋ยวนี้" เสียงเข้มของหมิงซั่วดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงและเสียงจอแจในโรงน้ำชา ทุกคนหันมามองทางเขาด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งสามคน "แกเป็นใครวะ!" ชายคนนั้นหันมาเผชิญหน้ากับหมิงซั่วพร้อมตะคอกถามเสียงดัง หมิงซั่วก้าวเข้าไปใกล้ ใบหน้าของเขาดุดัน แววตาคมกริบมองชายคนนั้นอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันเป็นตำรวจ และนายกำลังก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ" "ผะ...ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย" พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นตำรวจก็รีบปฏิเสธและปล่อยมือที่เกาะแกะทันที ก่อนจะวิ่งหนีหางจุกตูดไป ซื่อหยามองคนที่มาช่วยด้วยความประหลาดใจ ริมฝีปากสั่นพอๆ กับหัวใจขณะที่เรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมา "ผู้กอง..." หัวใจของซื่อหยาเต้นแรงเมื่อเห็นพระรองออกโรงปกป้องเธอ จากที่เคยหลงรัก 'หมิงซั่ว' ตัวละครในนิยาย ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกหลุมรัก 'หมิงซั่ว' ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้เข้าแล้วจริงๆ กรี้ดๆๆๆ หล่อมาก เท่มากเลย อารมณ์ติ่งอยากกรี้ดแต่ก็กรี้ดไม่ได้ ตอนเมาก็ว่าหล่อ แต่ตอนมีสติคือหล่อออร่ากระจุยกระจาย ทั้งซาบซึ้ง ตื่นเต้นและดีใจ พระรองของเธอช่าง 'ดีที่หนึ่ง' จริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของแขกในโรงน้ำชา คนที่ได้เห็นเหตุการณ์ต่างกระซิบกระซาบกันว่า 'โอ้โห! เพิ่งเคยเห็นผู้กองหมิงซั่วหึงหวง' 'แหมๆๆๆ ว่ากันว่าผู้กองหลงนักร้องสาวคนนี้จะแย่แล้ว สงสัยจะเป็นเรื่องจริง' 'ดูสายตาที่ผู้กองมองคุณซื่อหยาสิ มันช่างเต็มไปด้วยความรักจริงๆ เลยนะเนี่ย' แทนที่ข่าวลือจะเงียบหาย แต่เหมือนสิ่งที่เขาทำจะไปตอกย้ำว่า 'มีมูล' เข้าไปใหญ่ แสงสลัวๆ ในโรงน้ำชาไม่ได้บดบังสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้คนได้ เมื่อกี้เขามัวแต่โมโหที่เห็นผู้หญิงโดนรังแกจนลืมนึกถึงข่าวลือไป มาคิดได้ตอนนี้... ก็คงไม่ทันแล้วจริงๆงานแต่งงานของผู้กองหมิงซั่วและซื่อหยาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ บ้านพักของฝ่ายชาย ซื่อหยาในชุดกี่เพ้าสีแดงปักลวดลายดอกไม้ เธอแต่งหน้าบางๆ แต่ความสวยกินขาดไม่เผื่อใคร หมิงซั่วในชุดเจ้าบ่าวก็หล่อจนว่าที่ภรรยาอย่างเธอใจละลาย ไม่ว่าหมิงซั่วจะใส่อะไรก็ดูดี ดูเท่ ไปหมดจริงๆ"ตื่นเต้นรึเปล่า"หมิงซั่วถามเสียงอ่อนโยน แววตาห่วงใย เธอต้องตื่นแต่เช้าจะเหนื่อยขนาดไหน เขากลัวว่าเธอจะเป็นลมเพราะแดดที่ร้อนเกินไป เดี๋ยวนี้หายใจเข้าออกก็เรียกหาแต่ 'ซื่อหยา' คนเดียว"นิดหน่อยค่ะ"เธอส่งยิ้มให้เจ้าบ่าวที่ใส่ใจ มือหนายื่นมาจับมือเรียวไว้ ตั้งแต่ที่เขาเปิดใจ ไม่มีวันไหนที่เขาปล่อยให้เธอรู้สึกเหงาอยู่คนเดียว"ดีขึ้นไหมครับ""อื้อ!"เจ้าสาวพยักหน้า เธอชอบหมิงซั่วในตอนนี้ที่แสดงความรู้สึกออกมา รอยยิ้มแห่งความสุขฉายชัดในแววตาของบ่าวสาวที่ยืนเคียงคู่กันหลังพิธีการก็ถึงช่วงเวลาของการเลี้ยงฉลอง เสียงโห่ร้องแซวคู่บ่าวสาวดังระงม เหล่าเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องตำรวจที่สนิทสนมต่างพากันยกขบวนมา 'แกล้ง' ผู้กองหนุ่มมาดเข้มที่หนีไปมีภรรยาก่อนเพื่อน"ผู้กองครับ เพื่อเป็นการแสดงความยินดี ผู้กองต้องดื่มใ
