LOGIN
หมอธาดาขับรถมาจอดเทียบฟุตบาท เพื่อซื้อปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ เป็นมื้อเช้าที่เขาชอบทาน และจะทานเป็นประจำ นายแพทย์หนุ่มใหญ่รักสุขภาพไม่สูบบุหรี่ เหล้าเบียร์มีดื่มบ้างตามวาระสังสรรค์ กาแฟไม่จำเป็นไม่แตะเลย เข้าฟิตเนสสัปดาห์ละ 2 ครั้ง วิ่งในสวนสาธารณะทุกวัน ก่อนหรือหลังไปทำงาน ธาดามักจะตื่นตีสี่แม้วันนั้นเขาจะไม่ต้องไปทำงานก็ตามและจะเข้านอนก่อนสี่ทุ่มประจำหากไม่ได้อยู่เวรดึก จะเสริมหล่อเดือนละครั้ง เขามักจะเข้าคลินิกเสริมความงามฉีดบำรุง เลเซอร์แต่ไม่ผ่า หน้าตารูปร่างของเขานั้นดีอยู่แล้ว ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ แต่ก็ยังอยากให้มันคงสภาพไว้แบบนี้ไปตลอด จึงต้องพึ่งเข็ม เลเซอร์และครีมบำรุงบ้าง
ธาดาหนุ่มหล่อวัย 38 ปี ไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีลูก ใช้ชีวิตโสดไปวัน ๆ เรื่องบนเตียงให้เป็นหน้าที่สาว ๆ มาตอบกันเองแล้วกัน
ผู้หญิงแต่งตัวประหลาดเดินโซโซซัดเซคล้ายคนเมา เธอเดินเข้าใกล้รถของเขาที่กำลังจะออกตัว คราแรกธาดาไม่ใส่ใจนัก แต่แล้วแม่ผู้หญิงขี้เมากลับเอียงตัวล้มใส่รถเขา แล้วก็ร่วงลงไปกองที่พื้น จรรยาบรรณความเป็นหมอ ทำให้ธาดาเปิดประตูรถออกไปดู ผิวพรรณขาวผ่องผมยาวดกดำปรกใบหน้า ทำให้เขามองไม่เห็นใบหน้านวล
เขานั่งลงข้างเธอมือจับที่ชีพจร มันเต้นแผ่วเบา จังหวะการเต้นของชีพจรช้ามาก เขาตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นรถ เขาขอถอนคำพูดที่ว่าเธอขี้เมาแล้วกัน เพราะเขาไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอร์จากตัวเธอเลย พอเข้ามาในรถแล้วนั่งพิศพินิจมองใบหน้านวล เธอสวย ขนตางอนจมูกโด่งเชิดขึ้น ปากอิ่มจิ้มลิ้มน่า....
"พาไปโรงบาลก่อนแล้วกัน" ธาดาหยุดความคิดตัวเองเอาไว้รัดเข็มขัดนิรภัยให้อีกฝ่ายก่อนจะเร่งเครื่องยนต์ตรงดิ่งไปยังโรงพยาบาลที่เขาทำงาน
"หมอคะ เธอฟื้นแล้วค่ะ" นางพยาบาลสาวเปิดประตูเข้ามารายงานคุณหมอธาดา นายแพทย์ผู้หล่อเหลาเป็นที่หมายตาของสาว ๆ ในโรงพยาบาล ทุกคนต่างอยากขึ้นเตียงกับเขา เพราะสาวที่เคยขึ้นครูกับหมอต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแซ่บมาก เงยหน้าขึ้นมามองพยาบาลสาวนามว่าน้ำฝน นางพยาบาลสาวคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ยังไม่ถึงเดือนและยังไม่เคยลองและเธออยากลองขึ้นครูกับหมอธาดา ว่าจะสมคำที่คนล่ำลือหรือไม่
"เธอเป็นไงบ้าง" เธอที่ว่าคือคนไข้ของหมอธาดา เขาช่วยเธอเอาไว้ได้ตอนที่เธอเดินโซเซมาเป็นลมอยู่ข้างรถเขา เมื่อตอนเช้ามืดที่ผ่านมา เขาจึงพาเธอมาที่โรงพยาบาลด้วยเลย
หญิงสาวเนื้อตัวผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ผิวขาวเหมือนหยวกกล้วย คิดว่าน่าจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินแน่นอน แม้การแต่งตัวจะดูผิดแปลกต่างจากคนทั่วไป แต่งตัวเหมือนหลุดมาจากยุคกรุงศรีฯ เสียอย่างนั้น
"ปกติดีค่ะ แต่พูดจาแปลก ๆ หรือจะเป็นคนสติไม่ดีค่ะคุณหมอ”
"ผมไปดูเอง" คุณหมอยืนเต็มความสูง หุ่นนักกีฬาความสูง เกือบ 190 เซนติเมตร น้ำฝนรีบปรี่เข้ามากอดแขนล่ำของหมอหนุ่ม นาน ๆ จะได้อยู่กับหมอธาดาสองต่อสอง เธอไม่ควรพลาดโอกาสนี้ ใช้สองเต้าที่เพิ่งไปเพิ่มขนาดมาเบียดเสียดแขนล่ำของคุณหมอ เขามองลงมาหาคนที่เตี้ยกว่าหลายเซนติเมตรแม้เธอจะใส่ส้นสูงสามนิ้วก็ไม่ช่วยอะไรได้ ยกยิ้มมุมปากใช้มือเรียวเกลี่ยริมฝีปากนิ่มเบา ๆ โน้มศีรษะเข้ามาใกล้
