ANMELDEN‘ไปที่ไหนคะ’
“มิลาน อิตาลี”
คำพูดของเขาส่งกระแสเย็นวาบ ดานิกาไม่คิดฝันล่วงหน้ามาก่อนว่าจะได้ออกไปสู่โลกภายนอกรวดเร็วเช่นนี้ แถมยังไปไกลในที่ที่เธอไม่รู้จัก ใจหนึ่งก็ตื่นเต้นยินดีที่จะได้ค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่อีกใจก็รู้สึกหวาดกลัวและหลงทาง บางทีเธอควรจะหลงลืมทุกสิ่งและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครแบบนี้จะดีกว่าไหม ความเจ็บล้ำลึกที่ฝังอยู่ในใจกระตุ้นเตือนเสมอว่าอย่าไปแตะต้องมันไม่ใช่หรือ
‘คุณรู้จักฉันใช่ไหมคะ ฉันเป็นใคร ได้โปรดบอกฉันที’
ดานิกาสบตาเขาอย่างมีความหวัง รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในใจกำลังเปล่งแสงทอประกาย เพิ่มขึ้น... เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด หัวใจของเธอเต้นโลดลิ่วเมื่อได้ยินเขาตอบว่า
“ใช่ ฉันรู้จักเธอ”
จู่ๆ เขาก็อุ้มเธอขึ้นจากรถเข็น เดินตรงกลับไปขึ้นรถ แทนที่จะตกใจกลัว ร่างบอบบางกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่หวั่นเกรงใดๆ ปล่อยให้อะไรบางอย่างทอประกายในดวงตาดุจดวงดาราคู่นั้น เมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน ดานิกาก็สัมผัสได้ว่าตัวของเขามีกลิ่นหอมของทะเลอันไกลโพ้น บางทีอาจจะเป็นกลิ่นของซิการ์ผสมกับกลิ่นลมชื้นฝนที่พัดมาก็ได้ ดานิการู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น… รับรู้ว่าตัวเองเคยรู้จักเขาจริงๆ
‘ฉันเป็นใครคะ’
ดานิกาดึงปกเสื้อสูทของเขาเพื่อย้ำคำถาม ดวงตาสีเข้มฉายประกายทรงพลังและลุ่มลึกราวกับผืนมหาสมุทรจึงเลื่อนกลับมาสบตา ท่วงท่าของเขางามสง่าและผึ่งผาย เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสูทอัครฐานบ่งบอกราคาแพง
“เธอคือดานิกา... เธอเป็นภรรยาของฉัน”
เธอคงจะทำสีหน้าพิศวง เขาถึงได้ชูหลังมือข้างซ้ายขึ้น มีแหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างซ้าย เป็นแหวนที่ออกแบบโดยเฉพาะ ดานิการีบก้มดูแหวนของตัวเองบ้าง ก่อนจะยกมือขึ้นมาเทียบ
มันเป็นแหวนที่ออกแบบมาคู่กัน
เป็นเรื่องน่าแปลกไม่น้อยที่คนไร้ความทรงจำอย่างเธอ ทั้งๆ ที่นึกเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองไม่ออกเลยด้วยซ้ำ มีแค่ชื่อตัวเองที่สะกิดแวบเข้ามาในหัว นอกนั้นแล้วทุกอย่างก็ว่างเปล่า และในวันนี้ไม่เพียงแค่ชื่อที่เธอได้กลับคืนมา แต่ยังมีชายหนุ่มรูปงามปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าโดยบอกว่าเป็นสามี หลักฐานก็คือแหวนแต่งงาน ถึงแม้จะยังนึกอะไรไม่ออก ดานิกากลับไม่รู้สึกหวาดระแวงหรือหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย มันเหมือนว่าในใจเบื้องลึกนั้นรู้ดีว่าคนๆ นี้จะไม่มีวันทำร้ายเธอ
เขาบอกว่าชื่อ...