คำตอบของซื่อหยา เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของหมิงซั่วพังทลาย แววตาที่เชื้อเชิญกำลังทำให้เขาลืมคำว่า 'สุภาพบุรุษ' ไป ท่าทีที่เต็มใจทำเขาพ่ายแพ้ให้กับความต้องการของตัวเอง"อือ...หมิงซั่ว"ริมฝีปากหยักกดจูบลงมาอย่างหนักแน่นและเร่าร้อนรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ซื่อหยาตอบรับจูบที่ซาบซ่านนั้นด้วยความเต็มใจ แขนเรียวโอบรัดรอบลำคอเขาไว้ การจูบครั้งนี้ไม่มีการขออนุญาต ไม่มีคำพูดใดๆ มีแต่เสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวประสานกันตึกตัก ตึกตักซื่ิอหยารับรู้ได้ถึงความเป็นชาย มันตื่นตัวและคงกำลังต้องการปลดปล่อยให้ได้ ความร้อนแรงของจูบค่อย ๆ ลุกลามไปทั่วทั้งร่างกาย ริมฝีปากหยักได้รูปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวเนียนของเธอ"คุณหอมไปทั้งตัวเลยซื่อหยา"เสียงทุ้มแหบพร่า ตัวเธอทั้งนุ่ม ทั้งนิ่มและหอมมาก สติของเขาตอนนี้แทบไม่อยู่กับตัวแล้ว"อ๊ะ!"หญิงสาวร้องตกใจเมื่อถูกหมิงซั่วเปลี่ยนท่ากระทันหัน แววตาที่มองเธอคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ความต้องการ เสียงทุ้มต่ำที่เสนอว่า 'ผมจะพาคุณไปที่เตียง' มันช่างชวนให้จินตนาการจนหน้าสวยๆ แดงไม่ไหว เธอซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้างหวังจะซ่อนความเขินอาย แต่นั้นกลับยิ่งทำให้หมิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดหมิงซั่วก็ได้ออกจากโรงพยาบาล อาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นมาก ซึ่งการที่เขาร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เร็วนั้นเป็นเพราะซื่อหยาที่ดูแลเอาใจใส่ล้วนๆ "ผู้กองค่อยๆ เดินนะคะ"ถึงแม้หมอจะอนุญาติให้กลับไปพักต่อที่บ้านได้ แต่ซื่อหยาก็ยังไม่วางใจ อาจเพราะเธอกลัวว่าเขาจะไม่ระมัดระวังพอจนทำให้แผลปริได้ ความเป็นห่วงของเธอทำให้หมิงซั่วรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ รอยยิ้มหวานๆ ที่ส่งให้เหมือนเป็นยาชั้นดี"ผมรบกวนคุณเกินไปรึเปล่า"หมิงซั่วถาม แววตาเกรงใจ ถึงสถานะของเธอจะเป็น 'คนรัก' แต่เขาก็ไม่อยากจะรบกวนเธอมากเกินไป ซื่อหยาอ่านสีหน้าของหมิงซั่วออกและรู้ว่าเขาคิดอะไร เฮ้อ! ทำไมถึงได้ขี้เกรงใจขนาดนี้กัน"ไม่เลยค่ะ ฉันเต็มใจ"เป็นคำตอบที่ทำให้หมิงซั่วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าได้ ซื่อหยาช่วยจัดการเอกสารและข้าวของทุกอย่างให้เขาอย่างเรียบร้อยราวกับเป็นภรรยาที่เอาใจใส่ มือที่จับกันมาตลอดช่างบาดตาและบาดใจคนที่มาช่วยขับรถให้อย่างเสิ่นตู้จริงๆหลังจากที่เสิ่นตู้ขับรถมาส่งหมิงซั่วถึงบ้าน ซื่อหยาก็เสนอตัวที่จะอยู่ดูแลเขาต่ออย่างเต็มใจ เธอไม่สนว่าใครจะพูดอย่างไร คนตรงหน้าเธอสำคัญกว่าขี้ปาก
