LOGIN‘ช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับเซย์ให้ฟังหน่อยสิคะ เขาเป็นคนแบบไหน’
“ดิฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของซินญอร์ค่ะ ก็เลยไม่ค่อยรู้เท่าไร แต่ในฐานะนายจ้างแล้ว ซินญอร์เป็นคนที่ใจดีมากค่ะ ค่าแรงที่ดิฉันได้รับสูงกว่าบ้านเศรษฐีคนอื่นๆ ถึงสามเท่าเชียวค่ะ”
‘ช่วยเล่าตอนที่ฉันแต่งงานแล้วอยู่กับเขาได้มั้ยคะ ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาราบรื่นหรือเปล่า’
“ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อต้นเดือนค่ะ ไม่รู้เรื่องอะไร... แต่ที่แน่ๆ คือซินญอร์รักคุณผู้หญิงมากนะคะ”
‘ยังไงหรือคะ’
“คุณผู้หญิงคงจะไม่รู้ ทุกวันซินญอร์กลับมาถึงที่นี่ช่วงดึกแต่คุณผู้หญิงกินยาหลับลึกไปแล้ว ซินญอร์ก็จะหอบงานมานั่งทำเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะในห้องนอนของคุณผู้หญิง ดิฉันอายุปูนนี้แล้ว บอกเลยว่าซินญอร์เป็นสามีที่น่ารักมากค่ะ ดูออกเลยว่าเขาต้องการอยู่ใกล้ๆ คุณผู้หญิงเสมอ คำสั่งที่ทุกคนได้รับคือให้ถือเรื่องของคุณผู้หญิงเป็นอันดับแรกเสมอ คุณผู้หญิงโชคดีมากค่ะที่ได้แต่งงานกับซินญอร์”
‘แล้วมีใครพอจะรู้ไหมคะว่าฉันประสบอุบัติเหตุได้ยังไง ทำไมถึงต้องพาฉันไปพักฟื้นที่ฝรั่งเศส’
“คุณผู้หญิงครับ” จูเซปเป หัวหน้าพ่อบ้านโผล่หน้ามาขัดจังหวะด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาเป็นชายชราอายุร่วมเจ็ดสิบแล้วแต่ยังแข็งแรงดี “ได้เวลากินยาก่อนอาหารเที่ยงแล้วครับ”
พ่อบ้านเข้ามารับช่วง เข็นรถวีลแชร์ของเธอต่อจากแม่บ้าน นำพาเธอไปยังห้องนั่งเล่นแสนสวยซึ่งเปิดรับอากาศบริสุทธิ์จากในสวน เจ้าคอร์กี้นอนหลับอุตุอยู่บนตักของเธอมาตลอดก็พลอยยืดเส้นยืดสาย กระโดดลงไปวิ่งเล่นบนพื้นหญ้านุ่มๆ ดานิกาเองก็พอใจที่ได้ออกมาสูดอากาศและอยากจะคุยกับแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์คนนั้นต่อ แต่ทว่าจูเซปเปสั่งย้ายแม่บ้านคนนั้นไปทำหน้าที่ในครัวเสียแล้ว
---------
นาฬิกาลูกตุ้มแบบโบราณตีบอกเวลาสี่ทุ่มตรง ทิวทัศน์มองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นแสงพริบพราวจากเมือง สุกสกาวราวกับอัญมณี หลังจากกินมื้อค่ำคนเดียวเงียบๆ ในห้องอาหารกว้างใหญ่ แม่บ้านคนใหม่ก็นำถ้วยใส่ยาที่ต้องกินเป็นประจำตามคำสั่งแพทย์มาให้ ส่วนอีกชุดเป็นยาที่ต้องกินก่อนนอน ดานิกาจ้องยาเม็ดสีขาวซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน เธอจึงแอบหยิบยาเม็ดนั้นซ่อนไว้ที่ใต้เบาะรถเข็น
