Share

บทที่ 2

Author: เกาะลอยน้ำ
บ้านตระกูลซิง ห้องรับแขกกว้างใหญ่

เซิ่นหรูซวงก้มมองมือที่ยังดูเด็กและบอบบางของตัวเอง จนในที่สุดก็แน่ใจว่า เธอได้เกิดใหม่แล้วจริง ๆ

ตรงกลางโซฟา สายตาเฉียบคมของคุณปู่ซิงมองตรงมาที่เธอ น้ำเสียงของวัยชราและหนักแน่น

"หรูซวง แน่ใจหรือว่าจะไปธุระที่เมืองฮัวชุยกับอาเหยียนจริง ๆ?"

ขนตาของเซิ่นหรูซวงกระพือเบา ๆ

เมื่อนึกย้อนกลับมา นี่คือจุดพลิกผันสำคัญในชาติก่อน

ซิงจือเหยียนไปเมืองฮัวชุย สร้างภาพว่าไปทำงาน แต่ในความเป็นจริง คืออยากเจอเว่ยอวิ่นลู่ แฟนคนแรกของตัวเอง

เมื่อเธอรู้เรื่องนี้ ก็สร้างสถานการณ์ว่าอยากตามไปด้วย

พ่อของเธอเคยเป็นคนขับรถของคุณปู่ซิง ซึ่งได้สละชีวิตเพื่อช่วยคุณปู่ และเพื่อแสดงความขอบคุณ ตระกูลซิงจึงรับเธอมาเลี้ยงดู ดูแลให้ทุกอย่างตามต้องการ กลายเป็นเหมือนคุณหนูอันดับสองแบบไม่เป็นทางการในตระกูลซิง

ด้วยเหตุนี้คุณปู่ซิงจึงยอมให้เธอตามซิงจือเหยียนไปธุระด้วย

เธอเหลือบตามองไปยังด้านข้างของคุณปู่ซิง

ซิงจือเหยียนสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต กระดุมทุกเม็ดติดแน่นไร้ที่ติ ขาข้างหนึ่งงอนพาดแบบไม่ตั้งใจ ผมด้านหน้าที่หล่นบังคิ้วคมและหน้านิ่งเย็นชา ริมฝีปากบางที่มักขบเบา ๆ เป็นนิสัย

ทันทีที่เห็นเขา เซิ่นหรูซวงถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ทุกเรื่องราวในอดีตปรากฏย้อนวนอยู่ในหัว

หัวใจแทบหยุดเต้น สายเลือดเย็นยะเยือกไปทั่วร่าง

นั่นคือผู้ชายที่ควบคุมเธอ นั่นคือผู้ชายที่มองเธอเหมือนขยะ

เธอเกลียดเขา

เกลียดจนถึงรากลึก

เกลียดเขาจนภาพที่ซิงจือเหยียนรังเกียจและกดขี่เธอนั้น ตามหลอกหลอนทั้งกลางวันกลางคืน

ความเบื่อหน่ายบนใบหน้าของซิงจือเหยียนยิ่งทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ นิ้วมือเคาะลงบนหัวเข่าอย่างช้า ๆ

เซิ่นหรูซวงรู้ดีว่านั่นคือท่าทางที่แสดงออกถึงความไม่พอใจของเขา

ราวกับว่าซิงจือเหยียนเชื่อมั่นอย่างยิ่งแล้วว่าเธอจะต้องเซ้าซี้ตามเขาไปอย่างแน่นอน

แต่ในเมื่อได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ก็ไม่ควรเดินซ้ำรอยเดิม

เธอยังไม่ทันได้อ้าปากพูด เหยียนเหวินอินผู้เป็นแม่ที่อยู่ข้างหลังก็พูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า "ต้องไปค่ะ ต้องไป ความสัมพันธ์ของลูกหรูซวงกับคุณซิงนั้นดีมาก ไปไหนก็ต้องตามไปด้วย ต้องไปแน่นอนค่ะ"

"ไม่ต้องแล้วค่ะ"

เซิ่นหรูซวงพูดขัดคำพูดของเหยียนเหวินอินอย่างแผ่วเบา

สิ้นเสียงของเธอ ทุกคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นก็หันไปมองเธอทันที