“เซเวียร์... ชื่อของฉัน” น้ำเสียงของเขาทุ้มกังวานอย่างคนที่คุ้นชินกับการออกคำสั่ง ซินญอร์เวอร์ซาเลโก้กำลังอุ้มเธอไปขึ้นรถลีมูซีนเดมเลอร์สีดำคันใหญ่ ใบหน้าคมเข้มด้านข้างของเขาครึ่งหนึ่งทาบทับด้วยเงามืด แต่กระนั้นความแข็งแกร่งองอาจก็ยังคงฉายชัด เขาเอ่ยขึ้นมาราวกับล่วงรู้ความคิด และก้มหน้าลงมาสบตา
“ฉันอนุญาตให้เธอเรียกชื่อว่า เซย์”
ดานิกาพยักหน้าตกลง ส่งเสียงอืออาในลำคอพลางดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ
“ดา... ดา...”
“แน่นอน ฉันจะเรียกเธอว่าดานิกา”
ร่างสูงใหญ่อุ้มเธอขึ้นรถอย่างอ่อนโยน ยิ่งมองใกล้ๆ เธอก็ยิ่งดูน่ารักกว่าที่เขาจำได้ขึ้นไปอีก หมอแจ้งว่าอาการโดยรวมของเธอแข็งแรงดีแล้ว เหลือแค่ขาข้างซ้ายที่ยังใส่เฝือกอยู่ซึ่งมีกำหนดถอดออกในอีกสามอาทิตย์ข้างหน้า จากนั้นแล้วถึงจะเริ่มทำกายภาพบำบัด การขยับบางจังหวะก็ทำให้เจ็บขึ้นมาจนเธอเผลอทำหน้านิ่ว แค่ชั่ววูบเดียวเท่านั้นเองแต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาจับจ้องของเขา
“เจ็บมากไหม”
ดานิกาส่ายหน้า แต่ยังคงจ้องมองเขาเพื่อเรียกรายละเอียดความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา และไม่รู้ทำไมน้ำตาถึงไหลพรากจนตัวเองยังตกใจ เซเวียร์เอื้อมมือมาจะเช็ดน้ำตาให้ แต่อีกเพียงระยะเส้นผม ปลายนิ้วของเขาจะแตะแก้มนุ่มนิ่ม เขากลับดึงมือถอยห่างออกมา
เขาสบตาเธอราวกับว่ามีอะไรต้องการจะพูดด้วยแต่ก็ไม่พูด มีเพียงความเงียบคั่นระหว่างสองคน เขาไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวอะไรทั้งนั้น เซเวียร์ก้าวขึ้นมานั่งข้างเธอ ชุดคนไข้สีจืดๆ กับเฝือกที่ขาดูไม่เข้ากันกับชุดสูทเรียบหรูของเขาเลยสักนิด แต่เซเวียร์ก็มิได้ใส่ใจ เขาเอื้อมมือมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ ดานิกาจึงส่งยิ้มให้เพื่อขอบคุณ เขากลับเบือนหน้าหลบไปอีกทาง
“เครื่องบินส่วนตัวกำลังรอเราอยู่ ไปกันเถอะ”
ริมฝีปากของเขานุ่มนวลราวกับกำมะหยี่ เรียวลิ้นร้อนและชุ่มชื้นของเขาซุกไซ้เข้ามาสำรวจ ค้นหาความหวานแล้วถอนกลับคืนไป แต่เพียงอึดใจก็พุ่งเข้ามาใหม่อย่างโหยหา ปล่อยคลื่นความหฤหรรษ์ซัดสาดเข้ามาในร่างกาย ในลมหายใจและในวิญญาณของเธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนดานิกาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความโหยหิวของเขา เธอตื่นตระหนก ลมหายใจกระชั้นหนักเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากมือของเขาที่สอดไซ้เข้าไปใต้ชุดนอน เซเวียร์จุมพิตสองแก้มของเธอและลำคองามระหง ระยะห่างอีกเพียงนิดเดียวริมฝีปากของเขาก็จะไต่ลงไปถึงทรวงอกอ่อนนุ่ม แต่ว่าเขากลับถอยห่างออกไป รีบปล่อยมือจากเธอราวกับเพิ่งเจอของน่ารังเกียจเซเวียร์เริ่มต้นเปิดโน้ตบุ๊คเพื่อทำงาน เสียงกดแป้นพิมพ์เบาๆ ดังต่อเนื่องอยู่เกือบชั่วโมง ฟังแล้วชวนให้ง่วง แต่ดานิกายังคงหลับไม่ลง รสจูบของเขาทำให้ร่างกายปั่นป่วนอลหม่านไปหมด ดานิกาแอบยกมือขึ้นแตะริมฝีปากแดงเจ่อของตนเองอย่างสับสน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เซเวียร์ไขว่คว้าเธออย่างร้อนรนและแล้วเขาก็เป็นฝ่ายผละตัวออกราวกับเธอเป็นเศษขยะทำไมกันนะ...“ซินญอร์ครับ การประชุมกับทีมเอเชีย
