หน้าหลัก / อื่น ๆ / มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ / ตอนที่ 5 เพื่อนใหม่ตัวน้อย

แชร์

ตอนที่ 5 เพื่อนใหม่ตัวน้อย

last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-16 10:24:38

นางรีบทรุดตัวลง หลบอยู่หลังพุ่มไม้รกที่ขึ้นสูงท่วมหัวใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ขณะพรายผ่องลอยมาใกล้หู

“อย่าเคลื่อนไหวนะแม่...พวกเขากำลังมองมาทางนี้”

นางกัดฟันแน่น มือกำชายเสื้อจนแน่นเหงื่อไหลซึมตามไรผม

“แก้ว ทอง ปิดตาพวกมันไว้ชั่วครู่ได้ไหม”

ภัทรมนตรากระซิบแผ่ว

“ได้...แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นนะแม่ พลังข้ามีไม่มากพอเหมือนแต่ก่อน”

“ได้”

พรายทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็ว หมอกดำแผ่ซ่านไหลตามเงาที่ทอดยาวของต้นไม้ ก่อนจะลอยไปตามเงาของทหารที่กำลังเดินมา ทหารทั้งสองคนสะดุดเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปทางเดิมเหมือนไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ภัทรมนตราฉวยโอกาสนั้น ย่อตัวลงต่ำ ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามแนวรั้วไม้เก่าที่เริ่มผุพัง ทุกย่างก้าวล้วนเป็นการเดิมพันกับชีวิต

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าต้องออกจากที่นี่ให้ได้...อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วจ้า อยู่ก็ตายจ้า... บาย...บาย....จวนเสนาบดี”

ในที่สุด นางก็หลุดพ้นจากเขตจวนออกมาได้อย่างปลอดภัย ภัทรมนตราทรุดตัวลงพิงต้นไม้ หอบหายใจแรงเฮือกใหญ่

“ฮู้วววว รอดแล้วโว้ย! นี่มันภารกิจหลบหนีหรือหนังแอคชันกันแน่เนี่ย... "

เมื่อออกจากจวนได้  หญิงสาวก็รีบเดินลัดเลาะไปตามถนนหนทางที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านร้านค้าเล็กใหญ่ตั้งเรียงรายสองข้างทาง เสียงพูดจาอื้ออึงปะปนกับกลิ่นเครื่องเทศคละคลุ้งในอากาศ เสียงต่อรองราคาดังระงมไม่หยุดหย่อน

ทว่า......ทันทีที่นางก้าวเข้าไปใกล้ฝูงชนสายตานับสิบคู่ก็หันมาจับจ้องอย่างสมเพชปนรังเกียจ ใคร ๆ ก็มองนางราวกับเป็นหญิงขอทาน และความจริง...สภาพของนางตอนนี้ก็ชวนให้เข้าใจผิดเช่นนั้นได้ง่ายเสียเหลือเกิน

"หวังว่าคงไม่มีใครตามมานะ..."

เธอพึมพำในใจ ขณะพยายามเร่งฝีเท้าให้หลุดพ้นจากตรงนั้นโดยไม่สร้างความสนใจมากไปกว่านี้

พลั่ก!

ไม้กวาดด้ามหนึ่งลอยมากระแทกเท้าเธอเข้าอย่างจัง จนสะดุ้งโหยง 

“ไอ้ขอทาน! ออกไปจากหน้าร้านของข้านะ อัปมงคลเสียจริง!  ออกไป !”

หญิงเจ้าของร้านผ้าสีสดร้องไล่ด้วยน้ำเสียงรังเกียจ ก่อนจะโยนไม้กวาดซ้ำอีกครั้งด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ถัดมาไม่นาน เสียงถั่วลิสงกระทบพื้นก็ดังตามมา พร้อมกับเสียงตะโกนด่า

“ไปให้พ้น! ไอ้ขอทานตัวเหม็น!”

