Share

บทที่ 3

Penulis: แอนนา สมิธ
สามวันต่อมา ฉันยืนอยู่ในวิลล่าที่เราเคยใช้ชีวิตร่วมกันมาเจ็ดปี และรู้สึกถึงบางอย่างในใจที่สงบนิ่งลง

ตามฝาผนังมีรูปถ่ายเรื่องราวชีวิตคู่ของเรา ฉันหยิบรูปเหล่านั้นลงมาทีละใบ แล้วตัดตัวเองออกจากทุกรูป

จากนั้นฉันก็เก็บข้าวของส่วนตัว อะไรก็ตามที่เราเคยใช้ร่วมกัน ฉันแยกมันออกไว้

นอกจากนี้ฉันยังตั้งเวลาส่งอีเมลรูปภาพหน้าจอข้อความและโพสต์อินสตาแกรมของเบียนก้าไปให้ลอเรนโซด้วย

ขณะที่ฉันเพิ่งนั่งลง ก็มีข้อความส่งเข้ามา จากเบียนก้านั่นเอง เป็นรายละเอียดเวลาและสถานที่ของงานประมูลคริสตี้ พร้อมข้อความข้างใต้ว่า:

“กล้ามาไหมคะ คุณนายโมเรตติ? ลอเรนโซบอกว่าคืนนี้เขาจะสู้ราคาสุดตัวเพื่อซื้อของชิ้นสุดท้ายให้ฉัน”

เย็นวันนั้น ฉันไปถึงงานประมูลตรงเวลาเป๊ะ ความจริงฉันไม่ได้วางแผนจะมา

เพราะเมื่อถึงเที่ยงคืน แผนการที่แม่เตรียมไว้จะเริ่มทำงาน และโซเฟีย โมเรตติ จะต้องตาย

มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะให้ผู้หญิงที่เด็กกว่ามาปั่นประสาทฉันเป็นครั้งสุดท้าย?

แต่เบียนก้าส่งแคตตาล็อกสินค้ามาให้ฉันด้วย ของชิ้นสุดท้ายคือสร้อยคอเพชรสีเหลืองที่หายากและราคาแพงลิบลิ่วจนดูเกินจริง

แต่สิ่งที่สะดุดตาฉันกลับเป็นจี้ชิ้นหนึ่งที่ดูเรียบหรูและสง่างาม รสนิยมแบบที่แม่ฉันชอบเป๊ะ ฉันจึงตัดสินใจจะซื้อให้แม่ ฉันบอกตัวเองว่านั่นคือเหตุผลที่ฉันมา

แต่ความจริงลึกๆ คือฉันยังอยากเห็นกับตาว่าเขาจะทำเพื่อเธอได้มากแค่ไหน

เจ็ดปี... นั่นคือเวลาทั้งหมดที่ลอเรนโซใช้เพื่อไปตกหลุมรักคนอื่น

เมื่อฉันก้าวเข้าไปในห้องประมูล ที่นั่งแถวหน้าเกือบจะเต็มหมดแล้ว ฉันจึงเลือกนั่งแถวสุดท้าย

ฉันกะว่าจะประมูลจี้แล้วก็รีบกลับ ลอเรนโซกับเบียนก้านั่งอยู่แถวกลางๆ พวกเขาโน้มตัวเข้าหากันอย่างใกล้ชิด

เบียนก้าหันกลับมามองแถวด้านหลังเป็นระยะ ทันทีที่เธอเห็นฉัน เธอก็เหยียดยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูสดใสและมั่นใจ ราวกับเด็กสาวที่มั่นใจว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ

สินค้าชิ้นสำคัญมักจะถูกเก็บไว้ท้ายสุด จี้ที่ฉันต้องการถูกนำออกมาประมูลช่วงแรกตามคาด

ดีไซเนอร์ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักจึงไม่มีใครสู้ราคากับฉัน ฉันได้มันมาในราคาที่ถูกกว่ามูลค่าจริงมาก

ขณะที่ฉันลุกขึ้นเพื่อจะจากไป เสียงของเบียนก้าก็ดังข้ามห้องมาอย่างชัดเจน

“คุณนายโมเรตติคะ” เธอเรียกด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยจนคนต้องหันมามอง “จะกลับแล้วเหรอคะ? คุณเพิ่งเห็นแค่ของชิ้นเล็กๆ เองนะ ของล้ำค่าจริงๆ ยังไม่ถูกนำออกมาเลย”

