Compartilhar

ตอนที่ 4 หาทางหนี

last update Data de publicação: 2026-09-15 18:36:56

เช้าตรู่วันถัดมา ภัทรมนตรายังคงนอนที่กองหญ้าแห้งแต่สักพักได้ยินเสียงฝีเท้าหนักสามสี่คู่เดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

พื้นไม้หน้าเรือนเก็บฟืนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดใต้แรงกดของรองเท้าพร้อมกับเสียงพูดคุยบุรุษด้วยวาจาเหยียดหยามที่ชัดเจนดังก้องมาที่หูของหญิงสาว

“ฮูหยินสั่งให้เรามาดูนังไร้ค่าทำไม เสียเวลาข้ายิ่งนัก”

“ให้มาดูว่าตายหรือยัง”

“คนไร้ค่านั้นปล่อยมันตายไปไม่ดีรึ อยู่ไปก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ!”

เสียงหนึ่งเย็นชา เจือหงุดหงิดปนรำคาญ

“ไร้ประโยชน์สิ้นดี พลังปราณก็ไม่มี สู้คุณหนูสี่ยังไม่ได้ แม้แต่เด็กแค่ห้าขวบ ยังปลุกพลังธาตุไฟขึ้นได้แล้ว!”

ภัทรมนตรานิ่งฟังอยู่ในเงามืด มือที่ประสานกันแน่นเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายออก แววตาที่เคยหม่นเศร้าเริ่มทอประกายแข็งกร้าว

“โลกนี้...ตัดสินค่าของคนแค่เพราะพลังปราณงั้นหรือ ไม่เห็นค่าความเป็นคนกันเลยหรือ?”

เธอกำหมัดแน่นแม้ร่างนี้จะผอมแห้ง ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนเต็มตัวแต่ภายในจิตของเธอ พลังอาคมที่สะสมผ่านการเรียนรู้กับเหล่าอาจารย์จากผืนแผ่นดินไทยกลับร้อนระอุขึ้นอย่างเงียบงัน

เสียงอีกคนพูดขึ้นพลางถอนใจ

“อย่าพูดมากเลย รีบไปดูว่ามันตายหรือยัง” 

มือหนาหยาบของเอื้อมไปที่กลอนประตูผุ ๆ เสียง “แกรก” ดังขึ้นเบา ๆแสงจากภายนอกสาดวาบเข้ามาผ่านช่องประตูที่  ค่อย ๆ เปิดออก

ทว่า...สิ่งที่พวกเขาเห็นกลับไม่ใช่ร่างไร้วิญญาณที่หมดลมหายใจอยู่กับพื้น

หากคือหญิงสาวร่างผอมบางสภาพดูไม่ได้นั่งสงบนิ่งอยู่ใต้แสงสลัวกลางเรือนเก็บฟืน ในดวงตาคมลึกคู่นั้น สะท้อนบางสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้งเยือกเย็น และน่าเกรงขาม แฝงไว้ด้วยแรงสั่นสะเทือนที่พวกเขาไม่อาจอธิบายได้ พลังบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างที่ผอมแห้งนั้น แรงสั่นสะเทือนที่พวกเขาอธิบายไม่ได้..มันไม่ใช่พลังปราณแต่เป็นพลังที่พวกเขาไม่เคยได้พบในโลกใบนี้

จู่ ๆ ทั้งสามคนที่ย่างเท้าเข้ามา ต่างก็ชะงักคนหนึ่งลูบแขนตนพลางหดคอด้วยสีหน้าประหลาด

“เฮ้ยย...ทำไมข้ารู้สึกเย็นวาบที่หลังเช่นนี้  หน้าหนาวหรือ”

“หน้าหนาวอะไรของเจ้า นี่มันหน้าฝนโว้ย ตอนนี้ข้าก็ขนลุกทั้งตัวเลย มันเกิดอะไรขึ้น”

ส่วนอีกคน สะบัดมือแรง ๆ เหมือนพยายามไล่อะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น

“ข้าเหมือนโดนลมเย็นอันหนาวเหน็บจากสุสานร้างเลย.......ยะ..ยะ.....อย่าบอกนะว่า ผีนังบ่าวแซ่เหลียงที่ตายเมื่อสามเดือนก่อนมันยังวนเวียนอยู่! 