"เลิกงานก่อนนะ" คำพูดของหมอหนุ่มทำน้ำฝนตาลุกวาว หัวใจโลดแล่นตื่นเต้นดีใจ ความฝันกำลังเป็นจริง
"ค่ะหมอ"
คุณหมอธาดาเปิดประตูเข้ามาในห้องผู้ป่วย เขาให้เธอนอนห้องพิเศษ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายคุณหมอธาดาจัดการทั้งหมด เปิดประตูเข้ามาต้องตะลึงเหมือนต้องมนต์ ดวงตากลมโตนัยน์ตาสีดำสนิท เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์น่าดึงดูดนัก
"สวัสดีครับ ผมหมอธาดาคนที่ช่วยคุณไว้ เป็นอย่างไรบ้าง ปวดหัวไหมหรือเจ็บตรงไหนไหม" เธอเงียบ คิ้วเรียวขมวดชนกันมองหน้าเขาไม่พูดไม่จา หมอหนุ่มมองกิริยาท่าทางนั้นอย่างหลงใหล เขาลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ หากอยู่สองคนคงดีกว่านี้ กลิ่นหอมจากกายสาวที่ไม่ใช่น้ำหอม แต่คล้ายน้ำอบที่ใช้ในวันสงกรานต์ มันมีกลิ่นของขมิ้นลอยเข้ามาในจมูกของเขาด้วย
"คุณชื่ออะไร จำชื่อตัวเองได้ไหม" หมอหนุ่มชวนคุย ใจจริงเขาอยากไล่พยาบาลน้ำฝนออกจากห้องยิ่งนัก
"ชื่อข้ารึ" ธาดาพยักหน้า แม้จะแปลกใจในสรรพนามเรียกแทนตัวเองของอีกฝ่ายก็ตาม "ปราง"
"ปราง ชื่อเพราะดีแฮะ ชื่อจริงล่ะครับ" น้ำฝนทำหน้าที่จดบันทึกข้อมูลอยู่ด้านหลัง
"ชื่อจริงคือกระไร" หมอกับพยาบาลยืนมองหน้ากัน
"เอ่อ แล้วจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นลมได้ คุณมีโรคประจำตัวหรือเปล่า"
"ขะ ข้าตื่นขึ้นมา ลงจากเรือนไปเยี่ยว แล้ว…."
"อุ้ย อิอิ" น้ำฝนหัวเราะขำกับคำพูดของคนไข้ หน้าตาสะสวยแต่พูดจาแปลกประหลาด ธาดาหันมาส่งสายตาดุให้
"ต่อครับ"
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื
"เมื่อกี้คุณหมอเรียกหนูหรือคะ" นางพยาบาลสาวเปิดประตูห้องเข้ามาถาม เพราะเธอคงได้ยินเสียงเขาเรียกคนรักเมื่อครู่"เปล่าครับ ทุกคนพร้อมกันหรือยังครับ""พร้อมแล้วค่ะ รวมตัวกันอยู่ที่ห้องประชุมชั้นสองค่ะ" นางพยาบาลสาวตอบ"ครับ เดี๋ยวผมตามลงไป" เมื่อร่างเล็กของนางพยาบาลสาวเดินออกจากห้องไปแล้ว
วันแต่งงานพิธีสงฆ์เป็นพิธีที่คู่บ่าวสาวชาวพุทธนิยมปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเป็นพิธีดังเดิม ธาดากับปรางในชุดแต่งงานไทยโบราณสีทองอร่ามงามตายืนเคียงคู่ตักบาตร"ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน ต่อไปจะได้เกิดเป็นคู่กันทุกภพุกชาติ" คุณทิพย์บอกกล่าวกับคู่บ่าวสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นสุขใจ"ปรางจ๊ะ จับข้
เมื่อเห็นว่าเป็นผู้หญิงหน้าตาดีสูงเพรียว หุ่นดี เนตรจึงมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก เหตุการณ์คล้ายกันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อหลายปีก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งโทร.เข้าโทรศัพท์บ้านบอกว่าเป็นผู้หญิงของสามีของเธอนั้นจึงเป็นสาเหตุทำให้เธอทะเลาะกับตะวัน และเธอต้องการจะหย่าจากเขาแต่เธอนึกถึงความรู้สึกของลูก ท
"อ่อย" เธอพูดอะไร หมื่นพรรธน์ยศจ้องมองตาใสที่สั่นระริกเพื่อดูปฏิกิริยาว่าเธอจะไม่ส่งเสียงดัง ถ้าเขายอมแก้ผ้ามัดปากออกให้"รับปากกับข้า ว่าเจ้าจักไม่เสียงดัง หากไม่ .....ข้าจักลักพาตัวเจ้ากลับเรือนของข้า" คำขู่ของเขาได้ผล เธอผงกหัวรับคำ หมื่นพรรธน์ยศจึงคลายผ้าออกให้"ปล่อยข้าเถิดเจ้าค่ะ" เธอเองตกใจแ