“คุณจูเซปเปแจ้งมาว่าซินญอร์กำลังกลับมา คุณผู้หญิงจะอยู่รอต้อนรับมั้ยคะ”
‘ไม่ค่ะ ฉันง่วงแล้ว’
“ทราบแล้วค่ะ” แม่บ้านประคองเธอขณะแปรงฟัน ล้างหน้าเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะพาเธอมาพักที่โซนนั่งเล่นในห้องนอน เจ้าก้อนขนกำลังฟัดตุ๊กตาผ้าที่เธอเป็นคนเย็บให้อย่างเอาเป็นเอาตาย จากนั้นก็สวาปามอาหารเปียกไปสองถุงจนท้องป่อง สักพักมันก็หลับส่งเสียงกรนอยู่บนฟูกนอนอย่างสบายใจ พอมีมันอยู่เป็นเพื่อน ดานิกาก็คลายเหงาไปได้มากเลย
‘ฉันจะอ่านหนังสือสักพักแล้วเข้านอนเอง ไม่ต้องอยู่เฝ้าก็ได้ค่ะ’
“ได้ค่ะ หากมีสิ่งใดให้รับใช้ กรุณาสั่นกระดิ่งเรียกดิฉันได้เลยทันทีนะคะ”
‘ขอบคุณ’ ดานิกาส่งยิ้มพลางเหลือบมองยาก่อนนอนที่วางอยู่ในถาด เจ้ายาเม็ดสีขาวถูกเติมกลับมาเหมือนเดิมตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เธอจึงแอบเทยาทิ้งลงถังขยะข้างเตียง เอาโน่นเอานี่มาสุมๆ บังไว้แล้วก็คลุมผ้าห่มแกล้งทำเป็นหลับ
อึดใจใหญ่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามาตามทางเดินหินอ่อน มีเสียงพูดคุยเบาๆ พร้อมกับประตูห้องที่แง้มเปิดเล็กน้อย เจ้าคอร์กี้เห่าบ๊อกๆ แต่ก็เงียบเสียงอย่างรวดเร็วเพราะเซเวียร์ส่งขนมให้กิน
“คุณผู้หญิงเพิ่งหลับไปเมื่อครู่ค่ะ จะให้ดิฉันปลุกมั้ยคะ”
“ไม่ต้อง ที่เหลือฉันจัดการเอง ออกไปให้หมด”
“ทราบแล้วค่ะ”
แม่บ้านนำกระเป๋าเอกสารไปวางบนโต๊ะให้อย่างรู้หน้าที่ก่อนจะถอยออกไป ประตูห้องนอนส่วนตัวของหญิงสาวปิดสนิทอีกครั้ง เซเวียร์จ้องมองร่างบอบบางที่นอนซุกหลับอยู่บนเตียง ความจริงแล้วห้องนอนของเขาอยู่ติดกับห้องของเธอนั่นแหละ เป็นห้องประธานของตึกฝั่งตะวันออก แต่เขาก็เลือกที่จะตรงดิ่งมาที่ห้องนี้ ไม่ใช่เพราะห้องสวยอะไร แต่เพราะห้องนี้มีเธออยู่
เซเวียร์ดึงเนกไทให้คลายออกพลางปลดกระดุมทองที่แขนเสื้อ มีแค่เสียงสวบสาบเบาๆ ท่ามกลางแสงไฟสีส้มนุ่มๆ ตรงหัวเตียง
และเขาก็นั่งลงข้างเตียง โน้มกายเพื่อมองใบหน้าหญิงสาวให้ชัดๆ ปลายเนกไททิ้งตัวลงมาก่ายเกยบนพวงแก้มใส
ดานิกาหลับตาแน่นปี๋ พยายามนอนตะแคงหันหลังให้เขาอยู่นิ่งๆ ไม่กระดุกกระดิกทั้งๆ ที่เหน็บเริ่มกินขาแล้ว แต่ก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักของฝ่ามือที่กดลงบนฟูกแต่ละข้างของลำตัวเธอ ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือข้างหนึ่งของเขาจับเอวเธอไว้และค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ลูบไล้ทรวงอกเต่งตูมทีละข้าง... ทีละข้าง...