หลังจากสารภาพรัก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผู้กองหนุ่มที่ปากแข็ง มาดนิ่งที่แสดงความรู้สึกไม่เก่งคนนั้น ตอนนี้กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มที่กล้าเผยความรู้สึกมากขึ้นแล้ว"วันนี้ผู้กองดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ"ซื่อหยาเอ่ยแซวขณะยื่นแอปเปิ้ลชิ้นพอดีคำให้หมิงซั่วอ้าปากรับอย่างว่าง่าย แอปเปิ้ลที่เธอป้อนรสชาติหวานยิ่งกว่าที่ไหน ความรักทำให้คนที่เก็บความรู้สึกเก่งเปลี่ยนไป บรรยากาศในห้องพักฟื้นตอนนี้เปี่ยมไปด้วยกรุ่นไอรักอบอวล"งั้นเหรอ?"หมิงซั่วแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว"ค่ะ"ซื่อหยาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มหวานที่ส่งผลต่อหัวใจ ความสดใสของเธอเหมือนยาที่ทำให้เขาฟื้นตัวได้ไว และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอ"แล้วคุณอยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร""ก็ต้องอยากรู้สิคะ"ซื่อหยาตอบเสียงใส อะไรที่เกี่ยวกับหมิงซั่วเธอย่อมอยากรู้ อยากจดจำไว้ ชายหนุ่มกวักมือเรียกเธอให้ขยับเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มตอบอย่างจริงใจและไม่มีแม้แต่ความลังเลในแววตา"ก็เพราะมีคุณอยู่ตรงนี้ไง"เป็นครั้งแรกที่โดนผู้กองหนุ่มป้อนคำหวานแล้วใครมันจะไปต้านทานไหว ขนาดอยู่ในช่วงพักฟื้นแต่ความหล่อก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป แค่เขาพูดคำหว
"คุณซื่อหยาคงรักผู้กองมากเลยนะครับ"เสิ่นตู้แซว"ฉันรู้น่า"หมิงซั่วตอบกลับไป เสิ่นตู้ทำทีเป็นยักไหล่ ปากบอกว่า 'รู้' แต่หน้าแดงอย่างกับหนุ่มน้อยที่กำลังมีความรักอยู่เต็มหัวใจ โถๆๆๆ จะเก็กไปถึงไหนครับผู้กอง"รู้ว่าอะไรครับ ใช่รู้ว่ารักรึเปล่าน้าาา"ก่อนจะกลับก็ทิ้งระเบิดไว้ เสิ่นตู้หัวเราะก่อนเปิดประตูออกไป แต่ก็ไม่วายเอ่ยแซวซื่อหยาที่นั่งหน้าแดง"ฝากเอ็นดูผู้กองด้วยนะครับคุณซื่อหยา"หลังจากที่เสิ่นตู้กลับไป ในห้องก็เงียบงัน แต่เสียงหัวใจของทั้งคู่กลับเต้นดัง หมิงซั่วรวบรวมความกล้าอีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ใครขัดจังหวะได้อีกแล้ว"ซื่อหยา"เขาเรียกชื่อเธอเสียงทุ้มแผ่วเบา "คะ?""ผมหิวแล้ว" อันที่จริงถ้าเขาหิว เขาก็พอช่วยตัวเองได้ แต่ตอนนี้กลับใช้มันมาเป็นข้ออ้างเพื่อเรียกร้องความสนใจ ร่างสูงแสร้งทำทีจะขยับ แต่ก็ถูกเสียงหวานห้ามไว้ หมิงซั่วแอบยิ้มในใจ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ไม่ผิดเลย"อย่าเพิ่งขยับมากสิคะ"เธอดุเขาเสียงอ่อน ตรงข้ามกับแววตาที่มองด้วยความเป็นห่วง "คุณหมอสั่งไว้ว่าห้ามใช้แรงเยอะ"เธอพูดในสิ่งที่หมอกำชับ พร้อมกับเดินไปหยิบถ้วยโจ๊กยื่นให้ ชายหนุ่มรับถ้วย