ยกเว้นซิงจือเหยียนที่ใบหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเดิม

เซิ่นหรูซวงเงยหน้าขึ้นมอง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงด้วยดวงตาที่สดใส และน้ำเสียงที่ตรงไปตรงมา

"คุณปู่ซิงคะ อีกไม่นานหนูก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หนูอยากตั้งใจเตรียมตัวสอบ จะได้ไม่รบกวนพี่จือเหยียนเวลาไปทำงานนอกสถานที่ค่ะ"

ในสายตาของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง แววตาประหลาดใจเล็กน้อย

เหยียนเหวินอินรีบพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยความโกรธ แล้วพูดด้วยเสียงต่ำว่า "คุณท่านคะ หรูซวงก็แค่พูดจาไร้สาระ คุณท่านอย่าไปฟังเลยนะคะ คุณท่านก็เห็นว่าเธออยากตามคุณซิงไปมากแค่ไหน"

"แม่คะ" เซิ่นหรูซวงดึงข้อมือออกจากมือของเหยียนเหวินอิน "หนูอยากตั้งใจเรียนจริง ๆ นะคะ"

เหยียนเหวินอินอาจมองไม่เห็นภาพที่ชัดเจน แต่เธอมองเห็นมันชัดเจน

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงดูเหมือนจะใจกว้างกับเธอ แต่ในความเป็นจริงแล้วแค่เลี้ยงเธอไว้เหมือนเป็นของเล่นที่ไม่สำคัญเท่านั้น

ในชาติก่อนตอนที่เธอเกิดเรื่อง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง ไม่แม้แต่จะมาดูเธอสักครั้ง และแม้แต่หลานสาวแท้ ๆ อย่างกั่วกั่ว เขาก็ไม่เคยให้ความสำคัญเลย

ดังนั้นเซิ่นหรูซวงจึงย้ำคำพูดอย่างหนักแน่นอีกครั้งว่า "คุณปู่ซิงคะ พี่จือเหยียนคะ ช่วงก่อนหนูทำตัวเป็นเด็กเกินไปค่ะ แต่ตอนนี้หนูเห็นแล้วว่าพี่จือเหยียนงานยุ่งมาก ครั้งนี้หนูจะไม่รบกวนการทำงานของพี่จือเหยียนแล้วค่ะ"

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ซิงจือเหยียนก็ลุกขึ้นยืนราวกับว่าความอดทนได้หมดลงแล้ว

ดวงตาเรียวเล็กสีดำที่เย็นชาไร้ความรู้สึกเหลือบมองเธอครั้งหนึ่ง แววตาดูมืดมน น้ำเสียงเฉยชา

"แล้วแต่เธอ"

ซิงจือเหยียนเดินจากไปทันที

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง ก็ไม่บังคับ และโบกมือให้พวกเธอกลับไปที่ห้องของตัวเอง

เซิ่นหรูซวงถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในรถมายบัคที่จอดอยู่นอกคฤหาสน์ตระกูลซิง หลินจี้มองซิงจือเหยียนอย่างระมัดระวังผ่านกระจกมองหลัง

เขาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของซิงจือเหยียน จึงพอจะเข้าใจเรื่องของตระกูลซิงอยู่บ้าง เขารู้ว่าการที่ซิงจือเหยียนกลับมาบ้านตระกูลซิงครั้งนี้ จะต้องเป็นเพราะลูกสาวบุญธรรมที่น่ารำคาญคนนั้นก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีกแน่

เขาเองก็รู้เช่นกันว่าซิงจือเหยียนไม่เคยชอบลูกสาวบุญธรรมคนนี้เลย พูดได้ว่ารู้สึกรังเกียจด้วยซ้ำ

ดังนั้นตั้งแต่ซิงจือเหยีนยก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลซิง เขายังคงขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา

และตอนนี้ซิงจือเหยียนก็ดูอารมณ์ไม่ดียิ่งกว่าตอนก่อนจะเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลซิง

หลินจี้คิดในใจว่า ต้องเป็นเพราะลูกสาวบุญธรรมคนนั้นอาศัยบารมีของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง เพื่อร้องข้ออะไรที่มากเกินไปจากซิงจือเหยียนแน่นอน ไม่ต้องดูก็รู้ว่ามันจะต้องเป็นเหมือนเมื่อก่อนที่เธอจะตามซิงจือเหยียนไปทำงานนอกสถานที่อีกแน่

หลินจี้มองออกไปนอกรถครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นร่างที่เคยตามติดมาเหมือนอย่างเคย

ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างกล้าหาญว่า "คุณซิงครับ ผมว่าตอนแรกคุณน่าจะเด็ดเดี่ยวขึ้นอีกหน่อย ปฏิเสธคุณเซิ่นไปตรง ๆ ให้เธอได้รู้ว่ามันยากแล้วจะได้ถอยไปเอง"

ใครจะไปคาดคิดว่าซิงจือเหยียนจะเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขาดูมืดมนล้ำลึก และน้ำเสียงเย็นชา

"พูดจาเหลวใหล ขับรถไป"

หลินจี้รีบหุบปากทันที แล้วสตาร์ทรถอย่างเชื่อฟัง

เขารอสักพัก จนกระทั่งซิงจือเหยียนบีบนวดขมับอย่างเหนื่อยหน่าย "มีอะไร?"

หลินจี้พูดเสียงเบาว่า "ทำไมคุณหนูเซิ่นถึงไม่มาครับ ปกติเธอต้องตามคุณไปเสมอไม่ใช่หรือครับ?"

วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณหนูเซิ่นไม่ต้องไปเรียน ตามปกติแล้วคุณหนูเซิ่นต้องตามซิงจือเหยียนไปที่บริษัทหรือไม่ก็ไปที่บ้านส่วนตัวของซิงจือเหยียน

ซิงจือเหยียนเม้มริมฝีปาก ดวงตาสีดำของเขาเหมือนจะเหลือบมองไปที่หน้าประตูคฤหาสน์ใหญ่โดยบังเอิญ

หน้าประตูเงียบสงัด มองเห็นเพียงเงาของคนใช้ที่เดินไปเดินมา ไม่มีร่างของเด็กสาวคนนั้นเหมือนอย่างเคย

ซิงจือเหยียนไม่ค่อยคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน คิ้วของเขาจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"ไม่ต้องสนใจเธอ ขับรถไป"

หลินจี้รับคำเบา ๆ แล้วสตาร์ทรถ

ดูท่าคุณเซิ่นจะทำให้คุณซิงโกรธจริง ๆ แล้ว

ซิงจือเหยียนพิงเบาะรถอย่างไม่ใส่ใจ หลับตาลง แล้วจู่ ๆ ก็คิดถึงคำพูดที่เซิ่นหรูซวงเพิ่งพูดไป

ไม่อยากจะรบกวนงั้นเหรอ?

ดูเหมือนจะเป็นแค่การถอยเพื่อรุก ที่ไม่ได้ฉลาดเลยแม้แต่น้อย

เหยียนเหวินอินทุบอกกระทืบเท้าอย่างเจ็บใจ โกรธที่ลูกของตนไม่เอาไหน "ทำไมแกไม่ไป?"

"แกไม่รู้เหรอว่าซิงจือเหยียนจะไปหาใคร?"

เซิ่นหรูซวงพูดอย่างใจเย็น "หนูรู้"

เหยียนเหวินอินกัดฟันแน่นกว่าเดิม "แล้วทำไมแกไม่ตามไป ปล่อยให้ซิงจือเหยียนกับแฟนเก่าหวนคืนความสัมพันธ์เก่า ๆ แบบนั้นเหรอ? ถึงตอนนั้นข้างกายซิงจือเหยียน ก็จะไม่มีที่ยืนให้แกแล้วนะ!"

"ไม่มีก็ไม่มีสิคะ" เซิ่นหรูซวงพูดด้วยใบหน้าเย็นชา "แม่คะ พวกเขารักใคร่ชอบพอกัน จะเข้าไปแทรกทำไมคะ?"

เหยียนเหวินอินไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย เธอจับหูของเธออย่างแรงแล้วตะคอกใส่หูของเธอ

"ไม่ได้! ฉันต้องให้คุณท่านยอมให้แกตามไปให้ได้ แกต้องเชื่อฟังฉัน!"