“หลอกกลางวันแสกๆเลยหรือ”

"เจ้าอย่าพูดมั่ว ผีบ้าผีบอมันไม่มีหรอก" อีกคนหนึ่งเเทรกขึ้นอย่างกล้าๆกลัว

มือที่กำลังจะเอื้อมมาจับแขนหญิงสาว  ชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนค่อย ๆ ถอนกลับไปเองอย่างอย่างรวดเร็ว

ภัทรมนตราในร่างหลินอวี้หรง เพียงนั่งนิ่งไม่ไหวติงสายตาแน่วแน่ของเธอกวาดมองพวกเขาทีละคนเสียงลมหายใจของพวกเขาเริ่มขาดเป็นห้วง ก่อนใครคนหนึ่งจะสบถออกมาเบา ๆ

“...ข้าจะไปรายงานฮูหยินเองว่า มันยังไม่ตายก็แล้วกัน!”

"เฮ้ย ข้าไปด้วย"เสียงชายอีกคนตะโกนตามหลังมา

เขารีบผละออกไปเพราะรู้สึกหวาดกลัวกับบรรยากาศที่เจออยู่ชายคนนั้นยังไม่ทันจะจากไป ภัทรมนตราก็หลับตาลง สองมือประสานเป็นรูปคาถา ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ

“โอมมะพะลัง สังขารัง วิญญาณอาลัย จงฟื้นจากห้วงเงา...รับคำข้า...ปกป้องข้า…”

ลมเย็นยะเยือกพัดวูบผ่านห้องไม้ผุเก่าเปลวไฟของตะเกียงที่ริบหรี่ในความมืด สะบัดไหวอย่างผิดธรรมชาติ เสียงขูดกรากของเล็บแหลมบนพื้นไม้ดังก้องโสตประสาท

ก่อนจะปรากฏเงาร่างโปร่งใสของ ผีสาวนางหนึ่งในชุดจีนโบราณ ผู้เคยถูกฝังใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างห้องเก็บฟืน นางไร้ลูกตา มีเพียงเบ้าตาลึกโบ๋

ผมยาวเปียกโชก และปากที่ขยับช้า ๆ อย่างไร้เสียง

ราวกับเอ่ยว่า

“เจ้า...ต้องการให้ข้าทำอะไร”

บ่าวทั้งสามต่างหน้าซีดเผือดคนหนึ่งทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องออกมาเสียงหลงแล้วสลบไป

“อ๊ากกก!! ผะ...ผี!!” 

ชายอีกคนกรีดร้องเสียงหลง ร่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว สายตาเบิกโพลงมองไปยังเงามืดเบื้องหน้า สติเขากระเจิดกระเจิงจนไม่รับรู้อะไรอีกเขาหันหลังหมายจะวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นบางสิ่งเย็นเฉียบก็คว้าข้อเท้าเขาไว้แน่น

“ไม่...อย่า!!”

เสียงสุดท้ายหลุดจากลำคออย่างพร่าหวิว ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้นภัทรมนตราลืมตาขึ้นช้า ๆ ในแววตาของเธอฉายแสงสีนิลที่เรืองรองคล้ายจะสะท้อนกับดวงจิตของบางสิ่งที่มองไม่เห็นเธอกระซิบเสียงเรียบไม่สะทกสะท้าน

“ห้ามฆ่า...แค่ทำให้พวกมันกลัว”

ผีสาวค่อย ๆ โน้มตัวต่ำอย่างเคารพก่อนจะเคลื่อนไหวแผ่วเบา เข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูของชายคนที่เหลือ

“อย่า...อย่าาาาาา!!”

เสียงกรีดร้องของชายผู้นั้นดังลั่น ร่างเขาทรุดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ตัวสั่นเทา น้ำลายฟูมปากก่อนหมดสติไปอีกคน

ภัทรมนตราปล่อยลมหายใจยาว เงยหน้าขึ้นมองเงาดำที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศเบื้องหน้า

“เจ้าคือวิญญาณเฝ้าที่นี่ใช่ไหม... ขอบใจเจ้ามาก ”

ผีสาวนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ราวกับกำลังจับจ้องพลังบางอย่างในตัวนางเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสบุญจาง ๆ ที่แผ่ออกมาอย่างสงบ   ร่างโปร่งใสจึงค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ

ก่อนจะสลายหายไปกับสายลมเหลือเพียงเสียงหวีดหวิวของลมเย็นที่หอบเอากลิ่นดินชื้นและธูปเก่ามาแตะปลายจมูก

หญิงสาวมองดูสภาพของชายทั้งสามร่างที่แน่นิ่ง นอนฟุบอยู่กับพื้น น้ำลายฟูมปาก ดวงตาเหลือกลานด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