ภัทรมนตราก้มหน้า ไม่แม้แต่จะสบตาใคร มือกำชายเสื้อขาด ๆ แน่น ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็ว ในใจมีเพียงเป้าหมายเดียว ออกไปให้ห่างจากจวนสกุลหลินให้ได้มากที่สุด  หญิงสาวเดินมาได้พักใหญ่ จนระยะห่างจากจวนเสนาบดีมากพอจะคลายใจได้บ้าง นางมองหาแหล่งพักเหนื่อย เพราะสภาพร่างกายตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยมากนัก   ขณะนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กขอทานสองคนนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ยื่นมือขอเศษเงินจากผู้คนที่เดินผ่านไปพวกเขามารูปร่างผอมแห้ง ใบหน้าซีดเซียว ร่างกายมอมแมม พอเห็นเเบบนั้นทำให้ใจของหญิงสาวสะท้านวูบ เธอหยุดมองอยู่นิ่ง ๆ ใจหนึ่งก็อยากเดินผ่านไปให้พ้น แต่อีกใจก็กลับย้ำเตือนให้นั่งลงข้างพวกเขา

นางเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา

“ข้านั่งด้วยได้ไหม”

เด็กทั้งสองคนชะงัก เงยหน้าขึ้นมอง แววตาระแวดระวังฉายชัด หนึ่งในนั้นตอบเสียงห้วน

“ไม่ได้...ที่ตรงนี้เป็นที่ของพวกข้า”

อีกคนรีบเอื้อมมือดึงแขนเพื่อนพลางกระซิบ

“อาชิง ให้นางนั่งด้วยเถอะ ดูนางช่างน่าสงสาร”

อาชิงสะบัดแขนเบา ๆ สีหน้าไม่ยอมอ่อนข้อ

“อาม่าน แค่เราสองคนยังจะเอาตัวไม่รอด จะให้นางมาด้วยอีกหรือ”

ภัทรมนตราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนั่งยอง ๆ ลงตรงขอบหญ้า แล้วเอ่ยเสียงเบา ทว่าเปี่ยมด้วยความจริงใจ

“ ข้าไม่แย่งที่พวกเจ้าหรอก ขอแค่นั่งพักสักครู่ให้หายเหนื่อย เดี๋ยวข้าก็ไปเเล้ว”

มือเรียวค่อย ๆ หยิบถุงผ้าขาดวิ่นออกมาจากอกเสื้อ ก่อนจะล้วงขนมเปี๊ยะชิ้นเล็กสองชิ้นที่เอามาจากพวกบ่าวไพร่ในจวนออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วยื่นให้เด็กทั้งสอง

“กินขนมไหม แม้มันไม่มาก ถือว่าเป็นค่าที่นั่ง”

อาม่านจ้องของกินตาโต น้ำลายส่อ เพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวาน ขณะที่อาชิงยังไม่ลดระแวดระวัง แต่แววตาเริ่มลังเลเล็กน้อย อาม่านขยับจะเอื้อมมือไปหยิบขนมเปี๊ยะ แต่ก็ชะงักเมื่ออาชิงเหล่มอง

“กินสิ ไม่มียาพิษอะไรหรอก ” ภัทรมนตรายิ้มบาง ๆ แล้วหยิบขนมเปี๊ยะขึ้นมาแกะออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำเข้าปากเพื่อยืนยันให้รู้ว่าไม่มีพิษเเต่อย่างใด

“พวกเจ้าหิว ข้าดูออกนะ”

เด็กชายลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมรับขนมมาแบ่งกับเด็กหญิง อาชิงรับมาเงียบ ๆ มองขนมในมือครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดคำเล็ก ๆ อย่างไม่วางใจนัก

“ข้าชื่ออวี้หรงนะ” หญิงสาวกล่าวขึ้นเบา ๆ สายตามองต้นไม้เหนือศีรษะ

“ข้าไม่รู้ว่าตัวเองควรไปไหน เลยมานั่งที่นี่กับพวกเจ้า”

อาม่านเงยหน้าขึ้น เคี้ยวตุ้ย ๆ แล้วถามเสียงอู้อี้

“อวี้หรง...เป็นขอทานเหรอ?”

ภัทรมนตราหัวเราะเบา ๆ “ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

คำตอบนั้นทำเอาอาชิงถึงกับเลิกคิ้วมอง ก่อนจะเบือนหน้าหนี

“แปลกคน...”