เซิ่นหรูซวงไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

เหยียนเหวินอินยังคงฝันหวานที่จะให้เธอได้เป็นภรรยาของซิงจือเหยียน และเวลาจะทำให้เธอตาสว่างขึ้นเอง

เธอหยิบหนังสือแบบฝึกหัดออกมาจากตู้

แม้ว่าในชาติก่อนเธอจะมีที่พักพิงจากตระกูลซิง แต่เพื่อที่จะคู่ควรกับซิงจือเหยียน เธอจึงตั้งใจเรียนอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน และไม่ทิ้งการเรียน

เพียงแต่น่าเสียดายที่ก่อนวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยหนึ่งวัน เธอดันเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงพลาดการสอบไป

หลังจากนั้นเมื่อเกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้น เธอก็ไม่ได้กลับมาเรียนซ้ำชั้น และไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ

ในชาตินี้ เธอจะตั้งใจใช้โอกาสการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ให้ได้ เลือกมหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลจากตระกูลซิง และไกลจากซิงจือเหยียนเพื่อที่จะหนีไปให้ไกล

เพียงแต่ ความแค้นในชาติก่อน เธอจะไม่มีวันลืมและจะไม่ลืมมันเด็ดขาด

สักวันหนึ่ง คนที่ทำร้ายกั่วกั่ว จะต้องชดใช้กรรมที่สมควรได้รับ

เมื่อเรียนจนถึงตอนกลางคืน เหยียนเหวินอินเดินเข้ามาจากนอกห้องทันที พร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางเพื่อที่จะจัดกระเป๋าให้เธอ

เซิ่นหรูซวงแย่งกระเป๋าเดินทางจากมือเธอ "แม่ทำอะไรเนี่ย?"

เหยียนเหวินอินใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากของเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้าว่า "คุณท่านยอมให้แกตามคุณซิงไปทำงานแล้ว นี่ยังไม่รีบเก็บกระเป๋าอีกเหรอ? ถึงตอนนั้น แกต้องพูดจากับซิงจือเหยียนให้มาก ๆ อย่าไปทำให้เขาโกรธเหมือนวันนี้อีกล่ะ"
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 716

    เว่ยอวิ่นลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็จำต้องพยักหน้าตอบรับซิงจือเหยียนมาถึงที่นัดก่อนเยี่ยนอวี้เจ๋อห้านาที และก่อนที่เยี่ยนอวี้เจ๋อจะก้าวเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว ซิงจือเหยียนก็เพิ่งจะอ่านเอกสารที่ผู้ช่วยยื่นมาเสร็จพอดีผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างก้มหน้าจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ลมหายใจแผ่วเบาแต่กลับถี่กระชั้น สีหน้าดูแปลกและกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าบนหน้าผากมีเหงื่อซึมออกมา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศภายในห้องนี้เปิดอุณหภูมิไว้ต่ำมากก็ตามซิงจือเหยียนอ่านจบแล้วสีหน้ายังคงเรียบเฉย เขาเก็บเอกสารส่งคืนให้ผู้ช่วยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เก็บไว้ให้ดี อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด”ผู้ช่วยพยักหน้า “ครับ ประธานซิง”พูดจบ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ซิงจือเหยียนพูดว่า “เข้ามาได้”คนที่เข้ามาคือเยี่ยนอวี้เจ๋อผู้ชายสองคน คนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู ส่วนอีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่หันหน้าเข้าหาประตูพอดี เมื่อทั้งคู่ประสานสายตากัน กระแสคลื่นใต้น้ำที่ยากจะสังเกตเห็นก็โหมขึ้นมาซิงจือเหยียนเริ่มพูดก่อน “นั่งเถอะ”เยี่ยนอวี้เจ๋อถอดเสื้อตัวนอกออกพาดไว้บนพนักพิง แล้วนั่งลงที่ฝ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 715

