Share

บทที่ 2

Author: เกาะลอยน้ำ
บ้านตระกูลซิง ห้องรับแขกกว้างใหญ่

เซิ่นหรูซวงก้มมองมือที่ยังดูเด็กและบอบบางของตัวเอง จนในที่สุดก็แน่ใจว่า เธอได้เกิดใหม่แล้วจริง ๆ

ตรงกลางโซฟา สายตาเฉียบคมของคุณปู่ซิงมองตรงมาที่เธอ น้ำเสียงของวัยชราและหนักแน่น

"หรูซวง แน่ใจหรือว่าจะไปธุระที่เมืองฮัวชุยกับอาเหยียนจริง ๆ?"

ขนตาของเซิ่นหรูซวงกระพือเบา ๆ

เมื่อนึกย้อนกลับมา นี่คือจุดพลิกผันสำคัญในชาติก่อน

ซิงจือเหยียนไปเมืองฮัวชุย สร้างภาพว่าไปทำงาน แต่ในความเป็นจริง คืออยากเจอเว่ยอวิ่นลู่ แฟนคนแรกของตัวเอง

เมื่อเธอรู้เรื่องนี้ ก็สร้างสถานการณ์ว่าอยากตามไปด้วย

พ่อของเธอเคยเป็นคนขับรถของคุณปู่ซิง ซึ่งได้สละชีวิตเพื่อช่วยคุณปู่ และเพื่อแสดงความขอบคุณ ตระกูลซิงจึงรับเธอมาเลี้ยงดู ดูแลให้ทุกอย่างตามต้องการ กลายเป็นเหมือนคุณหนูอันดับสองแบบไม่เป็นทางการในตระกูลซิง

ด้วยเหตุนี้คุณปู่ซิงจึงยอมให้เธอตามซิงจือเหยียนไปธุระด้วย

เธอเหลือบตามองไปยังด้านข้างของคุณปู่ซิง

ซิงจือเหยียนสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต กระดุมทุกเม็ดติดแน่นไร้ที่ติ ขาข้างหนึ่งงอนพาดแบบไม่ตั้งใจ ผมด้านหน้าที่หล่นบังคิ้วคมและหน้านิ่งเย็นชา ริมฝีปากบางที่มักขบเบา ๆ เป็นนิสัย

ทันทีที่เห็นเขา เซิ่นหรูซวงถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ทุกเรื่องราวในอดีตปรากฏย้อนวนอยู่ในหัว

หัวใจแทบหยุดเต้น สายเลือดเย็นยะเยือกไปทั่วร่าง

นั่นคือผู้ชายที่ควบคุมเธอ นั่นคือผู้ชายที่มองเธอเหมือนขยะ

เธอเกลียดเขา

เกลียดจนถึงรากลึก

เกลียดเขาจนภาพที่ซิงจือเหยียนรังเกียจและกดขี่เธอนั้น ตามหลอกหลอนทั้งกลางวันกลางคืน

ความเบื่อหน่ายบนใบหน้าของซิงจือเหยียนยิ่งทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ นิ้วมือเคาะลงบนหัวเข่าอย่างช้า ๆ

เซิ่นหรูซวงรู้ดีว่านั่นคือท่าทางที่แสดงออกถึงความไม่พอใจของเขา

ราวกับว่าซิงจือเหยียนเชื่อมั่นอย่างยิ่งแล้วว่าเธอจะต้องเซ้าซี้ตามเขาไปอย่างแน่นอน

แต่ในเมื่อได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ก็ไม่ควรเดินซ้ำรอยเดิม

เธอยังไม่ทันได้อ้าปากพูด เหยียนเหวินอินผู้เป็นแม่ที่อยู่ข้างหลังก็พูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า "ต้องไปค่ะ ต้องไป ความสัมพันธ์ของลูกหรูซวงกับคุณซิงนั้นดีมาก ไปไหนก็ต้องตามไปด้วย ต้องไปแน่นอนค่ะ"

"ไม่ต้องแล้วค่ะ"

เซิ่นหรูซวงพูดขัดคำพูดของเหยียนเหวินอินอย่างแผ่วเบา

สิ้นเสียงของเธอ ทุกคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นก็หันไปมองเธอทันที

ยกเว้นซิงจือเหยียนที่ใบหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเดิม

เซิ่นหรูซวงเงยหน้าขึ้นมอง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงด้วยดวงตาที่สดใส และน้ำเสียงที่ตรงไปตรงมา

