Masukเช้าวันถัดมา...
เรื่องของนักร้องสาวในโรงน้ำชากำลังซุ่มปลูกต้นรักกับผู้กองหมิงซั่วก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งตลาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งตัวการของข่าวลือที่คิดเอง เออเองนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก 'ป้าหลี่' ที่ตอนนี้หาได้สนใจจะขายขนมไม่ ปากหนาๆ ขยับเล่าเรื่องที่ได้เห็นอย่างออกรสออกชาติถึงขั้นไม่เว้นช่องว่างให้หายใจ ใส่สีเติมไข่เข้าไป ยิ่งทำให้คนสนใจอยากรู้จนต้องเข้ามารุมร้านขนมของเธอ 'ได้ข่าวว่าจูบกันด้วยนะ' 'ห๊ะ!! จริงเหรอ' 'จุ๊ๆ อย่าเสียงดังไป' 'จูบกันขนาดนี้ฉันว่าได้กันแล้วล่ะ' ข่าวลือถูกปรุงแต่งเติมสีสันจนเกินความจริงไป แต่ทุกครั้งจะลงท้ายด้วยคำว่า 'ป้าหลี่เห็นเองกับตา' ปากคนยาวกว่าปากกา ตอนนี้ข่าวลือเรื่องความรักที่แอบซ่อนของผู้กองหมิงซั่วมาแรงกว่าทุกข่าวในเช้าวันจันทร์ ผู้คนเริ่มซุบซิบกัน บ้างก็เชื่อ บ้างก็สงสัย แต่ไม่มีใครรู้ความจริงว่านักร้องสาวสวยที่ตกเป็นข่าวลือกับผู้กองหมิงซั่วนั้นไม่ใช่ 'ซื่อหยา' ตัวประกอบคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็น 'นักอ่าน' สายเปย์ที่เทใจให้กับพระรองเต็มๆ 'กลับไหวไหมนะ' 'ตามไปดูหน่อยแล้วกัน' เหตุการณ์ในคืนนั้นซื่อหยาย่อมรู้ดีแก่ใจ เธอก็แค่เป็นห่วงพระรองในฐานะติ่งที่เชียร์มาตั้งแต่ต้นผิดตรงไหน หากแต่ข่าวลือกับความจริงมันสวนทางจนน่าตกใจ ปากของป้าหลี่ที่นินทาไปทั่วนั้นกำลังสร้างปัญหาใหญ่ เธอก็อยากอธิบาย แต่ดูเหมือนไม่มีใครเชื่อเลย 'ได้ข่าวว่าผู้กองหมิงซั่วหลงเสน่ห์นักร้องสาวสวยถึงขั้นตามมาเฝ้าทั้งคืนเลยนะ' อื้อหือ!!! มั่วมาก มั่วสุดๆ หลงสนง หลงเสน่ห์อะไร เมื่อคืนเธอโดนปฏิเสธไปถึงสองครั้ง โดนไล่ให้ไม่ต้องมายุ่งอีกต่างหาก ใส่สีตีไข่เกินไปมาก ความจริงกับข่าวลือโคตรสวนทางกัน แล้วถ้าข่าวลือบ้าๆ พวกนี้ไปถึงหูผู้กอง โอ้ย!!! ฉันไม่อยากคิดสภาพเลยจริงๆ #บ้านพักผู้กอง หมิงซั่วตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวตุบๆ ราวกับโดนค้อนทุบไปหลายที เขาส่ายหน้าที่งัวเงีย สมองตอนนี้ไม่ปลอดโปร่งเอาซะเลย "กลับมาได้ยังไงนะ" เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลับมาบ้านตอนไหน เดินมาหรือใครมาส่งก็ไม่แน่ใจ เขาจำได้แค่เพียงว่าเมื่อคืนดื่มหนักมากจริงๆ "เฮ้อ..." หมิงซั่วถอนหายใจยาว "ทำไมมันถึงได้เจ็บขนาดนี้นะ" คำว่า 'เจ็บ' ที่หลุดออกมาจากปากของผู้กองไม่ใช่ความรู้สึก 'เจ็บ' จากบาดแผลที่เพิ่งโดนยิง แต่มันมีความหมายที่มากกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว 'ฉันคิดกับคุณแค่เพื่อนหมิงซั่ว' เมื่อคืนเหล้าหมดไปกี่ขวดก็จำไม่ได้ อยากให้ตัวเองเมาๆ จะได้ลืมๆ เรื่องของคนที่เขาเคยให้ใจ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะไม่รับมัน หัวใจของเขาเกิดแผลฉกรรจ์ 'ความรัก' ที่ไม่อาจจะสมหวังยังคงเป็นหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจ เพื่อที่จะลืม... ก็เลยทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มเหล้าจนเมามาย ตอนเมาก็ลืมได้ แต่พอสร่างเมาทีไร ภาพใบหน้าหวานๆ ของจินเหมยก็ยังวนเวียนสลัดทิ้งไม่ได้สักทีพร้อมกับคำถามที่คาใจว่า 'เขาไม่ดีตรงไหน' ทุ่มเท ทำทุกอย่าง เพื่อเธอด้วยใจ ที่ผ่านมาเธอก็รับรู้ว่าเขาคิดยังไง เธอทำให้เขาเผลอคิดว่าเธอเองก็มีใจ แต่สุดท้าย... 'ทำไมเขาถึงไม่เป็นคนที่ถูกเลือก' พอนึกถึงภาพความทรงจำในอดีตก็ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าที่ผ่านมาคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป เขาเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้อะไร จินเหมยกับเพื่อนของเขาแอบมีใจให้กัน แต่เขากลับไม่เคยสังเกตุเห็นได้อย่างไร มุมปากหยักกระตุกยิ้มสมเพชตัวเองที่ไม่เอะใจ ทั้งๆ ที่เพื่อนเคยพูดทำนองว่าแอบชอบใครสักคน แต่ยังไม่กล้าสารภาพออกไป เขาเป็นคนช่วยมันเลือกซื้อดอกไม้ และดอกไม้ช่อนั้น.... ก็ไปอยู่ที่มือของจินเหมย หมิงซั่วหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมขณะที่ความทรงจำในอดีตทำแววตาของเขาเศร้าหมอง แต่เมื่อไปทำงานก็ต้องเก็บซ่อนไว้ พอไปถึงสถานีตำรวจเขาก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ ที่มองมา ทุกคนทำท่าเหมือนมีเรื่องคุยกัน แต่เมื่อเขาเดินผ่านก็เงียบเสียงลง แต่สายตาก็ยังคงจับจ้องมาที่เขาอยู่ดี "มีอะไรรึเปล่า" หมิงซั่วถามรุ่นน้องที่มองหน้าเขาแล้วยิ้มแปลกๆ "ไม่มีครับผู้กอง" ตอบแบบชัดถ้อยชัดคำ แต่สายตาที่มองนั้นเขารู้สึกได้ว่า 'มันต้องมีแน่ๆ' "แน่ใจ??" "ครับ!!" ตอบมาขนาดนี้จะให้ถามต่อก็ไม่ใช่นิสัย ขณะที่ผู้กองหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไปในห้องทำงาน 'เสิ่นตู้' หนึ่งในตำรวจหนุ่มไฟแรง ที่มักจะเป็นหัวหอกในการซุบซิบ ก็เดินเข้ามาหาหมิงซั่วพร้อมรอยยิ้มที่ดูก็รู้ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ "มีอะไรรึเปล่า?" หมิงซั่วเลิกคิ้วมองเพื่อนร่วมงานที่วันนี้ทำตัวแปลกไปกว่าปกติจนเขาสงสัย "เปล๊าาาาา" เสิ่นตู้ตอบเสียงสูง "อย่ามาเล่นลิ้นถ้าไม่อยากโดนดี" เพราะรู้นิสัยเพื่อนดีก็เลยพูดดักคอ พร้อมกับส่งสายตาเตือน "ก็ได้ๆๆ นายนี่มันไร้อารมณ์ขันซะจริง" เสิ่นตู้ผู้โดนเพื่อนขู่ด้วยคำพูดและสายตาทำหน้าเซงใส่ สายตาทุกคู่ของเพื่อนร่วมงานต่างคาดหวังว่าเขาจะได้คำตอบจากปากของหมิงซั่วว่าข่าวลือที่กระจายไปทั่วเมืองเป็นเรื่องจริงไหม ได้ข่าวว่าจูบกันไม่อายสายตาใคร แหมๆ เห็นนิ่งๆ แต่ร้ายไม่เบาเลยนะเพื่อน "เมื่อคืนไปทำอะไรมา" "ทำอะไร? ไม่ได้ทำ" "อย่ามาโกหก" "ไม่ได้โกหก" "แน่ใจ?" "ฉันไม่ใช่คนร้าย จะมาเค้นอะไร" หมิงซั่วว่าให้เพื่อนที่ส่งสายตาจับผิดเขาทั้งๆ ที่เขาก็แค่ไปดื่มเหล้าปกติ "แต่ทำไมฉันได้ยินข่าวลือมาว่านายกำลังซุ่มปลูกต้นรักกับสาวสวยคนหนึ่งในโรงน้ำชา เมื่อคืนก็มีคนตาดีเห็นอยู่ว่าไปด้วยกัน" คำพูดของเสิ่นตู้ทำคนที่เมาจนจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้ชะงักไปชั่วขณะ คิ้วเข้มขมวดเข้ากันขณะทวนคำพูดที่เหมือนจะดึงความทรงจำบางอย่างให้ผุดขึ้นมาทีละนิด สาวสวย? โรงน้ำชา? สองคำนี้ส่งผลให้สมองของเขาเริ่มการประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพเลือนรางของหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงที่เข้ามาคุยเมื่อคืน และเสียงเพลงที่ไพเราะราวกับจะปลอบโยนหัวใจ เขาเมา แล้วเหมือนจะมีคนมาถามว่า 'เป็นไรไหม' หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้ว! "ใครบอกนาย!" หมิงซั่วถามเสียงเข้ม แววตาไม่พอใจ เขาเพิ่งอกหักมาหมาดๆ แถมยังเมาไม่ได้สติขนาดนั้นจะไปมีปัญญาปลูกต้นรักกับใครได้ แล้วนี่อะไร ข่าวลือไร้สาระพวกนี้มาจากไหนกัน "โถ่...สหาย เรื่องแบบนี้จะไปปิดใครได้ ป้าหลี่เจ้าของร้านขนมหน้าโรงน้ำชาเห็นเต็มสองตาเลยนะว่านายกับเอ่อ...ชื่ออะไรนะ" เสิ่นตู่ทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะโพล่งชื่อของนักร้องสาวที่ตกอยู่ในข่าวลือออกมา 'ซื่อหยา' คือนักร้องดาวเด่นในโรงน้ำชาที่สามารถตกหัวใจของหนุ่มๆ ด้วยเสียงเพลง "แล้วไงต่อ" เสียงของหมิงซั่วเข้มกว่าเดิม "ในข่าวลือบอกว่าพวกนายแอบไปพลอดรักกอดจูบกันข้างถนนยามวิกาล ยิ่งไปกว่านั้นนายยังเมาไม่ได้สติถึงขั้นต้องให้นักร้องสาวดูแลไปส่งถึงบ้านเลยนะเว้ย" นักร้อง! ซื่อหยา! พอเริ่มปะติดปะต่อความทรงจำที่ขาดหาย คราวนี้เขาเริ่มนึกออกแล้วว่าเมื่อคืนมีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาคุยตอนที่เขากำลังเมามาย และเขาก็ไล่เธอไปไม่ให้มายุ่งแล้วไม่ใช่หรือ "ตอนนี้เรื่องความรักของนายดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งเมืองแล้วนะ บางคนถึงขั้นบอกว่านายกับคุณซื่อหยาแอบคบหากันมานานแล้ว แต่เพิ่งมาเปิดเผยเมื่อคืนนี้เอง" เสิ่นตู้ยังคงพูดไม่หยุด แถมยังใส่สีตีไข่เข้าไปอีก "พอได้แล้ว" หมิงซั่วตวาดเสียงดังจนเสิ่นตู้สะดุ้ง "ฉันไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น ข่าวลือพวกนี้มันไร้สาระสิ้นดี" หมิงซั่วหันหลังเดินกลับเข้าห้องทำงานทันที โดยไม่สนใจเสียงซุบซิบที่ดังขึ้นอีกครั้ง ข่าวลือก็คือข่าวลือ เขาควรจะปล่อยผ่านและเงียบเข้าไว้ แต่ผ่านไปสามวัน ข่าวลือก็ยิ่งไปใหญ่ ผู้คนซุบซิบสนุกปากไปถึงขั้นที่ว่า "ได้ยินว่าผู้กองหมิงซั่วหลงเสน่ห์นักร้องสาวคนนั้นหักปักหัวปำเลยนะ" "เห็นว่านัดเจอกันที่บ้านผู้กองทุกคืน" "ว้าย! จริงเหรอ" ใบหน้าของผู้กองหนุ่มยามนี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องไร้สาระพวกนี้ถึงได้แพร่กระจายไปเร็วนัก "ซื่อหยา..." เขานึกชื่อนี้ในใจ ในตอนแรกเขาไม่แม้แต่จะจำชื่อของเธอได้ แต่ตอนนี้เธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของข่าวลือที่ทำให้ชีวิตเขาปั่นป่วนจนน่ารำคาญ เขาแค่อยากอยู่เงียบๆ มีเวลาพักใจบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ได้ทำให้เขาดีขึ้นเลยสักนิด "ฉันต้องจัดการกับเรื่องนี้!" หมิงซั่วกำหมัดแน่น ด้วยความโมโหทั้งตัวเองที่เมามายจนไม่ได้สติ และโมโหกับข่าวลือบ้าๆ ที่เกิดขึ้น หมิงซั่วลุกขึ้นยืนพร้อมกับความคิดที่ว่าในเมื่อเงียบแล้วก็ยังไม่หยุด เขาคงจะต้องไปคุยกับผู้หญิงคนนั้น และยุติข่าวลือบ้าๆ พวกนี้ให้เร็วที่สุด! "ไปไหนครับผู้กอง" รุ่นน้องถามแววตาอยากรู้อยากเห็น "ยังต้องถามถามอีกเหรอวะ" เสิ่นตู้ส่งเสียงตะโกนลอยข้ามโต๊ะมา ก่อนจะพูดพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มรู้ทันเพื่อนว่า "ผู้กองของเรา...." "เขาไปตามหาหัวใจเว้ย!"งานแต่งงานของผู้กองหมิงซั่วและซื่อหยาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ บ้านพักของฝ่ายชาย ซื่อหยาในชุดกี่เพ้าสีแดงปักลวดลายดอกไม้ เธอแต่งหน้าบางๆ แต่ความสวยกินขาดไม่เผื่อใคร หมิงซั่วในชุดเจ้าบ่าวก็หล่อจนว่าที่ภรรยาอย่างเธอใจละลาย ไม่ว่าหมิงซั่วจะใส่อะไรก็ดูดี ดูเท่ ไปหมดจริงๆ"ตื่นเต้นรึเปล่า"หมิงซั่วถามเสียงอ่อนโยน แววตาห่วงใย เธอต้องตื่นแต่เช้าจะเหนื่อยขนาดไหน เขากลัวว่าเธอจะเป็นลมเพราะแดดที่ร้อนเกินไป เดี๋ยวนี้หายใจเข้าออกก็เรียกหาแต่ 'ซื่อหยา' คนเดียว"นิดหน่อยค่ะ"เธอส่งยิ้มให้เจ้าบ่าวที่ใส่ใจ มือหนายื่นมาจับมือเรียวไว้ ตั้งแต่ที่เขาเปิดใจ ไม่มีวันไหนที่เขาปล่อยให้เธอรู้สึกเหงาอยู่คนเดียว"ดีขึ้นไหมครับ""อื้อ!"เจ้าสาวพยักหน้า เธอชอบหมิงซั่วในตอนนี้ที่แสดงความรู้สึกออกมา รอยยิ้มแห่งความสุขฉายชัดในแววตาของบ่าวสาวที่ยืนเคียงคู่กันหลังพิธีการก็ถึงช่วงเวลาของการเลี้ยงฉลอง เสียงโห่ร้องแซวคู่บ่าวสาวดังระงม เหล่าเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องตำรวจที่สนิทสนมต่างพากันยกขบวนมา 'แกล้ง' ผู้กองหนุ่มมาดเข้มที่หนีไปมีภรรยาก่อนเพื่อน"ผู้กองครับ เพื่อเป็นการแสดงความยินดี ผู้กองต้องดื่มใ