    เธอกุมมือของเยี่ยนอวี้เจ๋อไว้ด้วยท่าทางวิงวอนอย่างไร้ทางออก “ไม่ไปไม่ได้หรือคะ ไม่ไปได้ไหม? คุณอยู่เป็นเพื่อนกับฉันที่บ้านได้ไหมคะ?”เยี่ยนอวี้เจ๋อใช้ฝ่ามือกุมลำคอระหงที่เรียบเนียนของเว่ยอวิ่นลู่ พร้อมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่ได้ครับ นัดกันไว้เรียบร้อยแล้ว”เว่ยอวิ่นลู่เม้มริมฝีปากแน่น “ฉัน...”เยี่ยนอวี้เจ๋อยังคงใช้ลำแขนข้างหนึ่งโอบกอดเว่ยอวิ่นลู่ไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กวักเรียกเยี่ยนเสี่ยวไกวที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนพรมในห้องนั่งเล่น “ลูกรัก มาหาพ่อที่นี่หน่อยครับ”เยี่ยนเสี่ยวไกววางของเล่น แล้ววิ่งเหยาะ ๆ มาหา “คุณพ่อ คุณแม่”เยี่ยนอวี้เจ๋อดึงมือน้อย ๆ ของลูกมาวางไว้บนฝ่ามือของเว่ยอวิ่นลู่แล้วพูดว่า “ลูกรัก ช่วงบ่ายนี้พ่อมีธุระต้องออกไปข้างนอก วันนี้หนูช่วยอยู่เป็นเพื่อนแม่แทนพ่อดี ๆ ได้ไหมครับ?”เว่ยอวิ่นลู่มีสีหน้าเหม่อลอย ใบหน้าของเธอยังคงขาวซีดไร้สีเลือดเยี่ยนเสี่ยวไกวพยักหน้าอย่างว่าง่าย และกุมมือของเว่ยอวิ่นลู่ไว้แน่น “ได้ค่ะ คุณพ่อไปทำงานได้เลยค่ะ หนูจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่เองค่ะ”เว่ยอวิ่นลู่ยังคงอยากจะดิ้นรนขัดขืนต่ออีกสักครั้งเธอไม่ค่อยวางใจในตัวเยี่ยนอวี้เจ๋อ ตั้

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 714

    “คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันไหม? ถ้าไม่มีหลักฐาน ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ”เติ้งโหย่วกังหลับตาลง พูดว่า “ผมมีคลิปเสียง ทุกครั้งที่คุยกับเว่ยอวิ่นลู่ ผมจะอัดไว้หมด”คราวนี้ คนที่นิ่งเงียบกลายเป็นกู้เหยียนหลี่แล้วเมื่อเติ้งโหย่วกังรออยู่นานแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ เขาจึงเงยหน้าขึ้น และเห็นว่าใบหน้าของกู้เหยียนหลี่นั้นเย็นชาเรียบเฉย สายตาดูเลื่อนลอยเหมือนคนเหม่อลอยไปไกลแล้วเขาชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความไม่เข้าใจ แล้วก็นึกขึ้นได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างกู้เหยียนหลี่กับเว่ยอวิ่นลู่ เพราะในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกู้เหยียนหลี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็ต้องเคยได้ยินเรื่องราวที่เจ้าตัวพูดออกมากับปากว่าชอบเว่ยอวิ่นลู่เติ้งโหย่วกังจึงอยู่ในความเงียบงันอีกคนกู้เหยียนหลี่ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “บอกทุกอย่างที่คุณรู้ให้ตำรวจไปให้หมด ส่วนหลักฐานที่ควรส่งมอบก็ให้ไปหมดเถอะ”เติ้งโหย่วกังพยักหน้า “ผมรู้แล้ว”ในจังหวะที่กู้เหยียนหลี่กำลังจะย่างเท้า เติ้งโหย่วกังก็ถามเขาขึ้นมาว่า “เหยียนหลี่... คุณผิดหวังในตัวผมมากเลยใช่ไหม?”เขาจ้องไปที่ดวงตาของกู้เหยียนหลี่ ไม่ยอมให้พลาดความรู้สึกที่พัด