‘ช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับเซย์ให้ฟังหน่อยสิคะ เขาเป็นคนแบบไหน’“ดิฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของซินญอร์ค่ะ ก็เลยไม่ค่อยรู้เท่าไร แต่ในฐานะนายจ้างแล้ว ซินญอร์เป็นคนที่ใจดีมากค่ะ ค่าแรงที่ดิฉันได้รับสูงกว่าบ้านเศรษฐีคนอื่นๆ ถึงสามเท่าเชียวค่ะ”‘ช่วยเล่าตอนที่ฉันแต่งงานแล้วอยู่กับเขาได้มั้ยคะ ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาราบรื่นหรือเปล่า’“ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อต้นเดือนค่ะ ไม่รู้เรื่องอะไร... แต่ที่แน่ๆ คือซินญอร์รักคุณผู้หญิงมากนะคะ”‘ยังไงหรือคะ’“คุณผู้หญิงคงจะไม่รู้ ทุกวันซินญอร์กลับมาถึงที่นี่ช่วงดึกแต่คุณผู้หญิงกินยาหลับลึกไปแล้ว ซินญอร์ก็จะหอบงานมานั่งทำเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะในห้องนอนของคุณผู้หญิง ดิฉันอายุปูนนี้แล้ว บอกเลยว่าซินญอร์เป็นสามีที่น่ารักมากค่ะ ดูออกเลยว่าเขาต้องการอยู่ใกล้ๆ คุณผู้หญิงเสมอ คำสั่งที่ทุกคนได้รับคือให้ถือเรื่องของคุณผู้หญิงเป็นอันดับแรกเสมอ คุณผู้หญิงโชคดีมากค่ะที่ได้แต่งงานกับซินญอร์”‘แล้วมีใครพ
“ฉันว่าฉันเองก็น้อยใจนะ ทำงานกลับมาถึงบ้านทีไร ภรรยาของฉันก็หลับอุตุไปแล้วทุกที”และเขาก็วางเจ้าก้อนขนสีส้มๆ ลงบนตักของเธอ “บ๊อก... บ๊อก...” เจ้าก้อนขนตัวเล็กๆ เป็นลูกสุนัขพันธุ์คอร์กี้ ขาสั้นๆ ก้นป้อมๆ ส่ายหางดุ๊กดิ๊ก ดานิการ้องว้าวออกมาคำหนึ่งโดยไม่รู้ตัว มันช่างเป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดบนโลกใบนี้ เขารู้ได้อย่างไรกันนะว่าเธออยากเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ ดานิกากางแขนข้างที่ยังว่าง กอดเขาแทนคำขอบคุณและยิ้มหยอกล้อเจ้าหนูตัวอ้วนๆ ด้วยความดีใจ หายงอนเป็นปลิดทิ้ง “ฉันเคยสัญญาว่าจะหาคอร์กี้ให้เธอเลี้ยง จำได้มั้ย” ดานิกาพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออก เธอจึงส่ายหน้าพลางก้มลงไปทักทายเจ้าหนูน้อย ดวงตาของมันกลมโตใสแจ๋ว ลิ้นสีชมพูเข้มเล็กๆ แลบออกมาจากปาก ดานิกาไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเลยไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อมัน แต่เธอก็ชอบใจที่ได้อุ้มมัน “ดูเหมือนว่าเธอจะชอบ
คฤหาสน์ของตระกูลเวอร์ซาเลโก้เป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่สิบแปด ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นเอกเทศ สงบเงียบและเป็นส่วนตัวในระดับสูงสุด เมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ทะเลสาบและแนวขุนเขางดงาม หรือถ้ามองไปทางตะวันออกก็จะเห็นเมืองมิลานซึ่งเต็มไปด้วยชีวิตชีวาในยามค่ำคืน ตัวเมืองจะทอแสงสีเป็นประกายราวกับโปรยผงทองคำ นับตั้งแต่ถูกรับตัวออกจากสถานพักฟื้น เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว อยู่ในช่วงปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ คนที่ทำงานในคฤหาสน์แห่งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านแต่งตัวชุดเครื่องแบบขาวดำ มีคุณจูเซปเปเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน ส่วนอีกกลุ่มคือองครักษ์ผู้คุ้มกัน พวกเขาเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี พกอาวุธติดตัว แต่ละคนแต่งตัวใส่สูทรัดกุม ไม่ค่อยพูดจาสักเท่าไรเพราะมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามคำสั่งของนายเหนือหัว ดานิกาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าโลกภายนอกมีอันตรายใดๆ ที่จ้องจะทำร้ายเธออยู่หรือ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ระแวดระวังภัยให้เธอยิ่งนัก
บทที่ 3 สามีภรรยา โลกใบใหม่ของดานิกาเปิดกว้างขึ้นอีกนิดเมื่อมาถึงมิลาน เมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์ดี ทางเหนือของอิตาลี ที่นี่ได้ชื่อว่าโก้หรูและมีรสนิยมที่สุดในอิตาลี บริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนจนพื้นที่รอบๆ เมืองเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป รวมทั้งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำของโลก และแน่นอนว่าเกือบทั้งหมดเป็นเครือข่ายของอภิมหาเศรษฐีอย่างเซเวียร์ เวอร์ซาเลโก้รถลีมูซีนคันหนึ่งพร้อมรถองครักษ์ติดตามสามคัน วิ่งฉิวออกจากสนามบินนานาชาติมัลเพนซา พาเธอไปตามเส้นทางไฮเวย์มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังมหึมาบนยอดเนิน รถแล่นผ่านรั้วเหล็กสูงและป้อมรักษาความปลอดภัย วิ่งไปตามถนนปูอิฐบล็อกยาวเหยียดซึ่งปลูกต้นสนไซปรัสสง่างาม เกาะกลางถนนทำเป็นน้ำพุทิ้งสายน้ำกระซ่านกระเซ็น กระทบรูปปั้นหินอ่อนอย่างสวยงามน่ามอง ดานิกามองไปรอบๆ แววตาดูจะสนใจใคร่รู้มากกว่ากังวล ส่วนเซเวียร์สงบเงียบจนเกือบจะนิ่งเฉย“เห็นเรือนกระจกนั่นมั้ย เธอใช้เวลาอยู่ที่นั่นได้เป็นวันๆ”
‘ไปที่ไหนคะ’“มิลาน อิตาลี”คำพูดของเขาส่งกระแสเย็นวาบ ดานิกาไม่คิดฝันล่วงหน้ามาก่อนว่าจะได้ออกไปสู่โลกภายนอกรวดเร็วเช่นนี้ แถมยังไปไกลในที่ที่เธอไม่รู้จัก ใจหนึ่งก็ตื่นเต้นยินดีที่จะได้ค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่อีกใจก็รู้สึกหวาดกลัวและหลงทาง บางทีเธอควรจะหลงลืมทุกสิ่งและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครแบบนี้จะดีกว่าไหม ความเจ็บล้ำลึกที่ฝังอยู่ในใจกระตุ้นเตือนเสมอว่าอย่าไปแตะต้องมันไม่ใช่หรือ ‘คุณรู้จักฉันใช่ไหมคะ ฉันเป็นใคร ได้โปรดบอกฉันที’ดานิกาสบตาเขาอย่างมีความหวัง รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในใจกำลังเปล่งแสงทอประกาย เพิ่มขึ้น... เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด หัวใจของเธอเต้นโลดลิ่วเมื่อได้ยินเขาตอบว่า“ใช่ ฉันรู้จักเธอ”จู่ๆ เขาก็อุ้มเธอขึ้นจากรถเข็น เดินตรงกลับไปขึ้นรถ แทนที่จะตกใจกลัว ร่างบอบบางกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่หวั่นเกรงใดๆ ปล่อยให้อะไรบางอย่างทอประกายในดวงตาดุจดวงดาราคู่นั้น เมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน ดานิกาก็สัมผัสได้ว่าตัวของเขามีกลิ่นหอมของทะเลอันไ







