Se connecterตอนที่ 47: กระสุนที่ปิดปาก
ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านโคกอีแหลวในยามเย็นถูกฉาบด้วยสีแดงเพลิงราวกับลางบอกเหตุ กลิ่นธูปจางๆ จากในโบสถ์ลอยมาปะทะกับลมทุ่งที่พัดกระโชกแรง ลานวัดที่เคยใช้จัดงานบุญ บัดนี้ถูกดัดแปลงเป็นลานพิพากษา กริชในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายที่ตอนนี้ดูหลวมโพล่งไปเล็กน้อยจากการตรากตรำงาน กำลังติดตั้งเครื่องโปรเจกเตอร์และลำโพงตัวใหญ่อยู่บนเวทีไม้ชั่วคราว
รอบด้านเต็มไปด้วยสายตาที่ทิ่มแทง ชาวบ้านนับร้อยยืนออกันอยู่เบื้องล่าง บ้างกอดอก บ้างซุบซิบด่านินทา เสียงของ ป้าแดง ยังคงแว่วมาเป็นระยะ "ดูมันสิ... ยังมีหน้ามากางจอสิหลอกอะไรพวกเราอีก"
อิปิ๊ ยืนอยู่ข้างเวที มือหนึ่งกำชายเสื้อกริชไว้แน่นจนสั่น อีกมือหนึ่งคอยจัดเตรียมแฟลชไดรฟ์ตามที่กริชสั่ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลจนเห็นได้ชัด รอยช้ำที่โหนกแก้มยังคงเด่นชัดใต้แสงนีออนประดิษฐ์ที่ดูซืดเซียวในยามนี้
"อ้ายกริช... ปิ๊สังหรณ์ใจบ่ดีเลยจ้ะ ใจมันสั่นแปลก ๆ คือจั่งสิมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น" เธอกระซิบเบา ๆ เสียงขาดห่วง แววตาที่เคยดื้อรั้นบัดนี้เต็มไปด้วยความหวั่นวิตกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ไม่เป็นอะไรหรอกปิ๊... ความจริงมันสิต้องปรากฏมื้อนี้ล่ะ อ้ายเตรียมตัวมาดีแล้ว" กริชตบหลังมือเธอเบา ๆ เพื่อปลอบโยน แม้ในใจเขาเองก็นึกหวั่นกับสายตาอำมหิตของพวกนายทุนที่จ้องมองมาจากความมืด
พ่อผู้ใหญ่บ้าน เดินก้าวเข้ามาหาทั้งคู่สีหน้าเคร่งขรึม มือขวาของท่านยังคงกระชับปืนลูกซองข้างกายไว้มั่น ท่านมองหน้าลูกสาวแล้วหันไปสบตากริช
"เป็นจั่งใด๋กริช เครื่องไม้เครื่องมือเรียบร้อยดีบ่ ปิ๊... มึงคือหน้าซีดแท้ลูก" พ่อผู้ใหญ่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"พ่อ... ปิ๊ใจคอบ่ดีเลย ปิ๊ว่าวันนี้มันต้องมีเรื่องแน่ ๆ พ่อระวังแน่เด้อ " อิปิ๊หันไปบอกพ่อ เสียงของเธอสั่นเครือจนกริชรู้สึกได้
"เออ พ่อฮู้อยู่ พ่อสิเฝ้าอยู่ข้างเวทีนี่ล่ะ กริช... มึงมีหน้าที่พูดกะพูดไป ให้ชาวบ้านเขาหูตาสว่าง ส่วนทางหนีทีไล่กูเตรียมคนไว้หมดแล้ว แต่มึงกะอย่าประมาทเด้อ ไอ้พวกนี้มันหมาจนตรอก มันทำได้ทุกอย่าง"
