Inicio / โรแมนติก / มงกุฎกล้วยไม้ / มงกุฎกล้วยไม้ 15/1

Compartir

มงกุฎกล้วยไม้ 15/1

last update Fecha de publicación: 2026-09-24 19:44:01

...เมื่อทั้งสองแยกย้ายกันกลับห้องพักส่วนตัวเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จนได้ออกมาเจอกันอีกครั้งในเวลาอาหารค่ำ โอมพยายามทำตัวสบายๆ ให้ทุกอย่างดูปกติเพื่อเธอจะได้ไม่ระแวงและอึดอัด

“พรุ่งนี้สายๆ ผมจะเข้าเมือง แต่จะไม่ชวนคุณนะเพราะผมเกรงว่าจะไปเจอกับพวกนั้นอีก เอาเป็นว่าคุณอยากได้อะไรก็บอกมาแล้วกันไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวจัดมาให้”

...เขาบอกเธอขณะทานอาหาร

...เบญรดามีของที่อยากได้อยู่ในใจแล้วแต่เธอก็เกรงใจที่ต้องรบกวนเขาอีก แต่แล้วเธอก็คิดออกว่าจะทำอย่างไรเพื่อรบกวนเขาให้น้อยที่สุด

“เอ่อคือฉันอยากได้โทรศัพท์พร้อมซิมการ์ดสักเครื่องน่ะค่ะ แต่ฉันจะขอยืมโทรศัพท์คุณโทรบอกพี่วิทให้โอนเงินให้คุณนะคะ”

...เธอบอกเขาแล้วยิ้มเจื่อนๆ เพราะความเกรงใจ แต่หากเธอมัวเกรงใจจนไม่มีเครื่องมือสื่อสารก็จะลำบากมากในการติดตามงาน

“หึ หึ แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องรบกวนพี่ชายคุณเลย โอเคเดี๋ยวผมจัดมาให้ แล้วมีอะไรอีกมั้ยครับ!!”

...เขาหัวเราะเบาๆ เพราะรู้สึกขำกับท่าทีเกรงใจของเธอ แล้วแอบมองหน้าคนขี้เกรงใจก่อนจะคิดไปว่า

(เมื่อเธอคือน้องสาวของคุณวีรวิทย์ นี่ก็เท่ากับว่าเธอเป็นลูกสาวนายพลตฤณน่ะสิ และยังมีดีกรีเป็นตำรวจอีกต่างหาก ไปๆ มาๆ ผู้หญิงคนนี้โปรไฟล์ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย ยิ่งตอนจับปืนด้วยแล้วก็คงผ่านการฝึกมาอย่างเข้มข้นเลยละมั้ง)

...โอมคิดไปถึงสถานะและอาชีพของเธอ ขณะเดียวกันก็ย้อนกลับมามองตัวเองว่าทำธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้และส่งกล้วยไม้ให้บริษัทของพี่ชายเธอด้วย เมื่อคิดมาได้ตรงนี้หัวใจก็หวั่นไหวกับความรู้สึกตัวเองและตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากจะขยับเข้าไปให้มากกว่าการเป็นคู่ค้ากัน มันจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนกันนะ

...แล้วโอมก็คิดย้อนกลับไปตอนใช้ชีวิตเป็นนักเรียนนอกอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขาเองก็เป็นเหมือนผู้ชายทั่วไปที่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาบ้าง เพียงแต่ผู้หญิงที่เข้ามาก็มักจะเป็นความรู้สึกที่ไม่ยืนยาว เมื่อถึงจุดอิ่มตัวก็ยุติความสัมพันธ์แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตนโดยไม่มีอะไรติดค้างต่อกัน

...แต่กับเธอคนนี้ เขารู้ตัวเองว่ามันพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งพิเศษและสำคัญจนไม่อยากให้ไปไหน อยากให้เธอบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่นี่ตลอดไป เพราะถ้าเธอหายแล้วต้องไปปฏิบัติหน้าที่ต่อล่ะก็ คนที่จะบาดเจ็บก็คงเป็นเขาเองนี่แหละ

“แล้วตอนนี้อาการคุณเป็นยังไงบ้าง!!”