“แต่ขนมอร่อยใช่ไหมล่ะ?” นางถามขำ ๆ

อาม่านยิ้มกว้าง พยักหน้าหงึก ๆ

“ผ่อง ทอง แก้ว เรียกคนมาโยนเหรียญให้เด็กสองคนนี่หน่อย”เสียงกระซิบในจิตไปยังพรายทั้งสามตน

กริ้งงงง…

เสียงเหรียญตกกระทบกับถ้วยกระเบื้องที่บิ่นจนปริแตกดังขึ้น ทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกันโดยอัตโนมัติ เด็กหญิงอาม่านเบิกตากว้างเป็นประกายเมื่อเห็นเหรียญตำลึงเงินหนึ่งเหรียญกลิ้งอยู่ในถ้วย อาชิงหรี่ตามองชายที่เพิ่งเดินผ่านไป

“อาชิง วันนี้เราช่างโชคดีจริงๆ ได้ตั้งหนึ่งตำลึงเงิน อวี้หรงต้องเป็นตัวนำโชคให้เราแน่ๆ”

เด็กชายอาชิงยังคงจ้องมองแผ่นหลังของชายแปลกหน้าที่เดินหายไปในฝูงชน ก่อนจะค่อย ๆ ลดสายตามองตำลึงเงินในถ้วย

“โชคดีหรือ...” เขาพึมพำ น้ำเสียงยังแฝงความไม่เชื่ออยู่”

อาม่านไม่สนใจนัก เธอเอื้อมมือไปคว้าเหรียญขึ้นมาชูเหนือหัว ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น

“ตำลึงเงินเชียวนะอาชิง! พอจะซื้อหมั่นโถวได้หลายลูกเลยล่ะ!”

เธอหันมายิ้มให้ภัทรมนตรา

“อวี้หรง เจ้าต้องอยู่กับพวกเรานะ เจ้าคือตัวนำโชคของเรา!”

หญิงสาวหลุดหัวเราะเบา ๆ กับคำพูดนั้น แต่ภายในใจกลับรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่าน

“แม่ขอบคุณพวกเจ้าทั้งสามนะ” พรายทั้งสามลอยวนรอบร่างของนางอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะส่งเสียงพร้อมกันอย่างชื่นบาน

“ดีใจที่ได้ช่วยแม่”

หญิงสาวมองไปทางอาม่านเเล้วพยักหน้าเบาๆเพื่อเป็นการตอบรับเด็กหญิงที่นั่งจ้องนางตาละห้อย

“ได้สิ ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า…จนกว่าจะหาทางของข้าเจอ”

อาชิงมองหญิงสาวแปลกหน้าที่ชื่ออวี้หรง พลางถอนหายใจเบา ๆ อย่างยอมจำนน

“ก็ได้ ให้นางอยู่ก็ได้…แต่เจ้าอย่ามาสร้างปัญหาให้พวกเราก็แล้วกัน”

เด็กหญิงอาม่านรีบคว้าแขนภัทรมนตราแล้วพยักหน้ารัว

“มาเถอะ ไปซื้อหมั่นโถวกัน! ข้าจะแบ่งให้เจ้าลูกหนึ่ง!”

เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็กหญิงดังขึ้น ขณะที่แสงแดดเริ่มจางไป ความมืดก็เริ่มคืบคลานมาบนถนน และเป็นครั้งแรกที่ภัทรมนตรารู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า “เริ่มต้นใหม่” อย่างแท้จริง แม้โลกใบนี้จะไม่ใช่บ้านเกิด แต่ก็ดูจะยังใจดีกับนางอยู่บ้าง นางยิ้มจาง ๆ พลางคิดในใจ อย่างน้อยข้าก็ยังมีเพื่อนตัวน้อยสองคนนี้ให้ดูแล

ทั้งสามคนเดินลัดเลาะไปยังหน้าร้านหมั่นโถวริมถนนสายหนึ่ง กลิ่นแป้งนึ่งร้อน ๆ หอมกรุ่นลอยแตะจมูก กระตุ้นความหิวจนท้องร้องดัง โกรก...กราก...