กริชพยักหน้าขอบคุณ "ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมสิทำให้จบมื้อนี้ล่ะครับ"
รถเอสยูวีสีดำทมิฬสี่ห้าคันขับตะบึงเข้ามาจอดปิดล้อมทางเข้าลานวัดจนฝุ่นแดงฟุ้งกระจาย นายเดชาก้าวลงมาด้วยมาดผู้ทรงอิทธิพล ข้างกายมีบักรุ่งและชายชุดดำโอบล้อมเป็นกำแพงมนุษย์ แต่ที่ทำให้ชาวบ้านต้องฮือฮาคือการปรากฏตัวของ กำนัน ผู้กว้างขวางที่ถือหางเดชามาตลอด เขาก้าวออกมาพร้อมใบหน้าบูดบึ้ง ปลายนิ้วคีบซิการ์ราคาแพง
"แหม... จัดงานต้อนรับผมใหญ่โตเชียวนะคุณสถาปนิก" เดชาตะโกนขึ้นมาพลางหัวเราะร่า เดินแหวกฝูงชนขึ้นมาหยุดประจันหน้าเวที
"ชาวบ้านทุกคนฟังทางนี้ อย่าไปฟังคำเพ้อเจ้อของคนเมืองที่มันสิมาหลอกใช้พวกเจ้า ไอ้กริชมันสิฮุบที่นาไว้รวยคนเดียว มันขวางทางเจริญของพวกเฮา"
"แม่นแล้วพี่น้อง" กำนันสำทับพลางชี้หน้ากริช
"ไอ้หน้าจืดนี่มันหัวหมอ มันสิมาปั่นหัวให้พวกเจ้าเสียเงินแสนเงินล้านที่นายทุนเพิ่นสิแจก อย่าไปหลงเชื่อมัน!"
"ผมไม่ได้มาโกหก" กริชประกาศก้องผ่านไมโครโฟน เสียงของเขาหนักแน่นจนชาวบ้านชะงัก
"แต่ผมมาเพื่อสิให้ทุกคนดูว่า... เงินหมื่นล้านที่พวกคุณหวัง มันแลกมาด้วยความฉิบหายของโคกอีแหลวแบบไหน" กริชไม่รอช้า เขาซัดนิ้วลงบนปุ่ม "Play" ทันที!
ภาพบนหน้าจอผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดของลานวัด เสียงลำโพงที่กริชเร่งจนสุดกำลังดังกระหึ่มข่มเสียงลมพัดและเสียงอื้ออึงของฝูงชน คลิปวิดีโอที่บันทึกจาก "ปากกาสอดแนม" ในห้องทำงานหรูที่กรุงเทพฯ เริ่มบรรเลงความจริงที่ชวนขยะแขยง ในคลิปปรากฏภาพ นายเดชา ที่นั่งจิบวิสกี้อย่างสบายอารมณ์ เขากำลังหัวเราะร่าพร้อมกับชี้นิ้วลงบนแผนที่หมู่บ้านโคกอีแหลว ราวกับมันเป็นเพียงกระดานหมากรุกที่เขาสามารถกวาดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
"...กฎหมายเหรอ ในเมืองไทยถ้ามีเงิน กฎหมายมันกะแค่เศษกระดาษ" เสียงเดชาในคลิปดังก้องชัดเจน
"ผมจ่ายให้นายอำเภอไปแล้วก้อนนึง และอธิบดีกรม... ผมก็เพิ่งส่งคนไปเคลียร์มาเมื่อเช้า แค่คุณกริชเขียนแบบให้มันดูเป็นสวนสาธารณะบังหน้าเพื่อตบตาพวกกรมที่ดินและสิ่งแวดล้อม ที่เหลือผมจะสั่งลูกน้องให้ลงมือขุดลอกเอาดินไปขายเอง ใครขวางผมจัดการหมด!"
