เข้าสู่ระบบนับตั้งแต่เย็นวันนั้นเป็นต้นมา สายตาของคนทั้งโรงเรียนที่มองมายัง 'คังมีอาและลูคัส' นั้นก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย...
เพราะไม่ว่าจะช่วงพักกลางวัน หรือหลังเลิกเรียน ภาพที่ทุกคนมักจะเห็นจนชินตา คือเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทลเดินเคียงข้างไปกับเด็กใหม่ผมเทาสุดเย็นชาอย่าง 'ลูคัส' แม้ชายหนุ่มจะยังคงทำหน้าตึงและพูดน้อยคำตามเดิม แต่ทุกคนก็ดูออกว่าเขายอมให้มีอาเข้าใกล้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น "นี่… ลูคัสสสส~" เสียงสดใสดังขึ้น ในขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่ที่โต๊ะม้านั่งยาวใต้ร่มไม้ร่มรื่นหลังอาคารเรียน ลูคัสซึ่งกำลังนั่งหลับตานิ่ง โดยนำแผ่นหลังพิงลำต้นไม้อยู่ ก็ค่อยๆ ลืมตาทั้งสองข้างขึ้นมองเด็กสาวข้างกาย "มีอะไร?" "นายก็ย้ายมาจากต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ภาษาไทยเรียกได้ว่านายก็พูดชัด... แต่ทำไมคะแนนสอบเก็บคะแนนวิชาภาษาไทยกับประวัติศาสตร์ของนายเมื่อเช้านี้…" มีอาเอียงคอยิ้มขำ พลางชูแผ่นกระดาษคำตอบของลูคัสขึ้นมาแกว่งไปมา "ตัวเลขสีแดงตัวโตๆ นั่นมันอะไรกันฮะ?" ลูคัสขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วคว้ากระดาษแผ่นนั้นคืนกลับมา "ฉันไม่ได้จำเป็นต้องใช้วิชาพวกนี้ในชีวิตจริงสักหน่อย" ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ การต้องมานั่งท่องจำวรรณคดีหรือประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดีสำหรับคนที่ต้องฝึกฝนเตรียมตัวขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งในอนาคต สิ่งที่จำเป็นสำหรับลูคัสนั้นก็มีแต่เรื่องยุทธศาสตร์การเมืองและการบริหารเครือข่ายธุรกิจมืดมาตั้งแต่จำความได้ "ไม่ได้สิ! ถ้านายสอบตกบ่อยๆ อาจารย์ประจำชั้นได้เรียกผู้ปกครองนายมาแน่... นายคงไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากใช่ไหมล่ะ?" มีอายื่นหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตากลมโตเป็นประกายชาญฉลาดเหมือนแมวที่กำลังวางแผนอะไรบางอย่าง "ฉันมีข้อเสนอ" "ข้อเสนอ?" ลูคัสเลิกคิ้วมองใบหน้าหวานในระยะห่างไม่ถึงคิว "ใช่! ฉันจะรับหน้าที่เป็น 'ติวเตอร์ส่วนตัว' ให้นายเอง... รับรองว่าเกรดนายจะพุ่งพรวดจนอาจารย์ต้องตกใจชัวร์!" มีอาชูสองนิ้วขึ้นมาอย่างมั่นใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ!!!" "ว่ามาสิ ยัยตัวแสบ" ลูคัสกอดอก รอฟังว่าสาวน้อยตรงหน้าจะเรียกเรียกร้องอะไรจากเขา "ข้อแรก... นายต้องเลี้ยงขนมกับน้ำผลไม้ฉันทุกวันหลังเลิกเรียน" มีอานับนิ้วทีละข้อ "และข้อสอง... นายต้องสอนวิชาป้องกันตัวให้ฉันสัปดาห์ละสองวัน ตกลงไหม?" ลูคัสนิ่งไปนิดเมื่อได้ฟังข้อแลกเปลี่ยน ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มีอาไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่คิดแค่อยากจะเล่นสนิทสนมกับเขา แต่เธอฉลาดพอที่จะหา 'ผลประโยชน์ร่วมกัน' ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจและได้สิ่งที่ต้องการ และที่สำคัญ... เธอกำลังเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้วิธีการปกป้องตัวเองและคนรอบตัวเพิ่มขึ้นบนโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายของเขาเอง "ให้สอนป้องกันตัวก็สอนได้ แต่มันเจ็บนะ... เธอจะทนไหวเหรอ?" ลูคัสเอ่ยถามเย้าๆ รอยยิ้มมุมปากจุดประกายขึ้น "เห็นแบบนี้ฉันอึดจะตาย! อย่าดูถูกลูกครึ่งไทย-เกาหลี ที่มีเทควันโดเป็นกีฬาประจำชาติเชียวนะ" มีอาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ร่างสูงหลุดหัวเราะในคอเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่หาฟังได้ยากยิ่ง ทำเอาหัวใจดวงน้อยของมีอากระตุกไหวไปจังหวะหนึ่งอย่างห้ามไม่ได้ ลูคัสยื่นมือหนาออกไปข้างหน้า นิ้วก้อยยาวสวยถูกชูขึ้นมาตรงหน้าเธอ "เอาสิ ตกลง... สัญญาตามนี้" มีอามองนิ้วก้อยของเขาด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหลุดยิ้มหวานแล้วยื่นนิ้วก้อยเล็กๆ ของตัวเองไปเกี่ยวเกี่ยวสัญญาไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากมือหนาและดวงตาคู่คมที่มองสบมาอย่างจริงจัง ทำให้บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ "งั้นเริ่มติวตอนเย็นนี้เลย! ห้ามเบี้ยวด้วยล่ะ นายติวเตอร์จำเป็นของฉัน!" ลูคัสมองมือเล็กที่เพิ่งผละออกไป พลางพยักหน้ารับเบาๆ ซองเอกสารลับในกระเป๋าที่เคยกดทับความรู้สึกของเขาไว้ ดูเหมือนจะเบาลงไปมาก เมื่อมีข้อตกลงลับๆ ระหว่างเขากับ 'ยัยตัวแสบผมชมพู' คนนี้เกิดขึ้นสำเนียงภาษาอิตาลีอันสละสลวยและเป๊ะปังที่แทบจะเทียบเคียงดั่งระดับภาษาแม่ที่หลุดออกจากปากของเลขาสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทล ทำเอา ‘คาเทริน่า วาลัวส์’ ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมสวยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและไม่พอใจในเสี้ยววินาที!นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมของไฮโซสาวฝั่งยุโรปหรี่ลงอย่างจับผิด เธอไม่คิดเลยว่าหญิงสาวชาวเอเชียตรงหน้าที่มีตำแหน่งเป็นเพียง 'เลขาส่วนตัว' จะสามารถตอกกลับเธอด้วยภาษาบ้านเกิดได้อย่างนุ่มนวล แต่บาดลึกลงไปถึงทรวงขนาดนี้"นี่เธอ... กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน?!" คาเทริน่าเค้นเสียงตวาดออกมาเป็นภาษาอิตาลีอย่างตึงเครียด ก้าวเข้ามาหามีอาหมายจะใช้อำนาจคุณหนูตระกูลใหญ่ข่มขวัญ "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! และรู้ไหมว่าตระกูลวาลัวส์ถือหุ้นและมีอิทธิพลในเครือข่ายยุโรปมากแค่ไหน!"มีอาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าหวานยังคงจุดรอยยิ้มการค้าอันงดงามและสงบนิ่ง เธอกอดแฟ้มเอกสารในมือไว้หลวมๆ แล้วตอบกลับด้วยท่วงท่าของมืออาชีพชั้นยอด"ดิฉันทราบดีค่ะคุณคาเทริน่า... ตระกูลวาลัวส์เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของวัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน" มีอาน
รสจูบอันหนักแน่นและบีบบังคับในตอนแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและโหยหาลึกซึ้ง ลูคัสตักตวงความหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มของมีอาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนาประคองแผ่นหลังของเธอให้ร่นเข้ามาชิดแผ่นอกแกร่ง ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที หญิงสาวตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันในยามค่ำคืนมีอาหลับตาลงรับสัมผัสร้อนผ่าวที่คุ้นเคย สองมือบางที่เคยแตะอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตสีดำเปลี่ยนเป็นกำผ้าเนื้อดีไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงลง ลมหายใจอุ่นๆ สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องทำงานชั้น 88กระทั่งลูคัสค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งสันยังคงคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู"นี่คือบทลงโทษ... สำหรับคนที่คิดจะแข็งข้อกับฉันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนมีอาต้องหดคอหนีด้วยความสยิว"คนฉวยโอกาส..." มีอาพึมพำเสียงแผ่ว พยายามดันแผ่นอกแกร่งออกเบาๆ เพื่อจัดเสื้อสูทสีครีมของตัวเองให้เรียบร้อย แม้ใบหน้าหวานจะยังคงร้อนผ่าว แต่แววตาคู่สวยก็กลับมาฉายแววมั่นใจอีกครั้ง "ถ้านายจะบังคับให้ฉันทำงานตำแหน่งนี้ด้วยสัญ
เช้าวันจันทร์อันแสนสดใส... ทว่าบรรยากาศภายในอาคารสูงใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กลับตลบอบอวลไปด้วยความระส่ำระส่ายและความตื่นตระหนกขั้นสุด!พนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยันผู้บริหารระดับสูง ต่างวิ่งวุ่นกันจนวุ่นวาย หลายคนสอดส่องสายตามองหน้ากันพลางซุบซิบกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ เสียงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่ถูกกดรัวอย่างรวดเร็วและเสียงโทรศัพท์สายด่วนที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศภายในออฟฟิศตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก"เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ยคุณวิน? ทำไมทุกคนถึงดูแตกตื่นวุ่นวายกันขนาดนี้?"‘คังมีอา’ ในชุดสูททำงานกระโปรงทรงสอบเข้ารูปสีครีมดูสง่างาม เรือนผมสีชมพูพาสเทลรวบเป็นมวยเรียบร้อยเปิดเผยลำคอระหงผุดผ่อง มือข้างนึงถือแท็บเล็ต และอีกข้างก็เป็นแก้วกาแฟสแตนเลสใบโปรดเข้ามาในโซนทำงานของแผนกวิเคราะห์ข้อมูล เธอละสายตาจากแท็บเล็ตในมือแล้วเอ่ยถามพนักงานรุ่นน้องที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายตรงหน้า"หัวหน้าคัง! มาพอดีเลยครับ!" วินรีบพุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าตระหนกตกใจอย่
