แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: เกาะลอยน้ำ
บ้านตระกูลซิง ห้องรับแขกกว้างใหญ่

เซิ่นหรูซวงก้มมองมือที่ยังดูเด็กและบอบบางของตัวเอง จนในที่สุดก็แน่ใจว่า เธอได้เกิดใหม่แล้วจริง ๆ

ตรงกลางโซฟา สายตาเฉียบคมของคุณปู่ซิงมองตรงมาที่เธอ น้ำเสียงของวัยชราและหนักแน่น

"หรูซวง แน่ใจหรือว่าจะไปธุระที่เมืองฮัวชุยกับอาเหยียนจริง ๆ?"

ขนตาของเซิ่นหรูซวงกระพือเบา ๆ

เมื่อนึกย้อนกลับมา นี่คือจุดพลิกผันสำคัญในชาติก่อน

ซิงจือเหยียนไปเมืองฮัวชุย สร้างภาพว่าไปทำงาน แต่ในความเป็นจริง คืออยากเจอเว่ยอวิ่นลู่ แฟนคนแรกของตัวเอง

เมื่อเธอรู้เรื่องนี้ ก็สร้างสถานการณ์ว่าอยากตามไปด้วย

พ่อของเธอเคยเป็นคนขับรถของคุณปู่ซิง ซึ่งได้สละชีวิตเพื่อช่วยคุณปู่ และเพื่อแสดงความขอบคุณ ตระกูลซิงจึงรับเธอมาเลี้ยงดู ดูแลให้ทุกอย่างตามต้องการ กลายเป็นเหมือนคุณหนูอันดับสองแบบไม่เป็นทางการในตระกูลซิง

ด้วยเหตุนี้คุณปู่ซิงจึงยอมให้เธอตามซิงจือเหยียนไปธุระด้วย

เธอเหลือบตามองไปยังด้านข้างของคุณปู่ซิง

ซิงจือเหยียนสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต กระดุมทุกเม็ดติดแน่นไร้ที่ติ ขาข้างหนึ่งงอนพาดแบบไม่ตั้งใจ ผมด้านหน้าที่หล่นบังคิ้วคมและหน้านิ่งเย็นชา ริมฝีปากบางที่มักขบเบา ๆ เป็นนิสัย

ทันทีที่เห็นเขา เซิ่นหรูซวงถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ทุกเรื่องราวในอดีตปรากฏย้อนวนอยู่ในหัว

หัวใจแทบหยุดเต้น สายเลือดเย็นยะเยือกไปทั่วร่าง

นั่นคือผู้ชายที่ควบคุมเธอ นั่นคือผู้ชายที่มองเธอเหมือนขยะ

เธอเกลียดเขา

เกลียดจนถึงรากลึก

เกลียดเขาจนภาพที่ซิงจือเหยียนรังเกียจและกดขี่เธอนั้น ตามหลอกหลอนทั้งกลางวันกลางคืน

ความเบื่อหน่ายบนใบหน้าของซิงจือเหยียนยิ่งทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ นิ้วมือเคาะลงบนหัวเข่าอย่างช้า ๆ

เซิ่นหรูซวงรู้ดีว่านั่นคือท่าทางที่แสดงออกถึงความไม่พอใจของเขา

ราวกับว่าซิงจือเหยียนเชื่อมั่นอย่างยิ่งแล้วว่าเธอจะต้องเซ้าซี้ตามเขาไปอย่างแน่นอน

แต่ในเมื่อได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ก็ไม่ควรเดินซ้ำรอยเดิม

เธอยังไม่ทันได้อ้าปากพูด เหยียนเหวินอินผู้เป็นแม่ที่อยู่ข้างหลังก็พูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า "ต้องไปค่ะ ต้องไป ความสัมพันธ์ของลูกหรูซวงกับคุณซิงนั้นดีมาก ไปไหนก็ต้องตามไปด้วย ต้องไปแน่นอนค่ะ"

"ไม่ต้องแล้วค่ะ"

เซิ่นหรูซวงพูดขัดคำพูดของเหยียนเหวินอินอย่างแผ่วเบา

สิ้นเสียงของเธอ ทุกคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นก็หันไปมองเธอทันที

ยกเว้นซิงจือเหยียนที่ใบหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเดิม

เซิ่นหรูซวงเงยหน้าขึ้นมอง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงด้วยดวงตาที่สดใส และน้ำเสียงที่ตรงไปตรงมา

"คุณปู่ซิงคะ อีกไม่นานหนูก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หนูอยากตั้งใจเตรียมตัวสอบ จะได้ไม่รบกวนพี่จือเหยียนเวลาไปทำงานนอกสถานที่ค่ะ"

ในสายตาของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง แววตาประหลาดใจเล็กน้อย

เหยียนเหวินอินรีบพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยความโกรธ แล้วพูดด้วยเสียงต่ำว่า "คุณท่านคะ หรูซวงก็แค่พูดจาไร้สาระ คุณท่านอย่าไปฟังเลยนะคะ คุณท่านก็เห็นว่าเธออยากตามคุณซิงไปมากแค่ไหน"

"แม่คะ" เซิ่นหรูซวงดึงข้อมือออกจากมือของเหยียนเหวินอิน "หนูอยากตั้งใจเรียนจริง ๆ นะคะ"

เหยียนเหวินอินอาจมองไม่เห็นภาพที่ชัดเจน แต่เธอมองเห็นมันชัดเจน

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงดูเหมือนจะใจกว้างกับเธอ แต่ในความเป็นจริงแล้วแค่เลี้ยงเธอไว้เหมือนเป็นของเล่นที่ไม่สำคัญเท่านั้น

ในชาติก่อนตอนที่เธอเกิดเรื่อง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง ไม่แม้แต่จะมาดูเธอสักครั้ง และแม้แต่หลานสาวแท้ ๆ อย่างกั่วกั่ว เขาก็ไม่เคยให้ความสำคัญเลย

ดังนั้นเซิ่นหรูซวงจึงย้ำคำพูดอย่างหนักแน่นอีกครั้งว่า "คุณปู่ซิงคะ พี่จือเหยียนคะ ช่วงก่อนหนูทำตัวเป็นเด็กเกินไปค่ะ แต่ตอนนี้หนูเห็นแล้วว่าพี่จือเหยียนงานยุ่งมาก ครั้งนี้หนูจะไม่รบกวนการทำงานของพี่จือเหยียนแล้วค่ะ"

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิงยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ซิงจือเหยียนก็ลุกขึ้นยืนราวกับว่าความอดทนได้หมดลงแล้ว

ดวงตาเรียวเล็กสีดำที่เย็นชาไร้ความรู้สึกเหลือบมองเธอครั้งหนึ่ง แววตาดูมืดมน น้ำเสียงเฉยชา

"แล้วแต่เธอ"

ซิงจือเหยียนเดินจากไปทันที

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง ก็ไม่บังคับ และโบกมือให้พวกเธอกลับไปที่ห้องของตัวเอง

เซิ่นหรูซวงถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในรถมายบัคที่จอดอยู่นอกคฤหาสน์ตระกูลซิง หลินจี้มองซิงจือเหยียนอย่างระมัดระวังผ่านกระจกมองหลัง

เขาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของซิงจือเหยียน จึงพอจะเข้าใจเรื่องของตระกูลซิงอยู่บ้าง เขารู้ว่าการที่ซิงจือเหยียนกลับมาบ้านตระกูลซิงครั้งนี้ จะต้องเป็นเพราะลูกสาวบุญธรรมที่น่ารำคาญคนนั้นก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีกแน่

เขาเองก็รู้เช่นกันว่าซิงจือเหยียนไม่เคยชอบลูกสาวบุญธรรมคนนี้เลย พูดได้ว่ารู้สึกรังเกียจด้วยซ้ำ

ดังนั้นตั้งแต่ซิงจือเหยีนยก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลซิง เขายังคงขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา

และตอนนี้ซิงจือเหยียนก็ดูอารมณ์ไม่ดียิ่งกว่าตอนก่อนจะเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลซิง

หลินจี้คิดในใจว่า ต้องเป็นเพราะลูกสาวบุญธรรมคนนั้นอาศัยบารมีของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซิง เพื่อร้องข้ออะไรที่มากเกินไปจากซิงจือเหยียนแน่นอน ไม่ต้องดูก็รู้ว่ามันจะต้องเป็นเหมือนเมื่อก่อนที่เธอจะตามซิงจือเหยียนไปทำงานนอกสถานที่อีกแน่

หลินจี้มองออกไปนอกรถครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นร่างที่เคยตามติดมาเหมือนอย่างเคย

ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างกล้าหาญว่า "คุณซิงครับ ผมว่าตอนแรกคุณน่าจะเด็ดเดี่ยวขึ้นอีกหน่อย ปฏิเสธคุณเซิ่นไปตรง ๆ ให้เธอได้รู้ว่ามันยากแล้วจะได้ถอยไปเอง"

ใครจะไปคาดคิดว่าซิงจือเหยียนจะเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขาดูมืดมนล้ำลึก และน้ำเสียงเย็นชา

"พูดจาเหลวใหล ขับรถไป"

หลินจี้รีบหุบปากทันที แล้วสตาร์ทรถอย่างเชื่อฟัง

เขารอสักพัก จนกระทั่งซิงจือเหยียนบีบนวดขมับอย่างเหนื่อยหน่าย "มีอะไร?"

หลินจี้พูดเสียงเบาว่า "ทำไมคุณหนูเซิ่นถึงไม่มาครับ ปกติเธอต้องตามคุณไปเสมอไม่ใช่หรือครับ?"

วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณหนูเซิ่นไม่ต้องไปเรียน ตามปกติแล้วคุณหนูเซิ่นต้องตามซิงจือเหยียนไปที่บริษัทหรือไม่ก็ไปที่บ้านส่วนตัวของซิงจือเหยียน

ซิงจือเหยียนเม้มริมฝีปาก ดวงตาสีดำของเขาเหมือนจะเหลือบมองไปที่หน้าประตูคฤหาสน์ใหญ่โดยบังเอิญ

หน้าประตูเงียบสงัด มองเห็นเพียงเงาของคนใช้ที่เดินไปเดินมา ไม่มีร่างของเด็กสาวคนนั้นเหมือนอย่างเคย

ซิงจือเหยียนไม่ค่อยคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน คิ้วของเขาจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"ไม่ต้องสนใจเธอ ขับรถไป"

หลินจี้รับคำเบา ๆ แล้วสตาร์ทรถ

ดูท่าคุณเซิ่นจะทำให้คุณซิงโกรธจริง ๆ แล้ว

ซิงจือเหยียนพิงเบาะรถอย่างไม่ใส่ใจ หลับตาลง แล้วจู่ ๆ ก็คิดถึงคำพูดที่เซิ่นหรูซวงเพิ่งพูดไป

ไม่อยากจะรบกวนงั้นเหรอ?

ดูเหมือนจะเป็นแค่การถอยเพื่อรุก ที่ไม่ได้ฉลาดเลยแม้แต่น้อย

เหยียนเหวินอินทุบอกกระทืบเท้าอย่างเจ็บใจ โกรธที่ลูกของตนไม่เอาไหน "ทำไมแกไม่ไป?"

"แกไม่รู้เหรอว่าซิงจือเหยียนจะไปหาใคร?"

เซิ่นหรูซวงพูดอย่างใจเย็น "หนูรู้"

เหยียนเหวินอินกัดฟันแน่นกว่าเดิม "แล้วทำไมแกไม่ตามไป ปล่อยให้ซิงจือเหยียนกับแฟนเก่าหวนคืนความสัมพันธ์เก่า ๆ แบบนั้นเหรอ? ถึงตอนนั้นข้างกายซิงจือเหยียน ก็จะไม่มีที่ยืนให้แกแล้วนะ!"