ผู้คนเริ่มหันมามองมากขึ้น รอยยิ้มของเธอเข้มขึ้น

“โดยเฉพาะของชิ้นสุดท้ายของคืนนี้ ถ้าพลาดไปน่าเสียดายแย่เลยนะคะ”

ฉันมองเธอแล้วเกือบจะยิ้มตอบ ในวัยขนาดเธอ ความโอหังและรัศมีเปล่งปลั่งมันมาได้ง่ายๆ

เธอทั้งเด็ก สวย และมีชีวิตชีวาด้วยความมั่นใจแบบคนที่ไม่ต้องระวังอะไร ซึ่งทำให้รู้สึกว่าโลกทั้งใบถูกสร้างมาเพื่อเธอ ไม่แปลกใจเลยที่ลอเรนโซต้องการเธอ

ลอเรนโซแตะหลังคอเธอเบาๆ เป็นการเตือนให้ทำตัวดีๆ จากนั้นเขาก็หันไปมองข้างหลังอย่างไม่ใส่ใจนัก

ราวกับอยากรู้ว่าใครกันที่ทำให้ผู้หญิงข้างตัวเขาต้องหันไปสนใจ วินาทีที่เขาเห็นฉัน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

ฉันไม่เคยเห็นความรู้สึกผิดและความโกรธปรากฏชัดเจนพร้อมกันบนใบหน้าผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อน

งานประมูลครั้งนี้มีคนคุ้นเคยมากมาย ทั้งคนรู้จักเก่าๆ ในสังคมของลอเรนโซที่รู้จักเราทั้งคู่มาหลายปี

เมื่อเบียนก้าเรียกฉันเสียงดังขนาดนั้น เขาจึงไม่มีทางแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นฉันได้

ภายใต้สายตาที่จ้องมองมา ลอเรนโซไม่มีทางเลือกนอกจากส่งสัญญาณให้พนักงานพาฉันไปนั่งที่ว่างข้างๆ เขา

เขาหันไปบอกเบียนก้าให้ย้ายไปนั่งที่ว่างด้านหลัง เธอลุกพรวดขึ้นทันที ดวงตาเริ่มแดงก่ำ

“ไม่ค่ะ” เธอพูดเสียงแข็ง “คุณบอกว่าคืนนี้มันควรจะเป็น—”

“ไปนั่งข้างหลังซะ เบียนก้า” ลอเรนโซพูดเสียงต่ำและดุดัน “อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ”

เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตา

ฉันเอื้อมมือไปแตะแขนลอเรนโซเบาๆ

“ช่างมันเถอะค่ะ” ฉันพูด “อย่าทำให้เธอเสียใจเพราะฉันเลย ฉันซื้อของที่ต้องการได้แล้ว ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะต้องอยู่ต่อ”

ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม

“คุณเป็นภรรยาของผม” เขาพูด “ถ้าจะมีใครควรนั่งตรงนี้ คนนั้นคือคุณ เธอไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรู้สึกถูกหักหน้า”

คำพูดนั้นกระแทกใจเบียนก้าเข้าเต็มๆ ความภาคภูมิใจที่เหลืออยู่แสดงออกมาผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน เธอกัดฟันหันหลังเดินไปนั่งที่แถวหลังสุด

ลอเรนโซกุมมือฉันไว้และรั้งให้ฉันนั่งอยู่ตรงนั้น ในตอนนั้นฉันไม่สามารถเดินออกไปได้โดยไม่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย

ฉันจึงยอมนั่งลงข้างเขา ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็สัมผัสได้ถึงสายตาอาฆาตของเบียนก้าที่จ้องแผ่นหลังฉันอยู่ สายตานั้นคงอยู่จนกระทั่งถึงการประมูลของชิ้นสุดท้าย

เป็นไปตามคาด ลอเรนโซประมูลสร้อยคอเพชรสีเหลืองมาได้ ตอนนั้นเบียนก้าดูเหมือนจะเริ่มดีใจ

สีหน้าดูสดใสขึ้นราวกับทุกอย่างกำลังกลับมาเป็นไปตามที่เธอต้องการ เมื่องานประมูลจบลง เธอมองเขาด้วยความคาดหวังอย่างเปิดเผย

แต่ลอเรนโซไม่ได้แม้แต่จะชายตาไปมองเธอ เขากลับหันมาทางฉันและสวมสร้อยคอเส้นนั้นให้ที่คอของฉัน