"คุณปู่ซิงคะ อีกไม่นานหนูก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หนูอยากตั้งใจเตรียมตัวสอบ จะได้ไม่รบกวนพี่จือเหยียนเวลาไปทำงานนอกสถานที่ค่ะ"

ในสายตาของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง แววตาประหลาดใจเล็กน้อย

เหยียนเหวินอินรีบพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยความโกรธ แล้วพูดด้วยเสียงต่ำว่า "คุณท่านคะ หรูซวงก็แค่พูดจาไร้สาระ คุณท่านอย่าไปฟังเลยนะคะ คุณท่านก็เห็นว่าเธออยากตามคุณซิงไปมากแค่ไหน"

"แม่คะ" เซิ่นหรูซวงดึงข้อมือออกจากมือของเหยียนเหวินอิน "หนูอยากตั้งใจเรียนจริง ๆ นะคะ"

เหยียนเหวินอินอาจมองไม่เห็นภาพที่ชัดเจน แต่เธอมองเห็นมันชัดเจน

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงดูเหมือนจะใจกว้างกับเธอ แต่ในความเป็นจริงแล้วแค่เลี้ยงเธอไว้เหมือนเป็นของเล่นที่ไม่สำคัญเท่านั้น

ในชาติก่อนตอนที่เธอเกิดเรื่อง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง ไม่แม้แต่จะมาดูเธอสักครั้ง และแม้แต่หลานสาวแท้ ๆ อย่างกั่วกั่ว เขาก็ไม่เคยให้ความสำคัญเลย

ดังนั้นเซิ่นหรูซวงจึงย้ำคำพูดอย่างหนักแน่นอีกครั้งว่า "คุณปู่ซิงคะ พี่จือเหยียนคะ ช่วงก่อนหนูทำตัวเป็นเด็กเกินไปค่ะ แต่ตอนนี้หนูเห็นแล้วว่าพี่จือเหยียนงานยุ่งมาก ครั้งนี้หนูจะไม่รบกวนการทำงานของพี่จือเหยียนแล้วค่ะ"

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ซิงจือเหยียนก็ลุกขึ้นยืนราวกับว่าความอดทนได้หมดลงแล้ว

ดวงตาเรียวเล็กสีดำที่เย็นชาไร้ความรู้สึกเหลือบมองเธอครั้งหนึ่ง แววตาดูมืดมน น้ำเสียงเฉยชา

"แล้วแต่เธอ"

ซิงจือเหยียนเดินจากไปทันที

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง ก็ไม่บังคับ และโบกมือให้พวกเธอกลับไปที่ห้องของตัวเอง

เซิ่นหรูซวงถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในรถมายบัคที่จอดอยู่นอกคฤหาสน์ตระกูลซิง หลินจี้มองซิงจือเหยียนอย่างระมัดระวังผ่านกระจกมองหลัง

เขาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของซิงจือเหยียน จึงพอจะเข้าใจเรื่องของตระกูลซิงอยู่บ้าง เขารู้ว่าการที่ซิงจือเหยียนกลับมาบ้านตระกูลซิงครั้งนี้ จะต้องเป็นเพราะลูกสาวบุญธรรมที่น่ารำคาญคนนั้นก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีกแน่

เขาเองก็รู้เช่นกันว่าซิงจือเหยียนไม่เคยชอบลูกสาวบุญธรรมคนนี้เลย พูดได้ว่ารู้สึกรังเกียจด้วยซ้ำ

ดังนั้นตั้งแต่ซิงจือเหยีนยก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลซิง เขายังคงขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา

และตอนนี้ซิงจือเหยียนก็ดูอารมณ์ไม่ดียิ่งกว่าตอนก่อนจะเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลซิง

หลินจี้คิดในใจว่า ต้องเป็นเพราะลูกสาวบุญธรรมคนนั้นอาศัยบารมีของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง เพื่อร้องข้ออะไรที่มากเกินไปจากซิงจือเหยียนแน่นอน ไม่ต้องดูก็รู้ว่ามันจะต้องเป็นเหมือนเมื่อก่อนที่เธอจะตามซิงจือเหยียนไปทำงานนอกสถานที่อีกแน่

หลินจี้มองออกไปนอกรถครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นร่างที่เคยตามติดมาเหมือนอย่างเคย

ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างกล้าหาญว่า "คุณซิงครับ ผมว่าตอนแรกคุณน่าจะเด็ดเดี่ยวขึ้นอีกหน่อย ปฏิเสธคุณเซิ่นไปตรง ๆ ให้เธอได้รู้ว่ามันยากแล้วจะได้ถอยไปเอง"

ใครจะไปคาดคิดว่าซิงจือเหยียนจะเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขาดูมืดมนล้ำลึก และน้ำเสียงเย็นชา

"พูดจาเหลวใหล ขับรถไป"

หลินจี้รีบหุบปากทันที แล้วสตาร์ทรถอย่างเชื่อฟัง

เขารอสักพัก จนกระทั่งซิงจือเหยียนบีบนวดขมับอย่างเหนื่อยหน่าย "มีอะไร?"