คำตอบของซื่อหยา เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของหมิงซั่วพังทลาย แววตาที่เชื้อเชิญกำลังทำให้เขาลืมคำว่า 'สุภาพบุรุษ' ไป ท่าทีที่เต็มใจทำเขาพ่ายแพ้ให้กับความต้องการของตัวเอง"อือ...หมิงซั่ว"ริมฝีปากหยักกดจูบลงมาอย่างหนักแน่นและเร่าร้อนรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ซื่อหยาตอบรับจูบที่ซาบซ่านนั้นด้วยความเต็มใจ แขนเรียวโอบรัดรอบลำคอเขาไว้ การจูบครั้งนี้ไม่มีการขออนุญาต ไม่มีคำพูดใดๆ มีแต่เสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวประสานกันตึกตัก ตึกตักซื่ิอหยารับรู้ได้ถึงความเป็นชาย มันตื่นตัวและคงกำลังต้องการปลดปล่อยให้ได้ ความร้อนแรงของจูบค่อย ๆ ลุกลามไปทั่วทั้งร่างกาย ริมฝีปากหยักได้รูปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวเนียนของเธอ"คุณหอมไปทั้งตัวเลยซื่อหยา"เสียงทุ้มแหบพร่า ตัวเธอทั้งนุ่ม ทั้งนิ่มและหอมมาก สติของเขาตอนนี้แทบไม่อยู่กับตัวแล้ว"อ๊ะ!"หญิงสาวร้องตกใจเมื่อถูกหมิงซั่วเปลี่ยนท่ากระทันหัน แววตาที่มองเธอคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ความต้องการ เสียงทุ้มต่ำที่เสนอว่า 'ผมจะพาคุณไปที่เตียง' มันช่างชวนให้จินตนาการจนหน้าสวยๆ แดงไม่ไหว เธอซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้างหวังจะซ่อนความเขินอาย แต่นั้นกลับยิ่งทำให้หมิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดหมิงซั่วก็ได้ออกจากโรงพยาบาล อาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นมาก ซึ่งการที่เขาร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เร็วนั้นเป็นเพราะซื่อหยาที่ดูแลเอาใจใส่ล้วนๆ "ผู้กองค่อยๆ เดินนะคะ"ถึงแม้หมอจะอนุญาติให้กลับไปพักต่อที่บ้านได้ แต่ซื่อหยาก็ยังไม่วางใจ อาจเพราะเธอกลัวว่าเขาจะไม่ระมัดระวังพอจนทำให้แผลปริได้ ความเป็นห่วงของเธอทำให้หมิงซั่วรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ รอยยิ้มหวานๆ ที่ส่งให้เหมือนเป็นยาชั้นดี"ผมรบกวนคุณเกินไปรึเปล่า"หมิงซั่วถาม แววตาเกรงใจ ถึงสถานะของเธอจะเป็น 'คนรัก' แต่เขาก็ไม่อยากจะรบกวนเธอมากเกินไป ซื่อหยาอ่านสีหน้าของหมิงซั่วออกและรู้ว่าเขาคิดอะไร เฮ้อ! ทำไมถึงได้ขี้เกรงใจขนาดนี้กัน"ไม่เลยค่ะ ฉันเต็มใจ"เป็นคำตอบที่ทำให้หมิงซั่วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าได้ ซื่อหยาช่วยจัดการเอกสารและข้าวของทุกอย่างให้เขาอย่างเรียบร้อยราวกับเป็นภรรยาที่เอาใจใส่ มือที่จับกันมาตลอดช่างบาดตาและบาดใจคนที่มาช่วยขับรถให้อย่างเสิ่นตู้จริงๆหลังจากที่เสิ่นตู้ขับรถมาส่งหมิงซั่วถึงบ้าน ซื่อหยาก็เสนอตัวที่จะอยู่ดูแลเขาต่ออย่างเต็มใจ เธอไม่สนว่าใครจะพูดอย่างไร คนตรงหน้าเธอสำคัญกว่าขี้ปาก