"ไม่มีก็ไม่มีสิคะ" เซิ่นหรูซวงพูดด้วยใบหน้าเย็นชา "แม่คะ พวกเขารักใคร่ชอบพอกัน จะเข้าไปแทรกทำไมคะ?"

เหยียนเหวินอินไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย เธอจับหูของเธออย่างแรงแล้วตะคอกใส่หูของเธอ

"ไม่ได้! ฉันต้องให้คุณท่านยอมให้แกตามไปให้ได้ แกต้องเชื่อฟังฉัน!"

เซิ่นหรูซวงไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

เหยียนเหวินอินยังคงฝันหวานที่จะให้เธอได้เป็นภรรยาของซิงจือเหยียน และเวลาจะทำให้เธอตาสว่างขึ้นเอง

เธอหยิบหนังสือแบบฝึกหัดออกมาจากตู้

แม้ว่าในชาติก่อนเธอจะมีที่พักพิงจากตระกูลซิง แต่เพื่อที่จะคู่ควรกับซิงจือเหยียน เธอจึงตั้งใจเรียนอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน และไม่ทิ้งการเรียน

เพียงแต่น่าเสียดายที่ก่อนวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยหนึ่งวัน เธอดันเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงพลาดการสอบไป

หลังจากนั้นเมื่อเกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้น เธอก็ไม่ได้กลับมาเรียนซ้ำชั้น และไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ

ในชาตินี้ เธอจะตั้งใจใช้โอกาสการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ให้ได้ เลือกมหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลจากตระกูลซิง และไกลจากซิงจือเหยียนเพื่อที่จะหนีไปให้ไกล

เพียงแต่ ความแค้นในชาติก่อน เธอจะไม่มีวันลืมและจะไม่ลืมมันเด็ดขาด

สักวันหนึ่ง คนที่ทำร้ายกั่วกั่ว จะต้องชดใช้กรรมที่สมควรได้รับ

เมื่อเรียนจนถึงตอนกลางคืน เหยียนเหวินอินเดินเข้ามาจากนอกห้องทันที พร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางเพื่อที่จะจัดกระเป๋าให้เธอ

เซิ่นหรูซวงแย่งกระเป๋าเดินทางจากมือเธอ "แม่ทำอะไรเนี่ย?"

เหยียนเหวินอินใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากของเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้าว่า "คุณท่านยอมให้แกตามคุณซิงไปทำงานแล้ว นี่ยังไม่รีบเก็บกระเป๋าอีกเหรอ? ถึงตอนนั้น แกต้องพูดจากับซิงจือเหยียนให้มาก ๆ อย่าไปทำให้เขาโกรธเหมือนวันนี้อีกล่ะ"
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 745

    แววตาของกู้เหยียนหลี่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความเจ็บปวดรวดร้าว ทั้งยังแฝงไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในใจและความสับสนเคว้งคว้างที่ปรากฏให้เห็นราง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเซิ่นหรูซวง ถึงได้สังเกตเห็นว่านัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยอย่างเด่นชัด“ฉันไม่ต้องการให้เธอมาขอบคุณฉัน และไม่ต้องการได้ยินคำขอโทษจากเธอ ฉันเห็นหน้าเธอทีไร ก็นึกถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ลู่ลู่จะจากไป ฉันดันไปอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้อยู่ฝั่งลู่ลู่ ตอนที่เธอตายไปจะเกลียดฉันหรือเปล่า? จะโทษฉันไหม? เรื่องพวกนี้ฉันไม่มีทางรู้เลย หลายวันมานี้ฉันก็ได้แต่ทรมานใจอยู่ตลอดเวลา”กู้เหยียนหลี่กุมขมับ “ฉันถึงขั้น ถึงขั้นนึกเสียใจที่ไปพบเติ้งโหย่วกัง ฉันรักลู่ลู่ขนาดนั้น ทั้งที่ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอตลอดชีวิต ทำไมฉันถึง...”นับเป็นครั้งแรกที่เซิ่นหรูซวงถึงกับพูดไม่ออก แววตาของเธอหม่นแสงลงไปในทันทีคนทั้งสองต่างจ้องมองกันและกันด้วยความเงียบงันกู้เหยียนหลี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำราวกับเลือดจ้องเขม็งไปที่เซิ่นหรูซวง ใบหน้าที่ซูบผอมและซีดเผือดทำให้เขาดูแก่ขึ้นอีกสิบกว่าปี อีกทั้งน้ำเสียงของเขายังแหบพร่าและสั่นเครื