นางเม้มริมฝีปากแน่น รื้อค้นตัวของชายสามคนสรุปมีเพียงขนมเปี๊ยะสองชิ้น จากนั้นหญิงสาวก็รีบหมุนตัวออกจากห้องเก็บฟืนทันที แม้ร่างกายจะบอบช้ำ แทบก้าวไม่ออก แต่ในใจคิดอย่างเดียวต้องออกจากที่นี่ให้ได้ ภายในจวนเสนาบดีนั้นทั้งใหญ่โตและซับซ้อน ทางเดินแยกย่อยนับสิบสาย ทหารเฝ้ายามเดินตรวจตราแทบทุกจุด

ภัทรมนตราหยุดยืนหลังเสาใหญ่ ยกมือขึ้นร่ายคาถาเสียงเบา

“พรายผ่อง พรายแก้ว พรายทอง จงมาเถิด…”

ร่างเงามืดสามตนเคลื่อนออกมาจากเงาสะท้อนบนผนัง หมอกดำหมุนวนก่อนแปรเป็นรูปมนุษย์ร่างโปร่งแสง

“แม่มีอะไรให้พวกข้าช่วยหรือ” เสียงหนึ่งเอ่ยอย่างนอบน้อม"

“ข้าต้องการออกจากที่นี่ พวกเจ้าช่วยหาทางให้แม่ที”

นางตอบ พลางหันมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง

“รับบัญชา” เสียงสามเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน

พรายทั้งสามค้อมศีรษะเล็กน้อย จากนั้นแยกตัวหายลับไปตามทางต่าง ๆ ในจวนไม่นาน เสียงกระซิบแหบพร่าก็ดังข้างหูนาง

“ด้านตะวันออกปลอดภัย....แม่จงรีบมา…”

ภัทรมนตราพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว สูดลมหายใจลึก กำชายเสื้อแน่น แล้วรีบสาวเท้าตามพรายแก้วไปอย่างทุลักทุเล ฝีเท้าของนางก้าวเบา ราวกับขนนก แต่ในอกนั้น...หัวใจกลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ราวกับรู้ว่า หากพลาดเพียงก้าวเดียว วันนี้อาจไม่มีโอกาสรอดจวนแห่งนี้

ภัทรมนตราวิ่งตามเงาของพรายแก้วลัดเลาะไปตามแนวระเบียงไม้

ในที่สุดนางก็มาถึงเขตตะวันออกของจวนที่นั่นมีสระบัวขนาดใหญ่ตั้งอยู่อย่างเงียบงันที่ไร้การดูแล บัวหลวงเหี่ยวเฉา บางดอกถูกหญ้ารกกลืนกินจนแทบมองไม่เห็นน้ำ แสงอาทิตย์ยามกลางวันสาดแสงแรงกล้า เปลวแดดระยิบระยับบนผิวน้ำสระบัว ทว่าภัทรมนตรากลับรู้สึกเย็นเยียบไปถึงกระดูก

ไม่ใช่เพราะสายลม หรือร่มเงาจากต้นไผ่ แต่เพราะเสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารยาม กำลังเดินตรวจตราอยู่ไม่ไกล

“...ข้างหน้านั่นเงาอะไร?”

เสียงทหารคนหนึ่งดังลอดผ่านพงหญ้าภัทรมนตราชะงัก หัวใจเต้นระรัวราวจะกระแทกออกจากอก

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 5 เพื่อนใหม่ตัวน้อย

    นางรีบทรุดตัวลง หลบอยู่หลังพุ่มไม้รกที่ขึ้นสูงท่วมหัวใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ขณะพรายผ่องลอยมาใกล้หู“อย่าเคลื่อนไหวนะแม่...พวกเขากำลังมองมาทางนี้”นางกัดฟันแน่น มือกำชายเสื้อจนแน่นเหงื่อไหลซึมตามไรผม“แก้ว ทอง ปิดตาพวกมันไว้ชั่วครู่ได้ไหม”ภัทรมนตรากระซิบแผ่ว“ได้...แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นนะแม่ พลังข้ามีไม่มากพอเหมือนแต่ก่อน”“ได้”พรายทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็ว หมอกดำแผ่ซ่านไหลตามเงาที่ทอดยาวของต้นไม้ ก่อนจะลอยไปตามเงาของทหารที่กำลังเดินมา ทหารทั้งสองคนสะดุดเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปทางเดิมเหมือนไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ภัทรมนตราฉวยโอกาสนั้น ย่อตัวลงต่ำ ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามแนวรั้วไม้เก่าที่เริ่มผุพัง ทุกย่างก้าวล้วนเป็นการเดิมพันกับชีวิต“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าต้องออกจากที่นี่ให้ได้...อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วจ้า อยู่ก็ตายจ้า... บาย...บาย....จวนเสนาบดี”ในที่สุด นางก็หลุดพ้นจากเขตจวนออกมาได้อย่างปลอดภัย ภัทรมนตราทรุดตัวลงพิงต้นไม้ หอบหายใจแรงเฮือกใหญ่“ฮู้วววว รอดแล้วโว้ย! นี่มันภารกิจหลบหนีหรือหนังแอคชันกันแน่เนี่ย... "เมื่อออกจากจวนได้ หญิงสาวก็รีบเดินลัดเลาะไปตามถนนหนทางที่เต็มไปด้วยผ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 4 หาทางหนี