เซเวียร์เชยคางเธอขึ้น ไล้ปลายนิ้วบนปลายคางแล้วจรดริมฝีปากเข้าหา
กลีบปากนุ่มถูกทาบทับ... ร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิง
ดานิกากระตุกไหว พยายามจะต่อต้านขัดขืนตามสัญชาตญาณ ทว่าอำนาจของเขาครอบงำเธอไว้อย่างง่ายดาย อานุภาพของรสสัมผัสแนบชิดนี้สอนให้เธอเรียนรู้สิ่งที่ลืมเลือนไปแล้วอีกครั้ง เซเวียร์ถ่ายทอดความร้อนแรงมาถึงเธอด้วยริมฝีปาก จู่โจมใส่หัวใจได้อย่างราบคาบง่ายดายเหลือเกินจนสมองของเธอมึนงงไปหมด เขาบดเบียดริมฝีปาก จูบเธอซ้ำๆ อย่างดูดดื่ม ริมฝีปากอุ่นๆ ของเขาช่างแสนวิเศษ ดานิกาได้แต่เถียงตัวเองในใจว่าสามีจะจูบภรรยาก็ไม่แปลกอะไรสักนิด เขาจะกอดจะจูบก็เป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นหัวใจเอ๋ย เลิกเต้นกระหน่ำแบบนั้นเสียที
“อือ...”
เซเวียร์หยุดเล็กน้อยจนแน่ใจว่าเธอยังหลับอยู่ ดานิการ้องท้วงเบาๆ แล้วเงียบเสียงไป ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะหยุดแต่ทว่าไม่เลยเป็นอย่างนั้นเลย เซเวียร์โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออีกครั้ง
ริมฝีปากของเขานุ่มนวลราวกับกำมะหยี่ เรียวลิ้นร้อนและชุ่มชื้นของเขาซุกไซ้เข้ามาสำรวจ ค้นหาความหวานแล้วถอนกลับคืนไป แต่เพียงอึดใจก็พุ่งเข้ามาใหม่อย่างโหยหา ปล่อยคลื่นความหฤหรรษ์ซัดสาดเข้ามาในร่างกาย ในลมหายใจและในวิญญาณของเธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนดานิกาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความโหยหิวของเขา เธอตื่นตระหนก ลมหายใจกระชั้นหนักเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากมือของเขาที่สอดไซ้เข้าไปใต้ชุดนอน เซเวียร์จุมพิตสองแก้มของเธอและลำคองามระหง ระยะห่างอีกเพียงนิดเดียวริมฝีปากของเขาก็จะไต่ลงไปถึงทรวงอกอ่อนนุ่ม แต่ว่าเขากลับถอยห่างออกไป รีบปล่อยมือจากเธอราวกับเพิ่งเจอของน่ารังเกียจเซเวียร์เริ่มต้นเปิดโน้ตบุ๊คเพื่อทำงาน เสียงกดแป้นพิมพ์เบาๆ ดังต่อเนื่องอยู่เกือบชั่วโมง ฟังแล้วชวนให้ง่วง แต่ดานิกายังคงหลับไม่ลง รสจูบของเขาทำให้ร่างกายปั่นป่วนอลหม่านไปหมด ดานิกาแอบยกมือขึ้นแตะริมฝีปากแดงเจ่อของตนเองอย่างสับสน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เซเวียร์ไขว่คว้าเธออย่างร้อนรนและแล้วเขาก็เป็นฝ่ายผละตัวออกราวกับเธอเป็นเศษขยะทำไมกันนะ...“ซินญอร์ครับ การประชุมกับทีมเอเชีย
‘ช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับเซย์ให้ฟังหน่อยสิคะ เขาเป็นคนแบบไหน’“ดิฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของซินญอร์ค่ะ ก็เลยไม่ค่อยรู้เท่าไร แต่ในฐานะนายจ้างแล้ว ซินญอร์เป็นคนที่ใจดีมากค่ะ ค่าแรงที่ดิฉันได้รับสูงกว่าบ้านเศรษฐีคนอื่นๆ ถึงสามเท่าเชียวค่ะ”‘ช่วยเล่าตอนที่ฉันแต่งงานแล้วอยู่กับเขาได้มั้ยคะ ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาราบรื่นหรือเปล่า’“ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อต้นเดือนค่ะ ไม่รู้เรื่องอะไร... แต่ที่แน่ๆ คือซินญอร์รักคุณผู้หญิงมากนะคะ”‘ยังไงหรือคะ’“คุณผู้หญิงคงจะไม่รู้ ทุกวันซินญอร์กลับมาถึงที่นี่ช่วงดึกแต่คุณผู้หญิงกินยาหลับลึกไปแล้ว ซินญอร์ก็จะหอบงานมานั่งทำเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะในห้องนอนของคุณผู้หญิง ดิฉันอายุปูนนี้แล้ว บอกเลยว่าซินญอร์เป็นสามีที่น่ารักมากค่ะ ดูออกเลยว่าเขาต้องการอยู่ใกล้ๆ คุณผู้หญิงเสมอ คำสั่งที่ทุกคนได้รับคือให้ถือเรื่องของคุณผู้หญิงเป็นอันดับแรกเสมอ คุณผู้หญิงโชคดีมากค่ะที่ได้แต่งงานกับซินญอร์”‘แล้วมีใครพ
“ฉันว่าฉันเองก็น้อยใจนะ ทำงานกลับมาถึงบ้านทีไร ภรรยาของฉันก็หลับอุตุไปแล้วทุกที”และเขาก็วางเจ้าก้อนขนสีส้มๆ ลงบนตักของเธอ “บ๊อก... บ๊อก...” เจ้าก้อนขนตัวเล็กๆ เป็นลูกสุนัขพันธุ์คอร์กี้ ขาสั้นๆ ก้นป้อมๆ ส่ายหางดุ๊กดิ๊ก ดานิการ้องว้าวออกมาคำหนึ่งโดยไม่รู้ตัว มันช่างเป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดบนโลกใบนี้ เขารู้ได้อย่างไรกันนะว่าเธออยากเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ ดานิกากางแขนข้างที่ยังว่าง กอดเขาแทนคำขอบคุณและยิ้มหยอกล้อเจ้าหนูตัวอ้วนๆ ด้วยความดีใจ หายงอนเป็นปลิดทิ้ง “ฉันเคยสัญญาว่าจะหาคอร์กี้ให้เธอเลี้ยง จำได้มั้ย” ดานิกาพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออก เธอจึงส่ายหน้าพลางก้มลงไปทักทายเจ้าหนูน้อย ดวงตาของมันกลมโตใสแจ๋ว ลิ้นสีชมพูเข้มเล็กๆ แลบออกมาจากปาก ดานิกาไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเลยไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อมัน แต่เธอก็ชอบใจที่ได้อุ้มมัน “ดูเหมือนว่าเธอจะชอบ
คฤหาสน์ของตระกูลเวอร์ซาเลโก้เป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่สิบแปด ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นเอกเทศ สงบเงียบและเป็นส่วนตัวในระดับสูงสุด เมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ทะเลสาบและแนวขุนเขางดงาม หรือถ้ามองไปทางตะวันออกก็จะเห็นเมืองมิลานซึ่งเต็มไปด้วยชีวิตชีวาในยามค่ำคืน ตัวเมืองจะทอแสงสีเป็นประกายราวกับโปรยผงทองคำ นับตั้งแต่ถูกรับตัวออกจากสถานพักฟื้น เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว อยู่ในช่วงปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ คนที่ทำงานในคฤหาสน์แห่งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านแต่งตัวชุดเครื่องแบบขาวดำ มีคุณจูเซปเปเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน ส่วนอีกกลุ่มคือองครักษ์ผู้คุ้มกัน พวกเขาเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี พกอาวุธติดตัว แต่ละคนแต่งตัวใส่สูทรัดกุม ไม่ค่อยพูดจาสักเท่าไรเพราะมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามคำสั่งของนายเหนือหัว ดานิกาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าโลกภายนอกมีอันตรายใดๆ ที่จ้องจะทำร้ายเธออยู่หรือ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ระแวดระวังภัยให้เธอยิ่งนัก