ชาวบ้านที่เคยยืนด่ากริช บัดนี้กลับยืนแข็งทื่อเป็นหิน แววตาที่เคยมีแต่ความโลภกลับกลายเป็นความตื่นตระหนก เมื่อวิดีโอเล่นมาถึงช่วงที่เดชาพูดถึงคนในหมู่บ้านอย่างจิกเรียก
"...ไอ้พวกชาวบ้านโคกอีแหลวน่ะเหรอ พวกมันกะคือมดปลวกนั่นล่ะ เอาเงินแสนไปล่อหน่อยเดียวก็กัดกันเองปานหมาแย่งกระดูก ทีนี้พอพวกมันตีกันจนอ่อนแรง ผมกะให้บักรุ่งไปจัดการไถบ้านย่าบุญมาทิ้งซะ ใครจะทำไม เงินผมซื้อได้ทุกอย่าง แม้แต่ศักดิ์ศรีของพวกมัน!"
"มึงว่าพวกกูเป็นหมาแย่งกระดูกงั้นเหรอไอ้เดชา!" เสียงลุงเสริมตะโกนขึ้นด้วยความโกรธสุดขีด ตามด้วยเสียงสบถสาปแช่งของชาวบ้านที่เพิ่งตาสว่าง
ใบหน้าของเดชาที่เคยยโสโอหังบัดนี้ถอดสีจนกลายเป็นขาวซีด ลำคอหนาเตอะของเขามีเส้นเลือดปูดโปนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเสียงตัวเองในคลิปประกาศก้องถึงสันดานโฉด ความอับอายเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่งในพริบตา เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้คลิปนี้จบลง อนาคตและเม็ดเงินหมื่นล้านของเขาจะกลายเป็นเถ้าถ่าน ดวงตาเหี้ยมเกรียมตวัดไปมองลูกน้องที่แฝงตัวอยู่หลังเงาเสาโบสถ์ พร้อมพยักหน้าส่งสัญญาณเพชฌฆาต
"กริช! ระวัง!" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่สังเกตเห็นความผิดปกติแผดเสียงตะโกนเตือนสุดตัว พร้อมถลาหมายจะกระชากร่างสถาปนิกหนุ่มให้พ้นวิถี
แต่สายเกินไป... "ปัง!"
เสียงปืนแผดสนั่นกัมปนาทกลบทุกสรรพเสียงบนลานวัด แรงปะทะของกระสุนขนาด 9 มม. พุ่งเข้าใส่กลางลำตัวของกริชอย่างจัง ร่างของเขาถูกแรงส่งจนปลิวไปข้างหลังชนเข้ากับบอร์ดนิทรรศการจนหักสะบั้น ความรู้สึกแรกที่กริชได้รับไม่ใช่ความเจ็บ แต่เป็นความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วท้อง ก่อนที่ความร้อนรุ่มมหาศาลราวกับถูกเหล็กเผาไฟทิ่มแทงจะระเบิดขึ้นจนเขาลืมหายใจ
"อ้ายกริช!!!"
อิปิ๊กรีดร้องเสียงหลงจนคอแทบแตก เธอถลาเข้ามารับร่างของกริชที่กำลังทรุดฮวบลงกับพื้นเวที มือเล็ก ๆ ของเธอพยายามรวบตัวเขาไว้ด้วยหัวใจที่หล่นวูบ เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดที่เพิ่งรีดมาอย่างเนี้ยบบัดนี้ถูกย้อมด้วยเลือดสีแดงข้นที่ซึมซาบไปตามเส้นใยผ้าอย่างรวดเร็ว กริชสำลักเอาเลือดสีสดออกมาคำใหญ่ แววตาที่เคยแน่วแน่มั่นคงเริ่มพร่าเลือนและว่างเปล่าด้วยความเจ็บปวดที่เหนือคณาเกินกว่าร่างกายจะแบกรับ
"กริช!! หลานย่า!!"