    เช้าตรู่วันถัดมา ภัทรมนตรายังคงนอนที่กองหญ้าแห้งแต่สักพักได้ยินเสียงฝีเท้าหนักสามสี่คู่เดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆพื้นไม้หน้าเรือนเก็บฟืนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดใต้แรงกดของรองเท้าพร้อมกับเสียงพูดคุยบุรุษด้วยวาจาเหยียดหยามที่ชัดเจนดังก้องมาที่หูของหญิงสาว“ฮูหยินสั่งให้เรามาดูนังไร้ค่าทำไม เสียเวลาข้ายิ่งนัก”“ให้มาดูว่าตายหรือยัง”“คนไร้ค่านั้นปล่อยมันตายไปไม่ดีรึ อยู่ไปก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ!”เสียงหนึ่งเย็นชา เจือหงุดหงิดปนรำคาญ“ไร้ประโยชน์สิ้นดี พลังปราณก็ไม่มี สู้คุณหนูสี่ยังไม่ได้ แม้แต่เด็กแค่ห้าขวบ ยังปลุกพลังธาตุไฟขึ้นได้แล้ว!”ภัทรมนตรานิ่งฟังอยู่ในเงามืด มือที่ประสานกันแน่นเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายออก แววตาที่เคยหม่นเศร้าเริ่มทอประกายแข็งกร้าว“โลกนี้...ตัดสินค่าของคนแค่เพราะพลังปราณงั้นหรือ ไม่เห็นค่าความเป็นคนกันเลยหรือ?”เธอกำหมัดแน่นแม้ร่างนี้จะผอมแห้ง ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนเต็มตัวแต่ภายในจิตของเธอ พลังอาคมที่สะสมผ่านการเรียนรู้กับเหล่าอาจารย์จากผืนแผ่นดินไทยกลับร้อนระอุขึ้นอย่างเงียบงันเสียงอีกคนพูดขึ้นพลางถอนใจ“อย่าพูดมากเลย รีบไปดูว่ามันตายหรือยัง” มือหนาหยาบของเอื้อมไปที่กลอน

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 3 ภพใหม่ สวมร่าง

    เธอพึมพำเสียงเบา ราวกับกระซิบ“ชีวิตเธอ...ช่างโหดร้ายเหลือเกิน หลินอวี้หรง…”หญิงสาวหลับตาแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินเงียบงันแล้วสูดหายใจเข้าอย่างช้า ๆ“แต่ต่อจากนี้ เจ้าไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้ว”“ข้าจะยืมร่างของเจ้า...เพื่อชำระหนี้เเค้น ชดเชยทุกหยาดน้ำตาที่เจ้าเสียไป”ภัทรมนตรา ยกมือขึ้นประสานกลางอก เธอหลับตาลง ช้า ๆ สูดลมหายใจแผ่วเบา แล้วเริ่มสวดคาถาโบราณที่เคยร่ำเรียนจากครูบาอาจารย์ เพื่อส่งดวงวิญญาณของ หลินอวี้หรองไปสู่สุคติ“นะโมพุทธายะ ปิตุ โมหะ ปะฏิกะมะ...”“สัพเพสัง วิญญาณานัง สุคะตัง ยายะ มังปิ นะมามิ…”ในห้วงจิตที่ลึกที่สุดคล้ายมีสายลมหนึ่งพัดผ่านเบา ๆ เงาร่างเลือนลางของเด็กสาวผู้หนึ่งรากฏขึ้นเธอยืนเงียบ ดวงตากลมโตนั้นเต็มไปด้วยความแปลกใจ ปะปนด้วยความอ่อนโยนแล้วก็ค่อย ๆ ยิ้มออกมาอย่างบางเบาก่อนจะหายวับไปพร้อมแสงสลัว........................ภัทรมนตราลืมตาขึ้นอีกครั้ง แม้ดวงตายังแดงช้ำจากน้ำตาแต่แววตานั้น เปี่ยมด้วยความแน่วแน่“เจ้าจงหลับให้สบายนะ หลินอวี้หรง”“ข้าจะอยู่ในร่างนี้ในนามของเจ้าเอง”“และข้าจะคืนความยุติธรรมให้แก่เจ้าด้วยสองมือข้าเอง”พอกล่าวสักพักเธอถึงรูสึกกระหายน้ำเ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 2 ภพใหม่เเสนไกล