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 744

    สีหน้าของสือเหยาบูดบึ้งกว่าเดิมในพริบตา ทำให้ตำรวจต้องเหลือบมองมาทางเธออยู่หลายครั้งข้อเท็จจริงทุกอย่างตรงตามที่เฉินจื่อเหยาสารภาพไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เซิ่นหรูซวงนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอพยายามเข้าหากู้เหยียนหลี่อยู่หลายครั้งเพื่อสืบเรื่องของเติ้งโหย่วกังถ้าเป็นตามที่ว่ามาจริง กู้เหยียนหลี่ต้องมาพลอยรับเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปทั้งที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่ตำรวจขมวดคิ้วเล็กน้อย “ประเด็นเรื่องการเข้ามอบตัว ทางเราเองก็ได้สอบถามแล้ว แต่คำตอบที่ได้ก็คือ เขาอยากจะมอบตัวตอนไหน มันก็เรื่องของเขา”ตำรวจแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อพูดถึงคำพูดของเฉินจื่อเหยา “สรุปใจความจากคำพูดของเฉินจื่อเหยาก็คือ เขาแค่อยากจะรอดูตำรวจวุ่นวายจนหัวหมุนเพื่อตามหาตัวเขา ทำให้เขารู้สึกภูมิใจและสะใจ ตอนนี้เขาได้ดูเรื่องสนุกจนหนำใจแล้ว ก็เลยอยากจะมามอบตัว เขาบอกว่าอย่างไรแล้วตำรวจก็ต้องตามสืบจนเจอตัวเขาอยู่ดี แทนที่จะรอให้ถูกจับ สู้มามอบตัวก่อนเพื่อขอลดโทษจะดีกว่า”ในเชิงตรรกะแล้ว ไม่มีจุดไหนที่ดูผิดปกติเลยสักนิดตำรวจพูดเสริม “ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างแน่นหนา เบื้องบนเองก็สั่งการลงมาให้ทางเราสรุปปิดคดีได้เลย”เซิ่นห

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 743

    “เฉินจื่อเหยามามอบตัวแล้ว เขาให้การรับสารภาพว่าเหตุการณ์รถชนทั้งสองครั้ง รวมถึงคดีลักพาตัวคุณเซิ่นเป็นฝีมือของเขาเอง โดยเขาเริ่มจากการถอนเงินสดจำนวนมากออกจากธนาคาร แล้วนำไปส่งมอบให้คนขับรถที่ก่อเหตุทั้งสองคนรวมถึงกลุ่มโจรลักพาตัวด้วยตัวเอง พร้อมกำชับให้พวกเขาจงใจสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนและลักพาตัวคุณเซิ่น พวกเขาระวังตัวมาก หลังจากได้รับเงินก้อนนั้นมาแล้วก็ไม่ได้นำไปฝากเข้าธนาคารทันที นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางเราตรวจไม่พบเบาะแสความเชื่อมโยงใด ๆ ผ่านเส้นทางการเงินเลย”“ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้มอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาให้ด้วย และทางเราได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นตามคำให้การจนพบเงินสดก้อนใหญ่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านของคนขับรถคู่กรณีทั้งสองคนจริง ๆ ส่วนพวกโจรลักพาตัวอีกสองคนนั้นเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ต่างจังหวัด คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะตามหาเจอ”“ทางเรายังได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของเฉินจื่อเหยา พบว่ามีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ออกไปในช่วงไม่กี่วันก่อนเกิดอุบัติเหตุจริง นอกจากนี้เขายังระบุสถานที่ที่ใช้ส่งมอบเงินกันโดยตรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และยืนยันได้ว่าสิ่งท