เสียงหวีดร้องของ ย่าบุญมา ดังแทรกความโกลาหลขึ้นมาอย่างโศกเศร้า ย่าที่ถูกลุงหวังประคองอยู่เบื้องล่างเห็นภาพหลานชายคนเดียวล้มลงต่อหน้าต่อตา หัวใจของคนแก่ที่กรำโลกมาเกือบศตวรรษแทบจะแตกสลายลงตรงนั้น ย่าทรุดลงกับพื้นดินแดง มือที่เหี่ยวแห้งสั่นระริกไขว่คว้าไปในอากาศราวกับจะพยายามรั้งวิญญาณของหลานชายไว้
ย่าบุญมาทรุดฮวบลงกับพื้นดิน มือเหี่ยวแห้งกำประคำไม้พะยูงแน่นจนเส้นเอ็นขาดสะบั้น เมล็ดไม้ร่วงกราวลงพื้นดินแดงเหมือนหยดเลือดและหยดน้ำตาที่ไหลนองหน้า ท่านแผดเสียงร้องปานจะขาดใจ
"ยิงหลานกูทำไม! พวกมึงยิงหลานกูทำไม! กริช... หลานย่า!" ย่าคร่ำครวญเสียงหลง ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นและโศกเศร้า
บนเวทีที่อาบไปด้วยสีแดงฉาน อิปิ๊ประคองศีรษะกริชไว้บนตัก มือเล็ก ๆ ของเธอทั้งสองข้างพยายามกดแผลที่หน้าท้องซึ่งมีเลือดทะลักออกมาไม่หยุด ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและน้ำตาที่ไหลมาบรรจบกัน
"อ้ายกริช อย่าหลับเด้ออ้าย! มองหน้าปิ๊นี่!" อิปิ๊ตะโกนเรียกเสียงสั่นพร่า เธอเขย่าตัวเขาเบา ๆ ราวกับจะยื้อสติที่กำลังจะหลุดลอย
"อ้ายบอกสิพาปิ๊ดูนาสีทองไม่ใช่เหรอ อ้ายต้องตื่นมาเบิ่งฝีมือตัวเองก่อน อ้ายกริช!"
กริชค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห่วง เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาโรยรา มือที่สั่นเทาพยายามจะยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้เธอแต่กลับไม่มีแรงพอ
"ปิ๊... ผม... ผมไม่ได้เป็นอะไร..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม
"ฝากดูแล... ย่า... ดูแลนาด้วยนะ..."
"บ่ อ้ายต้องดูแลเอง อ้ายอย่าพูดคือสิลาปิ๊จั่งซี่แมะ!" อิปิ๊ร้องโฮออกมาพลางก้มลงเอาหน้าผากแตะกับหน้าผากของเขา
"ตามรถพยาบาล ไผก็ได้โทรตามรถพยาบาลเร็วเข้า" พ่อผู้ใหญ่บ้านตะโกนก้องลานวัดพลางถือปืนคุ้มกันอยู่ข้างเวที
"ไอ้หวัง มึงไปเอารถกระบะออกมารถพยาบาลมันจะมาบ่ทันการ"
ท่ามกลางความโกลาหล เดชาและกำนัน เห็นท่าไม่ดีเมื่อชาวบ้านเริ่มแตกตื่นและตำรวจที่กริชประสานไว้เริ่มปรากฏตัวที่ปลายถนน
"หนี! รุ่ง... พากูหนีออกไปทางหลังวัดเดี๋ยวนี้!" เดชาสั่งการด้วยเสียงสั่นเครือ ทั้งคู่รีบอาศัยจังหวะชุลมุนปีนขึ้นรถเอสยูวีแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งแหวกวงล้อมฝุ่นตลบหนีหายไปในความมืด
แสงไฟจากรถกระบะของลุงหวังพุ่งตรงมาที่เวที กริชถูกหามขึ้นหลังรถอย่างระมัดระวังโดยมีอิปิ๊นั่งกอดร่างที่โชกเลือดของเขาไว้ไม่ยอมห่าง ในขณะที่ย่าบุญมายังคงพร่ำสวดมนต์ขอพรจากดวงวิญญาณพ่อไกรให้คุ้มครองหลานชาย
"อ้ายต้องรอดนะอ้ายกริช... ปิ๊สิบ่ยอมให้อ้ายเป็นอะไรเด็ดขาด" อิปิ๊กระซิบข้างหูเขาขณะที่รถพุ่งทะยานไปสู่โรงพยาบาลอำเภอ
ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก
ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่
ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง
ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา
ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ
ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น