คนตัวเล็กเขย่งเท้ามองเข้าไปในร้าน ดวงตาเปล่งประกายขณะจ้องเข่งไม้ไผ่ที่วางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ภายในเต็มไปด้วยหมั่นโถวขาวนวลน่ากิน

“อาชิง เจ้าคิดว่าเราจะซื้อได้กี่ลูก”

เด็กคนนั้นกระซิบถามเสียงแผ่ว ตื่นเต้นแต่ก็แฝงแววลังเล

“ถ้าไม่ขึ้นราคา...ก็น่าจะได้ห้าสิบลูกเลยละ”

อาชิงตอบเสียงเรียบ ขณะหยิบเหรียญเงินจากอกเสื้อขึ้นมาพลิกดูระมัดระวัง

อาม่านมองเหรียญตำลึงเงินในมือนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวังว่าจะได้อิ่มท้องไปอีกหลายมื้อ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 7 เเม่น้ำเหยาซื่อ

    “อวี้หรง… อวี้หรง!”เสียงเรียกที่แฝงด้วยความกังวลดังขึ้นท่ามกลางแสงอรุณที่ลอดผ่านหลังคาผุพังของวัดร้าง อาชิงโน้มตัวลง เขย่าไหล่หญิงสาวอย่างระมัดระวัง อาม่านรีบขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมืออังจมูกที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก่อนจะเอาหลังมือแตะแก้มด้วยสีหน้าแตกตื่นความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวกาย ทำให้หัวใจเด็กหญิงเต้นรัวไม่เป็นส่ำ“อวี้หรง… ท่านเป็นยังไงบ้าง” อาม่านเสียงสั่นเครือ“เจ้าไหวหรือไม่” อาชิงถามซ้ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลหญิงสาวค่อยๆลืมตาสะลึมสะลือ ภาพตรงหน้าคือเด็กน้อยตัวมอมแมมสองคนจ้องนางอยู่ หญิงสาวพยายามยกมุมปากขึ้นยิ้มบาง ๆ“ข้า…ไม่เป็นไร แค่เพลียเท่านั้นเอง ใช้พลังมากไปหน่อย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วอาม่านรีบพยักหน้ารับ ดวงตาเอ่อคลอ“ข้าตกใจหมด… ท่านไม่ฟื้นสักที” เสียงของเด็กหญิงสั่นเครืออาชิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ ถามด้วยความห่วงใย“เจ้าหิวน้ำหรือไม่ เดี๋ยวข้าจะไปตักน้ำมาให้”“อื้อ…หิวนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ข้ามีน้ำอยู่”คำตอบนั้นทำให้อาชิงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ“หือ? เจ้ามีน้ำด้วยหรือ”“ไหน อยู่ที่ใด” เสียงอาม่านถามพลางมองหาน้ำที่หญิงสาวว่าหญิงสาวยิ้มบาง ดวงตาแฝงแววลึกล

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 6 มนต์อาคมช่วยชีวิต

    คนขายหมั่นโถวเงยหน้ามามองเด็กทั้งสองด้วยสายตาเคยชิน แต่พอเห็นอวี้หรง สีหน้ากลับเปลี่ยนไปทันที แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนรังเกียจ เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน “จะซื้อมั้ยล่ะ ถ้าไม่ซื้อก็ไปยืนห่าง ๆ หน่อย ขวางลูกค้าคนอื่นเขา!” เสียงห้วนดังขึ้นอย่างไม่เป็นมิตรอาชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วดันอาม่านไปข้างหน้า“ซื้อสิ…เอาหกลูก ห่อกลับ”เถ้าแก่รับเงินอย่างไม่เต็มใจ ยื่นหมั่นโถวหกลูกใส่ห่อกระดาษเก่า ๆ กลับมาให้ พร้อมกับเงินทอนที่เหลือราวหกสิบอีแปะอาชิงเก็บเงินอเเปะไว้อย่างสุขใจ อาม่านหยิบหมันโถวร้อนๆ ยื่นให้อวี้หรง อาชิง“รีบกินตอนร้อนๆ อร่อยมากนะ”หมั่นโถวร้อน ๆ ในมืออาจไม่ใช่อาหารหรู แต่สำหรับวันนี้ มันทำให้ทั้งสามคนได้อิ่มท้องและยิ้มออกพร้อมกัน“อวี้หรง…ใกล้ค่ำแล้ว เจ้าจะไปนอนกับเรามั้ย?” อาม่าหันมาถาม น้ำเสียงเนิบช้าหญิงสาวพยักหน้าทันที ไหน ๆ ก็ออกจากจวนนั้นมาแล้ว ต่อให้เป็นวัดร้างหรือกระท่อมพัง ๆ อย่างน้อยก็ไม่มีใครตี ใครทำร้าย หรือสั่งให้คุกเข่า‘ขอแค่คืนนี้มีที่พัก…พรุ่งนี้ค่อยคิดต่อว่าจะเอายังไงดี’ทั้งสามคนเดินลัดเลาะไปตามตรอกแคบเพื่อจะไปหาที่พักในค่ำคืนนี้ แต่เ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 5 เพื่อนใหม่ตัวน้อย