ความเย็นชาที่ส่งผ่านสายตาเพียงเสี้ยววินาทีบนเวทีนั้น... บาดลึกลงไปในหัวใจของมีอาอย่างรุนแรงและโหดร้ายทัศนียภาพรอบกายที่เคยเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ บัดนี้กลับไร้ความหมายลงไปในทันที ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูพาสเทลยืนนิ่งค้างท่ามกลางผู้คนชั้นสูงในงานที่กำลังก้มศีรษะให้กับการก้าวลงจากเวทีของ ‘ลูคัส วัลเดอร์บิลต์’ลูคัสเดินล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนาย เขาก้าวผ่านกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำและเหล่าไฮโซที่พยายามจะยื่นบัตรแนะนำตัว โดยไม่แม้แต่จะปรายสายตามองใคร ความนิ่งสงบ เยือกเย็น และออร่าแห่งความเย็นชาอันไร้ความรู้สึกของเขา ราวกับราชาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครบนโลกใบนี้‘นายทำเหมือนฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ... ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันอย่างนั้นเหรอ ลูคัส?’มีอากลืนก้อนความขมขื่นและจุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริกจนน้ำในแก้วสั่นคลื่นเบาๆ เป็นระลอก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างกายเบาๆหญิงสาวตัดสินใจเบียดตัวผ่านฝูงชน เดินเลี่ยงออกจากความอึดอัดและไร้อากา
ณ โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่ำคืนนี้ตลบอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการขั้นสุด โถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกตกแต่งด้วยธีมสีดำตัดทองคำแท้ แชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับห้อยระย้าจากเพดานสูง สะท้อนแสงไฟวิบวับไปทั่วทั้งห้อง ผู้คนชั้นสูงทั้งในวงการธุรกิจ ไฮโซชื่อดัง และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ต่างสวมชุดราตรีและสูทหรูหราเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก ทุกคนต่างมาเพื่อเป้าหมายเดียวกัน... คือการได้ยื่นบัตรแนะนำตัวและสร้างคอนเนกชันกับ 'ประธานคนใหม่' ของ วัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน รองเท้าส้นสูงสีเงินคู่สวยก้าวลงจากรถแท็กซี่หรูหน้าทางเข้าโรงแรม ร่างระหงของ 'คังมีอา' ในชุดเดรสเกาะอกผ้าไหมซาตินสีชมพูพาสเทลเดินก้าวเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ ทันทีที่เธอปรากฏตัว... สายตาของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลและหนุ่มๆ ในงานต่างสะดุดกึกและหันมามองเธอเป็นตาเดียว! เรือนผมสีชมพูพาสเทลยาวสลวยที่ถูกเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะอย่างประณีต เผยช่วงไหล่เนียนผุดผ่องและลำคอระหง ใบหน้าหวานฉ่ำที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างลงตัวงดงามโดดเด่นสะกดทุกสายตา แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากสาวๆ คนอื่น
หกปีต่อมา...สายลมแห่งกาลเวลาก็ได้หมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ร่องรอยคราบเลือดบนพื้นคอนกรีตและเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำวันนั้น ค่อยๆ ถูกกาลเวลากลบฝังลงไปลึกสุดในแผ่นอกซ้ายของเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทลหกปีที่ผ่านมา ‘คังมีอา’ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความอ่อนแอ เธอใช้ความเจ็บปวดและความคิดถึงโหยหาเป็นแรงขับเคลื่อนในการผลักดันตัวเอง ผลการเรียนระดับท็อป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเลิศ และพื้นฐานความฉลาดเฉียบแหลม ทำให้เธอเรียนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อยปัจจุบัน ในวัยยี่สิบสามปีเต็ม มีอาเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามสะพรั่งอย่างสมบูรณ์แบบ เรือนผมยาวสลวยสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงทอดตัวนุ่มสลวยรับกับใบหน้าหวานฉ่ำลูกครึ่งไทย-เกาหลี ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นแม้จะยังคงความสดใสไว้ แต่ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เฉียบขาด และอ่านคนได้อย่างทะลุทะลวงปัจจุบัน เธอรับตำแหน่งเป็น ‘หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูลมือหนึ่ง’ ของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ นั่งทำงานอยู่ในห้องกระจกทรงสูงบนอาคารหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร“หัวหน้าคั