    บทที่ 1กลิ่นอับชื้นจากไม้เก่า และกลิ่นคาวเลือดอ่อนจางลอยแตะปลายจมูก ความรู้สึกหนักอึ้งของร่างกาย ราวถูกกดทับด้วยหินนับพันก้อน....................ภัทรมนตรา ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นคือเพดานไม้ที่แตกร้าว คานบนหัวขึ้นรา และหยากไย่ห้อยลงใกล้หน้าเธออย่างน่าขนลุก เธอกัดฟันพยายามดันตัวขึ้นจากที่นอนที่ปูด้วยหญ้าแห้ง มองรอบๆ เป็นห้องเก็บฟืนเก่าๆ ถูกปิดจากด้านนอก มีแสงจันทร์แยงเข้ามาตามซีกไม้ที่ผุพัง ทำให้มองเห็นแขน ขา ผอมแห้ง เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำทั้งเก่าและใหม่ เสื้อผ้าซอมซ่อ ขาดรุ่งริ่ง เธอขมวดคิ้วแน่น พลางพึมพำเสียงเบาหวิว“นี่ฉันอยู่ที่ไหน”สักพัก.......อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้ามาโดยไม่ให้สัญญาณราวกับคลื่นพายุโถมใส่ เธอยกมือกุมขมับ แรงสั่นสะเทือนแทรกเข้าในโสตประสาทดวงตาพร่ามัว ลมหายใจสะดุด ร่างกายสั่นเทาก่อนภาพหนึ่งจะแล่นเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว.........ภาพของดรุณีนางหนึ่ง อายุราว สิบสี่ สิบห้าปี ชื่อ หลินอวี้หรง บุตรตรีคนรอง ที่เกิดจากอนุ “เซิ่ง” ภรรยาลำดับที่สามของเสนาบดีฝ่ายซ้าย“หลินเหวินอัน”อนุเซ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 1 ศึกหมอผีไสยเวทขาวเเละไสยเวทดำ

    บทนำ ยามหนึ่งค่ำ.............................สายลมกรรโชกแรงพัดพาฝุ่นควันตลบไปทั่วบริเวณลานกว้างหน้าวัดร้าง เสียงโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อนดังก้องสะท้อนรอบพงไพร มวลพลังมืดเข้มข้นแผ่ปกคลุมฟ้าดิน กลบแสงจันทร์จนมืดมิดกลางลานมีกองไฟสีเขียวอมดำลุกโชติช่วง ล้อมรอบร่างของชายในผ้าขาวม้าแดง ผมยาวพันศีรษะนามว่า “เถรดำ”เขากำลังทำพิธีกรรมบูชาภูตผี นรกภูมิ แลกพลัง อายุขัยของคนที่มีความโลภ ใบหน้าชุ่มเหงื่อของหญิงชายหลายสิบชีวิตที่ได้หลงติดกับดัก ปรากฏอยู่ข้างพิธี“ความปรารถนา...หน้าตา...อำนาจ...เจ้าทั้งหลายต้องการ ข้าย่อมให้! แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเช่นกัน”เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเถรดำดังขึ้นพร้อมเปลวไฟที่พวยพุ่งสูงลิบแต่ก่อนที่เขาจะลงยันต์สุดท้ายสำเร็จเสียงสวดคาถาขานแว่วแทรกเข้ามา ถ้อยคำชัดเจน หนักแน่น และสะท้อนก้องในอากาศ“โอม นะโม พุทธายะอิติ สุคโต มหาเตชะวันโตสัพพะสิทธิภะวันตุเม...!”หญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกมาจากเงามืด รอบกายเรืองแสงสว่างนวลตา ผมยาวถักเปียประดับด้ายแดง เครื่องรางพร

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status