    นางรีบทรุดตัวลง หลบอยู่หลังพุ่มไม้รกที่ขึ้นสูงท่วมหัวใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ขณะพรายผ่องลอยมาใกล้หู“อย่าเคลื่อนไหวนะแม่...พวกเขากำลังมองมาทางนี้”นางกัดฟันแน่น มือกำชายเสื้อจนแน่นเหงื่อไหลซึมตามไรผม“แก้ว ทอง ปิดตาพวกมันไว้ชั่วครู่ได้ไหม”ภัทรมนตรากระซิบแผ่ว“ได้...แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นนะแม่ พลังข้ามีไม่มากพอเหมือนแต่ก่อน”“ได้”พรายทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็ว หมอกดำแผ่ซ่านไหลตามเงาที่ทอดยาวของต้นไม้ ก่อนจะลอยไปตามเงาของทหารที่กำลังเดินมา ทหารทั้งสองคนสะดุดเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปทางเดิมเหมือนไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ภัทรมนตราฉวยโอกาสนั้น ย่อตัวลงต่ำ ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามแนวรั้วไม้เก่าที่เริ่มผุพัง ทุกย่างก้าวล้วนเป็นการเดิมพันกับชีวิต“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าต้องออกจากที่นี่ให้ได้...อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วจ้า อยู่ก็ตายจ้า... บาย...บาย....จวนเสนาบดี”ในที่สุด นางก็หลุดพ้นจากเขตจวนออกมาได้อย่างปลอดภัย ภัทรมนตราทรุดตัวลงพิงต้นไม้ หอบหายใจแรงเฮือกใหญ่“ฮู้วววว รอดแล้วโว้ย! นี่มันภารกิจหลบหนีหรือหนังแอคชันกันแน่เนี่ย... "เมื่อออกจากจวนได้ หญิงสาวก็รีบเดินลัดเลาะไปตามถนนหนทางที่เต็มไปด้วยผ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 4 หาทางหนี

    เช้าตรู่วันถัดมา ภัทรมนตรายังคงนอนที่กองหญ้าแห้งแต่สักพักได้ยินเสียงฝีเท้าหนักสามสี่คู่เดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆพื้นไม้หน้าเรือนเก็บฟืนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดใต้แรงกดของรองเท้าพร้อมกับเสียงพูดคุยบุรุษด้วยวาจาเหยียดหยามที่ชัดเจนดังก้องมาที่หูของหญิงสาว“ฮูหยินสั่งให้เรามาดูนังไร้ค่าทำไม เสียเวลาข้ายิ่งนัก”“ให้มาดูว่าตายหรือยัง”“คนไร้ค่านั้นปล่อยมันตายไปไม่ดีรึ อยู่ไปก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ!”เสียงหนึ่งเย็นชา เจือหงุดหงิดปนรำคาญ“ไร้ประโยชน์สิ้นดี พลังปราณก็ไม่มี สู้คุณหนูสี่ยังไม่ได้ แม้แต่เด็กแค่ห้าขวบ ยังปลุกพลังธาตุไฟขึ้นได้แล้ว!”ภัทรมนตรานิ่งฟังอยู่ในเงามืด มือที่ประสานกันแน่นเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายออก แววตาที่เคยหม่นเศร้าเริ่มทอประกายแข็งกร้าว“โลกนี้...ตัดสินค่าของคนแค่เพราะพลังปราณงั้นหรือ ไม่เห็นค่าความเป็นคนกันเลยหรือ?”เธอกำหมัดแน่นแม้ร่างนี้จะผอมแห้ง ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนเต็มตัวแต่ภายในจิตของเธอ พลังอาคมที่สะสมผ่านการเรียนรู้กับเหล่าอาจารย์จากผืนแผ่นดินไทยกลับร้อนระอุขึ้นอย่างเงียบงันเสียงอีกคนพูดขึ้นพลางถอนใจ“อย่าพูดมากเลย รีบไปดูว่ามันตายหรือยัง” มือหนาหยาบของเอื้อมไปที่กลอน