หลังจากสารภาพรัก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผู้กองหนุ่มที่ปากแข็ง มาดนิ่งที่แสดงความรู้สึกไม่เก่งคนนั้น ตอนนี้กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มที่กล้าเผยความรู้สึกมากขึ้นแล้ว"วันนี้ผู้กองดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ"ซื่อหยาเอ่ยแซวขณะยื่นแอปเปิ้ลชิ้นพอดีคำให้หมิงซั่วอ้าปากรับอย่างว่าง่าย แอปเปิ้ลที่เธอป้อนรสชาติหวานยิ่งกว่าที่ไหน ความรักทำให้คนที่เก็บความรู้สึกเก่งเปลี่ยนไป บรรยากาศในห้องพักฟื้นตอนนี้เปี่ยมไปด้วยกรุ่นไอรักอบอวล"งั้นเหรอ?"หมิงซั่วแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว"ค่ะ"ซื่อหยาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มหวานที่ส่งผลต่อหัวใจ ความสดใสของเธอเหมือนยาที่ทำให้เขาฟื้นตัวได้ไว และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอ"แล้วคุณอยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร""ก็ต้องอยากรู้สิคะ"ซื่อหยาตอบเสียงใส อะไรที่เกี่ยวกับหมิงซั่วเธอย่อมอยากรู้ อยากจดจำไว้ ชายหนุ่มกวักมือเรียกเธอให้ขยับเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มตอบอย่างจริงใจและไม่มีแม้แต่ความลังเลในแววตา"ก็เพราะมีคุณอยู่ตรงนี้ไง"เป็นครั้งแรกที่โดนผู้กองหนุ่มป้อนคำหวานแล้วใครมันจะไปต้านทานไหว ขนาดอยู่ในช่วงพักฟื้นแต่ความหล่อก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป แค่เขาพูดคำหว
"คุณซื่อหยาคงรักผู้กองมากเลยนะครับ"เสิ่นตู้แซว"ฉันรู้น่า"หมิงซั่วตอบกลับไป เสิ่นตู้ทำทีเป็นยักไหล่ ปากบอกว่า 'รู้' แต่หน้าแดงอย่างกับหนุ่มน้อยที่กำลังมีความรักอยู่เต็มหัวใจ โถๆๆๆ จะเก็กไปถึงไหนครับผู้กอง"รู้ว่าอะไรครับ ใช่รู้ว่ารักรึเปล่าน้าาา"ก่อนจะกลับก็ทิ้งระเบิดไว้ เสิ่นตู้หัวเราะก่อนเปิดประตูออกไป แต่ก็ไม่วายเอ่ยแซวซื่อหยาที่นั่งหน้าแดง"ฝากเอ็นดูผู้กองด้วยนะครับคุณซื่อหยา"หลังจากที่เสิ่นตู้กลับไป ในห้องก็เงียบงัน แต่เสียงหัวใจของทั้งคู่กลับเต้นดัง หมิงซั่วรวบรวมความกล้าอีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ใครขัดจังหวะได้อีกแล้ว"ซื่อหยา"เขาเรียกชื่อเธอเสียงทุ้มแผ่วเบา "คะ?""ผมหิวแล้ว" อันที่จริงถ้าเขาหิว เขาก็พอช่วยตัวเองได้ แต่ตอนนี้กลับใช้มันมาเป็นข้ออ้างเพื่อเรียกร้องความสนใจ ร่างสูงแสร้งทำทีจะขยับ แต่ก็ถูกเสียงหวานห้ามไว้ หมิงซั่วแอบยิ้มในใจ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ไม่ผิดเลย"อย่าเพิ่งขยับมากสิคะ"เธอดุเขาเสียงอ่อน ตรงข้ามกับแววตาที่มองด้วยความเป็นห่วง "คุณหมอสั่งไว้ว่าห้ามใช้แรงเยอะ"เธอพูดในสิ่งที่หมอกำชับ พร้อมกับเดินไปหยิบถ้วยโจ๊กยื่นให้ ชายหนุ่มรับถ้วย