ขณะที่ความสัมพันธ์ของหมิงซั่วและซื่อหยากำลังพัฒนาไปได้ดี เรื่องคดีของจินเหมยก็มีความคืบหน้าเช่นเดียวกัน บิดาของเธอพยายามใช้เงินและอำนาจช่วยเหลือทุกวิถีทาง แต่หลักฐานของตำรวจก็แน่นหนาเกินกว่าที่จะไปแทรกแซง"คุณจินเหมยยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาครับ"เสิ่นตู้รายงานให้หมิงซั่วฟังอย่างละเอียดขณะที่ซื่อหยากำลังนั่งจัดดอกไม้ใส่แจกันที่มุมห้องพักฟื้น "แต่ทางเราได้พบหลักฐานเพิ่มเติมในห้องนอนของคุณจินเหมย เป็นสมุดบันทึกที่เธอเขียนระบายถึงความเกลียดชังที่มีต่อคุณซื่อหยาครับ"เมื่อเสิ่นตู้พูดจบ ซื่อหยาก็หันไปมองหมิงซั่วด้วยสายตาที่สลดใจ จินเหมยมีทุกอย่างที่คนอื่นไม่มี แต่เธอกลับไม่พอใจ ความริษยาที่คลอบงำจิตใจทำให้เธอตามืดบอดทำเรื่องร้ายแรง"การสอบสวนยังคงทำต่อไป แต่มีแนวโน้มว่าคุณจินเหมยจะต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างแน่นอนครับ"หมิงซั่วที่นั่งฟังอยู่พยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้มว่า"จินลู่จางว่ายังไงบ้าง"เพราะเขารู้ว่าอำนาจของทางตระกูลจินมีมาก เพื่อรักษาหน้าและชื่อเสียงที่สั่งสมมา จินลู่จางจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยแน่ๆ"จินลู่จางมาที่สถานีตำรวจแล้วครับ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพราะหลักฐานชี้ชัดว่าเร
วันต่อมา....ข่าวลือเรื่องผู้กองหนุ่มซุ่มปลูกต้นรักกับสาวสวยเบอร์หนึ่งแห่งโรงน้ำชาก็ยังคงได้รับความสนใจ บวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานถูกหลายคนเห็นก็เลยพากันพูดปากต่อปากไป คราวนี้คนก็เลยยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคือเรื่องจริง'ได้ข่าวว่านักร้องสวยมาก''มิน่าล่ะ! ผู้กองถึงหวงนักหว
"นึกว่าจะเป็นแค่ข่าวลือซะอีก"เซียวเหิงพึมพำขณะที่หมิงซั่วเดินจากไป อันที่จริงเขาพอได้ยินข่าวลือเรื่องนี้มาบ้าง แต่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจริงสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาและปากของเจ้าตัวก็ยืนยันว่า 'ใช่' เดี๋ยวคงได้ยินข่าวดีเร็วๆ นี้แน่ๆ'ก็แค่นักร้องโรงน้ำชา'จินเหมยคิดในใจ ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือ
หมิงซั่วเดินออกจากโรงน้ำชาด้วยสีหน้าปวดหัว เพราะปัญหาที่เขาต้องการจะแก้กลับลุกลามไปกันใหญ่ แค่เขาทนเห็นผู้หญิงโดนรังแกไม่ได้ แต่คนกลับไปตีความว่า'ผู้กองคงหวงน่าดู''ไล่ตะเพิดไปเลยเห็นไหม''ก็ใครให้ไปยุ่งกับผู้หญิงของผู้กองล่ะ'"บ้าชะมัด!"หมิงซั่วสบถออกมา เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ ผู้หญิงคนนั้นดู
หมิงซั่วหันไปมองซื่อหยาที่ตอนนี้มองเขาด้วยแววตาขอบคุณปนซาบซึ้งใจ คนหนึ่งคิดว่าหาเรื่องให้ตัวเองต้องปวดหัวอีกจนได้ ส่วนอีกคนก็ได้แต่กรี้ดแล้วกรี้ดอีกในใจ พระรองของเธอเท่ทะลุเพดานไปเลย"มาคุยกับผมเดี๋ยวนี้!"หมิงซั่วพูดกับซื่อหยาเสียงแข็ง เพราะมีสายตาอีกหลายคู่จับจ้องทำให้เขาพูดลำบาก ก่อนจะเดินนำเธอไ