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 742

    ตอนที่ตำรวจโทรเข้ามา การประชุมก็ดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้ว เซิ่นหรูซวงตั้งใจว่าจะโทรกลับหลังจากประชุมจบเซิ่นหรูซวงสั่งให้เลขารีบประสานงานไปยังผู้รับผิดชอบโปรเจกต์เกมกระต่ายนักเดินทาง เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งกำชับให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เร่งออกแถลงการณ์โดยด่วนที่สุดหลังจากปิดการประชุม ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปจัดการงานในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบทันที ส่วนเซิ่นหรูซวงก็ได้โทรกลับไปยังเบอร์ของสถานีตำรวจปลายสายรับสายแทบจะในทันที “คุณเซิ่น”เซิ่นหรูซวงตอบว่า “ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เมื่อสักครู่ฉันประชุมอยู่ จึงไม่ได้รับสาย ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”น้ำเสียงของตำรวจเริ่มจริงจังขึ้นมา “คุณเซิ่น เกี่ยวกับคดีหลายคดีที่เกิดขึ้นกับคุณและคุณกู้เหยียนหลี่ ตอนนี้มีคนเดินทางมามอบตัวแล้วครับ”เซิ่นหรูซวงชะงักไปครู่หนึ่ง “เป็นใครหรือคะ?”ตำรวจพูดต่อว่า “เฉินจื่อเหยา ลูกชายของเฉินฉวนหมิน ก็คือเฉินฉวนหมินที่คุณรู้จักนั่นแหละครับ เฉินจื่อเหยาเดินทางมามอบตัวแล้ว และเขาก็สารภาพว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่เขาเป็นคนบงการให้คนไปทำเองครับ”เซิ่นหรูซวงขมวดคิ้วแน่น ความตกตะลึงฉายชัดออกมาในแววตา

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 741

    เจียงเสี่ยวชุนพูดเสริมว่า “ทั้งตระกูลซิงและตระกูลเว่ยต่างก็ปิดข่าวเรื่องการเสียชีวิตของเว่ยอวิ่นลู่ ไม่มีหลุดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ฉันได้ยินคนวงในกระซิบกันว่าเถ้ากระดูกของเว่ยอวิ่นลู่ถูกฝังไว้ที่สุสานเฉิงตงแล้ว ซึ่งเป็นที่ฝังศพบรรพบุรุษส่วนใหญ่ของตระกูลเว่ย งานศพก็จัดแบบเรียบง่าย มีแขกมาร่วมงานแค่ไม่กี่คน ไม่มีการป่าวประกาศอะไร คาดว่าคงไม่อยากให้คนภายนอกรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเว่ยอวิ่นลู่กับเติ้งโหย่วกังน่ะ”“แถมฉันยังได้ยินว่า แม่ของเว่ยอวิ่นลู่ร้องไห้จนเป็นลมไปสองรอบในงานศพด้วยนะ...”เซิ่นหรูซวงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉย “ค่ะ เข้าใจแล้ว”สือเหยามองออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “เธอยังมีเรื่องสงสัยอีกใช่ไหม?”เซิ่นหรูซวงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “เป็นแค่การคาดเดา ยังไม่มีหลักฐาน”เมื่อไม่มีคนพูดอะไรอีก เซิ่นหรูซวงก็พูดต่อว่า “กลับกันก่อนได้เลยนะ”ไม่ใช่แค่ทางตำรวจที่กำลังตามสืบเรื่องคนขับรถชนในอุบัติเหตุหลายครั้งที่ผ่านมาและกลุ่มโจรลักพาตัวเท่านั้น ทางเซิ่นหรูซวงกับสือเหยาเองก็กำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่เหมือนกันร่างกายของเซิ่นหรูซวงยังไม่หายดี แต่ก็จะไปทำง