ฉันพยายามจะยกมือห้าม แต่เขาคว้าข้อมือฉันไว้ก่อน

“โซเฟีย” เขาพูดเบาๆ “คุณควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”

เบียนก้าตัวแข็งทื่อ จากนั้นเธอก็หันหลังสะบัดหน้าเดินออกไปโดยไม่พูดสักคำ

สายตาของลอเรนโซมองตามเธอไป รอยย่นที่คิ้ว ขากรรไกรที่ขบกันแน่น และมือที่กำอยู่ข้างตัว มันชัดเจนเกินพอแล้ว

ฉันยิ้ม เอื้อมมือไปปลดสร้อยคอแล้ววางคืนใส่มือเขา

“ของมีค่าขนาดนี้ควรอยู่ในตู้นิรภัยของธนาคารค่ะ ไม่ใช่บนตัวฉัน” ฉันพูด

เขาดูตกใจ ความตึงเครียดบนใบหน้าลดลงบ้าง เขากำสร้อยคอไว้ แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ฉันก็พูดขึ้นก่อน

“อย่างไรก็ตาม ขอบคุณสำหรับของขวัญนะคะ ฉันก็มีของขวัญทิ้งไว้ให้คุณเหมือนกัน อยู่ในลิ้นชักข้างเตียงน่ะค่ะ”

เขาดึงฉันเข้าไปกอดและจูบฉัน

“คุณมักจะมีอะไรมาทำให้ผมประหลาดใจเสมอ” เขาพึมพำ “ตอนนี้ผมแทบรอไม่ไหวที่จะดูว่ามันคืออะไร”

ถึงอย่างนั้น สายตาของเขาก็ยังคงเหลือบไปที่ประตู เขาอยากจะตามเบียนก้าไป ฉันยิ้มกับตัวเองแล้วพูดเบาๆ “ถ้ามีเรื่องอะไรต้องจัดการ คุณไปเถอะค่ะ”

เขาผละออกมามองฉันด้วยความรู้สึกกึ่งโล่งใจ จากนั้นเขาก็รีบจากไป โดยที่กล่องกำมะหยี่ยังอยู่ในมือ

ไม่กี่นาทีต่อมา ฉันก็ก้าวขึ้นรถที่แม่เตรียมไว้ให้ และเราก็ขับออกไปสู่ความมืดมิดยามค่ำคืน

ผ่านทางหน้าต่างรถ ฉันเห็นรถเบนท์ลีย์สีดำของลอเรนโซขับตัดหน้าเราไป ฉันมองตามจนมันหายลับสายตา

ลาก่อนนะ ลอเรนโซ

ครั้งนี้ ลาก่อนตลอดกาล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 11

    เขายืนจ้องฉันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับว่าฉันควรจะยอมแพ้ แต่ฉันไม่ยอม“ลอเรนโซ” ฉันพูด “เลิกเรียกสิ่งนี้ว่าความรักสักทีเถอะ คุณแค่รับไม่ได้ที่สูญเสียอำนาจควบคุมฉันไป ก็แค่นั้น”เขายิ่งกัดฟันแน่นขึ้น“คุณคิดว่าถ้าคุณขอโทษ ถ้าคุณตามฉันมา ฉันจะกลับไปเป็นผู้หญิงที่นั่งรอคุณเหมือนเดิมอย่างนั้นเหรอ” ฉันส่ายหน้า“ฉันจะไม่ทำแบบนั้น” “ฉันจะไม่กลับไป และฉันจะไม่เปลี่ยนใจด้วย”เขาจ้องหน้าเขา หายใจแรง“คุณจะเดินหนีผมไปง่ายๆ แบบนั้นไม่ได้”ฉันเกือบจะหลุดหัวเราะ“คอยดูแล้วกันค่ะ”ผู้จัดการคลับกำลังเดินเข้ามาพร้อมหน่วยรักษาความปลอดภัย ฉันมองหน้าลอเรนโซแล้วพูดเสียงเรียบว่า“ถ้าคุณไม่ยอมจบเรื่องตรงนี้ ฉันจะให้เขาเรียกตำรวจ”เขาไม่ขยับ ฉันจึงหันไปหาผู้จัดการ “เรียกตำรวจเลยค่ะ”เขาโทรเรียกจริงๆ ที่นี่ไม่ใช่เนเปิลส์ เขาไม่สามารถทำให้ปัญหาหายไปได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวกว่าตำรวจจะมาถึงและตรวจสอบกล้องวงจรปิด ความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้ว เขาไม่ได้ถูกควบคุมตัวนานนัก แต่เขาต้องจากไปด้วยความอับอาย พร้อมรอยเลือดที่มุมปากก่อนจะไป เขามองหน้าฉันด้วยสายตาที่เกือบจะดูสิ้นหวัง“โซเฟีย” เขาพูด “บางทีผมอาจ

