Beranda / อื่น ๆ / มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ / ตอนที่ 7 เเม่น้ำเหยาซื่อ

Share

ตอนที่ 7 เเม่น้ำเหยาซื่อ

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 10:22:47

“อวี้หรง… อวี้หรง!”

เสียงเรียกที่แฝงด้วยความกังวลดังขึ้นท่ามกลางแสงอรุณที่ลอดผ่านหลังคาผุพังของวัดร้าง อาชิงโน้มตัวลง เขย่าไหล่หญิงสาวอย่างระมัดระวัง อาม่านรีบขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมืออังจมูกที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก่อนจะเอาหลังมือแตะแก้มด้วยสีหน้าแตกตื่น

ความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวกาย ทำให้หัวใจเด็กหญิงเต้นรัวไม่เป็นส่ำ

“อวี้หรง… ท่านเป็นยังไงบ้าง” อาม่านเสียงสั่นเครือ

“เจ้าไหวหรือไม่” อาชิงถามซ้ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล

หญิงสาวค่อยๆลืมตาสะลึมสะลือ ภาพตรงหน้าคือเด็กน้อยตัวมอมแมมสองคนจ้องนางอยู่ หญิงสาวพยายามยกมุมปากขึ้นยิ้มบาง ๆ

“ข้า…ไม่เป็นไร แค่เพลียเท่านั้นเอง ใช้พลังมากไปหน่อย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”

หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วอาม่านรีบพยักหน้ารับ ดวงตาเอ่อคลอ

“ข้าตกใจหมด… ท่านไม่ฟื้นสักที” เสียงของเด็กหญิงสั่นเครือ

อาชิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ ถามด้วยความห่วงใย

“เจ้าหิวน้ำหรือไม่ เดี๋ยวข้าจะไปตักน้ำมาให้”

“อื้อ…หิวนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ข้ามีน้ำอยู่”

คำตอบนั้นทำให้อาชิงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

“หือ? เจ้ามีน้ำด้วยหรือ”

“ไหน อยู่ที่ใด” เสียงอาม่านถามพลางมองหาน้ำที่หญิงสาวว่าหญิงสาวยิ้มบาง ดวงตาแฝงแววลึกลับ

“มีสิ เดี๋ยวพี่สาวจะทำให้เจ้าดู”

อวี้หรงค่อยๆลุกขึ้นนั่ง แล้วพนมมือขึ้นแนบอก หลับตาแน่น ปากท่องคาถาเบาๆ

“โอม นะวารีสะระณัง พุทธัง ภควา

ปาระชิตา วะชิระวารี จงหลั่งสายธารมา

น้ำแห่งชีวิตเอ๋ย…ขอจงบังเกิด ณ บัดนี้…”

ทันใดนั้น อากาศรอบกายพลันเย็นลงราวต้องละอองหมอก เสียงน้ำหยดกระทบพื้นดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ละอองใสค่อย ๆ ก่อตัวระหว่างฝ่ามือของนาง ก่อนรวมเป็นหยดน้ำสะอาดใสเย็น กลิ่นหอมดอกบัวตลบอบอวลทำให้บรรยากาศโดยรอบรู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายเหมือนได้รับการฟื้นฟู เด็กทั้งสองต่างมองนางด้วยอาการตกตะลึง อ้าปากค้าง

“ว้าวววว นี่มันอะไร ช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก! น้ำอะไรทำไมมีกลิ่นหอมจัง” อาม่านเอ่ยเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกาย

อาชิงขยับเข้ามาใกล้ ราวกับถูกแรงดึงดูดจากหยดน้ำใสในฝ่ามือของนาง ความเย็นเยียบและกลิ่นหอมละมุนคล้ายโอบล้อมเขาไว้ เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง เสียงที่เอ่ยออกมาแทบกระซิบ

“อวี้หรง…ท่านมีปราณวารีด้วยหรือ”