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 740

    เจียงเสี่ยวชุนไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในสถานการณ์และเกี่ยวข้องโดยตรง จึงไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกในตอนนี้ของเซิ่นหรูซวงได้อย่างแท้จริง และทำได้เพียงเงียบโชคดีที่สือเหยานำอาหารกลับมาแล้ว กลิ่นหอมของอาหารแผ่ซ่านไปทั่วห้องและขจัดบรรยากาศที่หนักอึ้งออกไปทันทีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เซิ่นหรูซวงพยายามหาโอกาสพูดคุยกับกู้เหยียนหลี่และซิงจือเหยียนอยู่ตลอด แต่พวกเขาก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นเลยเซิ่นหรูซวงถึงกับเคยขอให้สือเหยาพาเธอออกไปตามหา แต่คนของตระกูลเว่ยได้ออกไปจากโรงพยาบาลตั้งนานแล้ว พวกเขารับศพของเว่ยอวิ่นลู่ออกไปแล้วกู้เหยียนหลี่กับซิงจือเหยียนเองก็ไม่เคยเห็นเลยแม้แต่เงา หากตามที่พยาบาลบอก กู้เหยียนหลี่ออกจากโรงพยาบาลในวันที่ร่างของเว่ยอวิ่นลู่ถูกรับตัวไปเซิ่นหรูซวงเคยไปที่ห้องพักผู้ป่วยของกู้เหยียนหลี่ แล้วก็มองผู้ป่วยคนอื่นที่เข้ามาพักด้วยความเหม่อลอยถ้าเป็นไปได้ เซิ่นหรูซวงคิดอยากจะพูดคุยกับเขาต่อหน้าแต่เห็นได้ชัดว่า ตั้งแต่กู้เหยียนหลี่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และออกไปจากโรงพยาบาลก็ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าเธอหรือบางทีเขาอาจกำลังนึกเสียใจภายหลัง

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 194

    จนกระทั่ง เธอถูกตระกูลซิงรับเลี้ยง และได้เจอกับซิงจือเหยียนหลังเลิกเรียนในวันนั้น คุณครูผู้ชายก็เอาแต่ตามติดอยู่ด้านหลังของเธอตลอดเวลา ฝ่ามือหยาบกร้านวางบนไหล่ของเธอ พร้อมกับออกแรงบีบเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนและจริงจัง เธอแยกแยะความหมายที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงเขาไม่ได้ รู้เพียงแค่ว่าจะต้องเดินให้เร็วขึ้น

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 190

    เซิ่นหรูซวงเดินผ่านเข้ามาด้วยสีหน้าเฉยเมย บรรดาหญิงสาวที่กำลังวิจารณ์นินทากันอยู่เบิกตากว้างเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา พวกเธอถอยหนีหลบเร้นไปด้านหลังราวกับว่าเธอเป็นโรคระบาดเมื่อเซิ่นหรูซวงมาถึงห้องอาหาร จำนวนคนในห้องอาหารบางตาเป็นอย่างมากเซิ่นหรูซวงทรุดตัวนั่งลงริมหน้าต่างพร้อมจานอาหารในมือ มองดูการ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 203

    พี่พยาบาลรู้สึกอบอุ่นในใจ รีบตอบว่า “ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วค่ะ”หลังจากที่พยาบาลเดินออกไปไม่ถึงครึ่งนาที ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกเปิดจากด้านนอก และมีเสียงฝีเท้าอึกทึกเข้ามาเซิ่นหรูซวงเงยหน้าขึ้นอย่างใจเย็นเห็นแต่ตำรวจชายหญิงคู่หนึ่ง กับซิงจือเหยียนและกู้เหยียนหลี่สองค

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 207

    เซิ่นหรูซวงตาพร่าเลือนเล็กน้อย จึงก้มหน้าลงทันที “อย่างนั้นหรือคะ?”ผู้หญิงวัยกลางคนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “แน่นอนสิคะ ฉันชอบหนูมาก หนูเป็นคนกตัญญู จิตใจดี แถมยังสามารถทำเรื่องที่น่าอับอายแบบนั้นเพื่อคุณยายของคนอื่นได้อีกด้วย”เซิ่นหรูซวงถึงกับหัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออกผู้หญิงวัยกลางคนพูดต่อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status