تسجيل الدخول"แสง ข้าเห็นแสงไฟ ข้าเดินตามแสงไฟไป แล้วแสงไฟนั้นก็สว่างจ้าดูดข้าเข้าไป แล้วก็มาโผล่ที่นี่ ที่นี่ที่ใด ฤๅ"
"โรงพยาบาล บ้านคุณอยู่ไหน มีเบอร์ติดต่อญาติไหม" ธาดายกมือเกาศีรษะไม่รู้จะไปต่ออย่างไรดี จึงยิงคำถามที่ต้องการรู้
"กรุงศรีอยุธยา ท่านพ่อข้าคือพระยาเกรียงไกรเดชานุโสธยา ท่านแม่ข้าคือท่านหญิงเทียน พี่ชายข้าชื่อขุนปวรรัชดลหรือพี่แปด ข้ามีบ่าวรับใช้สองคนคืออีสอนกับอีแป้น" ยิ่งฟังยิ่งงง จึงขอยุติคำถามไว้เท่านี้แล้วตรวจร่างกายเธอคร่าว ๆ ก่อนจะให้เธอทานยาทานข้าวแล้วพักผ่อน ไปก่อน ไว้ช่วงบ่ายค่อยแอบเข้ามาหาเธอแล้วกัน
ตกบ่ายเขาแอบเข้ามาหาเธอที่ห้องผู้ป่วย และหันไปปิดประตูเขาไม่ลืมที่จะล็อกกลอนแล้วห้อยป้ายห้ามรบกวน ปรางกำลังหลับคงเพราะฤทธิ์ยา เขาไม่ได้ปลุกให้เธอตื่น แต่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างเตียง เธอเป็นใครกันแน่ หรือเธอเป็นผู้ป่วยจิตเวชกันนะ หากเป็นจริงเขาแอบเสียดายนิด ๆ แต่เขาจะรักษาเธอให้หายเอง เขามีเพื่อนหมอจิตเวชหลายคนและแต่ละคนเก่ง ๆ ทั้งนั้น ผู้หญิงคนนี้สวยสะดุดตาเหมือนนางในวรรณคดีที่เคยเห็นตามภาพวาดภาพเขียนเลย
ธาดาไล้หลังมือไปที่แก้มนิ่ม เขานั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้าง โน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่อสูดดมกลิ่นหอมแปลก ๆ ไม่คุ้นเอาเสียเลย ผมก็หอม ตัวก็หอม
"ใช้แชมพูอะไร ทำไมหอมแบบนี้นะ" เสียงพึมพำกระซิบกับตัวเอง ทำให้ร่างบางขยับเล็กน้อย
"ท่านพี่ ช่วยน้องด้วยเจ้าค่ะ" ปรางยกมือขึ้นเกี่ยวรั้งคอเขา ทั้งที่เธอเองยังหลับอยู่ สงสัยคงละเมอ "ฮือ ๆ น้องกลัว"
"ช่วยยังไงดีล่ะ หือ ตื่นได้แล้ว" หมอหนุ่มพูดติดตลก ยกนิ้วเขี่ยแก้มนิ่มเบา ๆ เธอตื่นมามองตาแป๋ว "อย่ามองกันแบบนี้"
เขาเตือน
"ข้าหารู้ความไม่ ท่านได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย ข้าเพียงฝัน…" พูดไม่ทันจบ แก้มนิ่มโดนขโมยหอมฟอดใหญ่ หญิงสาวตกใจรีบยกมือบางปิดแก้มนิ่มของตนเองเอาไว้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น
"ข้าก็ขอโทษด้วย ข้าเพียงอดใจไม่ไหว" เขาเลียนแบบคำพูดของอีกฝ่าย เธอลูบแก้มตัวเองเบา ๆ แก้มนิ่มเนียนเปลี่ยนสีเป็นสีแดงปลั่ง
"คุณอายุเท่าไหร่ปราง" เขาถามพร้อมเขี่ยแก้มเธอเล่น ใบหน้าเขาไม่ได้ห่างจากใบหน้าเธอมากไปกว่าเดิมนัก ธาดามองใบหน้านวลเปลี่ยนสีเพราะกำลังเขินอายเขาอยู่ อยู่ใกล้กันเพียงฝ่ามือกั้นทำให้กลิ่นกายของสาวเจ้าลอยแตะจมูกชัดเจน
"สิบแปดปี"
"ห๊า!" ธาดาเด้งตัวกลับมาอยู่ในท่ายืน แบบนี้เขาจะเจอข้อหาพรากผู้เยาว์ไหมเนี่ย คิดว่าหน้าเด็ก ไม่คิดว่าอายุจะยังเด็ก เธอมองเขากะพริบตาปริบ ๆ
"แล้วเรียนที่ไหน"
"เรียน? ท่านหมายถึงเรียนอ่านเขียนหรือเรียนฟันดาบดอกรึ แม่หญิงมิได้เรียนดอก แต่ข้าจักเรียนปักผ้า ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเสียมากกว่า" ปรางตอบเขาแบบขำ ๆ เธออยากเรียนขี่ม้า แต่ท่านพ่อไม่ให้เรียน น้ำเสียงของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นสดใสน่าฟังยิ่งขึ้น เมื่อครู่เธอคงจะกลัวเพราะเธอดูเกร็ง ๆ หรืออาจจะเป็นเพราะเขาที่อยู่ใกล้จนจะสิงร่างของเธอกันแน่
"ดูหนังโบราณมากไปหรือเปล่าหนู ป่วยใช่ไหม" หมอธาดาชักหมดความอดทน ถามอะไรก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเสียที
"หนังรึ หนังสัตว์รึ หนังหนูรึ ข้ามิได้ป่วยหนาท่าน"
"ไม่ป่วย แล้วทำไมพูดจาไม่รู้เรื่องเลย ผมเป็นหมอ ผมอยากช่วยหนูนะ นี่หนูหนีออกจากบ้านมาใช่ไหม งั้นมีเพื่อนบ้างไหม ถ้าไม่อยากให้บอกที่บ้าน งั้นเอาเบอร์เพื่อนมา" อายุสิบแปด เด็กวัยรุ่นคงจะทะเลาะกับที่บ้านเลยคิดหนีออกจากบ้านสินะ ปัญหาเด็กสมัยนี้ เขายื่นสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดให้เธอเพื่อกดหมายเลขโทรศัพท์ โทร.หาเพื่อน
"กระไรฤๅท่าน ว้าย! มีแสงด้วย"
"เฮ้ย!!" เธอโยนโทรศัพท์เขาทิ้งต่อหน้าต่อตาเขา เล่นแรงไปแล้วนะ หมอจะไม่ทน หึ่ม!