หลินจี้พูดเสียงเบาว่า "ทำไมคุณหนูเซิ่นถึงไม่มาครับ ปกติเธอต้องตามคุณไปเสมอไม่ใช่หรือครับ?"

วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณหนูเซิ่นไม่ต้องไปเรียน ตามปกติแล้วคุณหนูเซิ่นต้องตามซิงจือเหยียนไปที่บริษัทหรือไม่ก็ไปที่บ้านส่วนตัวของซิงจือเหยียน

ซิงจือเหยียนเม้มริมฝีปาก ดวงตาสีดำของเขาเหมือนจะเหลือบมองไปที่หน้าประตูคฤหาสน์ใหญ่โดยบังเอิญ

หน้าประตูเงียบสงัด มองเห็นเพียงเงาของคนใช้ที่เดินไปเดินมา ไม่มีร่างของเด็กสาวคนนั้นเหมือนอย่างเคย

ซิงจือเหยียนไม่ค่อยคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน คิ้วของเขาจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"ไม่ต้องสนใจเธอ ขับรถไป"

หลินจี้รับคำเบา ๆ แล้วสตาร์ทรถ

ดูท่าคุณเซิ่นจะทำให้คุณซิงโกรธจริง ๆ แล้ว

ซิงจือเหยียนพิงเบาะรถอย่างไม่ใส่ใจ หลับตาลง แล้วจู่ ๆ ก็คิดถึงคำพูดที่เซิ่นหรูซวงเพิ่งพูดไป

ไม่อยากจะรบกวนงั้นเหรอ?

ดูเหมือนจะเป็นแค่การถอยเพื่อรุก ที่ไม่ได้ฉลาดเลยแม้แต่น้อย

เหยียนเหวินอินทุบอกกระทืบเท้าอย่างเจ็บใจ โกรธที่ลูกของตนไม่เอาไหน "ทำไมแกไม่ไป?"

"แกไม่รู้เหรอว่าซิงจือเหยียนจะไปหาใคร?"

เซิ่นหรูซวงพูดอย่างใจเย็น "หนูรู้"

เหยียนเหวินอินกัดฟันแน่นกว่าเดิม "แล้วทำไมแกไม่ตามไป ปล่อยให้ซิงจือเหยียนกับแฟนเก่าหวนคืนความสัมพันธ์เก่า ๆ แบบนั้นเหรอ? ถึงตอนนั้นข้างกายซิงจือเหยียน ก็จะไม่มีที่ยืนให้แกแล้วนะ!"

"ไม่มีก็ไม่มีสิคะ" เซิ่นหรูซวงพูดด้วยใบหน้าเย็นชา "แม่คะ พวกเขารักใคร่ชอบพอกัน จะเข้าไปแทรกทำไมคะ?"

เหยียนเหวินอินไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย เธอจับหูของเธออย่างแรงแล้วตะคอกใส่หูของเธอ

"ไม่ได้! ฉันต้องให้คุณท่านยอมให้แกตามไปให้ได้ แกต้องเชื่อฟังฉัน!"

เซิ่นหรูซวงไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

เหยียนเหวินอินยังคงฝันหวานที่จะให้เธอได้เป็นภรรยาของซิงจือเหยียน และเวลาจะทำให้เธอตาสว่างขึ้นเอง

เธอหยิบหนังสือแบบฝึกหัดออกมาจากตู้

แม้ว่าในชาติก่อนเธอจะมีที่พักพิงจากตระกูลซิง แต่เพื่อที่จะคู่ควรกับซิงจือเหยียน เธอจึงตั้งใจเรียนอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน และไม่ทิ้งการเรียน

เพียงแต่น่าเสียดายที่ก่อนวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยหนึ่งวัน เธอดันเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงพลาดการสอบไป

หลังจากนั้นเมื่อเกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้น เธอก็ไม่ได้กลับมาเรียนซ้ำชั้น และไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ

ในชาตินี้ เธอจะตั้งใจใช้โอกาสการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ให้ได้ เลือกมหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลจากตระกูลซิง และไกลจากซิงจือเหยียนเพื่อที่จะหนีไปให้ไกล

เพียงแต่ ความแค้นในชาติก่อน เธอจะไม่มีวันลืมและจะไม่ลืมมันเด็ดขาด

สักวันหนึ่ง คนที่ทำร้ายกั่วกั่ว จะต้องชดใช้กรรมที่สมควรได้รับ

เมื่อเรียนจนถึงตอนกลางคืน เหยียนเหวินอินเดินเข้ามาจากนอกห้องทันที พร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางเพื่อที่จะจัดกระเป๋าให้เธอ

เซิ่นหรูซวงแย่งกระเป๋าเดินทางจากมือเธอ "แม่ทำอะไรเนี่ย?"

เหยียนเหวินอินใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากของเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้าว่า "คุณท่านยอมให้แกตามคุณซิงไปทำงานแล้ว นี่ยังไม่รีบเก็บกระเป๋าอีกเหรอ? ถึงตอนนั้น แกต้องพูดจากับซิงจือเหยียนให้มาก ๆ อย่าไปทำให้เขาโกรธเหมือนวันนี้อีกล่ะ"
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 620

    เซิ่นหรูซวงจูงมือพาเยี่ยนเสี่ยวไกวเดินมายังพื้นที่โล่งกว้างแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากเยี่ยนอวี้เจ๋อและกู้เหยียนหลี่พอสมควร จนไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาเมื่อมองจากจุดที่ยืนอยู่ไป เซิ่นหรูซวงเห็นได้แค่แผ่นหลังของกู้เหยียนหลี่และใบหน้าของเยี่ยนอวี้เจ๋อเท่านั้น เธอจึงทำได้แค่คาดเดาจากท่าทางว่าทั้งคู่กำลังโต้ตอบอะไรบางอย่างกันอยู่เยี่ยนเสี่ยวไกวก็มองไปยังทิศทางที่เยี่ยนอวี้เจ๋อและกู้เหยียนหลี่อยู่ เซิ่นหรูซวงปลอบอยู่ชั่วครู่ เยี่ยนเสี่ยวไกวถึงยอมถอนสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลกลับมาในขณะที่เซิ่นหรูซวงกำลังคิดจะหาเกมเด็ก ๆ มาเล่นสนุกกับเยี่ยนเสี่ยวไกว ทันใดนั้นเอง เยี่ยนอวี้เจ๋อและกู้เหยียนหลี่ที่อยู่ไม่ไกลนักก็มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเกิดขึ้นกู้เหยียนหลี่ระเบิดโทสะออกมาอย่างกะทันหัน เขาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเยี่ยนอวี้เจ๋อจนตัวลอย จากนั้นก็รัวหมัดหนัก ๆ ซัดเข้าที่โหนกแก้มของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรงเยี่ยนอวี้เจ๋อถูกหมัดนั้นซัดจนเซถลาล้มลงไปกองกับม้านั่งยาว เกิดเป็นเสียงร่างกายกระแทกกับไม้ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวเซิ่นหรูซวงตกใจมาก เธอรีบใช้มือทั้งสองข้างประคองแก้มของเยี่ยนเสี่ยวไกวเอาไว้แน่น

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 619

    เซิ่นหรูซวงพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ความจริงก็คือ เขาเป็นคนวินิจฉัยโรคผิดพลาด ตอนนี้ทางตำรวจได้คุมตัวเขาไปที่สถานีเพื่อสอบสวนแล้ว และขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดพลาดทางการแพทย์ก็กำลังดำเนินการอยู่ด้วย”ใบหน้าของกู้เหยียนหลี่ดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเซิ่นหรูซวงมองหน้าเขา “คนไข้คนนั้นเป็นคุณย่าของเพื่อนฉันเอง ท่านพักอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐซึ่งห่างจากที่นี่ไปไม่ถึงสามสิบนาที ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ไปดูพร้อมกับฉันเลยได้นะ”กู้เหยียนหลี่มองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดเสียงเข้มขึ้นว่า “หวังว่าเธอคงไม่ได้โกหกฉัน”เซิ่นหรูซวงเชิดคางขึ้น “แน่นอนค่ะ”กู้เหยียนหลี่พูดสั้น ๆ ได้ใจความ “นำทางไป”เซิ่นหรูซวงเพิ่งขยับเท้าจะเดินต่อ แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่แสนจะคุ้นเคยดังขึ้น“คุณพ่อคะ คุณแม่หายไปไหนหรือ ทำไมถึงไม่มาหาหนูเลยล่ะ?”เซิ่นหรูซวงมองตามเสียงนั้นไป เธอก็เห็นเยี่ยนเสี่ยวไกวกับเยี่ยนอวี้เจ๋อ ซึ่งเยี่ยนเสี่ยวไกวนั่งอยู่บนม้านั่งยาวของโรงพยาบาล เด็กน้อยก้มหน้าก้มตา หมุนตุ๊กตาตัวเล็กที่ติดอยู่บนเสื้อไปมาอย่างเหงา ๆ ส่วนเยี่ยนอวี้เจ๋อนั้นนั่งอยู่ด้านข้าง เขาคอยพูดจาปลอบโยนเด