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 713

    นี่เป็นเรื่องราวที่เนื้อหาออกจะซ้ำซากจำเจไปหน่อยตอนที่เติ้งโหย่วกังรู้แผนการของเว่ยอวิ่นลู่ครั้งแรก เขาก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด แถมยังรู้สึกโกรธมากที่เหมือนกำลังโดนดูถูก เขาเตือนเว่ยอวิ่นลู่ด้วยท่าทีจริงจังว่า อย่าได้คิดจะมาใช้แผนการแบบนี้กับเขา และในฐานะนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะเริ่มต้นอาชีพเพื่อช่วยชีวิตคน เขายังเตือนทิ้งท้ายด้วยว่าอย่าคิดทำเรื่องที่ส่งผลร้ายต่อทั้งตัวเองและคนอื่นแบบนี้อีกแต่เว่ยอวิ่นลู่ก็ไม่ยอมแพ้ เธอตามขุดประวัติครอบครัวของเขาจนหมดเปลือก พร้อมกับเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย แต่เติ้งโหย่วกังกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด เขาหันหลังเดินหนีไปทันทีมีครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองยังพอทน ครั้งที่สามครั้งที่สี่ล่ะ? ครั้งที่เก้าครั้งที่สิบจะยืนหยัดอยู่ได้ไหมล่ะ?แล้วถ้าเกิดขึ้นตอนที่เขาต้องทุ่มแรงกายแรงใจในการเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่ใฝ่ฝัน แต่กลับถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าล่ะ? ในตอนที่รู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นที่ฝีมือสู้เขาไม่ได้ แต่เพราะมีเบื้องหลังที่ดี มีเส้นสายที่ทรงพลัง ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องอนาคต ไม่ต้องกระวนกระวายใจใด ๆ ก็สามารถเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงระดั

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 712

    “เวลาที่คุณทำเรื่องพวกนี้ คุณไม่รู้สึกผิดบ้างเลยหรือ?” กู้เหยียนหลี่พูด “คุณแม่ของคุณภูมิใจในตัวคุณเสมอมา ท่านรู้บ้างไหมว่าคุณทำเรื่องที่ผิดต่อมโนธรรม? คุณยังจะให้ท่านภูมิใจในตัวคุณได้อย่างไร? ถ้าเพื่อนบ้านในบริเวณเดียวกันของคุณป้ารู้ว่าคุณทำเรื่องผิดต่อศีลธรรมเช่นนี้ คุณป้าจะกล้าออกไปพบหน้าคนอื่นได้อย่างไร? ท่านจะยังอยากให้คุณเป็นลูกชายของท่านต่อไปหรือ?”เติ้งโหย่วกังก้มตัวลงทันที มือที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่กุมศีรษะแน่น ส่งเสียงสะอื้นไห้เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกคุมขัง“เหยียนหลี่ หยุดพูด หยุดพูดได้แล้ว…”กู้เหยียนหลี่กัดฟัน “เติ้งโหย่วกัง ตอนนี้คุณยังมีโอกาสแก้ตัวได้นะ”“ผมผิดหวังในตัวคุณไปครั้งหนึ่งแล้ว อย่าทำให้ผมผิดหวังเป็นครั้งที่สอง”เติ้งโหย่วกังร้องไห้ ร้องไห้ด้วยเสียงสั่นเครือ “อย่าพูดอีก คุณหยุดพูดเถอะ อย่าพูดอะไรอีกเลย…”กู้เหยียนหลี่จ้องมองร่างกายของเติ้งโหย่วกัง ทรวงอกของเขากระเพื่อมขึ้นลง พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจและนั่งลงอย่างสงบเขาให้เวลาเติ้งโหย่วกังคิดเพื่อยอมรับความผิดพลาดและแก้ไขหลังจากเวลาผ่านไปประมาณห้านาที กู้เหยียนหลี่พูดว่า “โหย่วกัง เมื่อก่อนคุ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 711