"ทำบ้าอะไร! รู้ไหมว่ามันสำคัญมากแค่ไหน เล่นอะไรของเธอเนี่ย" เขาตวาดใส่เธอที่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียง
"ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ข้ากลัวมันดูดข้าเข้าไป ฮือ ๆ"
หึ ดูด เขาสิจะดูดปากเธอ พูดจาไม่รู้เรื่อง ยัยเพี้ยน เพราะเธอร้องไห้เขาเลยต้องสงบอารมณ์ลง
"มันไม่ดูด มันดูดไม่ได้ ไม่ต้องร้องนะ งั้นก็อยู่ที่โรงพยาบาลให้หายดีก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
เขากอดปลอบเธอ เพิ่งรู้ว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อในก้อนเนื้อนุ่มนิ่มของเธอเบียดเสียดอกแกร่งของเขาผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ ธาดาแทบหายใจติดขัด จะหอม จะนุ่มนิ่มไปทั้งตัวไม่ได้นะ เขาทนกอดปลอบเธอจนหลับไปอีกครั้ง ซึ่งเป็นความอดทนที่ทำลายพลังงานในร่างกายไปจำนวนมาก
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื
เมื่อสิ้นเสียงพูดของท่านหญิงเทียน เดือนแรมก็ยกสำรับอาหารของบิดาเข้ามาในหอนอนด้วยสีหน้าซีดเซียวราวกับไม่มีเลือดหล่อเลี้ยง ขณะเอื้อมมือเปิดฝาครอบถ้วยออกเดือนแรมมีอาการพะอืดพะอมอย่างเห็นได้ชัด ด้วยกลิ่นเหม็นของอาหารแตะจมูกทำให้เธอต้องยกมือปิดจมูกทันที"วันนี้ข้าทำแต่ของที่ท่านชอบ กินเยอะ ๆ หนาท่านพี่
บรรยากาศตึงเครียด น่าอึดอัดแต่ทุกอย่างจะต้องดำเนินต่อไป ด้วยความที่ท่านเป็นผู้ใหญ่และเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนจึงสามารถควบคุมอารมณ์ให้นิ่งต่อสถานการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี แก้วแหวนเงินทองถูกลำเรียงมาวางกองตรงหน้าทั้งใส่พานทั้งใส่กระบุ้ง ท่านหญิงเทียนยิ้มอย่างสุขใจ"ช่างมากมายก่ายกองเหลือเกินเจ้าค
"จะปิดทำไม ของผมนะ" เขาพูดพร้อมก้มหน้าลงมางับยอดอก ดูดดึงขบเม้มใช้ลิ้นตวัดเลียไปมาสลับกันทั้งสองเต้างาม ร่างบางบิดพลิ้วไปมาเมื่ออารมณ์ความปรารถนาเกิดขึ้นภายในร่างกาย ความเปียกชุ่มเกิดขึ้นตรงกึ่งกลางกาย ริมฝีปากจรดแตะต้องผิวเนื้อที่อ่อนไหวต่อความรู้สึก เลื่อนต่ำลงมายังหน้าท้องแบนราบกลิ่น
หญิงสาวกลับมานั่งในหอนอนของตนเอง หญิงสาวกำลังเลือกสไบที่จะใช้ห่มกายไปทำบุญในวันเข้าพรรษาที่วัด ผ้าผืนใหม่ที่ตนเองสั่งตัดมาหลายผืนทำให้เธอเกิดความลังเลหลายใจเลือกไม่ถูก จึงสั่งให้อีแป้นไปตามเดือนแรมมาพบเพื่อมาช่วยเลือกสไบ"เอ็งช่วยไปตามแม่เดือนแรมมาพบข้าที""แม่นายจักเรียกหาแม่หญิงทำกระไรเจ้าคะ" อีแ