ขณะที่ความสัมพันธ์ของหมิงซั่วและซื่อหยากำลังพัฒนาไปได้ดี เรื่องคดีของจินเหมยก็มีความคืบหน้าเช่นเดียวกัน บิดาของเธอพยายามใช้เงินและอำนาจช่วยเหลือทุกวิถีทาง แต่หลักฐานของตำรวจก็แน่นหนาเกินกว่าที่จะไปแทรกแซง"คุณจินเหมยยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาครับ"เสิ่นตู้รายงานให้หมิงซั่วฟังอย่างละเอียดขณะที่ซื่อหยากำลังนั่งจัดดอกไม้ใส่แจกันที่มุมห้องพักฟื้น "แต่ทางเราได้พบหลักฐานเพิ่มเติมในห้องนอนของคุณจินเหมย เป็นสมุดบันทึกที่เธอเขียนระบายถึงความเกลียดชังที่มีต่อคุณซื่อหยาครับ"เมื่อเสิ่นตู้พูดจบ ซื่อหยาก็หันไปมองหมิงซั่วด้วยสายตาที่สลดใจ จินเหมยมีทุกอย่างที่คนอื่นไม่มี แต่เธอกลับไม่พอใจ ความริษยาที่คลอบงำจิตใจทำให้เธอตามืดบอดทำเรื่องร้ายแรง"การสอบสวนยังคงทำต่อไป แต่มีแนวโน้มว่าคุณจินเหมยจะต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างแน่นอนครับ"หมิงซั่วที่นั่งฟังอยู่พยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้มว่า"จินลู่จางว่ายังไงบ้าง"เพราะเขารู้ว่าอำนาจของทางตระกูลจินมีมาก เพื่อรักษาหน้าและชื่อเสียงที่สั่งสมมา จินลู่จางจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยแน่ๆ"จินลู่จางมาที่สถานีตำรวจแล้วครับ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพราะหลักฐานชี้ชัดว่าเร
วันต่อมา....ข่าวลือเรื่องผู้กองหนุ่มซุ่มปลูกต้นรักกับสาวสวยเบอร์หนึ่งแห่งโรงน้ำชาก็ยังคงได้รับความสนใจ บวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานถูกหลายคนเห็นก็เลยพากันพูดปากต่อปากไป คราวนี้คนก็เลยยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคือเรื่องจริง'ได้ข่าวว่านักร้องสวยมาก''มิน่าล่ะ! ผู้กองถึงหวงนักหว
"นึกว่าจะเป็นแค่ข่าวลือซะอีก"เซียวเหิงพึมพำขณะที่หมิงซั่วเดินจากไป อันที่จริงเขาพอได้ยินข่าวลือเรื่องนี้มาบ้าง แต่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจริงสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาและปากของเจ้าตัวก็ยืนยันว่า 'ใช่' เดี๋ยวคงได้ยินข่าวดีเร็วๆ นี้แน่ๆ'ก็แค่นักร้องโรงน้ำชา'จินเหมยคิดในใจ ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือ
หมิงซั่วเดินออกจากโรงน้ำชาด้วยสีหน้าปวดหัว เพราะปัญหาที่เขาต้องการจะแก้กลับลุกลามไปกันใหญ่ แค่เขาทนเห็นผู้หญิงโดนรังแกไม่ได้ แต่คนกลับไปตีความว่า'ผู้กองคงหวงน่าดู''ไล่ตะเพิดไปเลยเห็นไหม''ก็ใครให้ไปยุ่งกับผู้หญิงของผู้กองล่ะ'"บ้าชะมัด!"หมิงซั่วสบถออกมา เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ ผู้หญิงคนนั้นดู
หมิงซั่วหันไปมองซื่อหยาที่ตอนนี้มองเขาด้วยแววตาขอบคุณปนซาบซึ้งใจ คนหนึ่งคิดว่าหาเรื่องให้ตัวเองต้องปวดหัวอีกจนได้ ส่วนอีกคนก็ได้แต่กรี้ดแล้วกรี้ดอีกในใจ พระรองของเธอเท่ทะลุเพดานไปเลย"มาคุยกับผมเดี๋ยวนี้!"หมิงซั่วพูดกับซื่อหยาเสียงแข็ง เพราะมีสายตาอีกหลายคู่จับจ้องทำให้เขาพูดลำบาก ก่อนจะเดินนำเธอไ