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 10

    ฉันมองมือที่มัตเตโอยื่นมาให้ หลังจากชะงักไปครู่หนึ่งฉันก็ยอมจับมือเขา“มาเริ่มกันใหม่นะครับ ผมมัตเตโอ เฟอร์รี่” เขากล่าวยิ้มๆ“นานมากแล้วจริงๆ นะคะ”มื้อค่ำครั้งนี้ผ่านไปได้ง่ายกว่าที่ฉันคิด เมื่อผู้จัดการปลีกตัวออกไปครู่หนึ่ง เขาก็มองหน้าฉันแล้วพูดเบาๆ ว่า“มีบางอย่างที่ผมอยากจะบอกคุณด้วยตัวเอง ผมเคยชอบคุณตอนเรายังเป็นเด็ก และตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกแบบเดิม”ฉันลังเล แล้วตอบไปตามตรง“ฉันยังไม่พร้อมสำหรับความสัมพันธ์ใหม่ค่ะ” ฉันกำลังตั้งท้อง และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ฉันตั้งใจจะรักษาระยะห่างจากทุกความรู้สึกใดๆ ก็ตามมัตเตโอพยักหน้า“ผมรู้ครับ ผมไม่ได้ขออะไรจากคุณในคืนนี้” เขากล่าว “ผมแค่ต้องการให้คุณรู้ว่า ถ้าถึงวันที่คุณพร้อม ผมอยากให้คุณนึกถึงผมเป็นคนแรก”ฉันยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร เสียงที่คุ้นเคยก็ดังแทรกข้ามห้องมา“เธอไม่มีวันทำแบบนั้นหรอก”ฉันนิ่งไปทันที เมื่อหันไปก็พบลอเรนโซยืนอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาดูซูบลงกว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นดูเคร่งเครียดและกดดัน แต่แววตาของเขาคงจ้องเขม็งมาที่ฉันด้วยความมั่นใจแบบหนักแน่นมัตเตโอลุกขึ้นยืนทันที ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 9

    ฉันย้ายเข้าไปอยู่ในหอพักของบริษัท ผู้จัดการของฉันต้องขึ้นไปทางเหนือเพื่อทำโปรเจกต์ใหม่และอยากให้ฉันไปเรียนรู้งานด้วยฉันจึงตามไป ฉันเพิ่งจะเช็คอินเสร็จตอนที่แม่โทรมา“เขามาหาแม่”ฉันยืนอยู่ในระเบียงทางเดินของโรงแรม ถือกุญแจคีย์การ์ดไว้และนิ่งเงียบ“เขาไม่ได้ถามว่าลูกอยู่ที่ไหน ไม่ได้ถามตรงๆ เขาถามเรื่องไฟไหม้ ถามเรื่องช่วงวันก่อนเกิดเหตุ ว่าลูกเคยพูดเรื่องอยากออกจากเนเปิลส์บ้างไหม หรือแม่สังเกตเห็นอะไรผิดปกติหรือเปล่า”แม่เงียบไป “เขายังไม่กลับไปเลย”ฉันมองดูบัตรในมือแล้วรู้สึกเพียงความหงุดหงิดที่จืดจาง มันจะมีประโยชน์อะไร? เมื่อฉันจากไปแล้วเท่านั้นเขาถึงรู้ค่าของฉันแม่บอกให้ฉันเก็บตัวเงียบๆ ไว้ก่อน ฉันก็ตอบตกลง เย็นวันนั้น ผู้จัดการพาฉันไปที่โรงแรมริมทะเลสาบเพื่อพบกับทีมงานโปรเจกต์ก่อนจะเข้าไปข้างใน ฉันเดินออกมาที่ระเบียงเพื่อสูดอากาศ ลมที่พัดมาจากผืนน้ำนั้นเย็นยะเยือกฉันเพิ่งจะทัดผมไว้หลังหูตอนที่ได้ยินเสียงที่แสนคุ้นเคยมาจากด้านหลัง“...ยังไม่เจออะไรเลยเหรอ?”ฉันตัวแข็งทื่อ แล้วฉันก็หันไปพบกับลอเรนโซ เขายืนอยู่ห่างไปไม่ไกล เขาดูผอมลงกว่าครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็น ดูซูบแล