ภัทรมนตราไม่ตอบในทันที เพียงก้มหน้าลงจิบจากน้ำที่ยังไหลรินออกจากฝ่ามืออย่างไม่ขาดสาย รสเย็นใสซาบซ่านไหลผ่านลำคอ คลายความอ่อนล้าจนแทบหมดสิ้น ก่อนนางจะยกสายตาขึ้น ยิ้มบางอย่างลึกลับ

“ก็ไม่เชิงว่าข้ามี… แต่ก็คล้ายกับที่พวกเจ้าว่ากันนั่นแหละ” เธอยิ้มบาง ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าพลังนี้มันไม่ใช่ปราณวารี นางได้แต่ตอบส่งๆไป

“ท่านนี่ช่างยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว ข้าจะตกใจตายอยู่แล้วนะ”

อาม่านว่า พลางยกมือกุมอก สีหน้าเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนยื่นฝ่ามือที่รองหยดน้ำใสออกมา

“ลองดื่มดูไหม”

อาชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางถามอย่างเกรงใจ

“พวกข้าดื่มได้หรือ”

“ดื่มได้สิ” นางพยักหน้าเบาๆ ดวงตาอ่อนโยน

“เจ้าไปเอาถ้วยมาใส่นะ”ทันทีที่ได้ยิน เด็กชายตัวน้อยก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปหยิบถ้วยดินเผาเก่าที่วางอยู่มุมห้อง ขอบถ้วยบิ่นไปด้านหนึ่ง ร่องรอยร้าวเล็ก ๆ บ่งบอกชัดว่ามันผ่านการใช้งานมานานปี เขากลับกุมมันไว้แน่น ราวกับเป็นสมล้ำค่าที่สุด

แล้วรีบก้าวกลับมา ยื่นถ้วยนั้นให้หญิงสาวด้วยแววตาคาดหวัง นางยกยิ้มบาง ก่อนค่อย ๆ นำน้ำใสที่ก่อตัวจากฝ่ามือลงไปทีละหยด จนเต็มถ้วยพอดี หยดน้ำสะอาดใสราวแก้วคริสตัลส่งประกายแวววาวในแสงอรุณ กลิ่นหอมละมุนของดอกบัวจาง ๆ ลอยคลุ้งไปทั่ว

“ดื่มสิ” นางเอ่ยพลางส่งถ้วยไปให้เด็กทั้งสอง“

อาชิงรับถ้วยด้วยสองมืออย่างระมัดระวัง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำ แค่เพียงจิบแรก รสเย็นใสซาบซ่านไปทั่วปาก ราวกับสายน้ำค้างจากขุนเขาสวรรค์ พอน้ำเข้าสู่ร่างกายเพียงพริบตาความเหนื่อยล้าที่สะสมหายวับไป สิ่งที่เหลือคือความเบาสบาย

“รู้สึกดีจัง ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายตายแล้วเกิดใหม่เลย”

อาชิงเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย เขารีบหันไปทางอาม่าน ยื่นถ้วยให้อย่างตื่นเต้น

“อาม่าน เจ้ามาลองดื่มดูสิ มันเยี่ยมมากจริง ๆ”

เด็กหญิงสบตาเด็กชายอย่างลังเล ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“จริงหรือ…งั้นมาข้าจะลองดื่มหน่อย”

พอรสเย็นเข้าปาก ความสดชื่นก็แผ่ซ่านเข้าร่าง รู้สึกถึงพลังบางอย่างคล้ายกำลังฟื้นคืนชีพ

“ว้าว…น้ำนี้ทั้งอร่อยและสดชื่นจริง ๆ!” อาม่านตะโกนด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายราวเพิ่งค้นพบขุมทรัพย์

“ต้องเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์แน่เลย…พี่อวี้หรง ท่านทำได้อย่างไร”

เธอเอ่ยเสียงสั่นด้วยความประหลาดใจปนเคารพนับถือ ภัทรมนตรายิ้มบาง ๆ อย่างสุขุม พลางมองน้ำใสในมือ รู้ดีว่าความมหัศจรรย์นี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพลังอาคมที่แท้จริงที่เธอถือครอง แต่ตาเธอไปสะดุดที่ถ้วยดินเผาขอบบิ่น เด็กทั้งสองนี้ช่างน่าสงสาร ต้องอยู่กันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ในหัวนางก็คิดทันทีว่าอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว… นางต้องหาหนทางทำมาหากิน ต้องสร้างชีวิตใหม่ที่มั่นคง ก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดอะไร อาชิงก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“อวี้หรง…ท่านเป็นขุนนางหรือ?”

หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้ามองเด็กชาย ดวงตาของเขาใสซื่อเต็มไปด้วยความคาดหวัง หญิงสาวยิ้มบาง ๆ อย่างลึกลับ แต่ยังไม่ตอบคำถามทันที…

“เออ…จะตอบว่าอย่างไรดีล่ะ”

“วันก่อนที่ท่านช่วยเรา ท่านมีพลังปราณวายุ และวันนี้ก็ได้ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์จากปราณวารี…แปลว่าท่านต้องเป็นขุนนางแน่ ๆ!”

หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้า

“ข้า…ก็ไม่เชิงเป็นขุนนางหรอก เจ้าดูสภาพข้าสิ สมควรเป็นขุนนางหรือ?” นางเลือกกลืนคำพูดบางส่วนไว้ในใจ เพราะถึงจะเป็นบุตรสาวของเสนาบดีแต่ชีวิตก็ไม่ต่างจากขอทาน หญิงสาวจึงไม่อยากเอ่ยถึง

“ก็จริง…แต่ท่านมีพลังปราณนี่นา” อาม่านเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจ

ภัทรมนตรายิ้มบางอีกครั้ง “ข้าอาจจะเป็นขอทานอัจฉริยะ ที่มีพลังปราณก็ได้”

“น่าจะใช่ ข้าเคยได้ยินว่าคนธรรมดาส่วนน้อยจะมีพลังปราณ แปลว่าอวี้หรงเป็นอัจฉริยะจริง ๆ” อาชิงเอ่ยเสริม

อาม่านพยักหน้าหงึก ๆ ดวงตากลมใสเปล่งประกาย ยิ้มตาหยีให้หญิงสาวพลางปรบมือย่างชอบใจ

“งั้น…ท่านมาเป็นพี่สาวของพวกเราได้ไหม”

“ได้สิ… ข้าจะเป็นพี่สาวของพวกเจ้า” เสียงของภัทรมนตรานุ่มลึก แฝงความหนักแน่น “ต่อไปเราจะเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าจะดูแลพวกเจ้าเอง”

แววตาอาม่านสว่างวาบใบหน้าที่เคยหม่นเศร้าค่อย ๆ คลี่ยิ้มบาง มือเล็ก ๆ เอื้อมมากุมมือหญิงสาวแน่นราวกับกลัวว่าจะหายไป

“ขอบคุณนะ…อวี้หรง ไม่สิ…พี่อวี้หรง”

สายลมอุ่นพัดพลิ้ว ผสมกับไอแดดยามสาย ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและความหวัง

โกรก~ กราก~

เสียงท้องร้องดังชัดเจนจนแทรกเข้ามากลางบทสนทนา ทั้งอวี้หรงและอาม่านหันขวับไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

“ท้องเจ้าร้องดังเชียว” หญิงสาวเอ่ยแซว น้ำเสียงเจือรอยยิ้ม

อาชิงก้มหน้าหลบตา ใบหูแดงระเรื่อ

“ก็…ข้าหิวแล้วนี่” น้ำเสียงติดอายอย่างเห็นได้ชัด อาม่านหัวเราะดังลั่นก่อนที่จะหยิบซาลาเปาเย็นชืดที่เหลือจากเมื่อวานมาแจกทั้งสาม

“แถวนี้มีแม่น้ำหรือไม่” เสียงใสของหญิงสาวเอ่ยขึ้น ขณะทั้งสามกำลังกัดซาลาเปาคำโตอย่างเอร็ดอร่อย