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 3 ภพใหม่ สวมร่าง

    เธอพึมพำเสียงเบา ราวกับกระซิบ“ชีวิตเธอ...ช่างโหดร้ายเหลือเกิน หลินอวี้หรง…”หญิงสาวหลับตาแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินเงียบงันแล้วสูดหายใจเข้าอย่างช้า ๆ“แต่ต่อจากนี้ เจ้าไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้ว”“ข้าจะยืมร่างของเจ้า...เพื่อชำระหนี้เเค้น ชดเชยทุกหยาดน้ำตาที่เจ้าเสียไป”ภัทรมนตรา ยกมือขึ้นประสานกลางอก เธอหลับตาลง ช้า ๆ สูดลมหายใจแผ่วเบา แล้วเริ่มสวดคาถาโบราณที่เคยร่ำเรียนจากครูบาอาจารย์ เพื่อส่งดวงวิญญาณของ หลินอวี้หรองไปสู่สุคติ“นะโมพุทธายะ ปิตุ โมหะ ปะฏิกะมะ...”“สัพเพสัง วิญญาณานัง สุคะตัง ยายะ มังปิ นะมามิ…”ในห้วงจิตที่ลึกที่สุดคล้ายมีสายลมหนึ่งพัดผ่านเบา ๆ เงาร่างเลือนลางของเด็กสาวผู้หนึ่งรากฏขึ้นเธอยืนเงียบ ดวงตากลมโตนั้นเต็มไปด้วยความแปลกใจ ปะปนด้วยความอ่อนโยนแล้วก็ค่อย ๆ ยิ้มออกมาอย่างบางเบาก่อนจะหายวับไปพร้อมแสงสลัว........................ภัทรมนตราลืมตาขึ้นอีกครั้ง แม้ดวงตายังแดงช้ำจากน้ำตาแต่แววตานั้น เปี่ยมด้วยความแน่วแน่“เจ้าจงหลับให้สบายนะ หลินอวี้หรง”“ข้าจะอยู่ในร่างนี้ในนามของเจ้าเอง”“และข้าจะคืนความยุติธรรมให้แก่เจ้าด้วยสองมือข้าเอง”พอกล่าวสักพักเธอถึงรูสึกกระหายน้ำเ

  • มนต์อาคม หมอผีข้ามภพ   ตอนที่ 2 ภพใหม่เเสนไกล

    บทที่ 1กลิ่นอับชื้นจากไม้เก่า และกลิ่นคาวเลือดอ่อนจางลอยแตะปลายจมูก ความรู้สึกหนักอึ้งของร่างกาย ราวถูกกดทับด้วยหินนับพันก้อน....................ภัทรมนตรา ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นคือเพดานไม้ที่แตกร้าว คานบนหัวขึ้นรา และหยากไย่ห้อยลงใกล้หน้าเธออย่างน่าขนลุก เธอกัดฟันพยายามดันตัวขึ้นจากที่นอนที่ปูด้วยหญ้าแห้ง มองรอบๆ เป็นห้องเก็บฟืนเก่าๆ ถูกปิดจากด้านนอก มีแสงจันทร์แยงเข้ามาตามซีกไม้ที่ผุพัง ทำให้มองเห็นแขน ขา ผอมแห้ง เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำทั้งเก่าและใหม่ เสื้อผ้าซอมซ่อ ขาดรุ่งริ่ง เธอขมวดคิ้วแน่น พลางพึมพำเสียงเบาหวิว“นี่ฉันอยู่ที่ไหน”สักพัก.......อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้ามาโดยไม่ให้สัญญาณราวกับคลื่นพายุโถมใส่ เธอยกมือกุมขมับ แรงสั่นสะเทือนแทรกเข้าในโสตประสาทดวงตาพร่ามัว ลมหายใจสะดุด ร่างกายสั่นเทาก่อนภาพหนึ่งจะแล่นเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว.........ภาพของดรุณีนางหนึ่ง อายุราว สิบสี่ สิบห้าปี ชื่อ หลินอวี้หรง บุตรตรีคนรอง ที่เกิดจากอนุ “เซิ่ง” ภรรยาลำดับที่สามของเสนาบดีฝ่ายซ้าย“หลินเหวินอัน”อนุเซ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status