บทที่ 3 สามีภรรยา โลกใบใหม่ของดานิกาเปิดกว้างขึ้นอีกนิดเมื่อมาถึงมิลาน เมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์ดี ทางเหนือของอิตาลี ที่นี่ได้ชื่อว่าโก้หรูและมีรสนิยมที่สุดในอิตาลี บริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนจนพื้นที่รอบๆ เมืองเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป รวมทั้งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำของโลก และแน่นอนว่าเกือบทั้งหมดเป็นเครือข่ายของอภิมหาเศรษฐีอย่างเซเวียร์ เวอร์ซาเลโก้รถลีมูซีนคันหนึ่งพร้อมรถองครักษ์ติดตามสามคัน วิ่งฉิวออกจากสนามบินนานาชาติมัลเพนซา พาเธอไปตามเส้นทางไฮเวย์มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังมหึมาบนยอดเนิน รถแล่นผ่านรั้วเหล็กสูงและป้อมรักษาความปลอดภัย วิ่งไปตามถนนปูอิฐบล็อกยาวเหยียดซึ่งปลูกต้นสนไซปรัสสง่างาม เกาะกลางถนนทำเป็นน้ำพุทิ้งสายน้ำกระซ่านกระเซ็น กระทบรูปปั้นหินอ่อนอย่างสวยงามน่ามอง ดานิกามองไปรอบๆ แววตาดูจะสนใจใคร่รู้มากกว่ากังวล ส่วนเซเวียร์สงบเงียบจนเกือบจะนิ่งเฉย“เห็นเรือนกระจกนั่นมั้ย เธอใช้เวลาอยู่ที่นั่นได้เป็นวันๆ”
‘ไปที่ไหนคะ’“มิลาน อิตาลี”คำพูดของเขาส่งกระแสเย็นวาบ ดานิกาไม่คิดฝันล่วงหน้ามาก่อนว่าจะได้ออกไปสู่โลกภายนอกรวดเร็วเช่นนี้ แถมยังไปไกลในที่ที่เธอไม่รู้จัก ใจหนึ่งก็ตื่นเต้นยินดีที่จะได้ค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่อีกใจก็รู้สึกหวาดกลัวและหลงทาง บางทีเธอควรจะหลงลืมทุกสิ่งและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครแบบนี้จะดีกว่าไหม ความเจ็บล้ำลึกที่ฝังอยู่ในใจกระตุ้นเตือนเสมอว่าอย่าไปแตะต้องมันไม่ใช่หรือ ‘คุณรู้จักฉันใช่ไหมคะ ฉันเป็นใคร ได้โปรดบอกฉันที’ดานิกาสบตาเขาอย่างมีความหวัง รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในใจกำลังเปล่งแสงทอประกาย เพิ่มขึ้น... เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด หัวใจของเธอเต้นโลดลิ่วเมื่อได้ยินเขาตอบว่า“ใช่ ฉันรู้จักเธอ”จู่ๆ เขาก็อุ้มเธอขึ้นจากรถเข็น เดินตรงกลับไปขึ้นรถ แทนที่จะตกใจกลัว ร่างบอบบางกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่หวั่นเกรงใดๆ ปล่อยให้อะไรบางอย่างทอประกายในดวงตาดุจดวงดาราคู่นั้น เมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน ดานิกาก็สัมผัสได้ว่าตัวของเขามีกลิ่นหอมของทะเลอันไ