“ก็มี…แต่ค่อนข้างไกล อีกทั้งยังอันตราย” อาชิงตอบ พลางเคี้ยวซาลาเปาไม่หยุด

“ท่านจะไปที่แม่น้ำทำไมหรือ” อาม่านเอ่ยถาม ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย

“พี่สาวจะไปหาปลา ให้พวกเจ้ากินเสียหน่อย กินแต่ซาลาเปาแบบนี้นานไปย่อมไม่ดี”

เพียงได้ยินคำว่า ปลา ดวงตากลมโตของอาม่านก็เปล่งประกายทันที น้ำลายสอขึ้นมาทันที พวกเขาไม่ได้ลิ้มรสเนื้อมานานแสนนานแล้ว ตั้งแต่บิดามารดาจากไปด้วยโรคร้าย ตรงกันข้าม อาชิงกลับมีสีหน้ากังวล เขาเคยได้ยินเรื่องอันตรายของแม่น้ำสายนั้นมานับครั้งไม่ถ้วน

“ไกลไม่เป็นไร ค่อย ๆ เดินไปก็ได้…แต่ที่ว่าอันตรายนั้น อันตรายอย่างไรหรือ” หญิงสาวเอ่ยถาม น้ำเสียงยังคงเรียบสงบ

“ข้ารู้!” อาม่านรีบพูดแทรก

“งั้นเจ้าลองว่ามา”

เด็กหญิงสูดหายใจลึกก่อนเอ่ยอย่างตื่นเต้น

“แม่น้ำนั้นไหลมาจาก หุบเขาอสูรหมื่นพิษ บางครั้งจะมีสัตว์อสูรไหลตามกระแสน้ำมา หรือไม่ก็เป็นสัตว์น้ำที่กลายเป็นอสูร พวกมันดุร้ายกัดกินมนุษย์เป็นอาหาร ผู้คนจึงเรียกกันว่า “แม่น้ำเหยาซื่อ”

เสียงของนางแผ่วลงเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ

“ผู้ที่จะไปที่นั่น ล้วนเป็นผู้ฝึกปราณที่มีฝีมือ พวกเขาไปล่าอสูร เพื่อนำไปขาย หรือทำพันธะสัญญา ทางการยังต้องสร้างรั้วกั้นไว้ เพื่อป้องกันอันตราย”

หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วชาวบ้านธรรมดาเล่า เขาหาปลากันที่ใด”

“ก็มีอยู่…แต่ต้องเดินทางไกลออกไปอีกเกือบห้าวัน” อาชิงตอบ

“มิน่าเล่า ระหว่างทางที่พี่สาวผ่านมา แทบไม่เห็นปลาขายเลย”

อาม่านพยักหน้าเห็นด้วย แต่ใบหน้าเริ่มหม่นลงอีกครั้ง หญิงสาวมองทั้งสอง ก่อนยิ้มบาง

“เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี ข้าก็นึกว่าจะหาปลาให้พวกเจ้ากินเสียหน่อย”

อาชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น

“ข้าว่า…ไปกับพี่สาวก็คงไม่เป็นอันตรายหรอก ท่านมีถึงสองปราณ พวกเราไปด้วยคงไม่เป็นไร”

ดวงตาของอาม่านกลับมาส่องประกายอีกครั้ง หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนลุกขึ้นยืน

”จริงด้วยพี่สาวเรามีพลังปราณ ต้องหาปลาได้แน่ๆ“

“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่สาวจะจับปลาตัวใหญ่ ๆ มาให้พวกเจ้ากินเอง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 7 เเม่น้ำเหยาซื่อ