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 618

    “ไม่คิดว่าตัวเองกำลังฝันกลางวันอยู่หรือไง?”กู้เหยียนหลี่เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง เดินก้าวไปหยุดตรงหน้าเซิ่นหรูซวง เขาโน้มตัวลงมองเธอด้วยสายตาดูแคลน“เซิ่นหรูซวง ระหว่างเรามันก็แค่หมอกับญาติคนไข้เท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านี้ ถ้าคิดจะเชิญฉันไปตรวจคนอื่นล่ะก็ บอกเลยว่าเธอยังไม่ใหญ่พอ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย”ใบหน้าของเซิ่นหรูซวงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่กู้เหยียนหลี่กลับมองทะลุสีหน้าไร้อารมณ์นั้น จนเห็นร่องรอยของความอับอายและการไม่ยอมจำนนเด่นชัดออกมา และภาพนั้นเองที่ทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาด้วยความสะใจกู้เหยียนหลี่ยืดตัวตรง ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันกว่าสิบเซนติเมตร ทำให้กู้เหยียนหลี่มองลงมาที่เธอจากตำแหน่งที่เหนือกว่า“เธอยังเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ไม่พัฒนาขึ้นเลยนะ ทำให้คนรู้สึกรำคาญเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”เซิ่นหรูซวงยังคงสงบนิ่งในใจ ดวงตาคู่กลมโตใสกระจ่างจ้องลึกเข้าไปในตาของกู้เหยียนหลี่และถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “พูดจบหรือยัง?”กู้เหยียนหลี่แสยะยิ้มมุมปาก “คุณจะเถียงฉันหรือ?”เซิ่นหรูซวงพูด “คุณเรียนจบปริญญาเอกด้านการแพทย์จากมหาวิทยาลัยเจี้ยนหลุนมาใช่ไหม?”กู้เหยียนหลี่แค

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 617

    เซิ่นหรูซวงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ต้องมีวิธีอยู่แล้ว”อวี๋จื่อฉียกมุมปาก “เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เว่ยอวิ่นลู่มาหาฉัน ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องมันจะกลายมาเป็นแบบนี้ และไม่เคยคิดว่าเธอจะเป็นคนไม่มีสามัญสำนึกได้ถึงขนาดนี้”เซิ่นหรูซวงไม่พูดอะไร รอยยิ้มของอวี๋จื่อฉีดูฝืนและจืดจาง “คุณนี่ดูนิ่งสงบและเยือกเย็นตลอดเวลาเลยนะคะ”เซิ่นหรูซวงหมุนแก้วกาแฟในมือไปมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “โลกยังไม่แตกสลาย ทำใจให้สบายเถอะค่ะ”อวี๋จื่อฉีก้มหน้า “ก็จริงค่ะ”เซิ่นหรูซวงลุกขึ้นยืนและเอามือล้วงกระเป๋า “ช่วงนี้คุณตั้งใจทำงานไปก่อน ถ้ามีอะไรฉันจะแจ้งคุณเอง อย่ามัวแต่คิดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลยค่ะ”อวี๋จื่อฉีลุกขึ้นยืนพรวด “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณถึงช่วยฉันขนาดนี้?”เซิ่นหรูซวงยิ้มอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “คุณคิดว่าฉันกำลังช่วยคุณอยู่หรือคะ?”อวี๋จื่อฉีอึ้งไปครู่หนึ่ง “ไม่ใช่หรือคะ?”เซิ่นหรูซวงส่ายหน้า “เปล่าเลย ระหว่างเราอย่างมากก็แค่เรียกได้ว่ามีศัตรูคนเดียวกันเท่านั้นเอง”เนื่องจากเจียงเสี่ยวชุนยังติดงานอยู่ที่ต่างจังหวัด เมื่อคืนนี้ตอนที่รู้ข่าวว่าคุณยายเป็นลมจนต้องเข้าโรงพยาบาล เธอก็ยังไม่สาม