    ความผิดหวังอย่างลึกล้ำยากจะบรรยายผุดขึ้นมาในใจของกู้เหยียนหลี่ บีบบังคับให้เขาต้องเอ่ยปากพูดกดดันเติ้งโหย่วกังที่นั่งอยู่ตรงหน้าว่า “ถ้าผมรู้ว่าวันหนึ่งคุณจะทำเรื่องพวกนี้เพียงเพื่อผลประโยชน์ วันนั้นผมคงไม่ใช้มือปกป้องคุณจากกระสุนแล้ว”เติ้งโหย่วกังก้มหน้าลงต่ำ ตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรงไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดของกู้เหยียนหลี่ ลมหายใจของเขาก็ยิ่งดังมากขึ้นแววตาของกู้เหยียนหลี่สะท้อนความเย็นชาในขณะที่เน้นย้ำอีกครั้ง “ผมเสียใจมากจริง ๆ ทำไมผมต้องเอาอนาคตของนักศึกษาแพทย์อย่างผมมาเสี่ยงเพื่อคุณ?”เสียงลมหายใจของเติ้งโหย่วกังยิ่งหนักหน่วงขึ้น ศีรษะของเขาก้มต่ำลงกว่าเดิม“เติ้งโหย่วกัง ผมจะพูดอีกรอบ เงยหน้าขึ้นมามองผม”เสียงของเติ้งโหย่วกังแหบแห้ง “เหยียนหลี่ อย่าทำแบบนี้”กู้เหยียนหลี่พูด “ควรจะเป็นคุณต่างหากที่อย่าทำแบบนี้”“ทางมหาวิทยาลัยสืบพบตัวตนปลอมของน้องชายน้องสาวคุณ ขั้นตอนการพ้นสภาพนักศึกษาของพวกเขาจะเสร็จสิ้นภายในวันนี้ หลังจากวันนี้พวกเขาจะไม่ได้เป็นนักศึกษาของทางมหาวิทยาลัยอีกต่อไป และปริญญาโทพร้อมปริญญาเอกของพวกเขาจะถูกเพิกถอน”กู้เหยียนหลี่ขุดคุ้ยเรื่องที่เติ้งโหย่วกัง

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 179

    พวกเขาไม่ได้สังเกตว่า เซิ่นหรูซวงได้เอามือลงอย่างรวดเร็ว และมองแผ่นหลังของพวกเขาด้วยสายตานิ่งเฉยจากมุมมองของเซิ่นหรูซวง เธอเห็นชายหญิงคู่นั้นยกมือขึ้น พ่นลมหายใจใส่มืออย่างสงสัย และลองดมว่ามีกลิ่นปากอย่างระแวงว่าจริงหรือไม่เซิ่นหรูซวงยกยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยการดูแคลนพวกซื่อบื้อไม่นานหลังจาก

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 182

    เซิ่นหรูซวงลุกขึ้นยืน จ้องมองตรงไปที่ชายคนนั้นพร้อมพูดด้วยเสียงราบเรียบแฝงไปด้วยความหนักแน่น“ตกลง ฉันยินยอมให้เปิดเผยรายละเอียดคะแนนของฉันค่ะ”จวงเหมยขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วยที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ปีนี้เท่านั้น แต่ในปีก่อน ๆ เองก็มีผู้เข้าแข่งขันที่ตกรอบกล่าวประณามผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบว่าใช

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 162

    ภายในห้องรับรอง เซิ่นหรูซวงยืนอยู่ด้านหลังซิงจือเหยียนสองเมตร มือทั้งสองข้างห้อยอยู่ข้างลำตัว บนปลายนิ้วยังหลงเหลือความรู้สึกที่นวดให้กับซิงจือเหยียนอยู่เธอรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้างเสียงที่ด้านนอกประตูค่อย ๆ ห่างออกไป เสียงหัวใจที่เต้นแรงของเซิ่นหรูซวงสงบลงอย่างช้า ๆ ซิงจือเหยียนที่อยู่เบื้องหน

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 168

    หญิงสาวคนนั้นหน้าเปลี่ยนสีอย่างหนัก สีหน้าซีดขาวลงทันที เซิ่นหรูซวงกดปุ่มหยุดชั่วคราว ยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันจำได้ว่าฐานะครอบครัวของเธอไม่ถือว่าดีเท่าไร ทำไมถึงสะพายกระเป๋าชาแนลได้ล่ะ?”หญิงสาวกัดริมฝีปาก จ้องมองเธอ ริมฝีปากเผยอหายใจหอบ พูดอะไรไม่ออกสายตาของเซิ่นหรูซวงเลื่อนลงมา แล้วมาหยุดอยู่ที่มื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status