    “อวี้หรง… อวี้หรง!”เสียงเรียกที่แฝงด้วยความกังวลดังขึ้นท่ามกลางแสงอรุณที่ลอดผ่านหลังคาผุพังของวัดร้าง อาชิงโน้มตัวลง เขย่าไหล่หญิงสาวอย่างระมัดระวัง อาม่านรีบขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมืออังจมูกที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก่อนจะเอาหลังมือแตะแก้มด้วยสีหน้าแตกตื่นความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวกาย ทำให้หัวใจเด็กหญิงเต้นรัวไม่เป็นส่ำ“อวี้หรง… ท่านเป็นยังไงบ้าง” อาม่านเสียงสั่นเครือ“เจ้าไหวหรือไม่” อาชิงถามซ้ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลหญิงสาวค่อยๆลืมตาสะลึมสะลือ ภาพตรงหน้าคือเด็กน้อยตัวมอมแมมสองคนจ้องนางอยู่ หญิงสาวพยายามยกมุมปากขึ้นยิ้มบาง ๆ“ข้า…ไม่เป็นไร แค่เพลียเท่านั้นเอง ใช้พลังมากไปหน่อย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วอาม่านรีบพยักหน้ารับ ดวงตาเอ่อคลอ“ข้าตกใจหมด… ท่านไม่ฟื้นสักที” เสียงของเด็กหญิงสั่นเครืออาชิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ ถามด้วยความห่วงใย“เจ้าหิวน้ำหรือไม่ เดี๋ยวข้าจะไปตักน้ำมาให้”“อื้อ…หิวนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ข้ามีน้ำอยู่”คำตอบนั้นทำให้อาชิงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ“หือ? เจ้ามีน้ำด้วยหรือ”“ไหน อยู่ที่ใด” เสียงอาม่านถามพลางมองหาน้ำที่หญิงสาวว่าหญิงสาวยิ้มบาง ดวงตาแฝงแววลึกล

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 6 มนต์อาคมช่วยชีวิต

    คนขายหมั่นโถวเงยหน้ามามองเด็กทั้งสองด้วยสายตาเคยชิน แต่พอเห็นอวี้หรง สีหน้ากลับเปลี่ยนไปทันที แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนรังเกียจ เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน “จะซื้อมั้ยล่ะ ถ้าไม่ซื้อก็ไปยืนห่าง ๆ หน่อย ขวางลูกค้าคนอื่นเขา!” เสียงห้วนดังขึ้นอย่างไม่เป็นมิตรอาชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วดันอาม่านไปข้างหน้า“ซื้อสิ…เอาหกลูก ห่อกลับ”เถ้าแก่รับเงินอย่างไม่เต็มใจ ยื่นหมั่นโถวหกลูกใส่ห่อกระดาษเก่า ๆ กลับมาให้ พร้อมกับเงินทอนที่เหลือราวหกสิบอีแปะอาชิงเก็บเงินอเเปะไว้อย่างสุขใจ อาม่านหยิบหมันโถวร้อนๆ ยื่นให้อวี้หรง อาชิง“รีบกินตอนร้อนๆ อร่อยมากนะ”หมั่นโถวร้อน ๆ ในมืออาจไม่ใช่อาหารหรู แต่สำหรับวันนี้ มันทำให้ทั้งสามคนได้อิ่มท้องและยิ้มออกพร้อมกัน“อวี้หรง…ใกล้ค่ำแล้ว เจ้าจะไปนอนกับเรามั้ย?” อาม่าหันมาถาม น้ำเสียงเนิบช้าหญิงสาวพยักหน้าทันที ไหน ๆ ก็ออกจากจวนนั้นมาแล้ว ต่อให้เป็นวัดร้างหรือกระท่อมพัง ๆ อย่างน้อยก็ไม่มีใครตี ใครทำร้าย หรือสั่งให้คุกเข่า‘ขอแค่คืนนี้มีที่พัก…พรุ่งนี้ค่อยคิดต่อว่าจะเอายังไงดี’ทั้งสามคนเดินลัดเลาะไปตามตรอกแคบเพื่อจะไปหาที่พักในค่ำคืนนี้ แต่เ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 5 เพื่อนใหม่ตัวน้อย