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 8

    หลายวันต่อมา ลอเรนโซแทบไม่ได้นอน เขาใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้องทำงาน ตรวจสอบรายงานเหตุเพลิงไหม้จนรายละเอียดเริ่มพร่าเลือนตอนกลางคืน เขาจะแวะไปที่คลับส่วนตัวของตระกูล ไม่ใช่เพื่อไปพบปะใคร แต่เพราะที่นั่นเงียบสงบพอที่เขาจะอยู่กับความคิดของตัวเองได้เขาเริ่มดื่มหนักเกินไป คนรู้จักที่รู้จักเขามานานคอยอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรจนกระทั่งมีคนส่งข้อความไปหาเบียนก้าเงียบๆ เธอมาถึงในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ลอเรนโซนั่งฟุบอยู่ที่มุมโซฟาหนังคอเสื้อเปิดออก ในมือถือแก้วเหล้าไว้แบบจะหลุด เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นเห็นเธอที่ประตู แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปเขาลุกขึ้นยืนก่อนที่สติจะกลับมาทัน เขาตรงเข้าไปคว้าตัวเบียนก้ามากอดไว้ ซุกหน้าลงกับไหล่ของเธอ“โซเฟีย...”เบียนก้าตัวแข็งทื่อแต่ลอเรนโซยังคงกอดไว้แน่น น้ำเสียงแหบพร่าด้วยฤทธิ์เหล้าและความเศร้า“คุณกลับมาแล้ว” เขากอดเธอแน่นขึ้น “อย่าไปไหนอีกนะ”สีหน้าของเบียนก้าเปลี่ยนไปทันที เธอผลักเขาออก“ดูฉันสิ!” เธอตะคอก น้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง “ฉันไม่ใช่เธอ!”เบียนก้ายืนตัวสั่นด้วยความอับอายและโกรธแค้น“สรุปว่านี่คือสิ่งที่ฉันเป็นสำหรับคุณสินะ” เธอพู

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 7

    ลอเรนโซตรงจากชายฝั่งไปที่เพนท์เฮาส์ของเบียนก้าทันที เมื่อเธอเปิดประตู เธอมีสีหน้าโล่งใจที่เห็นเขา“ลอเรนโซ ฉันรู้ว่าคุณต้องกลับมา”เขาตัดบทเธอด้วยการผลักเธอไปติดผนัง รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของเธอทันที“ลอเรนโซ...”“ทำไม?” เขาถามเธอมองเขาด้วยความสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กลายเป็นความหวาดกลัว“ทำไมเธอถึงไม่หยุดตามรังควานโซเฟีย?” น้ำเสียงของเขาเบาแต่เยือกเย็นจนน่าขนลุก“ทั้งสายตาในงานประมูล ทั้งคำพูดจิกกัด ทั้งการจงใจทำให้โซเฟียเห็นเรื่องพวกนั้น ทำไม?”น้ำตาของเบียนก้าคลอเบ้าทันที เขาแย่งโทรศัพท์จากมือเธอมาเปิดดู ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็เจอสิ่งที่ต้องการ ทั้งสตอรี่ที่บันทึกไว้ รายชื่อคนที่ตั้งค่าให้เห็นโพสต์ รูปแบบการกระทำที่เขาเคยแกล้งทำเป็นมองข้ามไปโซเฟียไม่ได้คิดไปเองเลย เบียนก้าจงใจปั่นหัวเธอเมื่อลอเรนโซเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขาไม่เหลือความรู้สึกใดๆ อีกแล้ว“เธอต้องการให้โซเฟียอับอาย” เขาพูด “เธอต้องการบีบให้โซเฟียออกไป”เบียนก้าร้องไห้ออกมา เธอพยายามจะเอื้อมมือไปหาเขาแต่ก็ชะงัก“ฉันหึงนี่คะ” เธอพูด “ก็แค่นั้นเอง ฉันหึงเพราะฉันรักคุณ ทุกครั้งที่คุณกลับไปหาเธอ