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 616

    กู้เหยียนหลี่ก้าวเข้าไปใกล้เพื่อกดดัน “ฉันต่างหากที่อยากจะถาม อะไรกันที่ทำให้เธอสงสัยในทักษะวิชาการแพทย์ของฉัน?”ทำไมเซิ่นหรูซวงถึงกล้ามาสงสัยในความสามารถของเขาแบบนี้?เซิ่นหรูซวงจ้องมองเขาอย่างเงียบ ๆ ไม่ตอบแต่ย้อนถามกลับแทน “ดังนั้น คุณมีจรรยาบรรณในวิชาชีพมากสินะ?”กู้เหยียนหลี่มีสีหน้าบูดบึ้งสุด ๆ ทันที “เซิ่นหรูซวง เธอสนุกนักหรือไง? ถ้าสงสัยฉันก็หาหลักฐานออกมา อย่าเอาแต่พูดเหลวไหลพวกนี้อยู่ที่นี่”เขามองเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง “เธอนี่ยังน่ารังเกียจเหมือนเมื่อห้าปีที่แล้วเลยนะ พูดจาไม่รู้กาลเทศะบ้างเลย”เขากู้เหยียนหลี่คือใครกัน ต่อให้ในเวลาปกติเขาจะดูเป็นคุณชายเจ้าสำราญหรือชอบก่อเรื่องก่อราวแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องทางการแพทย์แล้ว เขาไม่เคยทำอะไรแบบส่งเดช เพราะความรับผิดชอบต่อคนไข้คือจุดยืนและจรรยาบรรณวิชาชีพที่เขาต้องยึดถืออย่างเคร่งครัดที่สุดอาจารย์หลายท่านของเขาต่างเคยเอ่ยปากชม ทั้งเรื่องความตั้งใจเรียนและพรสวรรค์ทางด้านการแพทย์ รวมถึงความละเอียดรอบคอบและความรับผิดชอบที่เขามีต่อคนไข้เสมอมาสิ่งที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต กลับถูกเซิ่นหรูซวงตั้งข้อสงสัยเอาดื้อ ๆกู้เหยียนหลี่ไ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 615

    เซิ่นหรูซวงหันไปมองเขาด้วยคิ้วที่ขมวดขึ้นเล็กน้อย “คุณคือ…”กู้เหยียนหลี่ดึงสมุดบันทึกประวัติผู้ป่วยออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ถือไว้ในมือ “ฉันเป็นลูกศิษย์ของผู้อำนวยการหวัง แพทย์ประจำตัวของคนไข้ท่านนี้ เมื่อกี้ฉันได้ดูประวัติข้อมูลของคนไข้มาแล้ว”ปลายคางของเขาพยักพเยิดไปทางห้องพักผู้ป่วย “ไปกันเถอะ เธอต้องการให้ฉันมาตรวจดูคนไข้ไม่ใช่หรือ?”เซิ่นหรูซวงได้สติกลับมา เงียบงันไปครู่หนึ่ง ย่อตัวลงตรงหน้าเยี่ยนเสี่ยวไกวแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเสี่ยวไกว พี่มีธุระที่ต้องไปจัดการ หนูกลับไปคนเดียวได้ไหม?”เยี่ยนเสี่ยวไกวเหลือบมองกู้เหยียนหลี่ แล้วหันมามองเซิ่นหรูซวงอีกครั้ง เรียวคิ้วน่ารักของเธอย่นเข้าหากันเล็กน้อย ดูเหมือนไม่ค่อยยินยอม แต่ก็ตอบตกลง “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นหนูจะกลับไปเอง”เซิ่นหรูซวงเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอคุณยายยังไม่ตื่น เซิ่นหรูซวงยืนอยู่ด้านข้างมองดูกู้เหยียนหลี่ก้มตัวลงตรวจวินิจฉัยอาการของคุณยายไม่กี่นาทีต่อมา กู้เหยียนหลี่ก็ยืดตัวขึ้นตรงและเขียนลงในเวชระเบียน “ไม่มีอะไรผิดปกติ คนไข้น่าจะตื่นภายในวันนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจำไว้ว่าต้องกดปุ่มเรียกพยาบาล ฉันจะอยู่ที่นี่ทั้งวัน”เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status