    นางรีบทรุดตัวลง หลบอยู่หลังพุ่มไม้รกที่ขึ้นสูงท่วมหัวใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ขณะพรายผ่องลอยมาใกล้หู“อย่าเคลื่อนไหวนะแม่...พวกเขากำลังมองมาทางนี้”นางกัดฟันแน่น มือกำชายเสื้อจนแน่นเหงื่อไหลซึมตามไรผม“แก้ว ทอง ปิดตาพวกมันไว้ชั่วครู่ได้ไหม”ภัทรมนตรากระซิบแผ่ว“ได้...แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นนะแม่ พลังข้ามีไม่มากพอเหมือนแต่ก่อน”“ได้”พรายทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็ว หมอกดำแผ่ซ่านไหลตามเงาที่ทอดยาวของต้นไม้ ก่อนจะลอยไปตามเงาของทหารที่กำลังเดินมา ทหารทั้งสองคนสะดุดเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปทางเดิมเหมือนไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ภัทรมนตราฉวยโอกาสนั้น ย่อตัวลงต่ำ ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามแนวรั้วไม้เก่าที่เริ่มผุพัง ทุกย่างก้าวล้วนเป็นการเดิมพันกับชีวิต“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าต้องออกจากที่นี่ให้ได้...อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วจ้า อยู่ก็ตายจ้า... บาย...บาย....จวนเสนาบดี”ในที่สุด นางก็หลุดพ้นจากเขตจวนออกมาได้อย่างปลอดภัย ภัทรมนตราทรุดตัวลงพิงต้นไม้ หอบหายใจแรงเฮือกใหญ่“ฮู้วววว รอดแล้วโว้ย! นี่มันภารกิจหลบหนีหรือหนังแอคชันกันแน่เนี่ย... "เมื่อออกจากจวนได้ หญิงสาวก็รีบเดินลัดเลาะไปตามถนนหนทางที่เต็มไปด้วยผ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 4 หาทางหนี

    เช้าตรู่วันถัดมา ภัทรมนตรายังคงนอนที่กองหญ้าแห้งแต่สักพักได้ยินเสียงฝีเท้าหนักสามสี่คู่เดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆพื้นไม้หน้าเรือนเก็บฟืนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดใต้แรงกดของรองเท้าพร้อมกับเสียงพูดคุยบุรุษด้วยวาจาเหยียดหยามที่ชัดเจนดังก้องมาที่หูของหญิงสาว“ฮูหยินสั่งให้เรามาดูนังไร้ค่าทำไม เสียเวลาข้ายิ่งนัก”“ให้มาดูว่าตายหรือยัง”“คนไร้ค่านั้นปล่อยมันตายไปไม่ดีรึ อยู่ไปก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ!”เสียงหนึ่งเย็นชา เจือหงุดหงิดปนรำคาญ“ไร้ประโยชน์สิ้นดี พลังปราณก็ไม่มี สู้คุณหนูสี่ยังไม่ได้ แม้แต่เด็กแค่ห้าขวบ ยังปลุกพลังธาตุไฟขึ้นได้แล้ว!”ภัทรมนตรานิ่งฟังอยู่ในเงามืด มือที่ประสานกันแน่นเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายออก แววตาที่เคยหม่นเศร้าเริ่มทอประกายแข็งกร้าว“โลกนี้...ตัดสินค่าของคนแค่เพราะพลังปราณงั้นหรือ ไม่เห็นค่าความเป็นคนกันเลยหรือ?”เธอกำหมัดแน่นแม้ร่างนี้จะผอมแห้ง ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนเต็มตัวแต่ภายในจิตของเธอ พลังอาคมที่สะสมผ่านการเรียนรู้กับเหล่าอาจารย์จากผืนแผ่นดินไทยกลับร้อนระอุขึ้นอย่างเงียบงันเสียงอีกคนพูดขึ้นพลางถอนใจ“อย่าพูดมากเลย รีบไปดูว่ามันตายหรือยัง” มือหนาหยาบของเอื้อมไปที่กลอน

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 3 ภพใหม่ สวมร่าง

    เธอพึมพำเสียงเบา ราวกับกระซิบ“ชีวิตเธอ...ช่างโหดร้ายเหลือเกิน หลินอวี้หรง…”หญิงสาวหลับตาแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินเงียบงันแล้วสูดหายใจเข้าอย่างช้า ๆ“แต่ต่อจากนี้ เจ้าไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้ว”“ข้าจะยืมร่างของเจ้า...เพื่อชำระหนี้เเค้น ชดเชยทุกหยาดน้ำตาที่เจ้าเสียไป”ภัทรมนตรา ยกมือขึ้นประสานกลางอก เธอหลับตาลง ช้า ๆ สูดลมหายใจแผ่วเบา แล้วเริ่มสวดคาถาโบราณที่เคยร่ำเรียนจากครูบาอาจารย์ เพื่อส่งดวงวิญญาณของ หลินอวี้หรองไปสู่สุคติ“นะโมพุทธายะ ปิตุ โมหะ ปะฏิกะมะ...”“สัพเพสัง วิญญาณานัง สุคะตัง ยายะ มังปิ นะมามิ…”ในห้วงจิตที่ลึกที่สุดคล้ายมีสายลมหนึ่งพัดผ่านเบา ๆ เงาร่างเลือนลางของเด็กสาวผู้หนึ่งรากฏขึ้นเธอยืนเงียบ ดวงตากลมโตนั้นเต็มไปด้วยความแปลกใจ ปะปนด้วยความอ่อนโยนแล้วก็ค่อย ๆ ยิ้มออกมาอย่างบางเบาก่อนจะหายวับไปพร้อมแสงสลัว........................ภัทรมนตราลืมตาขึ้นอีกครั้ง แม้ดวงตายังแดงช้ำจากน้ำตาแต่แววตานั้น เปี่ยมด้วยความแน่วแน่“เจ้าจงหลับให้สบายนะ หลินอวี้หรง”“ข้าจะอยู่ในร่างนี้ในนามของเจ้าเอง”“และข้าจะคืนความยุติธรรมให้แก่เจ้าด้วยสองมือข้าเอง”พอกล่าวสักพักเธอถึงรูสึกกระหายน้ำเ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 2 ภพใหม่เเสนไกล

    บทที่ 1กลิ่นอับชื้นจากไม้เก่า และกลิ่นคาวเลือดอ่อนจางลอยแตะปลายจมูก ความรู้สึกหนักอึ้งของร่างกาย ราวถูกกดทับด้วยหินนับพันก้อน....................ภัทรมนตรา ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นคือเพดานไม้ที่แตกร้าว คานบนหัวขึ้นรา และหยากไย่ห้อยลงใกล้หน้าเธออย่างน่าขนลุก เธอกัดฟันพยายามดันตัวขึ้นจากที่นอนที่ปูด้วยหญ้าแห้ง มองรอบๆ เป็นห้องเก็บฟืนเก่าๆ ถูกปิดจากด้านนอก มีแสงจันทร์แยงเข้ามาตามซีกไม้ที่ผุพัง ทำให้มองเห็นแขน ขา ผอมแห้ง เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำทั้งเก่าและใหม่ เสื้อผ้าซอมซ่อ ขาดรุ่งริ่ง เธอขมวดคิ้วแน่น พลางพึมพำเสียงเบาหวิว“นี่ฉันอยู่ที่ไหน”สักพัก.......อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้ามาโดยไม่ให้สัญญาณราวกับคลื่นพายุโถมใส่ เธอยกมือกุมขมับ แรงสั่นสะเทือนแทรกเข้าในโสตประสาทดวงตาพร่ามัว ลมหายใจสะดุด ร่างกายสั่นเทาก่อนภาพหนึ่งจะแล่นเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว.........ภาพของดรุณีนางหนึ่ง อายุราว สิบสี่ สิบห้าปี ชื่อ หลินอวี้หรง บุตรตรีคนรอง ที่เกิดจากอนุ “เซิ่ง” ภรรยาลำดับที่สามของเสนาบดีฝ่ายซ้าย“หลินเหวินอัน”อนุเซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status