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 6

    เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่โซเฟียแทบไม่ห่างจากตัวเขาเลย แม้ไข้จะลดแล้ว แต่เธอก็ยังคงเฝ้าดูแลเรื่องยา เรื่องแผล และอยู่เป็นเพื่อนในคืนที่ความเจ็บปวดทำให้เขานอนไม่หลับ เมื่อเขาเริ่มฟื้นตัว เธอก็ยังคงอยู่ใกล้ๆ คอยดูแลให้เขาได้พักผ่อนให้เขาร่างกายอบอุ่น และไม่เคยไว้วางใจจนกว่าเขาจะปลอดภัยจริงๆลอเรนโซจำช่วงเวลาหนึ่งได้แม่นยำจนเจ็บปวด เขายืนอยู่บนระเบียง ร่างกายยังคงอ่อนแอและซูบผอมโซเฟียเดินมาข้างหลังแล้วจัดเสื้อโค้ทคลุมไหล่ให้เขาอย่างพอดีตอนนั้นเองที่เขาให้สัญญากับตัวเอง ถ้าเขารอดไปได้ เขาจะใช้ชีวิตที่เหลือทำดีกับเธอให้มากที่สุดแล้วเขาเริ่มลืมมันไปตั้งแต่เมื่อไหร่? เป็นเพราะโซเฟียรักเขาดีเกินไป รักจนหมดใจ จนเขาเริ่มเชื่อว่าเธอจะไม่มีวันไปจากเขาอย่างนั้นเหรอ?หรือเขาแค่เริ่มเคยชินกับความทุ่มเทของเธอจนมองไม่เห็นคุณค่าของมันไปแล้ว?ลอเรนโซหลับตาลง เบียนก้าดึงดูดเขาเพราะเธอดูสดใส บ้าระห่ำ และมีชีวิตชีวาจนดูอันตรายความเป็นเด็กและท่าทางที่ไม่แคร์โลกนั่นเตือนให้เขานึกถึงโซเฟียเมื่อหลายปีก่อน แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องสูญเสียโซเฟียไป ไม่เคยเลยแล้วทำไมเธอถึงจากไป?ลอเรน

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 5

    ขณะที่ลอเรนโซเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ของเบียนก้า ภาพของโซเฟียตอนอายุสิบแปดก็แวบเข้ามาในหัวตอนนั้นเธอก็ดื้อรั้นเหมือนกัน แต่ไม่เคยดื้อกับเขาเลย เธอรู้วิธีทำให้เขาใจเย็นลง รู้วิธีผ่อนคลายอารมณ์ร้อนของเขา และยอมรับอารมณ์แปรปรวนของเขาโดยไม่เคยขออะไรตอบแทน ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งเข้าใจว่าสิ่งที่เธอทำทั้ง

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 4

    ระหว่างทางขับรถไปที่เพนท์เฮาส์ของเบียนก้า ลอเรนโซรู้สึกปวดแปลบที่หน้าอก มันหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ความไม่สบายใจยังคงอยู่ เขาสลัดความรู้สึกที่ว่าบางอย่างที่สำคัญกำลังหลุดมือไปไม่ได้ภาพของโซเฟียตอนจบงานประมูลวนเวียนอยู่ในหัว เธอช่างสงบนิ่งและห่างเหินจนเกินไป นั่นไม่ใช่แววตาที่เธอเคยใช้มองเขาเขาบ

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 2

    คืนนั้น มีข้อความจากแม่ส่งมาหาฉัน“แล้วเจอกันสัปดาห์หน้า”ฉันจ้องมองหน้าจอครู่หนึ่ง ก่อนจะล็อคโทรศัพท์ตลอดหลายวันต่อมา เบียนก้าโพสต์รูปลงอินสตาแกรมอย่างไม่ลดละลอเรนโซกลับมาในหนึ่งสัปดาห์ให้หลังซึ่งตอนนั้น เหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้นฉันคิดว่าเขาจะตรงไปที่สำนักงานของตระกูล แต่เขากลับเลือ

  • มอดไหม้ในนามโมเรตติ   บทที่ 1

    ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงที่ฟังดูเหมือนความโล่งใจจากแม่“โซเฟีย” แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะยิ้มออกมา “ในที่สุดลูกก็ตัดสินใจได้สักที”“แม่จะให้พ่อเริ่มจัดการเรื่องเอกสารคืนนี้ น่าจะใช้เวลาประมาณสิบวัน รอรับโทรศัพท์จากแม่นะ”หลังจากวางสาย ฉันก็กลับบ้านเมื่อเดินเข้าไปในวิลล่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status