...โอมโยนก้อนหินถามทางเพราะคิดว่าหากอาการเธอดีขึ้นก็คงต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

“อาการโดยรวมดีขึ้นมากค่ะ ฉันทรหดกว่าที่คุณเห็นเสียอีกนะจะบอกให้ เหลือแต่ตานี่แหละที่ยังไม่เคลียร์ แต่คาดว่าไม่น่าเกินห้าวันก็คงจะหายดีแล้วล่ะ แล้วก็ที่ฉันรบกวนคุณเรื่องโทรศัพท์เพราะฉันต้องทำงานต่อน่ะค่ะ ต้องติดต่อสอบถามและตามงานหลายอย่าง เลยคิดว่าถ้ามัวแต่คอยรบกวนโทรศัพท์ของคุณเดี๋ยวคุณจะไม่คล่องตัวไปด้วย และที่สำคัญคือเดี๋ยวฉันจะให้ทางส่วนกลางช่วยหาที่อยู่ในเมืองให้ใหม่ เมื่อได้ที่อยู่แล้วฉันจะไปทันทีค่ะ ต้องขอบคุณมากๆ ที่ช่วยเหลือทุกอย่าง”

...เธอพูดเสียยาวแต่ท้ายประโยคนั่นทำเอาคนฟังหัวใจห่อเหี่ยว จนเกือบแสดงออกมาทางสีหน้า

...โอมมองหน้าเธอแล้วคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้เธออยู่ที่นี่ได้นานที่สุดและได้ทำงานตามหน้าที่ไปด้วยโดยไม่มีข้อบกพร่อง

“เอาอย่างนี้มั้ยครับ!! ผมทราบจากคุณวิทว่าคุณกำลังสืบข้อมูลของพ่อเลี้ยงทรงพลอยู่ ถ้าคุณอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ผมจะช่วยคุณเอง เพราะผมมีพรรคพวกอยู่เกือบทุกสายอาชีพในเชียงใหม่ ผมสามารถช่วยให้คุณสืบข้อมูลเชิงลึกของพ่อเลี้ยงได้นะครับ”

...โอมแสร้งพูดให้ตัวเองดูใจกว้างและพร้อมช่วยเหลือต่อ และคำตอบที่อยากได้ยินก็คือการที่ทำให้เขาสมหวังด้วย

“ว้าวจริงเหรอคะ!! แล้วพี่วิทบอกอะไรคุณอีกบ้าง นี่พี่วิทเปิดเผยความลับทางราชการแบบนี้ไม่ได้นะคะ!! หึหึ"

...แต่ก็แกล้ติงพี่ชายที่นำความลับมาเปิดเผยแต่ใจก็เต้นรัวเมื่อเขาพูดถึงพ่อเลี้ยงทรงพล

“คุณวิทบอกเท่าที่จำเป็นน่ะครับ และผมก็เข้าใจด้วยว่าเป็นความลับของราชการ ก็แค่รู้ว่าคุณมาสืบเรื่องที่พี่สาวผมบอกไว้ก่อนเสียชีวิต และผมเองก็ไม่ชอบพ่อเลี้ยงเอามากๆ เลยคิดว่าอะไรที่ช่วยได้ผมก็อยากช่วย คิดเสียว่าช่วยสานต่อเจตนารมณ์พี่สาวน่ะครับ”

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่ผ่านมาและที่กำลังจะเกิดขึ้นนะคะ แต่ฉันคิดว่าถ้าอยู่ในเมืองคงทำงานสะดวกกว่า คือมันมีอะไรอีกหลายอย่างที่ซับซ้อนแต่ฉันบอกคุณไม่ได้ แต่เมื่อคุณออกปากมาขนาดนี้แล้วฉันคงมีเรื่องให้คุณช่วยแน่นอนค่ะ”

...เธอพูดไปตามเนื้อผ้า และเพราะชีวิตถูกปลูกฝังมาแต่เรื่องการฝึกรบและเป็นบุคคลไร้ตัวตนตามปณิธานและตามคำปฏิญาณถวายเลือดเนื้อและวิญญาณให้กับหน้าที่ไปแล้ว เธอจึงไม่มีสัมผัสพิเศษในเรื่องความรัก

...เบญรดาไม่เคยคิดถึงเรื่องความรัก ไม่รู้จักความรัก ไม่รู้สึกถึงความอ่อนโยนจากสัมผัสแห่งรัก และไม่เคยคิดว่าชีวิตต้องเรียนรู้หรือต้องมีความรัก เพราะฉะนั้นขณะนี้ทั้งคำพูดและสีหน้าท่าทางของเธอที่แสดงออกไปนั้น โอมฟังแล้วรู้สึกหัวใจเหือดแห้งกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงเพราะผิดหวังกับคำตอบของเธอ

....................

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/12

    ...สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/11

    “มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/10

    ...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/9

    ...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/8

    ...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/7

    ...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status